บทที่ 4 : เปิดจุดตันเถียน
เขารู้สึกว่าพลังที่ซ่อนอยู่ในกายกำลังตื่นขึ้น ลมหายใจหนักหน่วง แต่อิ่มเอิบไปด้วยความแข็งแรงที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อถึงยามดึก เงียบสงัดไร้เสียงใด ๆ เมิ่งหลงนั่งขัดสมาธิ สูดลมหายใจเข้าลึก พลังที่ได้จากน้ำวิเศษและข้าวสีทองเริ่มรวมตัวกัน ณ จุดท้องน้อยทันที ราวกับกำลังเรียกหา “ตันเถียน” ที่ซ่อนอยู่
ทันใดนั้น
เปลวไฟแผดเผา น้ำเย็นไหลเชี่ยว ลมพัดสะบัด ดินกดทับ และสายฟ้าฟาดกระแทก ทุกธาตุต่างปะทุขึ้นพร้อมกันในกายเขา ความเ็ปแล่นผ่านเส้นประสาทจนร่างกายบิดเกร็ง
“อ๊ากก…!” เขากัดฟันแน่น น้ำตาแทบไหลด้วยความทรมาน
แต่ในขณะที่กำลังจะทนไม่ไหว เสียงของถังหยินผุดขึ้นมาในหัว
> “พลังของเ้า…ไม่ได้ไร้ค่า หากเจอเส้นทางที่ใช่ เ้าจะกลายเป็ผู้ที่ไม่มีใครเทียบ
คำพูดนั้นเหมือนเปลวไฟที่โหมลุกในใจ เมิ่งหลงไม่ยอมแพ้ เขาพยายามบังคับให้พลังทั้งห้าไม่ปะทะกัน แต่หมุนเวียนโอบล้อมรอบจุดกลางของตันเถียน
เวลาผ่านไปทีละลมหายใจ แสงบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นในท้องน้อย คล้ายดวงดาวเล็ก ๆ ห้าดวงโคจรพร้อมกัน ไฟ น้ำ ลม ดิน และสายฟ้า กลับไม่แตกแยกอีกต่อไป หากแต่ประสานสมดุลกันราวกับวงแหวนแห่ง์
ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความปิติ น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ข้า…ทำได้จริง ๆ หรือ?”
พลังที่หมุนวนภายในตันเถียนพวยพุ่งขึ้นทั่วกาย ฝ่ามือที่ยกขึ้นกลับมีพลังสีเรือง ๆ แ่เบาปรากฏออกมา แม้จะเล็กน้อย แต่กลับหนักแน่นดั่งภูผา
ภายนอกโรงพัก แสงเรืองอ่อน ๆ แทรกออกมาตามรอยแตกของไม้ แต่เพราะโรงพักตั้งอยู่ลึกและห่างไกลจากศิษย์อื่น ๆ จึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้
เมื่อพลังสงบลง เมิ่งหลงหอบหายใจ เหงื่อท่วมตัว เขากำหมัดแน่น ดวงตาเปล่งประกาย เมิ่งหลงรู้สึกราวกับชำระล้างร่างกายทั้งหมด
“จากนี้ไป ข้าจะไม่ใช่ศิษย์นอกสำนักที่ไร้ค่าอีกต่อไป… วันหนึ่ง ข้าจะยืนหยัดบนยอดเขาไท่ซาน ให้พวกเ้าทั้งหมดได้เห็น!"
แสงจันทร์สาดผ่านหน้าต่างสู่ใบหน้าที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ ดวงตาของเขาเปล่งประกายดั่งดวงดารา ่เวลาแห่งการตื่นตันเถียนนี้
จะเป็จุดเริ่มต้นของตำนานที่ไม่มีใครคาดคิด…