บทที่ 1 เกิดใหม่
“เร็วเข้า! ปิดลิฟต์เร็วสิ! พวกซอมบี้ไล่ตามมาแล้ว!”
“ไม่ได้! ลิฟต์บรรทุกน้ำหนักเกินแล้ว! มันปิดไม่ได้!”
เสียงเตือนภัยดังไม่หยุด ทุกคนที่อัดกันอยู่ในลิฟต์พลันกลั้นหายใจ!
“อาเหมียน จะทำยังไงดี…”
สายตาของจางเพ่ยหรงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
จิ่งเหมียนไม่อยากให้ผู้เป็แม่ต้องใกลัว จึงค่อย ๆ ขยับออกไปอยู่ด้านหน้าแทน “แม่อย่ากลัวไปเลยค่ะ เรามาสลับที่กันเถอะ แม่เข้ามาข้างในสิ”
จางเพ่ยหรงรีบแทรกเข้าไปตามช่องว่างเพื่อสลับที่กับลูกสาว
เจียงปี้ฉุน พี่สาวต่างสายเืของจิ่งเหมียนซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ก็ตามจางเพ่ยหรงเบียดเสียดเข้าไปด้านในด้วย
จิ่งเหมียนมองเจียงปี้ฉุนด้วยความไม่พอใจ ผู้หญิงคนนี้คือลูกติดของพ่อเลี้ยง ใน่เวลาวิกฤตแบบนี้ จิ่งเหมียนไม่อยากจะมาใส่ใจคนอย่างเธอให้วุ่นวายขึ้นไปอีก
เมื่อปกป้องทั้งสองคนไว้ข้างในแล้ว จิ่งเหมียนก็หันไปมองประตูลิฟต์ด้วยความตึงเครียด และเธอยังอยู่ใกล้ประตูลิฟต์มาก
“รีบลงไปสักคนเร็วเข้า! เร็ว ๆ สิ! ไม่อย่างนั้น พวกเราต้องตายกันหมดนะ!” คนที่ยืนอยู่ด้านในสุดพากันเร่งเร้าด้วยความร้อนใจ
แต่คนที่ยืนอยู่ใกล้ประตูต่างก็จ้องตากันไม่ขยับเขยื้อน ล้อเล่นหรือไง! นั่นมันซอมบี้กลายพันธุ์นะ ลงไปก็ตายน่ะสิ!
เสียงคำรามของซอมบี้ที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ดังมาจากทางเดินแล้ว! คนในลิฟต์ต่างร้อนรนใจจึงสบถด่าออกมา!
ทันใดนั้นก็มีแรงมหาศาลมากระแทกที่เอวของจิ่งเหมียนจากทางด้านหลัง!
“จิ่งเหมียน เธอลงไปเถอะ! อย่ามาลากคนอื่นไปตายด้วยเลย!”
เจียงปี้ฉุนเผยสีหน้าดุดัน เธอเตะออกไปเต็มแรง ทำให้จิ่งเหมียนที่แต่เดิมอยู่ชิดประตูลิฟต์กระเด็นออกไป
พื้นหินอ่อนเรียบลื่นทำให้จิ่งเหมียนที่ล้มลงไปบนพื้นไถลออกไปไกลราวสองเมตร!
“เร็วเข้าสิ! ปิดประตูลิฟต์เร็ว!”
จริง ๆ แล้ว ไม่ต้องให้เจียงปี้ฉุนเตือนให้มากความ เพราะชั่วขณะที่จิ่งเหมียนกลิ้งออกไป คนที่อยู่ใกล้ประตูลิฟต์ก็เริ่มกดปุ่มปิดประตูอย่างรวดเร็ว
สมองของจิ่งเหมียนว่างเปล่า ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะถูกพี่สาวเตะออกมาเสียได้!
ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายขอความช่วยเหลือจากข้างบน และทุกคนก็มาเพื่อช่วยพวกเขาโดยเฉพาะ พวกเขาคงตายเป็อาหารให้ซอมบี้ไปแล้ว ไม่มีโอกาสมาขึ้นลิฟต์แบบนี้หรอก
คนเ่าั้กำลังจะทิ้งเธออย่างนั้นเหรอ? ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอส่งคะแนนสะสมกลับบ้านไปมากแค่ไหน แต่พวกเขากลับไม่คิดถึงความดีในอดีต เธอปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างดีและมีความสุข จนลืมความยากลำบากไปหมดแล้วหรือไง
แต่จิ่งเหมียนไม่มีเวลาให้คิดเื่พวกนี้ เธอพยายามลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งกลับไป
นิ้วมือของเธอกำลังจะคว้าประตูลิฟต์ได้แล้ว แต่ขาขวากลับถูกแรงมหาศาลดึงกลับไปในทันที ก่อนจะล้มหน้าคว่ำลงบนพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว!
ความหนาวเย็นวาบขึ้นทั่วทั้งร่าง ในขณะนี้ จิตใจของจิ่งเหมียนได้แตกสลายแล้ว
“ซอมบี้!” คนในลิฟต์ะโด้วยความใ ใจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง!
โชคดีที่พวกมันมีอาหารพร้อมเสิร์ฟอยู่ในมือ จึงไม่ได้เข้ามาโจมตีคนที่อยู่ในลิฟต์!
“อ๊าก!”
จิ่งเหมียนร้องโหยหวนอย่างน่าสงสาร สองมือยึดพื้นแน่น เมื่อหันหลังกลับไปก็เห็นซอมบี้หน้าเขียวตะปุ่มตะป่ำกำลังกัดขาทั้งสองข้างของเธออยู่ เขี้ยวแหลมคมทำให้เนื้อหนังของเธอฉีกกระจายจนเห็นกระดูกขาวโพลน
ผู้คนที่ยืนอยู่ตรงประตูลิฟต์มีสีหน้าตื่นตระหนกและโล่งอกอยู่ลึก ๆ ในใจ
เธอเงยหน้ามองหาผู้เป็แม่ในฝูงชน ก่อนจะะโสุดเสียงว่า “แม่! ช่วยฉันด้วย! ช่วยฉันที!”
ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเหลือเธอเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ผู้เป็แม่ก็ยังหลบเลี่ยงสายตาเธอ และก้มหน้าซบไหล่ของเจียงปี้ฉุน...
จิ่งเหมียนมองประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลงอย่างสิ้นหวัง
“แม่คะ!” จิ่งเหมียนส่งเสียงร้องออกไปเป็ครั้งสุดท้าย!
กลิ่นคาวเืที่ลอยคลุ้งดึงดูดให้ฝูงซอมบี้กรูเข้ามาอย่างท่วมท้นและรุมทึ้งฉีกร่างของเธอ บ้างก็กัดแขนขา บ้างก็ฉีกคอเธอจนเืสด ๆ ไหลทะลักออกมา
ในช่องว่างระหว่างฝูงซอมบี้ที่เบียดเสียดนั้น เธอก็แหงนมองลิฟต์เคลื่อนขึ้นไปด้วยความสิ้นหวังและเ็ปสุดขีด
จนวาระสุดท้าย… แม่ซึ่งอยู่ในลิฟต์ก็ไม่ได้เอ่ยปากเพื่อช่วยเหลือเธอแม้แต่คำเดียว
…
ปีที่ 52 นับจากวันแห่งโลกาวินาศ
ในหอพักทรุดโทรมช่างร้อนอบอ้าว
“นังเด็กบ้า! ถึงเวลาที่แกต้องทำอะไรเพื่อครอบครัวนี้แล้ว!”
เจียงปี้ฉุนเตะจิ่งเหมียนที่นอนขดตัวอยู่ในระเบียงสองครั้งติดกันจนเธอตื่น
จิ่งเหมียนตื่นจากความฝันด้วยความเ็ป เธอมองรอบ ๆ ตัวอย่างงุนงง
ระเบียงกลางแจ้งแคบ ๆ เต็มไปด้วยซากขยะ บนพื้นที่ว่างเพียงเล็กน้อยที่เหลืออยู่ถูกปูด้วยผ้าห่มสีดำสกปรก และนั่นก็คือที่ที่เธอขดตัวนอน
้ายังมีเสื้อผ้าเปียก ๆ แขวนอยู่ ตอนนี้หยดน้ำค่อย ๆ หยดลงใส่หัวของเธอเป็ระยะ
ที่นี่… คือห้อง 302 ใช่ไหม?
บ้านของเธอเมื่อสิบปีก่อน ดูเหมือนจะเป็หอพักมหาวิทยาลัยในยุคก่อนวันสิ้นโลก
เธอยกมือขึ้นลูบคอตัวเอง พบว่าไม่มีาแใด ๆ เมื่อเปิดเสื้อดูก็ไม่พบร่องรอยถูกซอมบี้คว้านตับเปิดไส้เลยแม้แต่น้อย
เธอไม่อยากเชื่อว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ และเธอก็ได้ย้อนกลับมาในตอนที่อายุสิบแปดปี
“รีบตื่นเร็วเข้า ยืนงงอยู่ทำไม ไม่ว่ายังไงวันนี้แกต้องไปเข้าร่วมทีมสำรวจให้ได้!”
จิ่งเหมียนจดจ้องหญิงผมยาวตรงหน้าตาไม่กะพริบ
ความเกลียดชังที่มีอยู่แผ่ซ่านในจิตใจ
เจียงปี้ฉุนเลิกคิ้วขึ้น โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของจิ่งเหมียน “แกทำหน้าแบบนี้หมายความว่ายังไง? จะกินฉันเหรอ”
“นังเด็กเวรเอ๊ย! ฉันจะบอกแกนะ เื่ที่ให้แกไปเข้าทีมสำรวจเป็ความคิดของแม่แก อย่าคิดว่าเธอจะปกป้องแกล่ะ แกเคยเห็นแม่เข้าข้างแกบ้างไหม? รีบ ๆ ออกมาซะ พวกเรายังใจดีกับแกอยู่ อย่ามัวแต่ทำตัวหน้าไม่อายอยู่แบบนี้!”
พูดจบเจียงปี้ฉุนก็เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจิ่งเหมียน วินาทีถัดมาหญิงสาวก็ลุกขึ้นยืนในทันใด ก่อนจะเตะเธออย่างแรงจนปลิวออกไป แล้วล้มลงในห้องอย่างจัง
เจียงปี้ฉุนนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น กุมท้องร้องครางด้วยความเ็ป “นังตัวดี แกกล้าเตะฉันเหรอ! เป็บ้าไปแล้วหรือไง!”
จิ่งเหมียนเดินจากระเบียงเข้ามาในห้อง มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยดวงตาสีดำสนิทราวกับเบื้องลึกของมหาสมุทรและเต็มไปด้วยความดูถูก
เตะแค่ทีเดียวจะเทียบอะไรได้กับความโหดร้ายทารุณของซอมบี้ที่ฉีกทึ้งกัดกินเนื้อหนังกัน!
จางเพ่ยหรงที่อยู่ในห้องเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปประคองเจียงปี้ฉุน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเ็ปหัวใจ
แต่เจียงปี้ฉุนไม่ขอบคุณเลยแม้แต่น้อย เธอสะบัดมือจางเพ่ยหรงออก “ดูสิว่าคุณเลี้ยงลูกสาวมายังไง!”
จิ่งเหมียนมองแม่ที่ดูแลเอาใจใส่เจียงปี้ฉุนเป็อย่างดี ในหัวของเธอมีแต่ภาพแม่ที่ไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอก่อนตาย คนที่ไม่รู้เื่คงคิดว่าพวกเขาสองคนไม่ใช่แม่ลูกกันจริง ๆ
จิ่งเหมียนกลั้นความโกรธเอาไว้ในใจ ทำหน้าเคร่งเครียดเดินเข้าไปอย่างรวดเร็วและเตะเจียงปี้ฉุนล้มลงไปอย่างแรงอีกครั้ง!
จางเพ่ยหรงใจนหน้าเหวอ!
“จิ่งเหมียน ลูกเตะพี่สาวลูกได้ยังไง! ทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ ลูกกำลังทำไม่ถูกต้องนะ!”