" หมาพันธุ์อ่อนท่านหนึ่ง "
.
.
.
°• น้ำน่าน •°
"คำใบ้เชี่ยไรเนี่ย!? " ทั้งผมและเพื่อนอุทานคำเดียวกันออกมา คำใบ้แต่ละคนมันก็อาจจะดูสมเหตุสมผลบ้างหละมั้ง ของไอ้แดนน่าจะง่ายสุดแล้วครับ
" ของมึงง่ายสุดเลยว่ะไอ้แดน แม่งแค่ชอบกินหมึกช็อต ดูของกูกับไอ้น่านดิ! กูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่รหัสของกูจะได้ผู้หญิงหรือผู้ชายเลยแม่งมีทั้งสวยหล่อไอ้สัส "
ภาคินเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย ทำให้ร่างบางก็เริ่มคิดหนักขึ้นมาบ้างแล้วเพราะว่าคำใบ้ที่เขาได้คือหมาพันธุ์อ้อนท่านหนึ่ง สรุป เขามีหมาหรือเขาเป็หมาวะ?
" ของกูกับมึงอะอาจจะเดาง่ายก็ได้ไอ้คิน แต่มึงดูของไอ้น่านดิหมาพันธุ์อ้อนท่านหนึ่ง...เขาน่าจะเลี้ยงหมาหรือเปล่าว่ะเนี่ย "
พวกผมคิดกันอยู่สักพักนึงก็หยุดคิดไปเพราะว่าหิวข้าวครับ พวกผมทั้งสามคนไม่รีรอช้ารีบเดินตรงไปที่โรงอาหารของมหาลัยทันที บอกไว้ก่อนเลยครับว่าผมไม่ค่อย
ชอบกินข้าวกลางวันสักเท่าไหร่ แต่ไหนๆวันนี้ผมมีคนให้ตังค์ค่าขนมมาตั้ง 5,000 บาท ไม่ใช้ก็เสียดายน้ำใจแย่
.
.
.
ณ. โรงอาหารคณะวิศวะ
พวกผมทั้งสามคนมาถึงแล้วครับ แต่ พวกผมก็ยังไม่เดินไปซื้อข้าวเหมือนคนอื่นๆหรอกนะ พวกผมเอาแต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเพราะว่าคิดไม่ออกครับไม่รู้ว่าจะกินอะไร เลย ทำให้ตอนนี้พวกผมกำลังยืนอยู่เฉยๆ
" ไอ้ดินแดนมึงจะกินอะไร " ภาคินหันไปหาดินแดน เพื่อถามว่าเพื่อนของตนนั้น ว่าจะกินอะไร แต่ดินแดนกลับส่ายหัวให้เล็กน้อยพร้อมเอ่ยตอบออกมาว่า
" ไม่รู้วะ...ไอ้น่านมึงจะกินอะไรวะ "
" เอ่อ...ก็อยากกิน...ข้าวยำไก่แซ่บ "ผมเอ่ยต่อไปอย่างส่งๆเพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะกินอะไร
ผมทั้งสามตกลงว่าจะกินข้าวยำไก่แซ่บกันในที่สุดผ่านไปได้ไม่นานทั้งสามคนก็ได้ข้าวกันเป็ที่เรียบร้อย แต่ด้วยความที่ทั้งสามคนนั้นมาช้า ทำให้โต๊ะค่อนข้างที่จะเต็มหมดแล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่มีที่นั่งเหลือเลยต่างหาก พวกน้ำน่านเลยต้องเดินหาที่ที่ไม่มีคนนั่ง และทั้งสามก็ไปเจอโต๊ะที่ไม่มีใครนั่งพอดี
" เฮ้ยนั่นไง!! ไอ้น่านไอ้คิน ตรงนั้นไม่มีคนนั่ง " ดินแดนเอ่ยขึ้นเสียงดัง เพราะว่าเขาก็ตามหาที่นั่งกันนานพอสมควร ไม่พูดพร่ำทำเพลงทั้งสามคนได้ลงไปนั่งพร้อมทานข้าวกันอย่างเงียบๆ
' น้ำน่าน ! ' พวกผมนั่งทานข้าวกันได้ไม่นานก็มีเสียงอุทานเอ่ยขึ้นใกล้ๆข้างหลังของผมนี่เอง เป็เสียงผู้หญิงที่ผมคุ้นเคยเป็อย่างดีสะด้วย
ไม่รอช้าผมรีบเอี้ยวตัวไปมอง ด้วยความรวดเร็วทันทีและไม่ใช่แค่ผมคนเดียวครับที่มอง ภาคินกับไอ้ดินแดนก็มองเช่นเดียวกัน
"พี่ม่าน!" ผมเอ่ยทักหญิงสาวตรงหน้าอย่างใคนนี้ชื่อพี่ ม่านฟ้า เป็พี่แท้ๆของผมเองครับ พี่สาวผมเป็ดาวมหาลัยคณะบริหารเชียวนะจะบอกให้
" ทำไมหายไปไม่บอกพี่! ไหนบอกไปอยู่บ้านเพื่อนไงพี่ไปสืบมาแล้วน่านไม่อยู่บ้านใครสักคนเลย น่านไปไหนมาหรือไปอยู่กับแฟนใช่ไหมมันเป็ใคร!!? "
เปิดมาผมก็โดนชุดใหญ่เลยครับ พี่สาวผมเนี่ยเริ่มไม่ใช่คนซะแล้วสิ เริ่มเป็นักสืบเต็มตัวแล้วสินะ หนีพี่สาวไม่เคยพ้นเลยจริงๆ เฮ้อ ผมล่ะหนักใจ
" พี่ม่านฟ้าสุดสวยสวัสดีครับ " ภาคินและดินแดนเอ่ยทักม่านฟ้าด้วยความสนิทสนม เพราะทั้งสองคนก็รู้จักม่านฟ้าเป็อย่างดีม่านฟ้าเป็คนที่ห่วงน้องชายมาก มากแบบมากๆ ถ้ามีใครทำร้ายน้ำน่านแม้แต่คนเดียวแล้วละก็พี่ม่านฟ้าจะจับมันลงนรกทันทีเลย
" พี่ม่านค้าบบ~น่านแค่ไปอยู่บ้านเพื่อนคนที่ไม่สนิทหนะครับ พอดีเพื่อนเขามีปัญหา น่านเลยต้องไปอยู่เป็เพื่อน นี่ไงวันนี้เดี๋ยวน่านจะกลับไปนอนกอดพี่โอเคไหมครับ "เจอลูกอ้อนผมหน่อยเป็ไง ผมขอโทษนะครับพี่ม่านที่ผมต้องทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องตัวเองแล้วก็ปกป้องภาคินไปด้วย ผมขอโทษนะครับผมรู้สึกผิดกับพี่จังเลยขอโทษครับ
เมื่อม่านฟ้าเห็นน้องชายตัวเองทำหน้าเศร้า ก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้ทำได้เพียงให้อภัยแต่โดยดีเท่านั้น ม่านฟ้าขอมานั่งกินข้าวกับพวกเด็กๆทั้งสามคนด้วยเลย และมีหรือที่จะไม่ให้ม่านฟ้าพี่สาวสุดสวยของน้ำน่านนั่งกินข้าวด้วย
" เป็ไงบ้างพิธีรับน้อง เหนื่อยมากหรือเปล่าทั้งสาม? "ในขณะที่กำลังกินข้าวอยู่นั้นม่านฟ้าก็ได้เอ่ยถามเด็กๆทั้ง 3 คนไปด้วยความเป็ห่วง
" สำหรับภาคิน ภาคินไม่เหนื่อยครับ" ภาคินเอ่ยตอบน่านฟ้าไป อย่างยิ้มๆ" ดินแดนก็ไม่เหนื่อยครับถึงจะมีนิดๆก็เถอะฮ่าๆ "
เมื่อภาคินเอ่ยเสร็จดินแดนก็เอ่ยต่อ ถามจริงพวกมึงไม่เหนื่อยกันเลยหรอวะกูเหนื่อยแทบกระอักเืเอาจริงดิ พวกมึงเป็คนอยู่ใช่ไหมเนี่ย
" แล้วน่านเหนื่อยมากหรือเปล่าเนี่ย "ม่านฟ้าหันมามองน้องชายตัวเองนิดๆก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัด
" น่านเหนื่อยครับ เหนื่อยมากเหนื่อยจนจะตายแล้ว แต่ก็ยังรอดมาได้ครับพี่ม่านไม่ต้องห่วงน่านยังไหว...พี่ม่าน..น่านว่าคนเขามองโต๊ะพวกเราแปลกๆ "
ผมสังเกตมาสักพักแล้วครับั้แ่ที่พี่ม่านฟ้ามานั่งโต๊ะเดียวกับพวกผมทุกสายตาก็ค่อยๆมองกันมาเป็ระยะๆแต่มีตลอดเพราะมันไม่ได้มีโต๊ะเดียวและหนึ่งในนั้นมีโต๊ะของไอ้อัคคีอยู่ด้วยครับ มันมองจ้องมาที่ผมอย่างเดียวเลย สีหน้าก็ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่
" ถามอะไรแปลกๆวะไอ้น่านพี่มึงเป็ถึงดาวมหาลัยเลยนะเว้ย จะมีคนมองก็ไม่แปลกยิ่งพี่ม่านฟ้าอยู่คณะบริหารแล้วมาคณะวิศวะมึงว่าจะไม่มีคนมองหรอวะ "
คำพูดสมเหตุสมผลของดินแดนก็ได้เอ่ยขึ้น...ใช่...ถ้ามีคนมองก็ไม่แปลกตามที่ดินแดนมันว่า พี่สาวผมเป็ดาวมหาลัยแถมอยู่คณะบริหารแต่กลับมากินข้าวคณะวิศวะมันก็จะดูแปลกๆอยู่ ว่าแต่พี่ผมมาทำไมนะ
" ว่าแต่พี่ม่านฟ้ามาทำอะไร โรงอาหารของวิศวะหรอครับ หรือว่าแค่มารอไอ้น่านเฉยๆ "ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยถาม ภาคินก็เอ่ยคำถามที่ผมอยากจะถามพี่สาวออกไปแล้วครับ
และเมื่อม่านฟ้าได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้ม ออกมาเล็กน้อยพร้อมบอกไปว่ามาดูน้ำน่านด้วยและก็แวะพารุ่นน้องมากหารุ่นพี่คนสนิทที่เรียนอยู่คณะวิศวกรรม
" ใครหรอครับพี่ม่าน น่านรู้จักไหม "น้ำน่านเอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัยเพราะว่าเพื่อนแต่ละคนที่พี่สาวตนเองนั้นสนิท น้ำน่านก็อาจจะรู้จักด้วย เช่นเดียวกัน
" ก็ไอ้พระเพลิงไง พี่พาน้องคิวมาหามันน่ะ ไอ้สองคนนี้ห่างกันไม่ค่อยได้หรอก "พี่พระเพลิงพี่วิศวะปี 4 ที่มีแฟนชื่อ คิว อยู่ปี 3 คณะบริหารสินะ พวกผมรู้จักพี่ทั้งสองคนนี้ครับเพราะว่าเจอกันอยู่บ่อยๆ
พวกพี่เขารักกันอย่างเปิดเผยเลยครับ เปิดเผยจนบางครั้งคิดว่าโลกนี้มีแค่พวกเขาสองคนน่ะฮ่าๆๆ
" แค่พูดถึงชื่อก็หวานแล้วครับ เฮ้ออิจฉาจังอยากไปต่อยหน้าสักหมัดจังฮ่าๆ "
ภาคินเอ่ยขึ้นมาพร้อมก้มหน้ากินข้าวต่อไป หารู้ไม่ว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตอนนั้น ได้ยินเสียงประโยคของภาคินทั้งหมดที่เอ่ยมา
" มึงว่าไงนะ...ไอ้เหี้ยภาคิน "
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป