บทที่ 23 ผู้าุโของตระกูลมาแล้ว
“เ้าไม่ยอมรับเด็กสาวคนนี้ ทุกคนยังไม่รู้สึกอะไร ในเมื่อไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตัวเอง แต่เด็กคนนั้นก็เป็ลูกแท้ ๆ ของเ้าอยู่ดี เ้าลองดูสิว่าเขาใส่เสื้อผ้าขาด ๆ แบบนี้ได้เช่นไร”
“คนในหมู่บ้านนี้ เด็กคนนั้น ไม่ใส่เสื้อผ้าที่ตัดจากของผู้ใหญ่ให้เล็กลงหรอกหรือ?” หลินชุนฮวาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ยอมแพ้ เหตุใดทุกคนใส่เสื้อผ้าที่ตัดเล็กลงได้ แต่ข้ากลับต้องโดนด่าด้วย
“เ้าลองดูเสื้อที่เด็กนั่นใส่เสียก่อน นั่นไม่ได้ตัดแต่งเลย แค่ตัดกรรไกรครั้งเดียวก็ให้เขาใส่เช่นนี้แล้ว ไม่มีใครในหมู่บ้านที่ไม่ทำงานเย็บปักถักร้อยง่าย ๆ พวกนี้หรอกนะ” ผู้หญิงคนนี้ที่ควรจะถูกทุกคนชี้หน้าด่า กลับที่กล้าโต้แย้งอีก ทำให้ป้า ๆ ทั้งหลายโกรธขึ้นมาทันที นี่เป็สิ่งที่เฉินเถียนเถียนไม่คาดคิดเลยจริง ๆ
“ข้า… ข้ายังไม่มีเวลาเลย” คราวนี้ก็เหมือนไปแหย่รังแตน
“เ้าอยู่บ้านทั้งวันแต่กลับไม่มีเวลาทำเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ งั้นคนอื่นจะใช้ชีวิตกันอย่างไร” ผู้หญิงในหมู่บ้านคนไหนไม่ได้ทำงานในทุ่งนา มีแต่หลินชุนฮวาที่แต่งตัวหรูหราฟุ่มเฟือย นี่มันไม่ใช่เรียกร้องความสนใจจากคนอื่นหรอกหรือ
“เ้ามีเวลามาแต่งตัวสวยงามเช่นนี้ แต่เหตุใดไม่มีเวลาแม้แต่จะเย็บเสื้อผ้า หลินชุนฮวาพวกคำพูดพวกนั้นก็แค่หลอกเฉินผิงอันคนโง่นั่นไปเท่านั้นแหละ” หลินชุนฮวาถูกทุกคนชี้หน้าด่า แต่พอหันไปมองเฉินผิงอัน นอกจากจ้องมองเฉินเถียนเถียนด้วยสายตาเหมือนจะกินเืกินเนื้อแล้ว ก็ไม่ทำอะไรเลย
“ผิงอัน ท่านก็รู้ก็ข้าไม่มีทางเลือกนี่” ท่าทางเสแสร้งแกล้งทำแบบนี้ทำให้ เฉินเถียนเถียนเห็นแล้วรู้สึกคลื่นไส้ แต่ก็มีคนที่ชอบแบบนี้อย่างเช่นเฉินผิงอัน
"เด็กบ้า! ทั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันดี ๆ พูดกันดี ๆ ที่บ้านไม่ได้หรือไง ต้องออกมาทำตัวน่าอายแบบนี้ เ้าอิจฉาคนอื่นใช่หรือไม่" ตอนนี้สะใภ้จี้ก็แทรกตัวเข้ามาในกลุ่มคน
"น้องสอง ท่านลำเอียงได้ขนาดนี้เลยรึ หรือว่าเถียนเถียนไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของท่าน แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ แต่เลี้ยงมาข้างกายตั้งหลายปี ก็น่าจะมีความผูกพันบ้างแล้วไม่ใช่หรือ ถ้าท่านไม่ชอบ ข้าจะพานางกลับไปเลี้ยงเองที่เรือน เหตุใดต้องพามาทรมานที่นี่ด้วย"
เส้นเืที่หน้าผากของเฉินผิงอันเริ่มเต้นตุบ ๆ แล้ว แต่สะใภ้จี้กลับกล่าวอย่างดูถูกเหยียดหยามว่า
“ถ้าไม่ใช่น้องสะใภ้ฝากให้ข้าดูแลบุตรสาวแท้ ๆ ของนาง ข้าจะมายุ่งกับเื่ต่ำทรามของเ้าที่นี่ทำไม ส่วนเ้าทิ้งบุตรสาวสาวแท้ ๆ ของตัวเองไม่สนใจ ทำให้แม่ตัวเองโกรธจนพิการ ผู้หญิงแบบนี้มันก็แค่ขยะ”
“ตอนที่ท่านไม่อยู่บ้าน นางก็แต่งตัวสวยหรูออกไปข้างนอก อย่าบอกนะว่าออกไปยั่วผู้ชาย ได้ยินมาว่าตอนที่นางเป็ม่ายก็ไม่ซื่อสัตย์ น้องรองท่านอย่าไปเชื่อคำพูดดี ๆ ของนางเลย ระวังจะถูกสวมเขาบนหัวเอานะ” เฉินผิงอันแทบจะมีควันพวยพุ่งออกมาจากหัวแล้ว
แต่เฉินเถียนเถียนกลับครุ่นคิด หลินชุนฮวาแอบแต่งตัวอย่างนี้ลับหลังเฉินผิงอันแล้วออกไปข้างนอก นี่มันไม่ใช่ท่าทีของการนอกใจหรอกหรือ หลินชุนฮวารู้สึกผิดในใจวูบหนึ่ง เฉินเถียนเถียนยิ่งมั่นใจมากขึ้น หลินชุนฮวาคนนี้ต้องมีพิรุธแน่ ๆ
“ผิงอัน ข้าแต่งงานกับท่านมาหลายปี ให้กำเนิดลูกชายแก่ท่าน ท่านห้ามปล่อยให้ใครมาใส่ร้ายป้ายสีข้าเช่นนี้นะ” เฉินผิงอันมองหลินชุนฮวาที่ดูน่าสงสารแล้วก็เชื่อนางทันที ในสายตาของเขา หลินชุนฮวาผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ กลับมาแต่งงานกับเขา หากนี่มันไม่ใช่ความรักแท้แล้วจะเป็อะไรล่ะ เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลินชุนฮวา จะมองเห็นคุณค่าในตัวเขา เพราะเขาที่ไม่มีความสามารถ และหน้าตาไม่ดี
“พี่สะใภ้ ถึงแม้เ้าจะเป็พี่สะใภ้ แต่จะใส่ร้ายชื่อเสียงของน้องหญิงเช่นนี้ได้อย่างไร หรือเ้า้าบีบให้ชุนฮวาตายด้วย” สะใภ้จี้ รีบถ่มน้ำลายทันที
“แค่แม่ม่ายหน้าตาดีคนหนึ่ง จะเป็หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องได้อย่างไร ยังจำเป็ต้องให้ข้าใส่ร้ายอีกหรือ” คำพูดนี้ช่างเฉียบคมยิ่งนัก แม้แต่หลินชุนฮวาก็หาคำโต้แย้งไม่ได้ หากเป็หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องจริง ย่อมไม่ออกเรือนใหม่อีก หลินชุนฮวากล่าวอย่างน่าสงสาร
“เหตุใดพี่สะใภ้ถึงชอบรังแกคนอื่นตลอดเลย หากจะกล่าวหาว่าข้าไม่รักษาความบริสุทธิ์ ก็ต้องมีหลักฐานมายืนยัน” สะใภ้จี้กลับหัวเราะ
“ใช่ ข้าไม่มีหลักฐาน แต่เมื่อผู้าุโมาถึง ข้าหวังว่าเ้าจะพูดประโยคนั้นอีกสักรอบนะ” หลินชุนฮวาใจหายวาบ รีบถามกลับไปทันที
“เ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าจะหมายความอย่างอื่นได้อย่างไร ข้าในฐานะพี่สะใภ้ แค่พูดเสียงดังใส่เ้าหน่อย ก็ถือว่ารังแกเ้าแล้ว ยังไงก็ทำอะไรเ้าไม่ได้อยู่ดี น้องรองก็คิดว่าข้ายุ่งเื่ของคนอื่น”
“แต่หลินชุนฮวาข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าจะจำไม่ได้ว่าตอนที่แม่ของเถียนเถียนใกล้ตาย ได้สั่งเสียอะไรไว้”
“บ้านที่เ้าอยู่ตอนนี้ เป็บ้านที่แม่ของเถียนเถียนจัดหามาให้ ของกินของใช้ทั้งหมด มาจากผลผลิตในที่นาที่แม่ของเถียนเถียนซื้อไว้ แม้แต่ตำราที่ลูกชายเ้าใช้เรียน ก็ยังเป็ของที่แม่ของเถียนเถียนทิ้งไว้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ของที่ตกทอดมาถึงเถียนเถียน ตอนนี้เ้ารังแกนางขนาดนี้ ผู้าุโย่อมต้องออกมาตัดสินความถูกต้องแล้ว” เฉินเถียนเถียนตาเหลือกจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า
หากรู้ั้แ่แรกว่าแม่เลี้ยงของนาง ยังมีไพ่ตายเช่นนี้ นางจะต้องถูกควบคุมโดยคนอื่นไปทุกที่ด้วยหรือ แต่แปลกใจที่เฉินเถียนเถียนไม่เคยต่อต้านเลยตอนมีชีวิตอยู่ หรือว่าเื่นี้นางไม่รู้เลย ใช่แล้ว ตอนนั้นเถียนเถียนยังเด็ก เป็เื่ที่ทำให้เสียใจมาก หรืออาจจะนึกไม่ออกในทันทีว่ายังมีเื่นี้อยู่
ผู้าุโก็ไม่รู้ว่าเถียนเถียนใช้ชีวิตอย่างไรที่บ้านก่อนหน้านี้ เพราะความขี้ขลาดของเถียนเถียน เดิมทีเฉินเถียนเถียนคิดว่าในยุคศักดินาเช่นนี้ ตนเองอาจต้องเสียสละบางอย่างเพื่อจัดการกับหลินชุนฮวาให้ได้ ไม่คิดว่าจะมีเื่ดีเช่นนี้เกิดขึ้น การจัดการกับสองคนนี้จึงเป็เื่ง่ายดาย อย่างไรก็ตาม บางเื่เฉินเถียนเถียนก็คิดง่ายไปหน่อย...
หลินชุนฮวา ตอนนี้ใจนตัวสั่น พิงตัวอยู่ในอ้อมกอดของเฉินผิงอัน ท่าทางอ่อนแอเช่นนี้ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณปกป้องของเฉินผิงอันให้พุ่งสูงเข้าไปอีก
“พี่สะใภ้ไม่จำเป็ต้องคุกคามกันขนาดนี้หรอก ข้าเป็พ่อของนาง ใช้ของนางนิดหน่อยจะเป็ไรไป”
สะใภ้จี้หัวเราะเยาะ
“เ้าใช้เองก็ไม่เป็ไร เถียนเถียนย่อมไม่ใช่ลูกอกตัญญู แต่เ้ามีสิทธิ์อะไรไปใช้สินสอดของภรรยาหลวงไปเลี้ยงผู้หญิงคนอื่น ทั้งยังเลี้ยงลูกที่ไม่รู้มาจากไหนอีกตั้งกี่คน” คำพูดนี้เฉียบคมยิ่งนักเฉินเฉิงเยี่ยที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องหนังสือย่อมได้ยินด้วย
แต่ด้วยฐานะอันกระอักกระอ่วนของตน หากออกไปก็คงหนีไม่พ้นคำตำหนิจากทุกคน จึงได้แต่ขบฟันอดทนเอาไว้ เฉินเถียนเถียนหัวเราะเยาะในใจไม่หยุด เฉินเฉิงเยี่ยคงมีความสำเร็จแค่นี้แหละ มารดาของตนถูกชี้หน้าด่าทอ ถูกด่าว่าเป็ลูกไม่มีพ่อ แต่ยังคงหลบอยู่ในห้องหนังสือต่อไปได้ ในที่สุดผู้าุโก็มาถึงอย่างเชื่องช้า สะใภ้จี้ย่อมยืดอกตรงยิ่งขึ้น
เฉินเถียนเถียนเห็นผู้าุโที่ว่านี้เป็ครั้งแรก พวกเขาส่วนใหญ่มีหนวดขาวยาว เป็พวกที่อายุยืนที่สุดในตระกูลเฉิน ล้วนเป็ผู้ทรงเกียรติ