หลังจากวันที่ตู้ฟางซินและจูเหม่ยเซียนตกลงเป็สหายกัน ในทุกๆวันหลังจากที่ฟางซินเดินตรวจบัญชีร้านค้าเสร็จแล้วนางมักจะแวะมานอนเล่นที่จวนสกุลจูอยู่เป็ประจำั้แ่ยามอุ้ย(14.30)และกลับในยามอิ่ว(17.00) จูเหม่ยเซียนเคยถามตู้ฟางซินว่าที่จวนนางสงบดีใช่หรือไม่ฟางซินถึงชอบมานอนบ่อยๆ ตู้ฟางซินก็ตอบกลับไปว่าสงบดีมิมีความวุ่นวายเฉกเช่นบ้านของนางที่มีแต่เด็กๆวิ่งกันจนเต็มบ้านไปหมด
หลายครั้งที่ตู้ฟางซินชวนจูเหม่ยเซียนไปชมสินค้าที่ร้านของนาง เคยเสนอเครื่องประดับมากมายหลายอย่างให้แก่สหายคนใหม่บ่อยครั้งแต่จูเหม่ยเซียนมิเคยรับแม้สักชิ้นนางบอกกับตู้ฟางซินว่า ‘ของซื้อของขายจะมายกให้นางเปล่าๆได้อย่างไร…หากมีสิ่งใดที่นางอยากได้นางจะใช้เบี้ยซื้อเองมิต้องให้ฟางซินเป็กังวล’ หลังจากวันนั้นจูเหม่ยเซียนก็ทำให้ตู้ฟางซินได้รู้ว่าการมีสหายที่แท้จริงนั้นเป็เช่นไร
---++++++-------+++++--
4 เดือนต่อมา
ก่อนหน้านี้สกุลไป่ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาส่งนักฆ่ามาลอบสังหารจูเหม่ยเซียนที่ยามนี้นางคือพระคู่หมั้นและถือว่าเป็เชื้อพระวงค์แล้ว โทษที่ทางการตัดสินออกมาคือปะาทั้งตระกูลผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างพากันกล่าวขานมาจนทุกวันนี้
จวนสกุลจูในยามเหม่า(05.00)
“เมื่อวานเ้าไปงานพระราชสมภพจางฮองเฮามิใช่รึ” ตู้ฟางซินเอ่ยถามเพราะนางเป็เพียงสามัญชนมิมีสิทธิ์เข้าร่วม
“ใช่แล้วล่ะ” จูเหม่ยเซียนมีท่าทีี้เีเอามือและคางเกาะก่ายบนถังน้ำปล่อยให้สหายผู้มากวัยกว่ากับเสี่ยวถงขัดเนื้อขัดตัวให้
“เ้าไปทำเช่นใดให้พระองค์ทรงมีรับสั่งให้จัดงานมงคลสมรสอย่างเร่งด่วนเช่นนี้” ตู้ฟางซินขัดไปถามไปวันนี้นางเร่งรีบเดินทางมาจวนสกุลจูแต่เช้าเพื่อช่วยสหายหลังจากที่ลี่หงสาวใช้ของจูเหม่ยเซียนเดินทางไปบอกกล่าวแก่นางที่บ้านเมื่อยามอิ่ว (19.00) เื่ที่จูเหม่ยเซียนจะแต่งงาน
“มันเป็เื่ผิดพลาด..อย่าสนใจเลย” เหม่ยเซียนปล่อยให้พวกเขาจับพลิกซ้ายพลิกขวาอย่างตามใจจนแล้วเสร็จ “ลูกจะแต่งตัวเอง แต่งใบหน้าเอง ท่านแม่กับฟางซินรอจัดเครื่องประดับเถอะเ้าค่ะ” ฟางซินพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปเตรียมชุดมงคล ส่วนเกาฮูหยินเดินไปนั่งรอด้านนอก
ชุดสีแดงลายหงษ์สีขาวตัวเล็กเริงระบำชุดนี้เป็ชุดที่จูเหม่ยเซียนได้รับพระราชทานมาจากฮองเฮาเมื่อวาน ตู้ฟางซินมองชุดแสนสวยนิ่งงันด้วยความรู้สึกอิจฉาปะปนไปด้วยความเศร้าใจ สหายของนางวัยเยาว์กว่านางหนึ่งขวบปีแต่ยามนี้กลับสมรสออกไปก่อนแล้ว นางคงได้แต่ยินดีไปด้วย เครื่องประดับมากมาย สินค้ามาใหม่จากร้านค้าของนางถูกนำมาให้สหายเลือกใช้ถือว่าเป็ของขวัญเล็กๆน้อยๆ หลังจากนี้คงพบเจอกันได้ยากขึ้นเพราะจูเหม่ยเซียนต้องเข้าไปอยู่ในวังหลวง
“เป็อะไรน่ะ ฟางซิน” จูเหม่ยเซียนเดินออกมาจากห้องชำระล้างร่างกายเสร็จก็เอ่ยถามสหาย
“ไม่เป็อะไรหรอก แค่อิจฉาเ้าที่ชิงออกเรือนไปก่อน” ฟางซินถอนใจแล้วหันมามองสตรีผิวขาวตัวเล็กใบหน้างดงาม
“อีกไม่นานเ้าก็จะได้ออกเรือนแน่นอน อย่าได้อิจฉาเราเลย” จูเหม่ยเซียนปลดชุดคลุมจนเหลือแค่ 'ชุดชั้นใน' ตู้ฟางซินมองภาพนี้จนชินตาเสียแล้วั้แ่ที่ทั้งคู่เป็สหายกันจูเหม่ยเซียนก็สอนให้นางใช้สิ่งนี้ปกปิดของสงวนทั้ง้าและด้านล่าง ก็ไม่รู้ว่านางคิดมันขึ้นมาได้อย่างไร ไม่แน่ในวันข้างหน้าตัวนางเองที่มีหัวทางด้านการค้าอาจจะเป็ผู้ทำมันขึ้นมาเพื่อขายให้สตรีโดยเฉพาะก็เป็ได้ “เราจะช่วยหาแม่ทัพนิสัยดีให้เ้าดีหรือไม่?”
“ฮิๆๆ พูดสิ่งใดของเ้า เื่เช่นนี้ถ้ามิมีวาสนาต่อกันก็มิมีทางได้มาอยู่ด้วยกันหรอก” ตู้ฟางซินหยิบชุดมงคลส่งให้เหม่ยเซียนสวมใส่โดยมีนางคอยช่วยเหลือ
“เราจะหาให้ได้คอยดูเถอะ” ฟางซินแอบอมยิ้มในความมุ่งมั่นของสหาย ‘ก็ตามใจเ้าเถิด’ ทั้งสองพูดคุยกันไปจนเ้าสาวแต่งกายจนแล้วเสร็จตู้ฟางซินก็คอยจูงนางที่มีผ้าคลุมศรีษะปิดบังใบหน้าไว้ ส่งต่อไปยังเกาฮูหยินมารดาของเหม่ยเซียนที่รออยู่ จนถึงแก่เวลาที่นางจะต้องขึ้นเกี้ยว ‘ช่างงดงามเสียจริง’ ตู้ฟางซินยืนมองขบวนเ้าสาวที่มีประทัดจุดไปตลอดทางด้วยความสุขใจและยินดีไปกับสหาย
---+++----++++++----------+++++-------
บ้านสกุลตู้
เมื่อสองเดือนก่อน หลังจากที่จูเหม่ยเซียนได้รับสมรสพระราชทานและเข้าไปอยู่ในวังหลวงแล้วหลังจากนั้นยังต้องย้ายตามพระสวามีทั้งสองพระองค์ไปรักษาการนอกเมืองแทนผู้ว่าการคนเก่าที่ทุจริตโกงที่นาชาวบ้านจนถูกขับไล่ออกนอกแคว้น ทั้งคู่ก็มิได้ติดต่อ พบปะพูดคุยกันอีก
หลังจากที่นางคอยพร่ำสอน เคี่ยวเข็ญตู้ฟางอินน้องสาวของนางจนเริ่มทำบัญชีร้านค้าได้บ้างแล้วนางจึงพอมีเวลาว่างอยู่บ้าง ่นี้มีคุณชายหลากหลายสกุลส่งแม่สื่อเข้ามาหาท่านพ่อ ท่านแม่ บ้างก็ทักถามถึงนาง บ้างก็ทักถามถึงฟางอินที่พึ่งพ้นวัยปักปิ่นมาหมาดๆ แต่ทุกคนที่เข้ามามิมีสกุลใดเหมาะสมกับสกุลพ่อค้าอันดับหนึ่งเลยสักคน....สุดท้ายแล้วบิดาของนางก็ได้แต่ทอดถอนใจยิ่งยามนี้ร้านค้าผ้าไหมเริ่มทำสินค้ามาส่งไม่ทันการท่านพ่อของนางจึงตัดสินใจส่งนางไปดูวิธีการถักทอผ้าไหมลวดลายใหม่ที่แคว้นหยินเพื่อวันข้างหน้าอาจจะทำการถักทอเอง ตู้ฟางซินมิได้เกรงกลัวเื่ที่นางจะต้องไปต่างแคว้นแต่นางหวาดกลัวการเดินทางโดยใช้เรือขนส่งสินค้าต่างหากเล่า ระยะเวลาเดินทางกลางแม่น้ำรวมทั้งสิ้นเกือบสิบวัน นางตายแน่ๆ
“คุณหนูเ้าขาอย่าทำหน้าเช่นนั้นสิเ้าคะ” จินเมี่ยวที่นั่งพับผ้าอยู่ข้างๆโอดครวญ
“แล้วเ้าจะให้ข้าทำหน้าอย่างไร? ข้าต้องไปต่างแคว้นนะ” ตู้ฟางซินบ่นขึ้น
“นายท่านมิได้ปล่อยให้คุณหนูไปเพียงลำพังนะเ้าคะ บ่าวก็ไปด้วยยังมีบ่าวชายในบ้านเราที่เป็วรยุทธอีกนับสิบคน อย่ากลัวเลยเ้าค่ะ” จินเมี่ยวทักท้วง
“ท่านพ่อคงอยากจะให้ข้าเป็แม่ค้าเต็มตัวแล้วล่ะ ถึงได้ยอมปล่อยให้ข้าออกไปนอกบ้านไกลถึงต่างแคว้น” นางเงียบแล้วมองดูจินเมี่ยวเตรียมข้าวของ “ฟางอินอยู่ที่ใดน่ะไปตามนางมาหาข้าหน่อย”
“เ้าค่ะ” จินเมี่ยวเดินออกจากประตูไป
---+++++++----------+
“เรียกหาข้ามีสิ่งใดรึพี่ใหญ่” ตู้ฟางอินเดินขึ้นเรือนเล็กมาหาพี่สาวในมือถือหมั่นโถวยกขึ้นกัดกินไปด้วย
“มิมีความเป็กุลสตรีเลยรึฟางอิน” ฟางซินส่ายหน้าให้กับความมูมมามของน้องสาวต่างมารดา
“ในบ้านเราเองจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้ ช่างข้าเถอะ” เดินมานั่งข้างๆพี่สาว “มีสิ่งใดเ้าคะ” างอินถามย้ำอีกหน
“อีกห้าวันพี่จะเดินทางไปแคว้นหยินแล้วเ้าทำบัญชีได้ทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่?” นางเอียงคอมองน้องสาว
“ได้บ้างแล้วเ้าค่ะ”
“วันก่อนแม่สื่อสกุลอู๋มาทาบทามเ้าเหตุใดมิตกลงไปเสียล่ะ พี่ดูแล้วเ้าก็พึงใจคุณชายอู๋เจียงหนานอยู่มิใช่รึ?” บ่อยครั้งที่นางและฟางอินเดินไปตรวจดูร้านค้า เดินผ่านเหลาอาหารของคุณชายอู๋ยามใดตู้ฟางอินก็มักจะลอบมอง สบตากับคุณชายอยู่เป็ประจำ พี่สาวเช่นนางใช่ว่าจะมิรู้
“ข้ารอพี่ใหญ่ออกเรือนไปก่อน” กัดหมั่นโถวพร้อมกับจิบชาไม่ทุกข์ร้อนอะไร
“จะรอทำไม พี่ไม่คิดจะออกเรือนแล้วเ้าอยากทำสิ่งใดก็ทำเสียวันเวลาไม่เคยรอท่าหรอกนะ”
“ไม่!! ข้าจะรอ” ฟางอินหันหน้าหนี จนฟางซินได้แต่ทำหน้าเหนื่อยใจ
“ฟังนะ” เงียบคิดไปชั่วจิบชา “พี่จะไปดูวิธีการทอผ้าไหมกลับมาเมื่อใดก็มิรู้ได้เ้าอยู่ทางนี้ดูแลท่านพ่อ ท่านแม่ น้องๆแทนพี่ ครั้งต่อไปหากคุณชายอู๋ส่งแม่สื่อมาอีกเ้าก็ลองคิดดูเถิด สกุลเขาทำเหลาอาหารมากมายหลายร้านท่านพ่อย่อมตกลงแน่”
“ไม่เอาา”