เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    สำแดงร่าง.

    ด้วยพลังระดับเทพสวรรค์ของฮั่นเหมยหลิน ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงอาณาจักรอัคคีอันเป็นจุดหมาย แต่ทว่าพวกเขาก็ต้องคิ้วขมวดในทันใด เพราะบัดนี้อาณาจักรที่สุดแสนจะยิ่งใหญ่ได้กลับกลายเป็นทะเลเพลิงภูเขาซากศพไร้หนทางเยียวยา ทั้งยังมีเผ่ามารและเผ่ายักษาออกไล่ล่ามนุษย์และภูตที่เหลืออย่างบ้าคลั่ง!

     

    "ดูเหมือนว่าพวกมันจะฉวยโอกาสในช่วงหนึ่งเดือนออกปฏิบัติการกวาดล้างเผ่าพันธุ์ องค์จักรพรรดินี ท่านต้องตัดสินใจแล้วว่าจะลงมือช่วยเหลือผู้คนที่เหลือรอดนั่นหรือเปล่า?" เย่หยุนซีมองดูสถานการณ์อันเลวร้ายพลางกล่าวเสนอทางเลือกสองทาง

     

    ฮั่นเหม่ยหลินเมื่อสดับวาจานั้น ดวงตาที่มองเผ่ายักษาและเผ่ามารก็กลายเป็นเหี้ยมหาญขึ้นมาในทันที

     

    "ไม่เห็นต้องคิด ช่วยเหลือพวกเขาเดี๋ยวนี้" นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ไร้ซึ่งความลังเล ส่งผลให้ทางด้านเย่หยุนซีเผยรอยยิ้มและรีบเร่งทำตามคำสั่ง

     

    ลูกบาศก์สมปรารถนาปรากฏขึ้นในมือจากนั้นแปรสภาพเป็นเกาทัณฑ์ บุรุษหนุ่มตั้งท่าง้างคันศรพร้อมทั้งปลดปล่อยพลังเปลวเพลิงเทวะอำพันและเปลวเพลิงโกลาหลเก้าชั้นฟ้าออกมา

     

    "หมื่นศรอัคคีผลาญฟ้า"

     

    เย่หยุนซีขยายขอบเขตพลังจิตไปทั่วทั้งเมืองอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ก่อนที่จะยิงศรเพลิงสีทองและสีดำขึ้นฟ้าตามชื่อทักษะ

     

    ซึ่งต่อมาไม่นานนัก! ศรเปลวเพลิงเหล่านั้นก็พลันแตกกระจายกลายเป็นลูกศรพลังงานอีกนับหมื่นนับพัน พุ่งทะลวงขั้นบรรยากาศลงมาราวกับห่าฝน

     

    "สวบๆๆๆ"

     

    "อ๊าก! ศัตรูบุกๆ" เหล่าทหารมารและยักษาหลายต่อหลายตนเมื่อโดนโจมตีก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ส่วนเหล่าประชาชนของอาณาจักรอัคคีที่ยังเหลือรอดก็มีสภาพที่ไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ พวกเขาแม้จะไม่ได้รับอันตราย แต่ก็หวาดกลัวจับใจจนแทบไม่อยากเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

     

    "บัดซบ! ผู้ใดมันกล้าลอบโจมตีกองทัพของข้า!!" บรรดาแม่ทัพมารและแม่ทัพยักษาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดที่ดังกังวาน

     

    เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มเหี้ยมหาญ จากนั้นเก็บลูกบาศก์สมปรารถนาแล้วกลายร่างเป็นมังกรขนาดมหึมาท่ามกลางสายตาของผู้คนทุกหมูเหล่า

     

    "สี่กรงเล็บ แปดปีก เกล็ดมีลักษณะเป็นคริสตัลสีขาว ทว่ากลับมีเปลวเพลิงสีดำปกคลุมร่าง ช่างเป็นมังกรที่งดงามและน่าเกรงขามอะไรเช่นนี้" ฮั่นเหมยหลินที่เป็นหนึ่งในผู้เฝ้ามองเอ่ยปากกล่าว มิอาจละสายตาได้แม้เพียงชั่วครู่

     

    ส่วนเหล่ายักษาและมารที่เหลืออยู่ จู่ๆร่างกายของพวกมันก็สั่นสะท้าน

     

    "จะ จักรพรรดิมังกร! มะ มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!!"

     

    "ตระกูลจักรพรรดิมังกรน่าจะอยู่ที่มหาจักรวาลเขตใต้นี่........แล้วไอ้ตัวนี้มันมาปรากฏที่มหาจักรวาลเขตตะวันตกได้อย่างไร??"

     

    "ฮ่าๆๆ นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม แบบนี้พวกเราตายกันหมดแน่ ต่อให้ท่านเทพมารข้ามมิติมาเองก็คงไม่อาจต่อต้านตระกูลจักรพรรดิมังกรที่สูงส่งปานนั้นได้"

     

    "หึ้ย!! พวกเจ้าใจเย็นๆ อย่าพึ่งกังวลให้มากความไป เจ้าไม่เห็นรึว่ามันมากันแค่สองคนเท่านั้น.......ถ้าพวกมันตายตกที่นี่ตระกูลจักรพรรดิมังกรจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราเป็นคนทำ" แม่ทัพมารตนหนึ่งเอ่ยปากเรียกขวัญเหล่าทหาร ตัวมันมองเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายมีตบะปราณเพียงแค่มหาจักรพรรดิขั้น 9 ซึ่งไม่เป็นภัยคุกคามอะไรเลยสักนิดสำหรับเซียนสวรรค์

     

    แต่ทว่าในขณะที่พวกมันกำลังจะเปลี่ยนความคิดนั้น ร่างจักรพรรดิมังกรก็พลันสยายปีกทั้งแปดปกปิดท้องฟ้า วงเวทย์สีดำและสีขาวขนาดมหึมาปกคลุมไปทั่วอาณาจักรพร้อมกับพลังจิตเทวะดาราที่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง

     

    "คิดจะสังหารข้าโดยไม่ให้ตระกูลรู้อย่างนั้นหรือ เจ้าพวกช่างไม่เจียมสังขาร" แม้จะไม่รู้จักตระกูลจักรพรรดิมังกรที่พวกมันพูดถึงกัน แต่เย่หยุนซีก็ทำเป็นแสร้งเอ่ยวาจาสูงส่ง พร้อมทั้งร่ายทักษะขนาดใหญ่ ส่งผลให้มารและยักษาภายในอาณาเขตถูกแช่แข็งและแผดเผาในเวลาเดียวกันอย่างน่าประหลาด

     

    "มะ ไม่! ไม่นะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าถึงขยับตัวไม่ได้"

     

    "อ๊าก! ช่วยข้าด้วยข้ายังไม่อยากตาย!!" หลากหลายเสียงกรีดร้องทรมานดังขึ้นไม่ขาดสาย ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งและโดนแผดเผาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณอยู่อย่างนั้น

     

    "อั่ก! นี่มัน!! การผสานพลังจิตและพลังปราณ ที่แท้จักรพรรดิมังกรตนนี้ก็บ่มเพาะพลังจิตวิญญาณเป็นขุมพลังหลัก" แม่ทัพยักษาตนหนึ่งกระอักเลือดพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดผวา เนื่องจากจุดอ่อนของเผ่ายักษาก็คือพลังพลังจิตวิญญาณไม่ว่าจะรูปแบบไหน

     

    "อ๊อก! บัดซบ! ข้าจะไม่ยอมตาย!!!" เหล่าแม่ทัพ 4 ตนระเบิดพลังระดับเซียนสวรรค์ออกมา ร่างโครงกระดูกขนาดยักษ์และร่างพลังงานยักษา 4 แขนปรากฏขึ้นต่อต้านทักษะแผดเผาและแช่แข็งของอีกฝ่าย

     

    "ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไร พวกเจ้าก็หนีไม่พ้นความตายหรอก" เย่หยุนซีในร่างจักรพรรดิมังกรเมื่อได้เห็นภาพนี้ก็เอ่ยปากกล่าวอย่างเรียบนิ่งเฉยชา

     

    ทันใดนั้นเบื้องบนฟากฟ้าก็พลันปรากฏวงเวทย์สีทองอร่าม แผ่กลิ่นอายแห่งวิถีสวรรค์ออกมาอย่างไม่ขาดสาย

     

    "อัสนีบาตสีทอง! มันถึงกับควบคุมทัณฑ์สวรรค์ได้!!" เหล่าแม่ทัพรู้สึกสิ้นหวังสุดขั่วหัวใจ จักรพรรดิมังกรตกลงมันเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน เพราะเหตุใดพลังที่มันปลดปล่อยออกมาถึงไร้กฏเกณฑ์ถึงปานนี้

     

    "หึ! จบสิ้นกันเสียที!!" เย่หยุนซีประกาศประศิตสุดท้าย สายฟ้าสีทองหลายพันสายพุ่งเข้าโจมตีศัตรูอย่างแม่นยำ ไม่พลาดเป้า

     

    "เปรี้ยงๆๆๆ!!!"

     

    "อ๊าก! ข้าไม่ยอมรับๆ จักรพรรดิมังกรข้าขอสาปแช่งเจ้า!" เหล่าแม่ทัพตะโกนด้วยความหวาดกลัวและโกรธแค้นราวกับคนบ้า จากนั้นสูญสลายไม่เหลือแม้แต่ธุลี

     

    เย่หยุนซีเมื่อเห็นว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้วก็กลับคืนร่างดั่งเดิมของตนเองโดยไม่คิดรอช้า "เหอะ! สาปแช่งข้าหรือ? เกรงว่าพวกเจ้าจะยังไม่มีคุณสมบัตินั้น"