“วินัย สวัสดี วันนี้เอ็งว่างไหม”
เสียงของ ภารเดช ดังขึ้นเมื่อเขาก้าวเข้าไปในบ้านไม้หลังใหญ่ที่ยังคงมีกลิ่นอายของความอบอุ่นผสมความเก่าแก่ ภายในบ้านตกแต่งด้วยของประดับที่สะท้อนถึงความเป็ผู้ใหญ่ที่มีฐานะและมีตำแหน่งในชุมชน
วินัย เพื่อนสนิทในวัยเด็กของภารเดช ยืนต้อนรับอยู่ที่ระเบียงด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“อ้าว! มาทั้งพ่อทั้งลูกเลยเรอะ! เข้ามาสิ!” วินัยพูดพร้อมกับผายมือเชื้อเชิญ
วินัยเป็ผู้ใหญ่บ้านที่มีชื่อเสียงในชุมชน ทั้งคู่เคยผ่าน่เวลาสำคัญในชีวิตมาด้วยกัน แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี แต่ความสนิทสนมยังคงไม่จางหาย
“เอ็งมีอะไรหรือเปล่า?” วินัยเอ่ยถาม เมื่อสังเกตสีหน้าลังเลของเพื่อนเก่า
ภารเดช ถอนหายใจหนัก ก่อนจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล “คือว่า...ไอ้ภาคินลูกข้าสอบติดวิศวะฯ มันต้องไปเรียนในกรุงเทพฯ แต่ข้าไม่รู้จะเริ่มยังไงดี บ้านเรามันบ้านนอก เอ็งก็รู้...”
วินัยหัวเราะลั่น พร้อมตบไหล่เพื่อนรักเบา ๆ “เอ็งนี่นะ คิดมากไปได้! เื่แค่นี้เอง เดี๋ยวข้าจัดการให้เอง ลูกข้าอยู่กรุงเทพฯ พอดี พวกมันเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน มีห้องเหลือ ข้าให้ไอ้ภาคินไปอยู่ด้วยแล้วกัน!”
ภาคิน ที่ยืนอยู่ข้างพ่อถึงกับมองขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “อาจะดีเหรอครับ?”
“ดีสิวะ! เอ็งจะได้ไม่ต้องไปลำบากหาที่อยู่เอง บ้านนั้นปลอดภัย ลูกสาวข้าก็เป็คนดี มีอะไรก็ช่วยกันได้”
หลังจากตกลงกันได้ ภารเดชและภาคินก็เตรียมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมด้วยความหวังใหม่
---
บ้านเช่าหลังนั้นตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ที่เงียบสงบในเมืองกรุง เมื่อมาถึง พวกเขาได้พบกับ แพรวา ลูกสาวคนโตของวินัย เธอเป็หญิงสาววัยสามสิบต้น ๆ ที่มีใบหน้าสวยสง่า มาดสุขุม แต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น
“สวัสดีค่ะพ่อ นี่คงเป็น้องภาคินสินะ” แพรวายิ้มต้อนรับ
“ครับ ผมภาคิน ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่แพรวา”
แพรวาหัวเราะเบา ๆ “โตจนพี่จำไม่ได้เลยนะ ตอนเด็กตัวเล็กนิดเดียว” เธอหันไปพูดกับพ่อ “ไหน ๆ พ่อมากรุงเทพฯ ทั้งที ค้างที่นี่ก่อนดีไหมคะ?”
“ไม่ละ พ่อขอกลับไปทำธุระก่อน ยังไงฝากดูแลไอ้ภาคินด้วยนะลูก” ภารเดชหันมาทางภาคิน “ตั้งใจเรียน ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย เข้าใจไหม?”
“ครับพ่อ ผมจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง”
หลังจากส่งพ่อกลับไปแล้ว แพรวาก็พาภาคินเดินดูรอบบ้านเช่า
“บ้านนี้มีสองชั้นนะ ข้างล่างเป็ห้องนั่งเล่น มีห้องน้ำหนึ่งห้อง ส่วนข้างบนมีห้องนอนห้าห้อง พอดีกับคนในบ้าน”
แพรวาพาภาคินเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน ก่อนจะชี้ให้ดูแต่ละห้อง “ห้องแรกหน้าบันไดคือห้องของเรา ส่วนอีกสี่ห้องที่เหลือ พี่ ๆ ของพี่ก็อยู่กันคนละห้อง พอดีห้องนี้แต่ก่อนมันว่างเลยเอาของไปเก็บ มันยังไม่ได้จัดเท่าไหร่ ไว้ค่อย ๆ จัดทีหลังละกัน”
ภาคิน กวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะหันมาถามแพรวา “พี่แพรวา ผมขอนอนที่โซฟาห้องนั่งเล่นก่อนได้ไหมครับคืนนี้?”
“ได้สิ” แพรวายิ้ม “แล้วของใช้ขาดอะไรไหม? ถ้าขาดเดี๋ยวพี่พาไปซื้อ วันนี้พี่ว่างพอดี”
ภาคินเกาท้ายทอยเบา ๆ ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มเขิน ๆ “แหะ ๆ อยากได้ขนมน้ำหน่อยครับ”
“ป่ะ เดี๋ยวพี่สาวพาไปเที่ยวเอง!”
…
รถเก๋งคันเก่าของแพรวาค่อย ๆ จอดลงตรงหน้าประตูรั้วบ้านเช่าเล็ก ๆ ในซอยแคบ เธอถอนเบรกมือและหันมาทางภาคิน
"พี่จะกลับบ้านละ เราขนของเองละกันนะ พี่ขอเช็กงานบนรถสักหน่อย"
"ดะ...ได้ครับ" ภาคินตอบอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากรถ
ในใจเขายังอดคิดไม่ได้ว่านี่เขานั่งรถยนต์จริง ๆ หรือกำลังนั่งรถไฟเหาะกันแน่ ตลอดทางเธอซิ่งโยกซ้ายโยกขวา แซงทุกมุมโค้งจนเหงื่อเขาแทบไหลพรากไปทั้งตัว
"เอาน่า พ่อหนุ่ม อยู่ที่นี่ต้องซิ่ง ต้องแซ่ด จะได้ไม่เสียเวลาไปกับท้องถนน" แพรวาพูดติดตลกก่อนยกมือถือขึ้นมาดูเอกสาร
"ขอบคุณพี่แพรมาก ๆ เลยนะครับ"
"ไม่เป็ไร บาย!" เธอโบกมือให้ก่อนขับรถออกไปเร็วปรื๊ด พริบตาเดียวก็ไปถึงปากซอยจนแทบมองไม่ทัน
ภาคินอดพึมพำในใจไม่ได้ว่า "นี่สินะ ไม่เกี่ยวกับรถหรอก ขึ้นอยู่กับใครอยู่หลังพวงมาลัยต่างหาก..."
เขาหอบของใช้จำเป็และขนมที่ซื้อมาลงจากรถ เดินเข้าไปในบ้านพร้อมเสียงหนังไซไฟที่ดังะเิสนั่นจอ
---
ภาคินค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไป ภาพที่เขาเห็นทำให้หยุดชะงักทันที หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งหลับพิงโซฟา ผมยาวสลวยปกปิดใบหน้าบางส่วน แต่ความงามนั้นมิอาจซ่อนเร้นได้ ผิวขาวเนียนอมชมพู เสื้อกล้ามตัวเล็กและกางเกงขาสั้นทำให้เธอดูโดดเด่น ทว่านั่นกลับทำให้เขาต้องพยายามกลืนน้ำลายลงคอ
เขารีบหันมองซ้ายมองขวาก่อนหยิบผ้าห่มที่วางอยู่ข้าง ๆ ค่อย ๆ คลุมเรือนร่างเธออย่างระมัดระวัง
"ไม่ใช่ว่าฉันเป็คนดีอะไรหรอกนะ แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ฉันคงควบคุมตัวเองไม่ได้แน่..." เขาคิดในใจ
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาเดินไปหาที่นั่งห่าง ๆ เพื่อดูหนัง แต่ถึงตาจะจ้องจอ ทว่าภาพหญิงสาวยังคงติดตา ภาคินพยายามหยิบขนมออกมากินเบา ๆ แต่เสียงแตกกรอบของขนมดูดังเกินไปจนเขาต้องยอมวางมันลง
ไม่นานนัก ความเพลียจากการเดินทางทำให้เขาเผลอหลับไปตรงนั้นเอง
---
อีกด้านหนึ่ง ปาลนิล ผู้หญิงที่ภาคินเพิ่งห่มผ้าให้ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เธอแอบมองสำรวจสมาชิกใหม่ที่พ่อเธอพูดถึงั้แ่เช้า
"เขาเป็หนุ่มหล่อ สุภาพขนาดนี้เลยเหรอ?" ปาลนิลแอบคิด เธอเผลอยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นผ้าห่มที่คลุมตัวเองอยู่
เฮ้ย...
"ั้แ่เล็กจนโต ฉันกับพี่ ๆ อยู่กันอย่างสงบสุข ไม่มีผู้ชายมาป้วนเปี้ยน แต่ตอนนี้...เขาเข้ามาอยู่ร่วมชายคา จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ?" เธอนึกในใจ แม้ภาคินจะดูสุภาพ แต่เธอก็ยังแอบระแวง
"เขาคงจะเป็คนดีมาก หรือว่า...กายชายใจหญิงกันนะ หรือจริงๆ ฉันมันไม่สวยไม่นางมองกัน" ความคิดหลากหลายแวบผ่านหัวก่อนเธอจะหลับไปอีกครั้ง
เสียงกรนเบา ๆ ของทั้งสองคนผสานกับเสียงหนังไซไฟในจออย่างกลมกลืน
บ้านเช่าหลังนี้ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว...