“หมอไม่ได้ขึ้นรถเมล์นานแค่ไหนแล้ว”
“ไม่เคยเลย”ชยณัฐตอบด้วยน้ำเสียงสดใสขึ้นมาทันที
์ทรงโปรด!ในที่สุดเธอก็เห็นใจลูกคุณหนูอย่างเขาถ้ารู้ว่าเขาไม่เคยตกระกำลำบากอาจจะเปลี่ยนใจเป็ไปใช้บริการแท็กซี่แทน
“งั้นก็ลองขึ้นดู”
โผล๊ะ! ไหงเป็แบบนี้ไปได้!
เขาจะเมมไว้ในสมองเลยว่าหน้าตาและน้ำเสียงอ้อนๆแบบที่เคยใช้กับอ่อยสาวหรือใครต่อใครแล้วได้ผลมันไม่สามารถทำอะไรกับต่อมรับรู้ของแม่นางฟ้า อัปสราได้เลยจริงๆ
ผู้หญิงคนนี้ด้านชากว่าที่คิด!
ลาออกเหอะ! ไปเปิดโรงงานผลิตยาชายาสลบท่าจะเวิร์กกว่างานที่ทำอยู่ปัจจุบัน
“โชคดีที่วันนี้ฝนไม่ตก”
ห๊ะ! อย่าบอกนะว่าถ้าเป็วันฝนตกเธอก็ยังจะพาเขาขึ้นรถเมล์อีกจะอำมหิตผิดมนุษย์มนาไปแล้ว!
“ขึ้นรถสายอะไร”
“18”
เอาวะอย่างน้อยก็ยังเป็รถปรับอากาศเขารู้เพราะเคยขับตามรถเมล์สายนี้ยังไม่เห็นรถขาวแดงแบบพัดลมสักครั้ง
และแล้วก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ทันตแพทย์ชยณัฐไม่ต้องรอนานเพราะมีรถสองแถวสีฟ้าขาววิ่งเข้ามาหยุดรับส่งคนที่ป้ายรถเมล์เสียก่อน
“คันนี้หมอขึ้นมา”อัปสราไม่ลืมที่จะหนีบหมอหนุ่มติดมือมาด้วย
คิดว่าทำบุญทำทานวันปล่อยผีค่ารถสิบสองบาทหักจากค่าข้าวเที่ยงก็แล้วกัน
หมอหนุ่มไทป์ลูกคุณหนูก้าวขึ้นรถแบบงงๆไหนบอกว่าจะขึ้นรถเมล์สาย 18 ทำไมกลายเป็รถสองแถวไม่มีแอร์ไม่มีพัดลมไปได้
“เราจะไปรถเมล์กันไม่ใช่เหรอ”
“คันนี้ก็ถึง หมอนั่งๆ”
เนื่องจากยังเช้าอยู่ที่นั่งจึงยังว่างชยณัฐนั่งลงข้างหญิงสาวแบบเก้ๆ กังๆ ดีที่เขาไม่มีสัมภาระที่ต้องหอบหิ้วเหมือนสมัยเรียนโพสแกรดไม่อย่างนั้นคงทุกลักทุเลน่าดู
ส่วนอัปสราก็มีเพียงกระเป๋าเป้ใบเล็กสะพายหลังไม่ได้เป็ผู้หญิงหอบฟางเหมือนที่เขาเคยเจอ
เข็ด! บอกได้คำเดียวว่าเข็ดมาก!
รถสองแถวคันเล็กที่นั่งมาทำเขาใจหายใจคว่ำเพราะโชเฟอร์ขับราวกับว่าบริษัทผู้ผลิตลืมแถมเบรกมาให้เวลาเข้าโค้งก็แทบจะเทกระจาดผู้โดยสารให้ลงไปกองอยู่กับพื้นรถดีที่มีโค้งตรงสี่แยกแครายเพียงจุดเดียว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีชีวิตรอดไปถึงที่ทำงาน
“หมอไปยืนรอบนฟุตบาทตรงโน้นก่อนพี่จะไปจ่ายเงิน”อัปสราชี้บอกให้หมอหนุ่มหลบผู้โดยสารคนอื่นที่กำลังขึ้นลงรถ
หลายคนที่ใส่เสื้อโปโลมีตราสัญลักษณ์กระทรวงสาธารณสุขมองดู‘หมอมือใหม่’ หัดนั่งรถสองแถวแล้วก็อมยิ้ม ไม่ใช่แค่สาวๆที่นั่งรถคันเดียวหรอกที่ขำ แม้แต่หญิงสาวที่กำลังไปจ่ายค่ารถให้เขานั่นก็แสดงท่าทางขบขันเขาไม่ต่างกันเห็นนะ!
ตลกนักใช่มั้ย?อย่าให้ถึงทีเขาบ้างก็แล้วกันจะเอาคืนให้สาสมเลยทีเดียวเชียว
“หมอกินข้าวเหนียวหมูปิ้งมั้ย”อัปสราถามคนที่ยืนซ้อนหลังพอเป็พิธีเมื่อยืนต่อคิวซื้ออาหารเช้า
“ผมกินแค่ขนมปังหรือแซนด์วิชกับกาแฟ”
ยังดีที่มีน้ำใจถามเขานะนึกว่าจะใจจืดใจดำกว่านี้
“หมูปิ้ง 5 ข้าวเหนียว 1” หญิงสาวจ่ายเงินแล้วหันมาชวนหมอหนุ่ม “ป่ะไปกันมีเซเว่นหน้าปากซอยหกสิบบาทพอมั้ย”
ชยณัฐมองดูธนบัตรสีเขียวสามใบตรงหน้านิ่ง
คือ? ยื่นเงินทอนมาให้เหรอ?
“ค่ากาแฟกับแซนด์วิชไงหมอเดินเข้าไปซื้อคนเดียวนะพี่รอข้างนอก”
“ผมดื่มกาแฟแบล็กแคนยอนไม่ก็สตาร์บัคหรืออย่างน้อยๆ ก็ขอเป็อเมซอน”
เยอะ!
“ไม่มีแถวนี้สักชื่อที่หมอพูดมา”
“มีร้านอยู่ตรงกรมอนามัยกับกรมวิทย์”
“เดินตั้งไกล”หญิงสาวออกอาการไม่เห็นด้วย
“ขึ้นรถสิ”
“หมอกล้านั่งวินมอ’ไซค์เหรอ”
แค่นั่งรถสองแถวเขาก็แทบอ้วกแล้วยังจะวินมอเตอร์ซ์อีกเหรอนี่มันซ้อมตกนรกชัดๆ
“นั่นไงพี่ถึงบอกว่าเดินไกล”
“แล้วพี่นั่งวินเข้าไปที่ทำงาน?”
“เปล่าไม่ค่อยนั่งหรอกนอกจากเร่งด่วนจริงๆปกติก็เดิน”
ชยณัฐก้มหน้ารับชะตากรรม
เอาวะเดินจากปากซอยไปร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุดก็แค่ราว500 เมตรเอง แต่ถ้าไม่มีกาแฟวิ่งวนในเส้นเืวันนี้เขาไม่มีแรงทำคนไข้แน่ กลัวอะไรวิ่งรอบสนามฟุตบอลก็ทำอยู่บ่อยๆกะอีแค่เดินระยะทางแค่นี้จะสักแค่ไหนกันเชียว
ทรมานมาก! ทรมานสุดๆ ทั้งกลิ่นท่อไอเสียทั้งฝุ่นทั้งควันไม่เหมือนกับตอนวิ่งในสนามฟุตบอลสักนิด
นี่มันวันนรกแตกชัดๆไม่ใช่แค่ฮาโลวีนแล้ว!
อัปสราลังเลอยู่นิดหน่อยเมื่อเดินมาประมาณ300 เมตรเพราะถึงประตูรั้วที่ทำงานแล้วแต่ถ้าไปร้านกาแฟยังต้องเดินต่อไปอีก
ต้องไปด้วยมั้ย?
“ไปเป็เพื่อนผมก่อนเพิ่งเจ็ดโมงยังมีเวลาอีกตั้งนานกว่าจะเข้างาน”
ดังนั้นเช้านี้หากคนที่ขับรถผ่านไปมาตรงทางเข้ากระทรวงฝั่งถนนติวานนท์ 14 ถ้าสังเกตสักนิดก็จะเห็นหมอหนุ่มสุดฮอตเดินเคียงคู่ไปกับสาวสวยราวกับเป็คู่รักก็ไม่ปาน
“ร้อยยี่สิบพอมั้ย” อัปสราอัปมูลค่าเงินขึ้นให้อีกเมื่อมาถึงร้านกาแฟในปั้มน้ำมันใกล้กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
“พอ แต่ไม่เอา”ชยณัฐใช้ความเร็วฉกกระเป๋าสตางค์มาจากหญิงสาวขณะที่เธอกำลังจะหยิบธนบัตรออกมา
“หมอ!”
ดูในกระเป๋ามีเงินสำรองอยู่ตั้งเยอะแต่กลับหยิบยื่นเพียงเศษเงินเล็กๆน้อยๆ ให้เขา
งกเสียยิ่งกว่างก!
ฮึ่ม...จะใช้ให้เกลี้ยงกระเป๋าเลย!
ชยณัฐจัดการสั่งกาแฟและแซนวิชหน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะหันมาถามเ้ามือ
“พี่สั่งอะไรมั้ย”
เห็นรึยังความมีน้ำใจมันต่างกันเยอะ
“ไม่ มีแล้ว คืนกระเป๋าตังค์พี่มา”
“อยากได้ก็เข้ามาเอา”หัวขโมยสอดกระเป๋าสตางค์ใบเล็กลงกระเป๋ากางเกงด้านหน้าแล้วยังเอามือล้วงกระเป๋าไว้ป้องกันการถูกแย่งคืน
เฮ้ย! นี่ขโมยกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลยเหรอ?!
ชาวนากับงูเห่าชัดๆ!
“จะทำอะไรน่ะ!”
“ก็วันนี้ผมไม่มีเงินเลยขอยืมพี่ก่อน”
“นี่ไม่เรียกว่ายืม มันคือการชิงทรัพย์”
“อ้าวเหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยก็ขอยืมดีๆแล้วไม่ให้”
ดูลอยหน้าลอยตาพูดเข้าน่าตบปากคนพูดชะมัด!
“อย่าโมโหเดี๋ยวเอาไปคืนให้ตอนเย็น”หมอหัวขโมยยื่นหน้ามาบอกใกล้ๆ เมื่อเห็นเ้าของกระเป๋าเริ่มแยกเขี้ยว
นั่นไงเธอมีเขี้ยวเล็กๆตรงมุมปากด้วย
คนขี้งกอย่างผู้หญิงคนนี้คงไม่ลงทุนเข้าคลินิกให้หมอทำเขี้ยวให้หรอกมั้ง
เสียแต่ดูสั้นไปเพราะเขาคิดว่ายาวอีกนิดก็ลากดินได้แล้ว!
“แล้วตอนกลางวันพี่จะทำยังไงไม่มีเงินหมอเอาไปทั้งกระเป๋าแบบนี้”
“วันนี้พี่ต้าร์เป็คนสั่งข้าวใช่มั้ยเดี๋ยวผมเคลียร์ให้”ที่เขารู้เพราะทันตแพทย์หญิงรุ่นพี่ก็ชวนเขาไปร่วมวงด้วย
“คืนเย็นนี้จริงๆ นะ”
“คืนสิ”
“อย่าคิดตุกติกเชียว” นิ้วบางๆชี้หน้าหมอหนุ่มอย่างเจ็บใจที่ทำอะไรเขาไม่ได้นอกจากทดไว้ในใจ
หมอหนุ่มยิ้มกว้างยกนิ้วชี้มาจิ้มที่ปลายนิ้วคนตัวเล็กราวกับเป็ทำสัญญาระหว่างมนุษย์โลกกับมนุษย์ต่างดาว
***************************
“แอฟมีแฟนแล้ว?”ทันตแพทย์กวิตาเบิกตากว้างขณะที่ฟังบิว เล่าอย่างเมามัน ในมือหมอสาวมีกล่องอาหารกลางวันหิ้วมาครบตามจำนวนสมาชิกเพราะวันนี้เป็เวรของที่จะต้องเป็คนสั่งอาหารเธอยื่นอาหารให้บิวไปจัดการก่อนจะหันมาไต่บี้เพื่อนสนิทที่ครองตัวโสดคู่กันมาหลายปี
“ไหนบอกจะไม่มีแฟนจนกว่าต้าร์จะมีถ้าต้าร์ไม่มีใครแอฟก็บอกจะอยู่แบบสวยๆ โสดๆ เป็เพื่อนกัน”
“ใช่แฟนที่ไหนเล่า”
“เพื่อนที่กรมวิทย์นางโทรมาเล่าว่าเห็นพี่แอฟกับแฟนที่ร้านกาแฟคุยกันกระหนุงกระหนิงเลยหมอ”
เอาเลยน้อง! เอาให้สุดเติมสีตีไข่กันเสียให้พอ!
“จริงมั้ย”
“ไปกับเพื่อน”อัปสรายังปากแข็งตวัดตามองไปทางด้านหลังทันตแพทย์กวิตาก็เห็นชยณัฐยืนหัวเราะอยู่อย่างไม่เก็บอาการ
อยากจะเอาส้วมจิ้มดวงตาแพรวพราวคู่นั้นชะมัดอย่าเผลอแล้วกัน!
“เพื่อนชื่ออะไรเหรอพี่ใช่พี่ธีร์หรือเปล่า”
“เปล่า”
“งั้นเพื่อนชื่ออะไรทำงานอยู่ที่ไหน”
“...”
ซักไซ้จนแทบจะเป็แม่แล้วนะ!
“เพื่อนเราบอกอะไรบ้าง”กวิตาหันมาเค้นทางกรรัตน์แทนซึ่งน่าจะได้คำตอบมากกว่าเ้าตัวที่ยังปิดปากเงียบ
“นางบอกว่าผู้หล่อมากแล้วก็สวีตกันจนน่าอิจฉามีการหยอกยื้อแย่งกระเป๋าเงินกันด้วย”
มาเต็ม...ทั้งสวีตทั้งหยอก
กล้าพูด!
“ขอดูกระเป๋าตังค์หน่อย”หมอกีต้าร์สนิทถึงขั้นนั้น “ไม่มีล่ะสิ ยอมรับมา พวกเราไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อยจะช่วยสแกนเดี๋ยวถูกหลอก”
แอฟตวัดสายตาขุ่นเคืองไปทางหัวขโมย
“อ๊ะ!ถึงขั้นให้เขากระเป๋าตังค์ขนาดนี้จะแก้ตัวยังไง”
“ไม่มีอะไรจะแก้ตัวทั้งนั้นบอกว่าเพื่อน ไม่ใช่แฟนก็ไม่ใช่สิ”
“งั้นก็บอกมาสิว่าเพื่อนชื่ออะไรที่ตัวไปทำจี๋จ๋าด้วย”
“เลิกซักซะที เป็น้ำยาฟอกขาวรึไง หิวข้าวหิวๆๆ”
“ก็ได้ๆไปกินข้าวกันก่อน แต่อย่าคิดว่าเื่นี้ต้าร์จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ นะอิ่มเมื่อไหร่เตรียมคำตอบไว้ให้ดีๆ อ้อ...วันนี้หมอไนซ์ขอมาแจมด้วย”
สองสาวห้องสมุดยิ้มกว้างต้อนรับหมอหนุ่มแผนกทันตกรรมที่ยืนหล่อรออยู่ตั้งนานแล้วบิวจัดแจงที่นั่งให้หมอหนุ่มนั่งหัวโต๊ะเพื่อลดความอึดอัดให้สมาชิกใหม่
“ถ้าหมอไม่มีเพื่อนก็แวะห้องนี้ได้หมอต้าร์จะมากินข้าวกับพวกเราทุกวันศุกร์” แป้งถือโอกาสชวนหนุ่มหล่อเข้าก๊วน
“มีผมจะมากินด้วยจะอึดอัดกันมั้ยเผื่อมีเื่คุยกันเฉพาะ” เหลือบตามองหัวหน้าฝ่ายห้องสมุดที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
อึดอัดย่ะมากด้วย!
“โนไม่ๆ หมอมาได้ทุกเมื่อ หมอดิวก็มาอยู่ที่นี่ประจำแทนโต๊ะทำงานที่ชั้น 3 แล้ว”
แม่ลูกน้องตัวดีเห็นหล่อหน่อยใจก็พลอยสะออนไปอี๊ก!
“งั้นก็รบกวนด้วยนะครับ”
แล้วนี่ก็ช่างไม่มีความเกรงอกเกรงใจกันบ้างเลยเขาชวนตามมารยาทก็ไม่รู้จักปฏิเสธ
ฮึ่ยยย! หัดหูขัดตาไปหมด