พอนึกถึงจูเป่ยเสียน หัวใจของไป๋จื่อเช่อก็เจ็บจี๊ดขึ้นมา
หลังจากได้รักใครคนหนึ่ง แม้จะมารู้ทีหลังว่าเขาเป็คนอย่างไรก็ยังคงเ็ปยามได้คิดถึงเขา ไม่เกี่ยวกับความเย่อหยิ่งทะนงตน ทว่าในท้ายที่สุดไป๋จื่อเช่อก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปเขาไม่สามารถจมอยู่ในความโศกเศร้าได้นานนัก ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถปีนจากจุดที่ไม่มีอะไรเลยมาถึงจุดสูงกว่าขนาดนี้ได้
เขาเริ่มคิดทบทวนกับตัวเอง ถ้าหากเขาไม่เป็คนใจร้อนเวลาเจอเื่ต่างๆบางทีเื่ราวคงไม่มาถึงขั้นนี้อารมณ์ใจร้อนฉุนเฉียวก็จำเป็จะต้องได้รับการแก้ไข มิฉะนั้นคงต้องพบเจอกับเื่ราวยุ่งยากอย่างแน่นอน
ไป๋จื่อเช่อพูดในใจเงียบๆ เขาในเวลานี้ไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาใหญ่กว่าที่จะตามมาในภายหลังจุดประสงค์ของเขามุ่งเพียงแต่จะพิจารณาตัวเอง มองหาข้อบกพร่องของตัวเองเขาถึงขนาดเริ่มคิดวางแผนแก้ปัญหาจากนี้ก่อนอื่นต้องโดดออกจาก GMG ก่อน หาบริษัทที่แข็งแกร่งใหญ่โตมาเป็ต้นสังกัดใหม่สักบริษัทแม้เื่อื้อฉาวจะะเิออกมา แต่จากสถานะของเขาต้องมีหลายบริษัทเต็มใจเซ็นสัญญากับตัวเขาอย่างแน่นอน
แค่ว่าในสัญญาจะเจอกับความยากลำบากก็ช่างปะไร รอดพ้นจากการควบคุมของจูเป่ยเสียนแล้วเขาค่อยนำทรัพยากรไปใช้ประชาสัมพันธ์
อีกทางหนึ่งเขาจะหาคนสืบเื่ราวที่ผ่านมาทั้งหมดพอได้หลักฐานก็ไปจัดการกับหมาสองตัวนั่น
สุดท้ายเขาจะต้องหาคนที่อ่อนโยนใส่ใจ หล่อเหลาสง่างามสักคนมาเป็แฟน บอกหมาสองตัวนั้นว่าตัวเขาเองผ่านมาได้อย่างสง่าผ่าเผยหาที่เปรียบมิได้และต้องเป็ไปได้ดีกว่าพวกเขา
จัดลำดับเป้าหมายในอนาคตแล้ว ใจของไป๋จื่อเช่อค่อยสงบลงเล็กน้อยาแเหมือนไม่ได้เจ็บขนาดนั้น
สักครู่ต่อมาประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออก เงาร่างคุ้นเคยเดินเข้ามานั่นคือชายสวมสูทใส่แว่นตาไร้กรอบคนหนึ่ง ทรงผมจัดเป็ระเบียบ เสื้อผ้าสวมใส่อย่างพิถีพิถันรอยยิ้มแสนอ่อนโยนบนใบหน้า ลักษณะของพวกนักธุรกิจชั้นยอดที่สามารถเข้าร่วมประชุมนานาชาติได้ตลอดเวลาทำให้คนเกิดความรู้สึกดีได้เพียงแค่มอง
แต่ตอนนี้ไป๋จื่อเช่อเกลียดการพบเจอกับคนประเภทนี้ เพราะคนประเภทนี้ทำให้เขานึกถึงจูเป่ยเสียน
แต่ก่อนที่ความเกลียดชังจะเพิ่มขึ้น อย่างแรกที่เขารู้สึกได้คือความประหลาดใจเพราะคนๆ นี้คือคนคุ้นเคย ฉินหย่ง ผู้ช่วยของลู่ซือหยวน
ถ้าหากว่าก่อนหน้านี้ไม่มีเื่ที่จูเป่ยเสียนหักหลังเขา ถามว่าใครที่ไป๋จื่อเช่อเกลียดที่สุดลู่ซือหยวนคือศัตรูอันดับหนึ่งอย่าง ไม่มีใครเทียบได้
ลู่ซือหยวนเป็อีกคนในวงการบันเทิงที่น่าจับตามอง เขามีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบหน้าตาหล่อเหลา พร์ก็มีมากมายเช่นกัน ตามหลักแล้วคนสองคนที่มีอะไรเหมือนๆ กันควรจะชื่นชมกันถึงจะถูกแต่ทว่าความจริงแล้วทั้งสองคนต่างดูถูกกัน ไป๋จื่อเช่อคิดว่าลู่ซือหยวนนั้นเสแสร้งลู่ซือหยวนคิดว่าไป๋จื่อเช่อนั้นเป็บ้า
เพราะสาเหตุที่ว่าพวกเขาหน้าตาดีเหมือนกัน ในวงการบันเทิงจึงจับทั้งสองคนมาเปรียบเทียบกันบ่อยครั้งพอนานเข้าก็เกิดการแข่งขันกันขึ้นภายในใจ บวกกับความไม่ลงรอยกันตอนถ่ายโฆษณาและตอนเล่นละครก่อนหน้านี้ทั้งสองคนทะเลาะกันจนมองหน้ากันไม่ติดต่างคนต่างเกลียดขี้หน้ากันจริงๆ
ก่อนหน้านี้ลู่ซือหยวนมักทำงานเกี่ยวกับเพลง
ไป๋จื่อเช่อคิดว่าในเมื่อคุณทำเพลงดีก็อยู่ในวงการเพลงไปสิ ไม่ต้องวิ่งมาแย่งหนทางทำมาหากินในวงการการแสดงแต่พี่ลู่สุดหล่อทนความอยากพัฒนาตัวเองอย่างรอบด้านไม่ไหว ก่อนหน้านี้ในละครที่ไป๋จื่อเช่อรับเล่นมีนักแสดงที่มองโลกในแง่ดีคนหนึ่งชื่อเจี่ยงอี้ความสัมพันธ์ของสองคนไม่เลวนัก ไป๋จื่อเช่อรับเขาเป็น้องชายคนหนึ่งจากใจจริง อยากร่วมงานกับเขาไม่ง่ายเลยที่จะชิงบทพระรองมาให้เขาได้ ผลคือลู่ซือหยวนวิ่งมาแทรกกลางคัน บังคับแย่งเอาบทของเจี่ยงอี้ไปผลคือละครเื่นั้นดังเป็พลุแตก ลู่ซือหยวนถือโอกาสนี้พัฒนาขึ้นในสายงาน กลายเป็ดาราชื่อดังที่มีการพัฒนาตัวเองอย่างรอบด้านแต่เจี่ยงอี้ยังคงดิ้นรนอยู่ในกลุ่มของดาราหน้าใหม่อย่างลำบากลำบน
ไป๋จื่อเช่อโดนลูกคนรวยรังแกมาก็ไม่น้อย ที่เกลียดที่สุดคือโดนพวกคนรวยที่มีเส้นสายกับคนเื้ัมาแย่งงานดังนั้นเวลาที่มีถ่ายละครเขาจึงต้องขัดขาลู่ซือหยวนไว้ไม่ให้ขึ้นนำเขาได้ทุกครั้ง ที่สองคนต่อบทกันไป๋จื่อเช่อต้องทำให้ลู่ซือหยวนแสดงผิดพลาดตลอดๆจนกระทั่งบัดนี้พอนึกถึงใบหน้าของลู่ซือหยวนตอนโกรธจนหน้าเขียว ไป๋จื่อเช่อยังอดหัวเราะออกมาดังๆไม่ได้
แวดวงของวงการบันเทิงก็ใหญ่ขนาดนั้น แต่หลังจากไป๋จื่อเช่อย้ายมายังGMG ที่ลู่ซือหยวนสังกัดอยู่ สองคนก็ได้เจอกันบ่อยๆ เกิดการขัดแข้งขัดขากันบ่อยครั้ง
มีครั้งหนึ่งหลังจากงานเลี้ยงไป๋จื่อเช่อแอบไปพักอยู่ในห้องพักเล็กๆไปได้ยินเข้าอย่างไม่ตั้งใจว่าลู่ซือหยวนที่เข้ามาพักผ่อนกลับวิพากษ์วิจารณ์เขาอยู่“ไป๋จื่อเช่อคนนั้นน่ะก็เป็เพียงฮัสกีตัวหนึ่งทุกวันนี้ทำท่าทางว่าฉันเจ๋ง อย่ามายุ่งกับฉันอันที่จริงแล้วทุกคนก็รู้ว่าเขาน่ะทั้งโง่ทั้งเซ่อ”
คำพูดนี้ทำให้ไป๋จื่อเช่อโกรธจนเหลืออด ั้แ่เล็กจนโตไป๋จื่อเช่อเติบโตมากับการถูกคล้อยตามใจแต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีใครกล้าด่าว่าเขาเหมือนหมาเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่มีใครกล้าด่าเขาทั้งโง่ทั้งเซ่อ!
จากนั้นเป็ต้นมา เขาก็จัดลู่ซือหยวนเป็เป้าหมายที่น่ารังเกียจอันดับต้นๆอีกร้อยปีก็ไม่มีเปลี่ยนใจสำหรับตอนนี้ ลู่ซือหยวนยังคงเป็เป้าหมายน่ารังเกียจเบอร์หนึ่งจูเป่ยเสียนกับอีซวี่รับเกียรติเป็เบอร์หนึ่งและเบอร์ศูนย์
แม้ในหัวจะมีเื่ให้ครุ่นคิดอยู่มากความจริงแล้วก็ผ่านไปแค่ชั่วพริบตาไป่จื่อเช่อมองฉินหย่งด้วยความงุนงงประหลาดใจ ส่วนลึกภายในใจปรากฏลางสังหรณ์แปลกๆ หวนนึกถึงเสียงคุ้นเคยที่ได้ยินเมื่อคืนวานเสียงนั้นดูเหมือน บางทีเสียงนั้น อาจจะเป็ลู่ซือหยวนหรือ
‘ถ้ามีคนช่วยผมได้ ผมจะตอบแทนเขาอย่างสาสมแน่นอน...’
เขาจำได้ว่าตนเองเคยสาบานในใจ อารมณ์ในตอนนั้นชั่งรุนแรงเสียจริงๆสำนึกในบุญคุณอย่างสุดซึ้ง แต่ในตอนนี้พอนึกขึ้นได้ว่าคนที่เขาต้องตอบแทนอาจจะเป็ลู่ซือหยวนเขาก็เริ่มจะอยากถอนคำสาบาน
ไม่สิ ตอนนั้นสมองไม่แจ่มใส อาจจะฟังเสียงฉินหย่งผิดไป
“เมื่อคืนวานคุณช่วยผมไว้หรือ”เขาถามอย่างลังเล
“ไม่ใช่” ฉินหย่งตอบยิ้มๆ “ซือหยวนพาคุณกลับมา”
ไป๋จื่อเช่อถามต่อ “ซือหยวน ลู่ซือหยวนหรือ”
ฉินหย่งพยักหน้า
“...” ที่แท้เป็เขาจริงๆ ด้วย
แค่พูดถึงก็มาเลยช่างตายยากเสียจริง มีคนๆหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอกห้องผู้ป่วยอย่างสบายๆคนที่เดินเข้ามารูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างเอวคอด โดยเฉพาะ่ขาอันเรียวยาวๆ เหยียดตรงคู่นี้เมื่อก้าวหนึ่งก้าวสามารถเทียบได้กับสองก้าวของคนอื่น
คนนั้นค่อยๆ ก้าวเข้ามาข้างเตียงของไป๋จื่อเช่อ ถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก“ตื่นแล้วหรือ”
ไป๋จื่อเช่อ “...”
คิ้วดำเงางามดูสุขภาพดี ั์ตาสีน้ำตาลดั่งท้องฟ้าลึกล้ำยามกลางคืนสันจมูกโด่งเชิดดูโดดเด่น ริมฝีปากบางสีแดงยิ้มจางๆ ยากที่จะคาดเดาได้ เขาสวมเสื้อยืดสีดำสองมือล้วงกระเป๋ากางเกง การแต่งตัวสบายๆ แต่แต่งออกมาแล้วบุคลิกดูดีอย่างไม่น่าเชื่อเพียงเท่านี้ก็ให้สาวๆ ที่พบเห็นเขากรี๊ดกร๊าดกันไม่หยุด
ถ้าไม่ใช่ลู่ซือหยวนแล้วจะเป็ใครได้อีก
โปรยเสน่ห์ไปซะทุกที่เหมือนเดิมไม่มีผิด
ไป๋จื่อเช่อแขวะในใจอย่างเฉื่อยๆ พอแขวะเสร็จจึงนึกขึ้นได้ว่าเขาเป็ผู้มีพระคุณที่ได้ช่วยชีวิตเขาไว้ไม่ควรมีอคติอีกต่อไป จึงได้ขจัดความคิดในใจออกไปในทันที พูดคำขอบคุณจากใจจริง “ได้ยินว่าคุณช่วยผมไว้หรือขอบคุณครับ”
ลู่ซือหยวนจ้องหน้าเขาดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ เพียงครู่หนึ่งก็พูดขึ้น“เกิดเื่อะไรขึ้นล่ะ”
ประโยคนี้ทำให้ไป๋จื่อเช่อหวนนึกถึงถึงประสบการณ์ที่ไม่น่ายินดีนักเขาสูดหายใจลึกๆ “มีไอ้เลวสองคนทุบหัวผม พวกมันคิดว่าผมตายแล้วเลยจับผมไปโยนทิ้งลงแม่น้ำ!”
“ทำไมพวกเขาถึงทุบหัวคุณล่ะ”
“เพราะพวกเขา...” เอ เพราะอะไรกันล่ะ
ไป๋จื่อเช่อกุมหัวนึกย้อนกลับไปอย่างละเอียด ่ที่สติเลือนรางเขานึกถึงคำพูดของชายวัยรุ่นที่พูดในตอนแรกขึ้นมาได้เหมือนตัวเขาเองถือรูปไปข่มขู่เขา...ไม่สิ ผมไม่เคยถือรูปไปข่มขู่ใครเสียหน่อย!
ไป๋จื่อเช่อตระหนักว่ามีบางสิ่งไม่ถูก เขาไม่อาจทำเื่อย่างถือรูปไปขู่เอาเงินใครแบบนี้ได้แล้วจักรพรรดิจอเงินอย่างเขาจำเป็ต้องข่มขู่คนอื่นเพื่อเงินห้าแสนเลยหรือ
“พูดไม่ออกหรือ” เสียงของลู่ซือหยวนดึงสติเขากลับมา
ไป๋จื่อเช่อฉุกคิดขึ้นได้ในยามคับขัน เขายกมือขึ้นกุมหัวที่เหมือนลูกบัวลอยร้องคร่ำครวญเสียงดัง“ปวด...ปวด...ผมจำไม่ได้แล้ว...”
ลู่ซือหยวนกอดอก มองดูเขาแสดงจากมุมสูง “จำไม่ได้แล้วหรือ ความจำเสื่อมหรือ”
ไป๋จื่อเช่อยังคงทำท่าทางเ็ปทรมานต่อไป “ปวดจริงๆ จำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ”
ลู่ซือหยวนมองเขาด้วยความสงสัย “งั้นนายจำได้ไหมว่าฉันเป็ใคร”
“ลู่ซือหยวน”
“ดูเหมือนว่าไม่ได้ความจำเสื่อมสินะ”
น้ำเสียงเย็นเยียบของลู่ซือหยวนทำให้ไป๋จื่อเช่อรู้สึกว่าตัวเองดูโง่เง่าเปลวไฟเล็กๆ สุมกระพืออยู่ภายในใจ ลู่...ซือหยวนมักทำให้เขาโมโหขึ้นมาได้ง่ายๆ
จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ในทันทีว่าลู่ซือหยวนก็ไม่ใช่ใครอื่น ตัวเองแค่ขอบคุณเขาก็พอแล้วทำไมต้องทำเหมือนตอบคำถามผู้ปกครองด้วย
คิดได้เช่นนี้ ไป๋จื่อเช่อรู้สึกได้ทันทีว่าที่ตนเองกุมหัวแสดงละครอยู่นั้นชั่งปัญญาอ่อนเสียจริงๆก็เลยปล่อยมือลงแล้วไอขึ้นหนึ่งที แสร้งตอบ “คุณช่วยผมไว้ ผมซาบซึ้งใจมาก คุณ้าอะไรเป็การตอบแทนพูดมาได้เลยถ้าผมให้ได้ผมก็จะให้ เื่อื่นผมไม่อยากพูดเยอะ โปรดติดต่อกับผู้จัดการผม ผมจะให้เขาเจรจากับคุณโดยตรง”
ฉินหย่งหลุดเสียงหัวเราะออกมา ไป๋จื่อเช่อไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องหัวเราะลู่ซือหยวนมองไป๋จื่อเช่อั้แ่หัวจรดเท้า สายตานั้นทำให้ไป๋จื่อเช่อรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
“ถ้าคุณไม่เต็มใจก็ให้ผมยืมมือถือหน่อยผมจะติดต่อเขาเอง” เขาเสริมอีกประโยค แม้ว่าตอนนี้เขาจะซวยอยู่ไม่น้อย แต่ ไม่ว่าอย่างไรหน้าตาของบริษัทไม่สามารถให้เสียหายได้จู่ๆ ลู่ซือหยวนหันไปพูดกับฉินหย่ง “นายว่าสมองเขาโดนทุบจนพังไปแล้วหรือเปล่า”
ฉินหย่งกลั้นหัวเราะอย่างยากลำบาก ไม่พยักหน้าแต่ก็ไม่ส่ายหัว
สายตาเหมือนมองคนโง่ของสองคนนั้นทำให้ความโกรธของไป๋จื่อเช่อก่อตัวขึ้นมาเขาพยายามกดมันไว้ พูดขึ้นอย่างจริงจัง “ถ้าคุณสองคนไม่เต็มใจ ผมจะเรียกพยาบาลมา ผมเป็ผู้ป่วย้าพักผ่อนพวกคุณได้โปรดออกไปเถอะ”
“ดูเหมือนโดนทุบจนสมองพังไปแล้วจริงๆ”ลู่ซือหยวนตัดสินใจล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือโยนให้เขา “โทรเองเถอะ รหัสศูนย์สี่ตัว”
ฉินหย่งมองเขาอย่างไม่คาดคิด
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302