ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ตอนที่ 4 เก้ากระบวนท่ามังกรคะนองฤทธิ์ (1)

    ในที่สุดก็ได้ระบายความโกรธเสียที!
    ถังฮวนหัวเราะออกมาอย่างสําราญอุรา เมื่อได้ยินเสียงของเขา พวกถังหงต่างก็พากันวิ่งหนีให้เร็วขึ้น เพียงไม่นาน เงาร่างของทั้งสามก็อันตรธานหายไปจากมุมด้านข้างเสียแล้ว
    บทเรียนครั้งนี้ จะต้องประทับตราตรึงไปชั่วชีวิตจนพวกเขายากจะลืมเลือนเป็นแน่
    แต่ทว่าหลังจากหัวเราะไปแล้ว ใบหน้าของถังฮวนก็กลับปรากฏแววจริงจังขึ้นมา ทั้งสามจะกลับไปยังบ้านสกุลถัง อย่างไรนั้น เขามิได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาครุ่นคิดอยู่ในยามนี้คือเรื่องในภายภาคหน้าต่างหาก
    ถังหง ถังเจียงและถังจวิ้นเจี๋ยได้รับความอัปยศอับอายเช่นนี้ จะยอมรามือง่าย ๆ เชียวหรือ?
    อย่างเร็วก็วันสองวัน อย่างช้าก็สี่ห้าวัน พวกเขาจะต้องหวนกลับมาแก้แค้นเป็นแน่ เมื่อตอนหยามหมิ่นพวกเขานั้น ถังฮวนก็ได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว
    สําหรับเรื่องนี้แล้ว เขาไม่ใคร่จะเป็นกังวลมากนักก่อนที่ชายแก่ช่างตีเหล็กจะไปจากเมืองนู่ลั่ง ก็ได้ทิ้งของอย่างหนึ่งไว้ให้เขา และตามที่ชายชราได้บอกเอาไว้ ขอแค่ไม่พานพบเข้ากับผู้แข็งแกร่งที่สุดบนโลกใบนี้ สิ่งนั้นย่อมสามารถช่วยเหลือเขาให้ผ่านพ้นความยากเย็นทั้งมวลไปได้ 
    ถังฮวนเชื่อมั่นว่า ชายแก่ช่างตีเหล็กผู้นั้นไม่มีทางที่จะนําเรื่องเช่นนี้มาพูดล้อเล่นอย่างแน่นอน
    เขาได้คิดหาทางออกเอาไว้แล้ว หากถึงคราวที่ไม่อาจอยู่ในเมืองนู่ลั่งได้อีกต่อไปจริง ๆ ก็จะเดินทางไปยังเมืองเทียนจู้
    ในทวีปหรงเหย้า มีสามแว่นแคว้นอันยิ่งใหญ่ ต้าถัง โม๋อวิ๋นและซาหลง เมืองนู่ลั่งแห่งนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของแคว้นต้าถัง ห่างจากทิศตะวันตกของเมืองนู่ลั่งออกไปพันลี้ ก็คือเมืองเทียนจู้ ซึ่งตั้งอยู่ตรงทางเชื่อมของทั้งสามแคว้นใหญ่ เมืองเทียนจู้นั้นเป็นคูเมืองที่ใหญ่ที่สุดในทวีปหรงเหย้า อีกทั้งยังอยู่เหนือขอพิพาทใด ๆ ทั้งปวง มิได้ขึ้นตรงต่อแคว้นใดแคว้นหนึ่ง
    ตระกูลถังถือได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองนู่ลั่ง แต่ก็มิกล้าที่จะทําการสิ่งใดโดยพลการในเมืองเทียนจู้
    หากยึดตามความคิดของเด็กหนุ่มอย่างถังฮวนแล้ว ก็ย่อมคิดอยากจะกําจัดทั้งสามคนที่รังแกตนมานานหลายปีให้สิ้นซากแทบจะขาดใจ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องทําให้พวกเขาพิกลพิการไปที่เขาไม่ลงมืออย่างโหดร้ายนั้น เพราะไม่ต้องการที่จะต่อกรกับตระกูลถังเร็วเช่นนี้ แต่สักวันเขาจะต้องทําให้คนตระกูลถังที่เคยดูถูกและข่มเหงรังแกเขามาก่อนได้รับบทลงโทษอย่างสาสม โดยเฉพาะหญิงชั่วแห่งตระกูลถังผู้นั้น จะต้องทําให้นางมาคุกเข่าคํานับขอขมาต่อหน้าหลุมฝังศพของมารดาให้จงได้
    ถังฮวนจิตใจตั้งมั่นอย่างรวดเร็ว พกดาบยาวสามเล่มและปิดร้านให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวเดินออกไป
    ร้านตีเหล็กตั้งอยู่ที่ชานเมืองทางตอนเหนือของเมืองนู่ลั่น ทําเลที่ตั้งค่อนข้างห่างไกลนัก บ้านเรือนที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ห่างออกไปถึงหลายร้อยเมตร และร้านอาวุธที่ใกล้ที่สุด ก็ต้องใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งเคอ ไปกลับต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว
    สุดท้ายแล้ว ถังฮวนก็คลําทางในยามราตรีอันมืดมิดกลับมายังร้านตีเหล็ก
    หลังจากเจรจา ก็ขายดาบยาวสามเล่มนั้นในราคาสามเหรียญทองมาได้ เมื่อกินอิ่มหน่ำสําราญไปมื้อหนึ่งแล้ว ก็ได้ซื้อข้าวสารหนึ่งถุงและผักที่อยู่ได้หลายวันกลับมา เพียงเท่านี้เหรียญทองเหรียญหนึ่งก็ปลิวไปแล้ว
    ด้านหลังร้านเป็นลานเล็ก ๆ ด้านข้างลานมีห้องพักอยู่สองห้อง ห้องหนึ่งเป็นของช่างตีเหล็กเฒ่า ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นของเขา
    ถังฮวนเดินเข้าห้องไป สิ่งแรกที่ทําหลังจากจุดเทียนให้ แสงสว่าง ก็คือหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายป้ายหยกสีแดงสดออกมาจากตู้เล็ก ๆ บนหัวเตียง กว้างประมาณสามนิ้วมือ ยาวสามนิ้ว ทั้งสองด้านของป้ายหยกล้วนแกะสลักด้วยลวดลายที่สวยงามปราณีต
    ด้านหน้าป้ายหยก ตัวอักษรที่ประกอบขึ้นจากลวดลายสลักคงเป็นอักษร "(จง)" ของโลกใบนี้ ส่วนรอบข้างตัว อักษรประดับด้วยลายสลักกุหลาบกํามะหยี่สีทอง
    ลายสลักด้านหลังถือว่ามีความซับซ้อนมากขึ้น ดูคล้ายกระบี่ ดาบและค้อนที่พาดไขว้กันอยู่ และด้านล่างของกระบี่ ดาบและค้อนนี้ก็มีเปลวไฟที่ลุกไหมโชติช่วง
    ป้ายหยกชิ้นนี้ ก็คือสิ่งที่ชายแก่ช่างตีเหล็กทิ้งไว้ให้
    ตามที่ชายแก่ช่างตีเหล็กได้บอกไว้ เมื่อครั้นพบเจอ อันตรายให้กดไปยังตัวอักษร "(จง)" และปาฏิหาริย์ก็จะปรากฏขึ้น
    ในอดีตเด็กหนุ่มผู้นั้นไม่เคยคิดใส่ใจมาก่อน ทว่าใน ยามนี้ ถังฮวนกลับรู้สึกว่าตัวตนของช่างตีเหล็กเฒ่าผู้นั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นเสียแล้ว
    ในความทรงจําของถังฮวน จําความได้ว่าทุก ๆ ช่วงเวลาหนึ่ง ชายแก่ช่างตีเหล็กมักจะออกจากเมืองนู่ลั่งไปแทบทุกครา ระยะเวลาสั้นยาวไม่เท่ากัน อาจจะสิบกว่าวันหรือกินเวลาหลายเดือน เด็กหนุ่มเองก็เคยถามไถ่ถึงจุดหมายของชาย แก่ช่างตีเหล็กเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้วชายชราก็มักจะเปลี่ยน เรื่องคุย
    การเดินทางกลับเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
    ส่วนที่สอง ก็คือป้ายหยกประหลาดชิ้นนี้ ชายแก่ช่างตีเหล็กเป็นเพียงนักหลอมอาวุธที่แสนธรรมดาต่ำต้อยผู้หนึ่งแล้วละก็ คงไม่อาจพูดกับถังฮวนได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าป้ายเล็ก ๆ ชิ้นนี้ จะช่วยเหลือเขาให้ผ่านพ้นความยากลําบากไปได้เมื่อพานพบเข้ากับหายนะ
    "ไม่สนแล้ว รีบใช้เวลาฝึกฝนก่อนดีกว่า”
    ถังฮวนพึมพําเสียงเบา เก็บป้ายหยกเข้าที่อก ก่อนจะสงบจิตใจ และเริ่มฝึกฝน “เคล็ดหลอมจิตผ่านชีพจร"
    ความสําเร็จที่ได้รับในช่วงหัวค่ำ ส่งผลให้ถังฮวนมั่นใจมากขึ้น และเรื่องสําคัญอันเร่งด่วนในยามนี้ ก็คือการทําให้ชีพจรวิญญาณสองเส้นแรกต่อกับชีพจรวิญญาณเส้นที่สาม- โปรดติดตามตอนต่อไป -