เยว่เซี่ยวฟานตัวสั่นเทิ้มเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"เจ้าเป็นใคร มีความแค้นส่วนตัวอะไรกับข้า"
"จงย้อนนึกดูให้ดีว่าก่อนหน้านี้เจ้าเคยล่วงเกินผู้ใดไปบ้าง"
เยว่เซี่ยวฟานขมวดคิ้วแน่น เขาจ้องมองไปยังห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม เรื่องในวันนี้หากไม่กลัวว่าจะต้องผิดกับกฎของงานประมูล ป่านนี้เขาคงบุกขึ้นไปที่ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามนานแล้ว
บรรยากาศในโรงประมูลมาคุและอึมครึมเป็นอย่างมาก จ้าวหมิงอิ๋งชำเลืองมองเหตุการณ์ วันนี้นางได้รับคำสั่งมาว่าแขกห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามคือบุคคลที่ล่วงเกินไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะปล่อยให้บรรยากาศดำเนินไปแบบนี้ต่อไปไม่ได้
"เอาล่ะทุกท่าน ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของงานประมูลในครั้งนี้แล้ว" เสียงของจ้าวหมิงอิ๋งช่วยดึงสติของผู้คนภายในงาน สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังเวทีใหญ่ด้านหน้าโรงประมูล
"สินค้าชิ้นนี้เชื่อว่าทุกท่านคงเฝ้ารอคอยมันมานานแล้ว เด็กๆ" จ้าวหมิงอิ๋งปรบมือเรียกพนักงานให้เข็นสินค้าขึ้นมา รถเข็นถูกเข็นขึ้นมาพร้อมกับกล่องไม้ใบหนึ่ง
"ของชิ้นนี้เป็นของที่เซียนโอสถหลอมขึ้นมาด้วยตัวเอง ขอทุกท่านเชิญชม"
จ้าวหมิงอิ๋งเปิดฝากล่องไม้ออกเผยให้เห็นโอสถสีเหลืองทองด้านใน กลิ่นหอมและออร่าสีทองแผ่กระจายออกมา มันแตกต่างกับโอสถรวมปราณชาดม่วงอย่างสิ้นเชิง เพราะกลิ่นหอมของมันไม่ได้กระตุ้นสัญชาตญาณแห่งความหิวกระหาย แต่กลิ่นหอมของมันกลับช่วยให้เลือดลมภายในร่างไหลเวียน เพียงแค่ได้กลิ่นหอมจากมันระดับพลังของผู้เข้าร่วมงานประมูลทั้งหลายก็รู้สึกเหมือนว่าจะเลื่อนขั้น
อีกทั้งออร่าสีเหลืองทองยังทำให้จิตใจของผู้คนโดยรอบสงบลง สติปัญญาของพวกเขาแจ่มใสขึ้นห้วงอารมณ์ก็ได้รับการขัดเกลา เพียงแค่ผลประโยชน์ที่ได้จากการได้ดมกลิ่นและมองแสงสีเหลืองทอง การมางานประมูลครั้งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
แกร๊ก
จ้าวหมิงอิ๋งปิดฝากกล่องไม้ไว้ตามเดิม นางปรายตามองผู้คนโดยรอบ ภาพที่เห็นคือทุกสายตาล้วนแล้วแต่เปล่งประกายอยากได้และอยากครอบครองโอสถเซียนเม็ดนี้
"ของสิ่งนี้เรียกว่าโอสถพุทธจิต สามารถช่วยจอมยุทธ์ระดับเซียนขั้นที่เก้าข้ามผ่านสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างไม่ยากเย็นนัก อีกทั้งยังรักษาอาการบาดเจ็บได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลเก่าหรือบาดแผลใหม่ เชื่อว่าโอสถพุทธจิตเม็ดนี้ก็สามารถรักษาให้หายสนิทได้ ในใต้หล้านี้น่าจะมีโอสถพุทธจิตเม็ดนี้อยู่เพียงเม็ดเดียว เพราะฉะนั้นราคาประมูลของมันข้าขอเปิดที่ราคา หนึ่งแสนหินเซียนระดับสูง และต้องเพิ่มราคาขั้นต่ำขึ้นครั้งละห้าพันหินเซียนระดับสูง"
"สองแสนหินเซียนระดับสูง"
ทันทีที่สิ้นเสียงของจ้าวหมิงอิ๋งห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขหนึ่งก็เสนอราคาขึ้นในทันที แถมยังเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปเท่าตัวอีกด้วย
"สองแสนห้าหมื่นหินเซียนระดับสูง" ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขหกเสนอราคาต่อทันที
"สามแสนหินเซียนระดับสูง" ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสองรีบเสนอราคาต่ออย่างไม่น้อยหน้า
จ้าวหมิงอิ๋งบอกว่าต้องเสนอราคาขั้นต่ำเพิ่มขึ้นครั้งละห้าพันหินเซียนระดับสูง แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้วแขกผู้มีเกียรติจากห้องส่วนตัวทั้งหลาย พวกเขาคงไม่มีใครยอมใครเป็นแน่ สาเหตุที่พวกเขากล้าประมูลโดยที่ไม่หวาดกลัวอะไรเป็นเพราะว่า ตัวตนของแขกที่มาเข้าร่วมงานประมูลทั้งหมดล้วนแล้วแต่ถูกเก็บซ่อนไว้เป็นความลับของหอประมูลประกายดาว
ตลอดช่วงระยะเวลายาวนานที่ผ่านมายังไม่เคยมีข้อมูลของผู้เข้าประมูลท่านใดหลุดออกไปภายนอกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยเหตุนี้ผู้คนที่มาเข้าร่วมการประมูลในทุกๆครั้ง จึงสามารถประมูลของล้ำค่าได้อย่างไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกเปิดเผยตัวตนออกไป ในที่แห่งนี้ผู้ที่มั่งคั่งที่สุดคือผู้ที่ชนะ เพราะที่แห่งนี้ไม่มีที่ว่างเหลือพอสำหรับคนจน
"ห้าแสนหินเซียนระดับสูง" ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขหนึ่งเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปอีก
ทั่วทั้งโรงประมูลในตอนนี้ไม่มีช่องว่างพอจะให้บุคคลฐานะปานกลางเข้าแทรกแซงได้เลย เพียงแค่เริ่มการประมูลการแข่งขันก็พุ่งทะยานสูงถึงเพียงนี้แล้ว ไป๋ชิงอวิ๋นนั่งอยู่ในห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม เขาเฝ้ามองดูการแข่งขันที่บ้าคลั่งนี้ หินเซียนคือทรัพยากรที่ล้ำค่า มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสถานที่แห่งนั้นมีชีพจรเซียน ซึ่งทวีปภาคกลางเมืองจินหยางแห่งนี้คือสถานที่ที่มีชีพจรเซียนพาดผ่านอยู่หลายเส้น เพราะฉะนั้นพลังลมปราณของที่นี่ถึงได้หนาแน่นกว่าที่อื่นเป็นอย่างมาก
แต่หินเซียนระดับสูงก็ถือว่าเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่า เพราะในแต่ละปีชีพจรเซียนแห่งเมืองจินหยางจะผลิตหินเซียนระดับสูงออกมาได้ปีละไม่กี่ร้อยก้อนเท่านั้น การที่กลุ่มมหาอำนาจหนึ่งกลุ่มมหาอำนาจ ใช้หินเซียนระดับสูงในปริมาณที่มหาศาลเช่นนี้ได้ เช่นนั้นอำนาจที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาต้องแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดแน่นอน
ราคาประมูลพุ่งทะยานไม่หยุด
"เจ็ดแสนหินเซียนระดับสูง"
"เจ็ดแสนห้าหมื่นหินเซียนระดับสูง"
"แปดแสนหินเซียนระดับสูง"
ราคาประมูลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่เสียงประกาศราคาเริ่มเบาบางลงแล้ว ราคาประมูลในครั้งนี้เรียกได้ว่าสูงเป็นประวัติการณ์ หินเซียนระดับสูงเกือบล้านก้อนคือปริมาณที่มหาศาลเป็นอย่างมาก ต่อให้เป็นมหาอำนาจที่ใหญ่มากแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาหลายปีในการเก็บรวบรวมทรัพยากรมากมายขนาดนี้
แต่การประมูลครั้งนี้ก็ถือว่ามีความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เพราะหินเซียนระดับสูงเกือบล้านก้อนก็ไม่สามารถสร้างจอมยุทธ์ระดับจักรพรรดิขึ้นมาได้ แต่โอสถพุทธจิตกลับมีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้จอมยุทธ์ระดับเซียนขั้นที่เก้าทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิ เพียงเท่านี้โอสถเม็ดนี้ก็ถือว่าล้ำค่าเป็นอย่างมากในแผ่นดิน วันนี้หากมันปรากฏตัวขึ้นภายนอกไม่ได้ปรากฏขึ้นในโรงประมูลแห่งนี้ เชื่อว่าสถานที่ที่โอสถเม็ดนี้ปรากฏขึ้นจะเต็มไปด้วยการนองเลือดฆ่าฟัน หากแม่น้ำโลหิตไม่หลั่งไหลเชื่อว่าการต่อสู้ก็คงจะไม่จบลง
"หนึ่งล้านหินเซียนระดับสูง"
ทั่วทั้งโรงประมูลเงียบกริบ ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขหนึ่งเสนอราคาสูงได้อย่างน่าตกตะลึงมากจริงๆ บุคคลที่ประมูลอยู่ในห้องแห่งนั้นจะต้องเป็นตัวแทนจากมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเป็นแน่
จ้าวหมิงอิ๋งกวาดตามองผู้คนในโรงประมูล เมื่อเห็นว่าไม่มีการเสนอราคาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดนางจึงเริ่มนับถอยหลังการประมูล สุ้มเสียงและถ้อยคำของนางดังก้องไปทั่วทั้งโรงประมูล แต่ไม่มีแขกท่านใดกล้าเสนอราคาเพิ่มขึ้นอีกแล้ว หนึ่งล้านหินเซียนระดับสูงราคานี้มากมายมหาศาลเกินไปแล้วกระมัง มหาอำนาจที่จ่ายด้วยราคาเช่นนี้ได้เชื่อว่าพวกเขาต้องแข็งแกร่งมากเป็นแน่ กับมาหาอำนาจที่แข็งแกร่งเช่นนี้มีเพียงผู้คนจำนวนน้อยนิดเท่านั้นที่จะกล้าหาเรื่อง
ปัง
เสียงเคาะราคาดังก้องไปทั่วทั้งโรงประมูล เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังก้องอยู่ในโรงประมูล สำหรับผู้ที่เข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้พวกเขาถือว่าได้กำไรจากการประมูลครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพราะมันมีความสนุกสนานและความตื่นเต้นอย่างที่เวลาปกติพวกเขาไม่สามารถมีได้ ในโลกของจอมยุทธ์ที่มีชีวิตยืนยาวความครึกครื้นคือสิ่งที่จอมยุทธ์แสวงหามากที่สุด
"ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขหนึ่ง ที่สามารถเอาชนะการประมูลครั้งนี้ไปได้ในราคาหนึ่งล้านหินเซียนระดับสูง ผู้น้อยจ้าวหมิงอิ๋งรู้สึกนับถือยิ่งนัก" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความอ่อนหวานหยาดเยิ้ม
"และสินค้าชิ้นต่อไปคือชิ้นสุดท้ายในงานประมูลครั้งนี้ ขอเชิญทุกท่านเบิกตาดูไว้ให้ดี เพราะสินค้าชิ้นนี้มีความพิเศษเป็นอย่างมาก เด็กๆ"
รถเข็นถูกเข็นขึ้นมาบนเวทีขนาดใหญ่ของโรงประมูล บนรถเข็นมีวัตถุแห่งหนึ่งถูกคุมไว้ด้วยผ้าสีแดงถูกรถเข็นเข็นขึ้นมาบนเวที จ้าวหมิงอิ๋งเดินเข้าไปใกล้ๆรถเข็นนางใช้มือเลิกผ้าสีแดงนั้นออกเผยให้เห็นของด้านใน ภายในกรงหลากสีสันมีหงส์เพลิงตัวหนึ่งกำลังนอนหมอบอยู่ด้านใน ผู้คนที่มาเข้าร่วมงานประมูลต่างไม่สามารถนั่งติดเก้าอี้ได้อีกต่อไป
พวกเขายืนขึ้นเพื่อมองดูความงดงามของหงส์เพลิง เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังไปทั่วโรงประมูล พวกเขาพูดคุยและวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น หัวข้อการสนทนาคือความตื่นเต้นที่ได้พบเห็นหงส์เพลิง
"อย่างที่ทุกท่านได้เห็นนี่คือหงส์เพลิงที่มีพลังฝึกตนสูงส่งตนหนึ่ง ต่อให้ข้าไม่ต้องพูดอะไรมากเชื่อว่าทุกท่านก็คงเข้าใจถึงคุณค่าของมันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข้าขอเปิดประมูลด้วยราคา หนึ่งแสนหินเซียนระดับสูง"
"ช้าก่อน"
เสียงพูดแทรกดังออกมาจากห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสุขุมและเยือกเย็น อีกทั้งยังแฝงไปด้วยพลังคุกคามต่อจิตวิญญาณอย่างยากจะควบคุม
"ไม่ทราบว่าแขกผู้มีเกียรติจากห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามมีอะไรจะชี้แนะหรือเจ้าคะ"
"ตัวข้าไม่ได้มีอะไรจะชี้แนะเป็นพิเศษ เพียงแต่ว่าสินค้าชิ้นนี้มีข้อบกพร่อง จะให้ข้าพูดมันออกมาทั้งหมดหรือไม่"
"แขกผู้มีเกียรติมีความสามารถสูงส่ง หากว่าพบเห็นสิ่งใดผิดปกติก็ขอเชิญท่านให้ความกระจ่างกับข้าด้วย"
"เช่นนั้นก็ล่วงเกินแล้ว หงส์เพลิงตนนี้ดูเผินๆแล้วยังปกติดี แต่ว่าหากพิจารณามันอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็สามารถมองเห็นเงื่อนงำได้อย่างไม่ยากเย็นมากนัก ข้อที่หนึ่งขนแห่งชีวิตที่คอของมันหายไปแล้ว ข้อที่สองแก่นแท้สัตว์อสูรของมันถูกคนอื่นควักออกไปแล้ว ข้อที่สามหงส์เพลิงตนนี้ถูกเลาะกระดูกและเส้นเอ็นออกไปแล้วเช่นเดียวกัน และข้อที่สี่ซึ่งเป็นข้อสุดท้าย ตอนนี้หงส์เพลิงอยู่ในสภาพใกล้ตายเต็มทีแล้ว"
สายตาทั่วทั้งโรงประมูลจับจ้องไปยังร่างของหงส์เพลิง อำนาจลึกลับและพลังลมปราณตลบอบอวลและกระจายอยู่ภายในโรงประมูล ในคลื่นพลังที่แผ่กระจายออกมามีพลังอยู่สิบกว่าสายที่แข็งแกร่งจนน่ากลัว พลังอำนาจเหล่านั้นปกคลุมร่างของหงส์เพลิงเอาไว้ พวกเขาตรวจสอบดูทุกซอกทุกมุมของหงส์เพลิง ใช้เวลาตรวจสอบอยู่นานผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นอย่างที่แขกผู้มีเกียรติห้องประมูลหมายเลขสิบสามพูดไว้จริงๆ
"ของที่สำคัญที่สุดของหงส์เพลิงไม่เหลืออยู่แล้ว ตอนนี้นอกจากเนื้อหนังของมันแล้วอย่างอื่นก็คงไม่มีประโยชน์อีก แต่ราคาหนึ่งแสนหินเซียนระดับสูงก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับระดับพลังของมัน"
สายตาทั้งหลายจับจ้องไปยังห้องประมูลหมายเลขสิบสาม ไป๋ชิงอวิ๋นนั่งสงบนิ่งไร้ซึ่งแรงกดดัน ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของหงส์เพลิง ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดหัวใจของเขามันกลับมีความรู้สึกหดหู่ ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรกกับหงส์เพลิงตนนี้แท้ๆ แต่ความรู้สึกใจหายที่ไม่มีสาเหตุของตนเอง ทำให้ไป๋ชิงอวิ๋นรู้สึกอยากช่วยหงส์เพลิงตนนี้ขึ้นมา