วู้ว~ วิ้ววว
"เ้าลมบ้านี่อีกแล้ว ่นี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย พวกลุงต้องระวังสุขภาพกันด้วยนะครับ... " ผมเจอลมแปลกๆ แบบนี้อีกแล้ว มันพัดผ่านตัวของผมไป ปกติลมมันต้องพัดมาจากบนท้องฟ้าสิ แล้วทำไมมันถึงพัดมาจากทางเบื้องล่างเสียได้ เสมือนว่ามันเป็ลมหายใจของผืนปฐีอย่างไรอย่างนั้น...ถ้าตอนนี้คนเบื้องหน้าของผมเป็สาวสวยนุ่งกระโปรงก็ดีอยู่หรอก...ซึ่งในความเป็จริงมันมีแต่พวกลุงๆป้าๆนี่สิ ผมก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันนะ
"มีอะไรครับ??? นี่!!ได้ยินผมไหม...." ผมหันมามองลุงทั้งสอง พวกเขาเบิกตากว้างอ้าปากค้าง เสมือนว่าพวกเขาใอะไรบางอย่าง
"ขอบคุณท่านเซียน ขอบคุณท่านจริงๆ" ลุงฟางเมื่อได้สติ หัวใจของเขาก็พองโต มันเต้นตูมตาม เหมือนมีะเิอยู่ในทรวงอก
"ข้าเป็หนี้ท่านแล้ว ขอบคุณที่ท่านเซียนเมตตา ถ้าข้าอยู่รับรองในหมู่บ้านจะไม่มีใครกล้ารังแกเ้าหนูน้อยได้" ตาเฒ่าโม่ เอ่ยออกมาด้วยความหนักแน่น
คำพูดที่พวกเขาเอ่ยออกมา ทำให้โรซ่างุนงง แต่เขาก็เออออพูดไปตามน้ำแบบไม่ค่อยใส่ใจ
"ครับ??? ขอบคุณครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ"
"จริงสิ!! ท่านโรซ่า วันนี้แม่เฒ่าหลินไม่อยู่ขอรับ เห็นนางบอกว่าจะไปหาหลานสาวขอรับ " ตาเฒ่าโม่ซานเอ่ยออกมา
"แม่เฒ่าแกมีหลานสาวด้วยเหรอครับ แล้วแกเดินทางไปยังไง ร่างกายแกยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงอยู่..."
"หลานสาวแกอยู่ไม่ไกล พรุ่งนี้คงเดินทางมาถึงแล้วขอรับ....ฮ่าๆ ข้าก็ว่าจะไปรับหลานสาวมาอยู่ด้วยเหมือนกัน หมู่บ้านของเราจะได้มีสีสันขึ้นมาบ้าน" ลุงฟางรู้จุดประสงค์ของแม่เฒ่าหลินดี นางจิ้งจอกเฒ่าคงจะต้องวางแผนขายหลานสาวตัวเองเป็แน่...ส่วนเขาก็มีหลานสาวเช่นกัน ยังไงเขาก็จะไม่ยอมแพ้ให้ใครหน้าไหน
"ถึงข้าจะมีเพียงแต่หลานชาย แต่เหลนของข้าก็งดงามไม่แพ้ใครเช่นกัน สงสัยข้าต้องไปรับนางมาอยู่ด้วยเสียแล้ว"
ตาเฒ่าโม่ก็ไม่ชอบแพ้เช่นกัน แม้เขาจะไม่ได้กลับตระกูลมาร่วมร้อยปี แต่เขาก็มั่นใจในเชื้อสายของตัวเขา ว่ามันต้องมีหญิงงามเกิดขึ้นมาในตระกูลสักคนสองคน
"ดีเลยครับ คนยิ่งเยอะยิ่งดีจะได้ไม่เหงา " สิ้นคำพูดผมรู้สึกว่าั์ตาของพวกลุงๆ มันส่องประกายแวววาวพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม.... หรือผมพูดอะไรผิดไป??? .........
หลังจากเดินหนีพวกลุงๆมาได้ ก่อนจะถึงบ้านลุงจาง ผมก็แวะเข้าไปหาตาเฒ่าขอทาน แล้วเอาเนื้อกับผักให้เขาไปชุดหนึ่ง ตาเฒ่าขอทานผมก็ไม่รู้ว่าแกชื่ออะไร แต่่แรกๆ ที่ผมหลงเข้ามาในโลกใบนี้ ผมก็ได้แกคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด แกเป็คนที่คุยง่าย เจอกันทีไรก็มีแต่เสียงหัวเราะ แกชอบเอาเื่เล่าสนุกๆ มาเล่าให้ผมฟังเสมอ
มีเื่หนึ่งที่ผมยังจำได้ไม่เคยลืม...ในสมัย่ที่แกยังหนุ่ม แกเคยเป็ถึงผู้คุมกฎของนิกายโบราณ ่นั้นสาวๆ ตามติดกันเป็ฝูง....และใน10ทำเนียบยอดยุทธ์ จะต้องมีชื่อแกติดอยู่ในนั้น........
แต่แล้ว่ชีวิตที่กำลังไปได้สวยกลับจบสิ้นลง เพียงเพราะแกโดนสายฟ้าผ่าลงที่กลางหัว....นับว่ายังโชคดีที่รอดมาได้ จากนั้นชายผู้ยิ่งใหญ่ จึงกลายมาเป็ขอทานเร่ร่อนอย่างทุกวันนี้.....
ถึงมันจะเป็เพียงเื่โม้ของตาเฒ่าขอทาน แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ลองคิดดูสิ ถ้าผมเก่งกาจดังเทพเซียนแล้วมีสาวๆ มาตามรุมจีบ ชีวิตนี้มันคงจะดีไม่น้อย.....
ผมอาศัยอยู่กับแกมาเกือบเดือน แกได้เล่าเื่ราวมากมายเกี่ยวกับทวีปต่างๆ....ซึ่งนับว่าแปลกมาก ที่ตาเฒ่าจำเื่ราวได้เยอะแยะ แต่แกกับจำชื่อของตัวเองไม่ได้....ตาเต่าคนนี้ ผมกล้ายืนยันได้เลย ว่าแกต้องป่วยอยู่เป็แน่ บางทีอาจจะเป็โรคอัลไซเมอร์ที่พบได้ทั่วไปในผู้สูงอายุ...
ก่อนจะแยกกับแกมา ในคืนนั้นผมได้พูดอะไรบางอย่าง พอหันมาอีกที ผมก็เห็นแกกำลังนั่งคุกเข่ากอดขาของผมร้องห่มร้องไห้ ผมไม่รู้ว่าแกเป็อะไร แต่ผมรู้สึกอึดอัดแปลกๆ จึงตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตในป่ามันซะเลย.......
เพียงไม่นานหลังบอกลาตาเฒ่าขอทาน ผมก็เดินมาถึงสระน้ำใหญ่ท้ายหมู่บ้าน ก่อนจะมองเห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งจากที่ไกลๆ เขากำลังนั่งตกปลาอยู่บนโขดหิน........คนนั้นคือลุงจาง หมอยาสมุนไพร...
ลุงจางชายวัยกลางคน เขามีนิสัยชอบพูดคุย รูปร่างของเขาสูงโปร่ง มีลักยิ้มทั้งสองข้าง เขามีเส้นผมสีขาวยาวสลวย ใบหน้าของเขาขาวซีดคล้ายคนป่วย ถ้ากล่าวกันตามตรง เขาคือชายวัยกลางคนรูปงามคนหนึ่ง ซึ่งเอกลักษณ์ของชายผู้นี้คือสีขาว??? ใช่แล้ว!!!สีขาว เพราะเขาเป็คนที่ชอบสีขาว ทุกอย่างที่เขามี ล้วนเป็สีขาว ไม่ว่าจะเป็ตัวบ้าน โต๊ะ เก้าอี้ แก้ว เตียง รองเท้า หม้อยา หรือแม้กระทั่งคันเบ็ดที่เขาถืออยู่ในมือ ทุกอย่างล้วนเป็สีขาวหมด จะมีก็แต่เพียงสมุนไพรหรือต้นไม้ที่ปลูกเท่านั้นที่มันเป็สีอื่น
"สวัสดีท่านโรซ่า ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่หรือขอรับ ท่านมานั่งตกปลาด้วยกันสิขอรับ ทั้งวันข้าตกได้เพียงแค่สองตัว เพื่อท่านจะแบ่งโชคมาให้ข้าบ้าง จริงสิ!!ท่านเอาสมุนไพรไปปลูกไหมขอรับ..... นั้นท่านเอาตัวอะไรมาด้วยขอรับ....แมวปีศาจ!! นั้นมันเผ่าเก้าดวงจิตใช่ไหมขอรับ ไอหยา!!! แม่หนูนี่ได้รับพรกับเขาด้วย.....@#฿_" ลุงจางพูดออกมาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
"สวัสดีครับลุงจาง คำทักทายของลุง ผมฟังไม่เคยทันเลย ฮ่าฮ่า~" ตอนที่ผมเห็นลุงจาง ผมก็ตั้งสติเอาไว้ก่อนแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ผมฟังทันแค่เขาชวนตกปลา คำทักทายที่เหมือนการแร็ปของแก ถ้าสติหลุดนี่คือจบเลย ลุงจางเขาก็เป็อย่างนี้เสมอ เวลาแกดีใจแกจะพูดเร็วจนจับใจความไม่ทัน ต้องรอให้แกสงบสติเสียก่อน ถึงจะพอพูดคุยกันได้
"เหมียว เหมียว ม่าว~" [ทะท่านจอมยุทธ์ ขออภัยที่รบกวนเ้าค่ะ] แม้แมวน้อยจะมีอาการสั่นกลัว แต่ดูเหมือนมันจะเริ่มคุ้นชินกับผู้คนได้บ้างแล้ว
"ฮ่าๆ ขออภัย ข้าเผลอตัวไปหน่อยขอรับ ดันเอานิสัยตอนปรุงยาออกมาใช้เสียได้....ท่านโรซ่ามีเื่ด่วนอะไรรึเปล่าขอรับ ท่านเข้ามาหลบร้อนก่อนสิ มานั่งตกปลาด้วยกันสิขอรับ ข้ายังมีคันเบ็ดเหลืออีกอัน..แล้วเ้าตัวเล็กกินอะไรมารึยัง เอาแก่นแท้ปลาสามครีบไปกินไหม.." ลุงจางยิ้มออกมาจนเผยลักยิ้มทั้งสองข้างให้เห็น
"ผมจะให้ลุงจางช่วยดูแมวตัวนี้หน่อยครับ"
"หนูน้อยนี้รึขอรับ??? ท่านคงจะไม่เคยเห็นเผ่าพันธุ์ประหลาดของโลกใบนี้สินะขอรับ แล้วแมวที่ดินแดนเทพมันมีลักษณะเช่นไรขอรับ แล้วพวกต้นไม้สมุนไพรละ โอสเทพมีจริงไหม แล้ว..แล้ว ...฿#@.." ลุงจางดูจะตื่นเต้นกว่าปกติ
"ลุงจางใจเย็นก่อนครับ....ฮ่าๆ หรือลุงจะเป็แร็ปเปอร์จริงๆ "
ผมใช้เวลากลับลุงจางอยู่พักใหญ่ วันนี้ผมได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง เ้าแมวตัวนี้ มันเป็แมวสายพันธุ์เก้าดวงจิต ลักษณะของมันเป็เช่นนี้อยู่แล้ว มันไม่ได้ป่วยอะไร
ส่วนต้นไม้ที่ผมได้มาจากแม่เฒ่าหลิน ลุงจางบอกว่ามันคือสมุนไพรหายาก มันมีชื่อว่านิพพานสิ้นชีพ เป็สมุนไพรชำระกายระดับสูง ตัวผมก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเสียด้วย คำว่าชำระกาย มันหมายถึงสมุนไพรบำรุงกำลังหรือเปล่า คงจะเหมือนกับต้นโด่ไม่รู้ล้มอะไรทำนองนั้นละมั้ง......แล้วทำไมสมุนไพรมันยังมีแบ่งระดับกันอีก จุดสังเกตระดับสูงต่ำมันคืออะไรกันล่ะ
"ลุงจาง ผมขอตัวกลับก่อน ขอบคุณสำหรับสมุนไพรนะครับ ว่างๆ ลุงก็แวะมาเที่ยวที่บ้านผมบ้างสิครับ " ตอนมาผมเอาของมาเพียงครึ่งตะกร้า แต่ตอนจะกลับตะกร้าของผมมันแทบจะปิดไม่มิด โดยเฉพาะพวกสมุนไพรที่ลุงจางให้มา
"ขะข้าไปได้หรือขอรับ เ้าแห่งพงไพรจะไม่พิโรธหรือขอรับ แล้วคนอื่นๆล่ะ ไปด้วยได้มั้ย มันจะเป็การรบกวนท่านหรือเปล่า ครั้งก่อนเ้าแห่งพงไพรทำข้าติดอยู่ในภาพมายาตั้งหลายวัน ครั้งนี้ข้าจะไม่โดนแบบครั้งที่แล้วใช่ไหมขอรับ @#฿_....<&>_&-_<%@#฿><..อ๊ะ!!! ขออภัยข้าลืมตัวอีกแล้ว " ลุงจางกล่าวขออภัยออกมา เขาดีใจจนเผลอตัวไปหน่อย การถูกท่านเซียนเชิญชวนให้มาดินแดนเทพ เขารู้สึกเป็เกียรติมาก ตลอดทั้งชีวิต นี่อาจจะเป็ครั้งแรกที่เขาดีใจขนาดนี้
เมื่อก่อนเขาชอบเดินทางหาสมุนไพรในป่าเขา แต่หลังจากท่านเซียนมาอาศัยอยู่ในป่า สถานที่แห่งนั้นก็กลายเป็สถานที่ต้องห้ามไป เพราะจู่ๆ เ้าแห่งพงไพรก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก มากถึงขนาดสร้างภาพมายากักขังผู้ฝึกตนระดับเทวะได้ ซึ่งมันไม่ควรที่จะเป็เช่นนั้นไปได้เลย....
ภูตแห่งพงไพร คือจิติญญาของป่าเขาลำเนาไพร มันคือภูตระดับต่ำ ในทุกที่ของป่าเขา จะมีพวกมันสิ่งสถิตอยู่ บางตนจะมาในรูปแบบของพืชพรรณ บางตนจะมาในรูปแบบของแมลงหรือสัตว์ป่า แต่จุดสังเกตหลักๆ คือพวกมันจะเรืองแสงได้ ยิ่งแสงสว่างมากเท่าไร พวกมันยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น และในหมู่ของพวกมัน จะมีเ้าแห่งพงไพร ที่คอยควบคุมพวกมันอีกที
เ้าแห่งพงไพร ส่วนมากจะสิงสถิตอยู่ในต้นไม้ขนาดใหญ่ มันมีอายุที่ยืนยาวนับแสนปี ทว่าสติปัญญาของมันต่ำมากๆ จึงจัดให้อยู่ในกลุ่มของสัตว์อสูรประเภทิญญา มันเป็ภูตระดับกลางที่ไม่เป็อันตรายตุ่์ เลยไม่ค่อยมีใครไปวุ่นวายกับมันสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่เพียงลัทธินอกรีตเท่านั้น ที่ชอบล่าจิติญญาของสัตว์อสูร.....
พอคุยกันได้สักพักผมได้บอกลาลุงจาง แล้วก็รีบเดินทางกลับทันที สำหรับแร็ปเปอร์คนนี้ผมทึ่งมากๆ การพูดเร็วมันคงจะเป็ทักษะอย่างหนึ่ง ถึงบางคำผมจะฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยที่ได้ฟังประโยคยาวๆจากลุงจาง.........
..............................
และก็เช่นเดิม ฝูงผีเสื้อมันได้มารอรับผมอีกครั้ง ส่วนเ้าแมวน้อยในอ้อมแขนของผมมันมองรอบข้างอย่างลุกลี้ลุกลน พอเจออะไรเข้าหน่อย มันก็หวาดระแวงซะไปหมด แม้กระทั่งเถาวัลย์ยังทำให้มันร้องะโออกมาได้
"ม่าว ม่าว เหมียว แง่ววว!!!!" [นั้นมันเถาวัลย์ผี ท่านเซียนระวังเห็ดมอมเมาเ้าค่ะ ผีเสื้อหลอนิญญาไปให้พ้นจากท่านเซียนนะ ชิ่วๆ!!!!]
แมวน้อยนางใมาก ที่อสูรร้ายพวกนี้มาวนเวียนอยู่รอบตัวของนาง อีกทั้งพวกมันยังเป็ภูตอีกด้วย นางไม่เคยพบเจอเื่ประหลาดเช่นนี้มากก่อน
เหตุใดอสูรร้ายถึงเปลี่ยนสถานะไปเป็ภูตแห่งพงไพรเสียได้ ซึ่งพวกมันไม่ใช่ภูตระดับต่ำั้แ่กำเนิดอย่างภูตแห่งพงไพร ภูตแห่งพงไพรคือจิติญญาของผืนป่า แต่พวกอสูรร้ายมันเกิดมามีตัวตน มีกายเนื้อ มีจิติญญา จึงเป็ไปไม่ได้เลยที่พวกมันจะเปลี่ยนสภาพเป็ภูตไปได้ จะมีก็แต่เพียงฝูงของผีเสื้อเท่านั้น ที่เป็ภูตแห่งพงไพรที่แท้จริง ส่วนพืชพันธุ์ที่เหลือ เหมือนพวกมันจะถูกบงการจากอะไรบางอย่าง
จะว่าเป็เ้าแห่งพงไพรมันก็คงไม่มีพลังมากถึงขนาดนี้ แล้วมันคือสิ่งใดกัน ที่สามารถควบคุมสัตว์ร้ายพวกนี้ได้
"จริงสิ!! แมวน้อย เ้าจำทางกลับบ้านได้มั้ย เดี๋ยวข้าจะไปส่ง " โรซ่าพูดลอยๆ ออกมา ถึงเขาอยากจะรับเลี้ยงมัน แต่พอคิดดูอย่างถี่ถ้วน บางทีเ้านี่อาจจะมีครอบครัวรอมันอยู่....อีกอย่าง มันอาจจะชอบใช้ชีวิตสันโดษก็ได้ เขาเลยไม่อยากบังคับให้มันมาอยู่ด้วย
"เหมียว ม่าวววว" [ (ಥ‸ಥ) ท่านเซียนไม่้าข้าหรือเ้าคะ]
แมวน้อยได้ยินคำพูดของโรซ่า มันก็มีท่าทางซึมเศร้า หูและหางของมันตกลงมา ดวงตากลมโตสีไพลิน มันสะท้อนแสงแวววาว เสมือนดวงตาของมันจะมีน้ำใสเอ่อล้นออกมา ท่าทางของมันดูน่าสงสารจับใจ โรซ่าพอเห็นอาการของมัน เขาก็งุนงงไปพักใหญ่ๆ เขาไม่ใจว่าพูดอะไรผิดไป แล้วทำไมเ้าแมวน้อยเหมือนจะเข้าใจคำพูดของเขาได้
"ท่าทางเช่นนี้คืออะไร??? เ้าอยากจะไปอยู่กลับข้ารึ "
"ม่าว ม่าว~" [ ٩(≧ω≦)۶ เ้าค่ะ ข้าอยากอยู่กับท่านเ้าค่ะ]
เหมือนกลัวว่าชายหนุ่มจะปฏิเสธ เ้าแมวตัวน้อยมันเลยรีบพยักหน้าสุดชีวิต ท่าทางของมันทำให้โรซ่าเผยรอยยิ้มออกมา การกระทำของมันได้เป็สิ่งยืนยันแล้วว่ามันฟังเขารู้เื่....