คิมหันต์ - The Destiny

    ตอนที่ 16

    คิมหันต์พาเซร่าไปหาหมอที่โรงพยาบาล Saint Paul ขณะที่กำลังรอหญิงสาวเข้ารับการตรวจ

    ชายหนุ่มตัดสินใจเดินเอื่อยๆ ไปตามทางเดินของโรงพยาบาล จนกระทั่งไปหยุดที่หน้าห้อง ICU

    เขาหยุดและมองเข้าไปด้านในของห้อง ICU ก็พบกับเตียงเปล่าๆ

    ชายหนุ่มเอามือทาบไปกับกระจกที่หน้าห้อง ความทรงจำสมัยเด็กของเขาเริ่มผุดขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย และเริ่มแจ่มชัดขึ้น ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน


    เมื่อไหร่เด็กคนนั้นจะลุกขึ้นมาพูดคุยกับเราได้นะ….

    เด็กชายคิมหันต์ยืนจ้องมองเด็กหญิงที่นอนอยู่ภายในห้อง ICU ครุ่นคิดอย่างสงสัย เพราะตลอดเวลาที่เขามายังโรงพยาบาลนี้ คิมหันต์จะเห็นเด็กหญิงคนนี้นอนอยู่ในห้องแห่งนี้เป็๲ประจำ

    ถ้าเธอลุกขึ้นมาพูดคุยกับเราได้คงดี…..

    อยากรู้จังว่าเธอทนนอนในห้องนี้นานๆ ได้ยังไงกันนะ....

    ภาพความทรงจำในสมัยเด็กปรากฎเข้ามาในความคิดของชายหนุ่ม

    แม้กระทั่งตอนนี้ สภาพภายในห้อง ICU ยังคงเหมือนเมื่อตอนเขายังเด็กไม่มีผิดเพี้ยน

    ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา พร้อมกับเดินผ่านห้อง ICU ไปยังระเบียงของโรงพยาบาล

    ด้านนอกเป็๲สวนดอกไม้ มีดอกไม้นานาพันธุ์ ขึ้นงอกงามเต็มไปหมด โดยเฉพาะดอกเจอราเนียมที่มีทั้งสีขาว ชมพู และแดงปะปนกันอย่างมีสีสันสดใส

    เขายืนครุ่นคิดและมองสวนดอกไม้หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคราวที่เขาเพียรพยายามหาดอกเดซี่ ดอกไม้ที่เด็กหญิงคนนั้นชอบมามอบให้เธอเป็๞ของขวัญ และเป็๞ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นเด็กหญิงคนนั้น

    อา….เด็กคนนั้นชื่ออะไรนะ ??

    ป่านนี้จะเป็๞ยังไงบ้างนะ ??

    จะอยู่สุขสบายดีรึเปล่านะ ??


    “นี่นาย.นายคิมหันต์” เซร่าเรียกชายหนุ่มยืนเหม่ออยู่ซ้ำกันหลายครั้ง

    “อ้าว? เสร็จแล้วเหรอ?”

    คิมหันต์สะดุ้ง ก่อนจะเดินมารับหน้าที่เข็นรถให้กับหญิงสาวจากนางพยาบาล

    นางพยาบาลส่งยิ้มล้อเลียนให้กับคิมหันต์ เพราะคิดว่าพวกเขาเป็๞แฟนกัน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในของโรงพยาบาล

    “ว้าว!”

    “ดอกเจอราเนียมเพียบเลยยย”

    เซร่าเบิกตากว้างมองสวนดอกไม้ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสดใส

    รอยยิ้มของหญิงสาวทำให้คิมหันต์รู้สึกใจเต้นตึกตักขึ้นมากะทันหัน

    เพราะรอยยิ้มของเธอช่างละม้ายคล้ายกับเด็กหญิงคนนั้น

    เป็๞ไปไม่ได้น่ะ…..

    สงสัยเราจะเพี้ยนเพราะบรรยากาศของโรงพยาบาลแหงเลย

    คิมหันต์สะบัดหัวเล็กน้อย ไล่ความรู้สึกมึนงงที่เกิดขึ้นจากการเห็นรอยยิ้มของเซร่า

    “กลับกันเถอะ”

    คิมหันต์เข็นรถพยาบาลที่เซร่านั่งอยู่ออกมาทางด้านสวนดอกไม้ของโรงพยาบาล เพื่อให้เซร่าได้ชมดอกไม้ ก่อนจะเข็นรถไปตามทางเดินที่ปูด้วยแผ่นซีแพคตัวหนอน เพื่อออกไปขึ้นรถด้านหน้าของโรงพยาบาล


    หลังจากคิมหันต์พาเซร่าไปส่งยังสถานทูตเรียบร้อย เขาก็ตัดสินใจแวะไปยังบ้านของออยเฟ่ย์ก่อน

    “สวัสดีครับคุณน้า”

    “อ้าว สวัสดีจ้ะ” แม่ของออยเฟ่ย์ทักด้วยความแปลกใจ

    “เอ่อ..ผมแวะมาดูออยเฟ่ย์ครับ เมื่อตอนเช้าผมพาเธอกลับมาส่งที่บ้านน่ะครับ”

    “ตายจริง ออยเฟ่ย์ไม่สบายเหรอ” แม่ของหญิงสาวมีท่าที๻๷ใ๯

    “ครับ แต่คงไม่ต้องเป็๲ห่วงมากหรอกครับ ดูเหมือนไข้ของเธอจะลดลงแล้ว”

    “ขอบคุณมากๆ เลยนะจ๊ะ ที่ช่วยดูแลออยเฟ่ย์ให้”

    “ครับ งั้นผมขอตัวกลับไปซ้อมบาสฯ ก่อนนะครับ”


    ออยเฟ่ย์ที่นอนพักผ่อนเต็มที่ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับไข้ที่สร่างลง

    หญิงสาวทบทวนความทรงจำอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่า เหมันต์มาเยี่ยมเธอที่บ้าน แล้วก็……

    ออยเฟ่ย์เบิกตาโตอย่าง๻๠ใ๽ ก่อนจะลุกพรวดจากเตียงและรีบวิ่งลงมาด้านล่างของบ้าน พร้อมกับสอดส่องสายตาหาชายหนุ่ม

    “ออยเฟ่ย์? ดีขึ้นแล้วเหรอจ๊ะ ถึงลงมาข้างล่างน่ะ”

    แม่ของออยเฟ่ย์ถามหญิงสาวที่ยืนหันรีหันขวางอยู่ภายในห้องนั่งเล่นด้วยความสงสัย

    “แม่คะ มีใครมาเยี่ยมหนูรึเปล่าคะ?”

    “มีจ้ะ”

    แม่ของออยเฟ่ย์ตอบออยเฟ่ย์ และเดินตรงเข้าไปจับตัวออยเฟ่ย์เพื่อดูว่าไข้ลดหรือยัง

    “จริงหรือคะ? ใครกันคะ? แม่ทันเห็นหน้าเขารึเปล่า?” ออยเฟ่ย์ถามด้วยน้ำเสียงความตื่นเต้น

    “จ้ะ ก็คิมไงลูก เขาพาลูกกลับมาจากโรงเรียนไม่ใช่เหรอ ตอนแม่มาถึง แม่เห็นเขากำลังจะออกจากบ้านเราพอดี เห็นบอกว่าจะกลับไปซ้อมบาสฯ น่ะ”

    คำตอบนั้นทำให้ออยเฟ่ย์ที่มีสีหน้าดีใจเมื่อครู่ มีสีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

    “คิมหรอกหรือคะ?” ออยเฟ่ย์ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง

    “ก็ใช่น่ะสิจ๊ะ ถามแปลกจริงลูกคนนี้ เอ้า! มากินข้าวต้มซะ จะได้กินยาแล้วไปนอนพัก”

    แม่ของออยเฟ่ย์บอกออยเฟ่ย์ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว ทิ้งให้ออยเฟ่ย์นั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น

    แปลว่า..ทั้งหมดเป็๲ความฝันของเราสินะ….

    นั่นสิ เหมจะมาได้ยังไง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราไม่สบาย….

    สิ่งที่เขาพูดในความฝัน คงเป็๲ความคิดของเราฝ่ายเดียวแน่ๆ…..

    ขนาดเราจับมือของเหมไว้แน่นแล้วนะ

    พอตื่นขึ้นมาเขาก็กลับหายไป..

    ออยเฟ่ย์เอ๊ย..เหมจะบอกชอบเราได้อย่างไรกัน

    ในเมื่อความเป็๲จริงเขาเกลียดเราแบบนั้น

    ออยเฟ่ย์ชันเข่าขึ้นมากอดเอาไว้บนโซฟา ก่อนจะซบหน้าลงกับเข่าของตัวเองด้วยความเหนื่อยใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และความคิดต่างๆ ที่วนเวียนอยู่ภายในหัวของเธออย่างไม่มีที่สิ้นสุด



    เซร่านั่งมองถุงยาของตัวเองและสลับกับมองที่ข้อเท้าของเธอที่พันแผลเอาไว้ พร้อมกับครุ่นคิดถึงตอนคิมหันต์ที่แวะมาหาเธอ

    อีตานั่นมาหาเราทำไมกันนะ ?

    แถมยังถามแปลกๆ อีกเกี่ยวกับคุณเหมันต์

    หรือว่า.อีตานั่นคิดจะจับคู่เรากับคุณเหมันต์

    ส่วนตัวเองก็จะได้ไปคบกับออยเฟ่ย์ ?

    ไม่มั้ง.....ก็อีตานั่นแคร์ออยเฟ่ย์ขนาดนั้น....

    ที่สำคัญคุณเหมันต์ชอบออยเฟ่ย์อยู่นี่นา

    ถึงเราจะไปชอบเขา ก็คงไม่มีทางเป็๞ไปได้หรอก

    ออยเฟ่ย์ออกจะเป็๲หญิงสาวที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา กริยา เป็๲กุลสตรี

    แล้วดูเราสิ.....

    เฮ้อ...อย่างกับเด็กกะโปโลแบบนี้....

    ผู้ชายที่ไหนจะมาชอบเราได้....

    เซร่านั่งคิดไป พร้อมกับส่ายหน้าไปมาจนผมกระจายให้กับความคิดของตัวเองที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันอยู่ภายในใจ

    “เป็๞อะไรคะ? คุณหนู ส่ายหน้าไปมา เดี๋ยวก็คอเคล็ดเพิ่มหรอกค่ะ”

    ป้าแมรี่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินถือจานใส่ผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ

    “แหะๆ ไม่มีอะไรค่ะ...หนูคงฟุ้งซ่านไปเองล่ะค่ะ ป้าแมรี่” เซร่าหัวเราะกลบเกลื่อน

    “นึกว่า..คุณหนูจะคิดถึงชายหนุ่มที่มาหาเมื่อตอนบ่ายซะอีก” ป้าแมรี่หรี่ตาล้อเลียนเซร่าอย่างรู้ทัน และอมยิ้มมองคุณหนูของเธอที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็๲สีแดงเล็กน้อย

    “ไม่ใช่ซักหน่อย ป้าแมรี่.....หนูไม่ได้คิดถึงอีตานั่นนะ”

    เซร่าทำแก้มป่องงอนใส่ป้าแมรี่ของเธอ ทั้งๆ ที่ใบหน้าของเธอมีสีเข้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความเขิน

    “นอกจากคุณฮิเดกิแล้ว อิฉันก็เพิ่งเห็นผู้ชายคนนี้ล่ะค่ะ ที่มาหาคุณหนูน่ะ” ป้าแมรี่หัวเราะเบาๆ และพูดจาเป็๞นัยๆ

    “ก็หนูไม่เคยออกจากที่นี่เลยสักครั้งนี่นา.. ป้าคิดมากไปได้ ไม่เอาละ...หนูไม่พูดด้วยแล้ว ฮึ”

    เซร่าค้อนใส่ป้าแมรี่พร้อมกับเสไปหยิบส้อมจิ้มผลกีวี่ที่หั่นเรียงไว้อย่างสวยงามในจานใส่ปากทาน

    “แล้วแต่ค่ะ อิฉันไปเตรียมอาหารเย็นก่อนนะคะ”

    ป้าแมรี่หัวเราะเบาๆ เมื่อรู้ว่าเซร่าคงรู้สึกเขินที่ล้อเธอเ๹ื่๪๫คิมหันต์ ก่อนจะหมุนตัวและเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป โดยมีสายตาของเซร่าแอบมองค้อนตามหลังเล็กน้อย


    เหมันต์กำลังนั่งอ่านรายงานการประชุมของคณะกรรมการนักเรียนอยู่ภายในห้องนอนของเขา ที่ทาสีตกแต่งฝาผนังห้องด้วยสีโทนเหลืองปนน้ำตาลอ่อน

    แม้ดูท่าทางเหมันต์เหมือนกับคร่ำเคร่งกับรายงานตรงหน้า หากแต่สายตาภายใต้แว่นกรอบเงินของเขากลับเหม่อลอยเหมือนคนมีความสับสนอยู่ภายในใจ

    เฮ้อ..ทำไมเราถึงทำแบบนั้นนะ..

    ไปบอกชอบออยเฟ่ย์ทำไมกัน

    ถ้าหากคิมหันต์ไม่ใช่น้องชายของเรา....

    เราคงไม่มีทางปล่อยออยเฟ่ย์ให้แน่ๆ

    เฮ้อ..ไหนจะเ๹ื่๪๫ที่อยากเรียนต่อด้านออกแบบภายในอีก

    เราจะทำยังไงดีนะ...

    เราก็กรอกอันดับในใบสรุปขอเรียนต่อแล้ว

    เหลือเพียงแค่....ทำให้พ่อยอมรับในทางที่เราเลือก...

    เราจะทำได้รึเปล่านะ.....

    ถ้าบอกพ่อว่า เรามีมิยาเกะซังเป็๲คนให้คำปรึกษาได้..

    อ๊ะ...จริงสิ มิยาเกะซังจะหายเจ็บขาหรือยังนะ....

    เหมันต์วางรายงานการประชุมไปทางด้านซ้าย และเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อต่อ internet เชื่อมต่อเข้ากับโรงเรียน Saint Helena

    เนื่องจากเขาเป็๞ประธานนักเรียน จึงสามารถเปิดเข้าไปดูข้อมูลของนักเรียนภายในโรงเรียนได้ แม้จะไม่ได้อยู่ภายในโรงเรียนก็ตาม

    เหมันต์ใช้เวลาไม่นานนักสำหรับการ connect และเข้าสู่แฟ้มข้อมูลประวัติของนักเรียนทั้งโรงเรียน

    สายตาคมกริบภายใต้แว่นกรอบสีเงิน ไล่ดูรายชื่อของนักเรียนจนกระทั่งถึงรายชื่อของ มิยาเกะ เซร่า

    เหมันต์จัดการ print รายละเอียดข้อมูลของเซร่าออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับกดเบอร์.....


    ตื๊ด......ตื๊ด ~~ ตื๊ด........ตื๊ด......

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกับสายตาของเซร่าที่ดูนาฬิกาบนเตียงนอน ก่อนจะหันไปมองโทรศัพท์อย่างแปลกใจ

    เอ๊ะ...ใครกันหว่า โทรมาหาเราเวลานี้

    ที่สำคัญไม่มีใครรู้เบอร์โทรศัพท์บ้านเราเลยนี่นา.....

    นอกจากฮิเดกิ....

    เอ๊ะ..หรือจะเป็๞ฮิเดกิโทรมา..

    วันนี้ฮิเดกิไม่ได้แวะมานี่นา....

    เซร่าครุ่นคิดก่อนจะเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตัวเธอกำลังนอนกลิ้งเล่นไปมาอยู่บนเตียง

    “สวัสดีค่ะ”

    “สวัสดีครับ ขอพูดกับมิยาเกะ เซร่าครับ” เสียงปลายสายที่ดังมานั้นไม่คุ้นหูหญิงสาวซักนิด

    “ค่ะ...กำลังพูดอยู่ค่ะ ไม่ทราบใครจะพูดด้วยคะ?”

    “เหมันต์ครับ”

    โครม!

    หญิงสาวถึงกับหล่นลงจากเตียง เมื่อได้ยินชื่อจากปลายสาย

    “ห๊า!!! คะ...ใคร...ใครนะคะ?”

    “เหมันต์ครับผม”

    เหมันต์อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงหน้าตาของเซร่าว่า คง๻๠ใ๽มากขนาดไหน

    “คะ...ค่ะ ค่ะ... เอ่อ...ค่ะ ว่าอย่างไรคะ คุณเหมันต์” เซร่ามีความรู้สึกว่าเธอพูดติดอ่างขึ้นมาทันที

    “ไม่ต้องพูดแบบเป็๲ทางการก็ได้” เหมันต์หัวเราะเบาๆ เขารู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเซร่า

    “แล้วคุณเหมันต์ทราบเบอร์โทรบ้านฉันได้ยังไงกันคะ?”

    เซร่าสูดลมหายใจสงบสติอารมณ์ก่อนจะถามเหมันต์กลับด้วยน้ำเสียงที่เกือบเป็๲ปกติ

    “ผมเป็๞ประธานนักเรียนนะครับ” เหมันต์อดยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้เมื่อนึกถึงใบหน้าหวานแฉล้มของเซร่า

    “เอ้อ..แหะ จริงสินะคะ ฉันก็ลืมไปน่ะค่ะ” เซร่านึกขึ้นได้ก่อนจะตอบอย่างเก้อเขิน และเผลอเอามือเกาหัวตัวเองเก้อๆ

    “แล้ว..มีธุระสำคัญอะไรกับฉันรึเปล่าคะ?”

    “เท้าของคุณเป็๲ยังไงบ้าง ค่อยยังชั่วบ้างหรือยัง

    “อ๋อ..ค่อยยังชั่วแล้วล่ะค่ะ วันจันทร์ก็ไปโรงเรียนได้แล้ว” เซร่าตอบกลับอย่างร่าเริง

    “งั้นหรือ? แล้ววันนี้ไปให้หมอดูอาการรึยัง?”

    เหมันต์นึกขึ้นได้ว่าหมอได้นัดเซร่าให้ไปดูอาการอีกครั้ง

    “ไปมาแล้วค่ะ พอดีอีตาคิมหันต์ เอ๊ย! เอ่อ.คุณคิมหันต์มาพาฉันไปหาหมอน่ะค่ะ”

    เซร่าเผลอเรียกชื่อคิมหันต์ด้วยความไม่สุภาพ เธอจึงรีบเปลี่ยนสรรพนามการเรียกชื่ออย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็๞น้องชายของเขา

    “คิมหันต์? เขาพาเธอไปโรงพยาบาลรึ?” เหมันต์ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าที่แปลกใจ

    “ค่ะ...เขามาหาฉันที่บ้านตอนสายๆ ได้น่ะค่ะ แล้วก็ทานข้าวที่บ้าน ก่อนจะพาฉันไปหาหมอน่ะค่ะ” เซร่าเล่าให้เหมันต์ฟังอย่างคร่าวๆ โดยไม่บอกรายละเอียดมากนัก

    “งั้นหรือ? แปลกจริง....” เหมันต์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจมากยิ่งขึ้น

    “แปลกยังไงคะ?”

    “เปล่า..ไม่มีอะไร จริงสิ ต่อไปเรียกผมว่า “เหม” ละกัน เรียก “คุณเหมันต์” มันดูเป็๲ทางการเกินไปน่ะ”

    “เอ้อ..แต่ว่า...”

    “ไม่สะดวกรึ?”

    “เปล่าค่ะ งั้นฉันจะเรียกว่าคุณเหมละกันนะคะ”

    “โอเค..งั้นเราเป็๲เพื่อนกันนะ มีอะไรก็ปรึกษาผมได้” เหมันต์บอกกับเซร่าอย่างเป็๲กันเอง

    “คุณเหมคะ..พอดีพรุ่งนี้ลุงแองเจลโล่จะมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ที่สถานทูต ถ้าคุณว่างจะลองมาพบและพูดคุยเกี่ยวกับเ๹ื่๪๫เรียนต่อด้าน interior design มั้ยคะ?”

    เซร่านึกขึ้นได้ว่า เมื่อตอนเย็นแม่ของเธอบอกเ๱ื่๵๹ที่ลุงแองเจลโล่จะมาช่วยออกแบบเรือนกระจกด้านหลังสถานทูตให้ในวันพรุ่งนี้

    “อืม...ก็ดีเหมือนกัน...งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่สถานทูตละกัน” เหมันต์ครุ่นคิดอยู่ซักพักก่อนจะตอบตกลง เพราะเขาก็อยากได้คำแนะนำอยู่เหมือนกัน

    “ค่ะ...งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะคะ” เซร่าตอบรับคำของเหมันต์

    “อืม...งั้น Good Night นะ” เหมันต์บอกลาเซร่าโดยรอฟังปลายสายบอกลากลับมาเช่นกัน ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงพร้อมกับความคิดที่วุ่นวายอยู่ภายในสมองของเขา

    ทำไมคิมไปเยี่ยมเซร่า ?? .น่าแปลกจริงๆ

    เหมันต์มีสีหน้าครุ่นคิดกับสิ่งที่คิมหันต์ทำ เขารู้สึกสบายใจและเป็๞ตัวของตัวเองยามที่ได้พูดคุยกับเซร่า

    แต่การที่คิมหันต์ไปข้องแวะกับหญิงสาว ก็ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจเช่นกัน

    เหมันต์ยืนเหม่อมองดวงดาวตรงริมหน้าต่างด้วยความรู้สึกที่สับสนภายในใจ

    คิมหันต์ที่อยู่ถัดไปอีกห้องก็นั่งมองดวงดาวด้วยความรู้สึกสับสนไม่แพ้กัน

    ออยเฟ่ย์นั่งมองดวงดาวด้วยความรู้สึกที่เศร้าสร้อย

    ค่ำคืนนี้คงมีเพียงเซร่าคนเดียวที่มองดูดวงดาวด้วยความรู้สึกของคนที่ไม่มีอะไรติดค้างอยู่ภายในใจ