่บ่ายแก่ๆ ภายในร้านดอกไม้ของแม่อยู่ตั้งอยู่ในย่านทำเลที่ดีของย่านอารีย์ ตัวร้านถูกออกแบบมาให้มีความทันสมัยและเรียบง่ายบรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ที่จัดเรียงไว้อย่างสวยงาม ร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวและไม้ธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายตาผนังด้านหนึ่งของร้านเป็กระจกใสที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาทำให้ร้านดูกว้างและสว่างสดใส พื้นที่จัดแสดงดอกไม้ถูกแบ่งออกเป็โซนอย่างชัดเจนดอกไม้หลากหลายสีสันเรียงรายอยู่ในแจกันแก้วใส ทุกอย่างดูสะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบตามมาตรฐานที่แม่ตั้งไว้
เมื่อเดินเข้ามาในร้านสิ่งแรกที่ลูกค้าจะเห็นคือเคาน์เตอร์หลักที่ตั้งอยู่ตรงกลางร้าน ซึ่งทำจากหินอ่อนรายละเอียดให้ความรู้สึกหรูหราและมีสไตล์โดยมีพนักงานหญิงสองคนและชายหนึ่งคนคอยให้บริการอยู่รอบ ๆ
พื้นที่ส่วนแสดงดอกไม้ถูกจัดเป็โซนอย่างชัดเจนดอกไม้ที่มีหลากหลายชนิดจัดเรียงไว้ในแจกันแก้วใสตามหมวดหมู่ เช่น ดอกไม้สดดอกไม้แห้ง และพวงหรีด ทุกโซนถูกตกแต่งด้วยแสงไฟ LED อุ่น ๆที่ทำให้ดอกไม้ดูโดดเด่นสีเขียวของพืชที่ถูกจัดวางอย่างประณีตทำให้บรรยากาศในร้านสดชื่นและดูมีชีวิตชีวานอกจากนี้ยังมีมุมสำหรับลูกค้าที่้าสั่งช่อดอกไม้เฉพาะสามารถนั่งรอและเลือกดอกไม้ได้ตามใจชอบ
ผมกำลังช่วยจัดดอกไม้ใส่แจกันเพื่อเตรียมให้ลูกค้ามารับใน่เย็นงานที่ผมต้องทำไม่ยุ่งยากมากนักแต่ก็ต้องใช้ความละเอียดและความตั้งใจในการจัดดอกไม้ให้สวยงามผมพยายามจัดดอกกุหลาบสีแดงให้พอดีกับแจกันที่มีอยู่ตรงหน้าแต่ในใจผมกลับจดจ่ออยู่ที่แม่ที่ยืนอยู่ห่างไปไม่ไกลสายตาของผมแอบมองไปที่เธออยู่เป็ระยะ ขณะที่เธอกำลังพูดคุยกับพนักงานชายคนหนึ่ง
พนักงานชายในร้านของแม่เป็คนที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงปีแต่เขาก็รู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้แม่ดูซีเรียสเป็พิเศษขณะที่เธอกำลังสั่งงานด้วยท่าทางทีเคร่งขรึม
"นี่นัทงานที่พี่สั่งไปเมื่อเช้าทำเสร็จหรือยัง?"
แม่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่เธอกอดอกและมองไปยังรอบ ๆ ร้านอย่างตรวจตรา
"ยังไม่เสร็จครับคุณตุ๊กผมกำลังจะเริ่มจัดดอกไม้ตามออเดอร์นั้นแล้วครับพอดีเมื่อกี้ยังติดออเดอร์ของคุณสุอยู่ครับ"
นัทตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่ดูเกร็งเล็กน้อย
"เราต้องรีบแล้วนะลูกค้าจะมารับดอกไม้ตอนบ่ายสาม เราเหลือเวลาไม่มากแล้วอย่าให้เกิดความผิดพลาดเด็ดขาด เพราะลูกค้ารายนี้สำคัญกับร้านเราฉันไม่อยากได้ยินคำว่า ‘ไม่เสร็จ’ เมื่อลูกค้ามาถึงเข้าใจไหม?"
แม่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง
พนักงานชายพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
"ครับคุณตุ๊กผมจะเร่งมือให้เสร็จทันครับ"
"ดีถ้ามีปัญหาอะไรให้บอกฉันทันที อย่าทำเองแล้วพลาด เข้าใจไหม?"
"เข้าใจครับผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับ"
ผมที่ฟังบทสนทนาของแม่กับพนักงานอยู่ห่างๆ และรู้สึกได้ว่าแม่จริงจังกับงานทุกอย่างที่ทำ แม่ไม่เคยยอมให้เกิดความผิดพลาดในการทำงาน และเธอก็เป็คนที่ยืนหยัดในการควบคุมดูแลทุกอย่างในร้าน ผมได้แต่เฝ้าสังเกตการทำงานของแม่ด้วยความรู้สึกชื่นชมแม้ในใจจะยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ผมไม่สามารถระงับได้เมื่อเห็นแม่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่น
ขณะที่ผมกำลังจัดดอกไม้อยู่หน้าร้านเสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้นเป็สัญญาณว่ามีคนเข้ามา ผมหันไปมองก็พบกับน้าพิมพ์เพื่อนสนิทของแม่ เธอเดินเข้ามาในร้านอย่างมั่นใจ พร้อมกับถุงของฝากในมือ
รูปลักษณ์ของน้าพิมพ์เต็มไปด้วยความโฉบเฉี่ยวผมสั้นระดับต้นคอที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตทำให้เธอดูทันสมัยและดูเป็สาวมั่นหุ่นของเธอก็ดีมาก เพราะเธอเป็เทรนเนอร์เหมือนกับแม่ชุดออกกำลังกายแนบเนื้อที่เธอสวมอยู่แสดงให้เห็นถึงทรวดทรงที่เฟิร์มและได้สัดส่วนของเธออย่างชัดเจน
"ตุ๊กจ๋า! เหนื่อยไหม"
น้าพิมพ์เรียกแม่ตุ๊กด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนที่จะเดินเข้ามากอดแม่พร้อมกับยิ้มกว้าง
"ฉันผ่านมาทางนี้พอดีเลยแวะเอาของฝากมาให้น่ะ"
แม่หันมายิ้มและกอดตอบอีกฝ่าย
"อ้าวพิมพ์! ขอบคุณมากนะ ไม่ต้องลำบากเลย มา ๆ นั่งก่อน"
แม่พูดพร้อมกับรับของฝากจากมือของน้าพิมพ์
"แหม ไม่ลำบากหรอกตุ๊ก พอดีฉันไปทำธุระแถวนี้เลยแวะมาหา ไหน ๆก็ไม่ได้เจอกันหลายวันแล้วนี่นา"
น้าพิมพ์ตอบกลับพร้อมกับหัวเราะเบาๆ อย่างน่ารัก ดูไม่เหมือนคนวัยสี่สิบเลยสักนิดพอ ๆ กับแม่ผม
"นี่ของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้เอง ไม่ต้องคิดมากนะแล้วเื่ฟิตเนสไม่ต้องห่วง วันนี้ฉันจะเข้าไปดูแลให้เองจะได้ไม่มีอะไรต้องกังวล"
น้าพิมพ์พูดให้แม่สบายใจ
"ขอบใจมาก ฉันก็พอดียุ่งอยู่กับร้านนี่แหละไม่ได้เข้าไปดูฟิตเนสเท่าไหร่เลย"
แม่พูดพร้อมกับยิ้มให้เพื่อนสนิท
น้าพิมพ์หันมามองร้านดอกไม้และพูดต่อ
"ร้านเธอก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะตุ๊กมากี่ทีมุมของดอกไม้ก็เปลี่ยนไม่ซ้ำ ไม่จำเจเหมือนร้านอื่น ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้จัง"
หลังจากพูดคุยทักทายกันเสร็จแม่ตุ๊กหันมาบอกน้าพิมพ์
"ไปนั่งคุยกันในห้องทำงานเถอะพิมพ์ที่นี่คนเยอะ เดี๋ยวจะคุยไม่สะดวก"
น้าพิมพ์พยักหน้าแล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในห้องทำงานกึ่งห้องพักของแม่ตุ๊กที่อยู่ในมุมหนึ่งของร้าน
ห้องทำงานของแม่ตุ๊กถูกออกแบบให้เป็พื้นที่ส่วนตัวที่แยกจากพื้นที่ลูกค้าด้านนอกห้องนี้ตั้งอยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นบรรยากาศภายในร้านได้อย่างชัดเจนจากภายในห้องผนังของห้องทำจากกระจกทึบแบบ one-way glass ซึ่งให้ความเป็ส่วนตัวสูงสุดคนที่อยู่ภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาในห้องได้เลยแต่คนที่อยู่ภายในสามารถมองออกไปเห็นทุกการเคลื่อนไหวภายนอกร้านได้อย่างชัดเจนทำให้แม่ตุ๊กสามารถสอดส่องการทำงานของพนักงานและดูแลลูกค้าได้อย่างสะดวก
ภายในห้องทำงานตกแต่งด้วยโทนสีครีมและสีไม้ธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายผนังบางส่วนตกแต่งด้วยงานศิลปะที่ให้ความรู้สึกสงบเงียบโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ทำจากไม้โอ๊คเนื้อดี ตั้งอยู่กลางห้องบนโต๊ะมีอุปกรณ์ทำงานเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ ทั้งโน้ตบุ๊ก ปากกา และเอกสารต่าง ๆมุมหนึ่งของห้องถูกจัดให้เป็มุมพักผ่อน มีโซฟานุ่ม ๆสีเทาอ่อนที่เหมาะสำหรับการนั่งพักหรือเอนตัวลงนอนได้ ข้าง ๆ โซฟามีโต๊ะเล็ก ๆที่วางหนังสือและของใช้ส่วนตัวบางอย่าง
แสงธรรมชาติจากหน้าต่างใหญ่ที่อยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานช่วยเพิ่มความสว่างให้ห้องดูโปร่งโล่งและน่าอยู่ทุกอย่างในห้องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้แม่ผมสามารถทำงานและพักผ่อนได้อย่างสบายใจ
หลังจากช่วยงานแม่จัดดอกไม้เสร็จผมเดินเข้ามาในห้องทำงานกึ่งห้องพักของแม่ หยิบขวดน้ำเย็นจากตู้เย็นเพื่อดับกระหายผมเปิดขวดน้ำแล้วดื่มไปอย่างช้า ๆพอหันกลับมาก็เห็นน้าพิมพ์มองมาทางผมพร้อมกับรอยยิ้ม
"อ้าวเน มาช่วยแม่ั้แ่เช้าอีกแล้วเหรอ น่ารักจริง ๆ เลยนะเรา"
น้าพิมพ์ชมผมด้วยน้ำเสียงชื่นชมผมได้แต่ยิ้มรับคำชมของเธอ
น้าพิมพ์หันไปพูดกับแม่ผมต่อ"ตุ๊ก เธอนี่โชคดีจริง ๆ นะที่มีลูกชายอย่างเน คอยช่วยเหลือดูแลตลอดเห็นแล้วฉันยังอิจฉาเลย"
เธอหัวเราะเบาๆ ขณะที่แม่ผมยิ้มอย่างเขิน ๆ
"แหมพิมพ์ก็พูดเกินไป เนเขาก็แค่ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง"
แม่ตอบกลับด้วยท่าทีถ่อมตัว
น้าพิมพ์หัวเราะพร้อมกับส่ายหัว
"ไม่หรอกตุ๊กเธอไม่รู้นะว่าฉันอยากให้ลูกชายฉันเป็แบบเนบ้าง วัน ๆ มันไม่เอาไหนเลยขอโทษนะที่พูดตรง ๆ วันก่อนฉันขอให้มันมาช่วยงานฟิตเนส แค่ให้มันช่วยยกของอะไรเล็กๆ น้อย ๆ มันก็ไม่ยอมมา บอกว่าติดธุระกับเพื่อนบ้าง ติดเกมบ้าง วัน ๆขอแต่เงินไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ไม่เหมือนเนเลย คอยช่วยแม่ คอยเอาใจแม่ตลอด"
ผมฟังแล้วได้แต่ยิ้มเล็กๆ แต่ก็รู้สึกเขินขึ้นมานิดหน่อยเมื่อถูกชมต่อหน้าแบบนี้แม่เองก็ได้แต่ยิ้มเขินตอบน้าพิมพ์
"อาจเป็เพราะฉันเข้มงวดกับลูกมากก็ได้เนเขาถึงเชื่อฟังแบบนี้"
น้าพิมพ์พยักหน้า
"ฉันก็พยายามเข้าใจนะแต่บางทีก็อยากให้มันมาช่วยแม่บ้าง ดูอย่างเนสิ แต่ให้เธอเข้มงวดกับลูกขนาดไหนยิ่งวัยนี้ด้วยแล้ว ถ้าเด็กมันจะต่อต้าน เธอเองก็คุมไม่อยู่หรอก ฉันถึงได้บอกไงว่าเธอโชคดีมากจริงๆ นะตุ๊ก"
แม่ผมแก้มแดงระเรื่อเล็กน้อยยิ้มรับคำพูดของน้าพิมพ์
"แต่ก็ไม่ใช่ทุกวันหรอกนะมันก็มีบ้างวันที่เนเขาดื้อกับแม่บ้างเหมือนกัน"
ดูเหมือนว่าแม่จะเผลอพูดติดตลกโดยแฝงความนัยเื่ที่ผมดื้อกับแม่อย่างไม่รู้ตัว
ผมได้ยินบทสนทนาของพวกเขาแล้วรู้สึกอายเล็กน้อยเลยไม่พูดอะไรมาก แค่ยิ้มตอบรับนิดหน่อย ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาเบดนุ่ม ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในมุมพักผ่อนของห้องแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้ห้องดูอบอุ่นและผ่อนคลายผมนั่งลงบนโซฟาแล้วเอนตัวลงนอน รู้สึกเหนื่อยจากการตื่นเช้าทำงานั้แ่เช้าตรู่
เสียงสนทนาของแม่กับน้าพิมพ์ยังคงดังอยู่ในห้องแต่ผมเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นเรื่อย ๆ เปลือกตาของผมหนักขึ้นทุกทีจนในที่สุดผมก็ผล็อยหลับไปบนโซฟา ปล่อยให้แม่กับน้าพิมพ์คุยกันต่ออย่างสนุกสนาน
ผมมารู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงแม่ปลุกเบาๆ
"เนตื่นได้แล้วลูก ไปเตรียมเก็บของ อีกเดี๋ยวเราต้องไปส่งดอกไม้ให้ลูกค้าแล้วค่อยกลับบ้านกัน"
แม่ตบหน้าผมเบาๆ ทำให้ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างง่วงงุน
ผมลุกขึ้นนั่งมองไปรอบ ๆ ห้องทำงานขณะที่แม่เดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อจัดเก็บของบรรยากาศภายนอกร้านเริ่มสงบ ลูกค้าบางตาแต่พนักงานยังคงเดินไปเดินมาทำงานอยู่ในร้านอย่างขยันขันแข็ง
ผมมองนาฬิกาดิจิตอลที่ติดอยู่บนผนังห้องมันบอกเวลา 16:00 น. อีกหนึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลาปิดร้านผมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมากทั้งที่วันนี้มีงานเยอะแต่ก็รู้สึกดีที่ใกล้จะได้กลับบ้านแล้ว
ขณะที่ผมนั่งอยู่แม่ยืนหันหลังจัดเก็บเอกสารบนโต๊ะ เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ก่อนกลับบ้านลูกอยากกินอะไรเป็พิเศษไหม?"
ผมไม่ได้ตอบคำถามแม่ในทันทีแต่แทนที่จะตอบ ผมลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปใกล้แม่จากทางด้านหลังผมยื่นแขนออกไปกอดแม่เบา ๆ พร้อมทั้งเอาคางพิงไหล่ของแม่ น้ำหนักของร่างกายผมัักับเธออย่างชัดเจนยิ่งนึกถึงสายตาของไอ้แก่ใน่เช้า ผมก็ยิ่งกอดแม่แน่นขึ้น โดยไม่รู้ตัวผมเอาควยถูไถกับก้นเด้ง ๆ ของแม่ผ่านกระโปรงยาวที่เธอสวมอยู่
"ผมอยากกินของพิเศษครับแม่...แต่ไม่ใช่อาหาร"
ผมกระซิบเบาๆ ใกล้หูของแม่ด้วยเสียงแ่เบา
แม่ชะงักเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับมาดันตัวผมออกอย่างเบา ๆ
"ลูกจะทำอะไรน่ะ..."
แม่เอ่ยเสียงเข้มทำหน้าดุแต่ในขณะเดียวกันผมก็สังเกตเห็นความลังเลในแววตาของแม่ ผมรู้สึกใจเสียเล็กน้อยกับน้ำเสียงดุๆ ของแม่ แต่ผมตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและส่งให้แม่ดูข้อความจากไอ้เป็ดผมคิดว่าถ้าแม่เห็นสิ่งที่ไอ้เป็ดส่งมา เธออาจเข้าใจความกดดันที่ผมเผชิญอยู่
แม่หยิบโทรศัพท์ไปอ่านข้อความเงียบๆ และถอนหายใจยาวออกมา
แม่ไม่ได้พูดอะไรในทันทีแต่เธอมองไปที่พนักงานด้านนอกที่ยังคงทำงานกันอยู่ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเป็เชิงอนุญาต สายตาเธอมองมาที่ผมพร้อมสั่งว่า
"ไปล็อกประตูก่อน"
ผมรีบทำตามที่แม่บอกผมเดินไปที่ประตูและล็อกมันอย่างรวดเร็วความรู้สึกตื่นเต้นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจขณะที่ผมเดินกลับมาหาแม่ผมเอื้อมมือไปหยิบกล้อง Handycam จากกระเป๋าที่ผมพกติดมือมาด้วยผมรู้ว่าครั้งนี้จะเป็การบันทึกวิดีโออีกครั้งที่ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ กระจกทึบในห้องทำงานช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้ผมอย่างมากข้างในนี้เราสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายนอกร้านได้แต่คนข้างนอกไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องนี้ได้เลยการที่เราทำสิ่งนี้ในขณะที่มองออกไปเห็นพนักงานและลูกค้าที่กำลังทำงานทำให้ทุกอย่างยิ่งดูเสี่ยงและเร้าใจ