[จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    ตอนที่ 54 เคล็ดวิชาซูอี้ หัตถ์คว้านกกระจอก

    ตอนที่ 54 เคล็ดวิชาซูอี้ หัตถ์คว้านกกระจอก

     

    โม่เทียนหลิงอดประหลาดใจไม่ได้

     

    คำพูดนี้ของซูอี้ มันบ้าบิ่นกว่าที่เขากล่าวต่อเหวินเจวี๋ยหยวนเมื่อไม่นานมานี้เสียอีก!

     

    ขณะนี้เอง เขาเผยเสียงหัวเราะดัง “ข้าอยู่ในกองกำลังเกล็ดแดงมาก็นับปี สังหารศัตรูนับไม่ถ้วน พบเห็นคนบ้ามาไม่ใช่น้อย กระนั้นหาได้มีผู้ใดบ้าบิ่นเหมือนดังเจ้าผู้นามว่าซูอี้แม้สักคน!”

     

    “ข้าคิดอยากรับชมนัก เจ้าจะคู่ควรกับดาบข้าหรือไม่!”

     

    เสียงหัวเราะนี้ประหนึ่งฟ้าคำรามเลือนลั่น

     

    โม่เทียนหลิงลงมือโจมตีรุนแรง กระดูกในกายเลื่อนลั่นส่งเสียงประหนึ่งเม็ดถั่วที่แตกออก ระหว่างชั่วลมหายใจ เลือดในกายเขาสูบฉีด ประหนึ่งเป็นคลื่นน้ำ

     

    ตึง!

     

    เพียงย่ำเท้าลงกับพื้น ลานประลองที่สร้างจากเหล็กเกิดสั่นไหวรุนแรง

     

    ร่างนั้นเปรียบดังสายฟ้าเส้นหนึ่งที่พุ่งทะยานออก!

     

    ขณะอยู่กลางอากาศ มือขวาที่ว่างเปล่า เปลี่ยนเป็นกำหมัดแน่น พร้อมกระแทกเข้าใส่ซูอี้อย่างเต็มแรง

     

    พลังอันยิ่งใหญ่ สะกดข่มรุนแรง!

     

    “งดงามนัก หมัดที่เป็นดังสายฟ้า! นี่คงจะเป็น ‘หมัดอัสนีอสูรร่ำไห้’ ระดับจุดสมบูรณ์ไม่ผิดแน่!”

     

    นัยน์ตาฟู่ซานหรี่ลง ถ้อยคำกล่าวออก

     

    มันเป็นวิชาลับที่โด่งดังของจวิ้นอ๋องอวิ๋นกวง เชินจิ่วซง ทราบกันดีว่าวิชาหมัดนี้รวดเร็วเปรียบดังสายฟ้า มีพลังมหาศาลยากคาดเดาจนแม้แต่เหล่าอสูรยังต้องร่ำไห้ด้วยความกลัวเกรง!

     

    และการที่สำเร็จวิชานี้ถึง ‘จุดสมบูรณ์’ นี้ได้ ก็ช่างเป็นอะไรที่น่าหวั่นเกรง!

     

    ในสำนักดาบชิงเหอนั้น ต่อให้เป็นศิษย์สายในก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ฝึกปรือเคล็ดวิชาสังหารของตัวเองได้จนถึง ‘ระดับจุดสมบูรณ์’ ได้ ซึ่งหนีเฮ่าก็เป็นคนหนึ่งที่สามารถฝึกฝนมาจนถึงระดับดังกล่าว

     

    “หมัดอัสนีอสูรร่ำไห้ของจวิ้นอ๋องอวิ๋นก่วง!”

     

    “ครั้งนี้เกรงว่าซูอี้คงแหลกเละเป็นชิ้นเนื้อแน่แล้ว”

     

    เสียงอึกทึกดังทั่วเวทีประลอง ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายเกิดสะท้าน สีหน้าถึงกับแปรเปลี่ยน

     

    “ท่านเขย...” ใจหูเฉวียนเกิดดิ่งฮวบ

     

    ผู้อื่นต่างกระวนกระวาย พลังของโม่เทียนหลิงชวนสะพรึงจนเกินไป ความพ่ายแพ้อันเด็ดขาดของเหวินเจวี๋ยหยวนก่อนหน้านี้คือบทเรียน!

     

    แต่แล้ว เมื่อผู้คนหันกลับไปมองซูอี้ พวกเขาต่างตกตะลึงยิ่งกว่าเพราะซูอี้นั้นกลับยังคงยืนนิ่งเฉยแม้ในยามที่โม่เทียนหลิงพุ่งเข้าหา!

     

    และเมื่อโม่เทียนหลิงเข้ามาได้ระยะ ที่ซูอี้กระทำก็เพียงยกแขนขวาขึ้น

     

    ห้านิ้วอ้าออกเป็นฝ่ามือประดุจกำแพงสวรรค์!

     

    หนึ่งฝ่ามือนี้ ราวกับสามารถทานทนได้แม้แต่พญามาร!

     

    ท่าทีเฉยชาของเขา ขณะนี้แปรเปลี่ยนไปโดยเงียบงัน

     

    ปัง!!!

     

    เสียงดังเลือนลั่นปรากฏบนสังเวียน

     

    ผู้คนได้เห็นภาพอันชวนตื่นตะลึงตรงหน้า ร่างโม่เทียนหลิงเป็นประหนึ่งลูกธนูพุ่งถอย หลายสิบก้าวผ่านพ้น กว่าจะยืนหยัดร่างกายให้มั่นคงได้

     

    “ก็ว่าเหตุใดจึงกล้าขึ้นเวทีประลอง แท้จริงแล้วการบ่มเพาะของเจ้าฟื้นคืนแล้วนี่เอง!”

     

    ดวงตาโม่เทียนหลิงสั่นไหว นอกจากประหลาดใจ เขายังได้ตระหนักทราบ

     

    ชั่วเวลานี้เอง เกิดเป็นความโกลาหล ฝูงชนต่างส่งเสียงดัง

     

    ซูอี้!

     

    บุตรเขยผู้เป็นที่รู้จักกันดีในเมืองกว่างหลิง ศิษย์ผู้สูญเสียการบ่มเพาะและถูกขับไล่ออกจากสำนักดาบชิงเหอ ยามนี้ฟื้นคืนการบ่มเพาะหาได้มีผู้ใดทราบไม่!

     

    เป็นเรื่องที่ไม่ว่าผู้ใดต่างก็ประหลาดใจ

     

    “เป็นไปได้ยังไง!?”

     

    หนานอิ่งแตกตื่น ใบหน้างดงามแปรเปลี่ยน ดวงตาเบิกกว้าง

     

    ในกาลก่อน เพราะซูอี้สูญเสียการบ่มเพาะ นางจึงไม่ลังเลที่จะหักหลังอีกฝ่าย เพื่อเลือกหนทางอื่น

     

    ผู้ใดกันคาดคิด เพียงหนึ่งปีผ่านพ้น ซูอี้ที่นางเขี่ยทิ้งประหนึ่งคนไร้ค่า ขณะนี้ฟื้นคืนการบ่มเพาะกลับมาได้แล้ว

     

    ใจนางขณะนี้ไม่อาจสงบ กระทั่งไม่อาจควบคุมตัวเอง

     

    “คาดไม่ถึงยิ่งนัก…” หนีเฮ่าประหลาดใจเช่นกัน ทว่าท่าทีสงบกว่ามาก

     

    เมื่อตอนนั้นที่ซูอี้ยังอยู่สำนักดาบชิงเหอ ระดับการบ่มเพาะของซูอี้อยู่แค่ในขอบเขตโคจรโลหิตขั้นสาม ‘ขัดเกลาเส้นเอ็น’ แม้ฟื้นพลังขึ้นมาได้ตอนนี้ ก็ไม่ได้เป็นภัยต่อเขานัก

     

    “นี่มัน...”

     

    นับตั้งแต่ที่งานประลองเริ่ม เหวินฉางชิงที่เอาแต่เงียบไร้คำพูดจา ยามนี้แตกตื่น สีหน้าแปรเปลี่ยนเผยชัด

     

    สารเลวผู้นี้เก็บซ่อนความลับเอาไว้!

     

    เหวินเจวี๋ยหยวน เหวินเส้าเป่ยและสมาชิกตระกูลเหวินผู้อื่นต่างแสดงสีหน้าแตกตื่นและนิ่งงัน

     

    ในใจพวกเขามีเพียงหนึ่งความคิด ซูอี้ผู้นี้ฟื้นคืนพลังได้ตั้งแต่เมื่อใด?

     

    “นึกประหลาดใจอยู่แล้วว่าเหตุใดมันอวดดี ที่แท้การบ่มเพาะที่เคยเลือนหายกลับคืนมานี่เอง”

     

    แววตาหลี่เทียนหานหมองหม่นลง

     

    คนไร้ค่าผู้นี้กลับกลายเป็นผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่ง นี่จะทำให้แผนของเขาเสียหาย

     

    เรื่องนี้ทำหลี่เทียนหานขมวดคิ้ว พลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่หลี่โม่อวิ๋นบุตรชายตนคิดกระทำในคืนนี้

     

    “เจ้าหนูนี่ปกปิดพลังของตนเองได้ยอดเยี่ยมนัก”

     

    โจวฮวายชิวถอนหายใจอย่างนึกประหลาดใจ และเกิดนึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้ตนเองไม่ไปพบซูอี้ หลังจากเดินทางมาเยือนเมืองกว่างหลิง

     

    หรืออาจเป็นเพราะท่าทีห่างเหินของตัวเขา ซูอี้จึงไม่คิดอยากกล่าวถึงเรื่องการบ่มเพาะที่ฟื้นคืน?

     

    คิดได้ดังนี้ ความยินดีในใจเขาจึงเลือนหาย ความรู้สึกอันขมขื่นปะปนผสมกัน

     

    “แท้จริงนายน้อยได้กลายเป็นนักสู้อีกครั้งหนึ่งแล้ว...” หูเฉวียนเกิดยินดีขึ้นมา

     

    ท่ามกลางผู้คนที่รับชม มีเพียงฟู่ซาน หวงอวิ๋นชง เนี่ยเป่ยหู่ เนี่ยเถิง รวมถึงหวงเฉียนจวินที่มีอาการสงบ

     

    เพราะพวกเขาทราบเรื่องแต่แรก ทั้งยังทราบยิ่งกว่าไม่ว่าผู้ใด

     

    ภาพฉากบนเวทีประลอง ทำให้ฟากฝั่งเมืองกว่างหลิงกลายเป็นตื่นเต้น

     

    แต่ในทางกลับกัน ฝั่งเมืองลั่วอวิ๋น พวกเขาต่างประหลาดใจ บุตรเขยผู้สูญเสียการบ่มเพาะไปครั้งหนึ่ง กลับต้านรับการโจมตีเพียงนี้ได้ เป็นเรื่องชวนตื่นตะลึงอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    ขณะนี้เอง ลี่เจี้ยนอวี่ส่งเสียงฮึมฮัมตะโกนดัง

     

    “ฟื้นคืนการบ่มเพาะแล้วอย่างไร? ก็แค่อดีตหัวหน้าศิษย์สายนอกสำนักดาบชิงเหอ การบ่มเพาะนั้นก็หาได้แข็งแกร่งเทียบเท่าเหวินเจวี๋ยหยวน!”

     

    หนึ่งคำพูด เสียงพูดคุยในเวทีประลองเงียบงัน บรรยากาศกลายเป็นหมองหม่นลง

     

    “ถูกต้องแล้ว เหวินเจวี๋ยหยวนพ่ายแพ้ในหนึ่งหมัด ต่อให้ซูอี้ฟื้นคืนการบ่มเพาะ แล้วมันยังไง?”

     

    หนานอิ่งบ่นพึมพำเสียงเบา เดิมอารมณ์ที่หลุดการควบคุมค่อยกลับคืนสู่ความสงบ

     

    ผู้อื่นต่างตอบสนอง พวกเขาเริ่มสะกดสภาวะอารมณ์ ดวงตากลับคืนจับจ้องเวทีประลอง

     

    กระนั้นแล้ว พบเห็นซูอี้ฟื้นคืนการบ่มเพาะ ผู้คนต่างมีความคิดที่แปรเปลี่ยนกันไป

     

    “ถือว่าเหมาะเจาะทีเดียว เมื่อไหร่ที่ข้าซัดเจ้าจนพ่ายแพ้ ผู้อื่นจะไม่ได้กล่าวว่าข้ากลั่นแกล้งผู้พิการไร้ซึ่งการบ่มเพาะ!”

     

    โม่เทียนหลิงสงบใจลงได้ ริมฝีปากยกยิ้มเอ่ยคำออก

     

    นับตั้งแต่แรก ท่าทีของซูอี้เรียบเฉยมาโดยตลอด

     

    เขาเมินการยั่วยุของโม่เทียนหลิง ทว่ามองไปยังเนี่ยเถิงที่ยืนอยู่ข้างเนี่ยเป่ยหู่ตรงที่นั่งแขกผู้ทรงเกียรติก่อนจะเอ่ยคำ

     

    “เจ้าจงรับชมให้ดี”

     

    เนี่ยเถิงงุนงง ใบหน้าเขาเปี่ยมด้วยความสงสัย อยากทราบว่าซูอี้หมายถึงสิ่งใด

     

    ตูม!

     

    โม่เทียนหลิงใช้โอกาส ลงมือโจมตีอีกครั้งครา

     

    พลังอำนาจสะท้านฟ้าสะเทือนดิน สายฟ้าทอประกาย เคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งใหญ่ มันคือเคล็ดวิชาที่ใช้สังหารในสมรภูมิสู้รบ ซึ่งแฝงกลิ่นเลือดและเหล็กเหม็นฉุนคละคลุ้ง

     

    เหวินเจวี๋ยหยวนสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง เขานึกสังหรณ์ว่าหากเป็นตนเองที่ต้องรับการโจมตีครั้งนี้ ไม่ตายก็คงปางตาย!

     

    ผู้คนด้านนอกเวทีประลองต่างตระหนัก โม่เทียนหลิงตั้งใจลงมือถึงตาย ไม่ใช่หย่อนยานและออมแรงเช่นช่วงแรก

     

    ร่างซูอี้ขยับยืดเคลื่อนไหว มือกำหมัด ร่างกายบิดพลิ้วไหลลื่นประหนึ่งสายน้ำและมวลเมฆ เคลื่อนตัวไร้กลิ่นไร้เงาให้คาดเดา

     

    โม่เทียนหลิงที่ชกหมัดเข้าใส่ พลังอำนาจยิ่งใหญ่และดุดันกลับกลายเป็นเงียบงัน มันไม่อาจสัมผัสได้แม้เสื้อคลุมของซูอี้

     

    ที่ชวนเหลือเชื่อยิ่งกว่า คือการเคลื่อนไหวของซูอี้หาได้รวดเร็วไม่ แต่คล้ายกับเมฆเคลื่อนไหว เชื่องช้า เบาบาง แต่ไร้ลักษณ์ เป็นท่วงทำนองอันน่าประหลาด

     

    “ย่างก้าวบุปผาลู่ลม?”

     

    ใบหน้าโม่เทียนหลิงแปรเปลี่ยน เคล็ดวิชาท่าร่างที่ซูอี้ใช้อยู่ขณะนี้ ไม่ใช่เคล็ดวิชาที่สูงล้ำเลย มันเป็นเพียงวิชาธรรมดาทั่วไปที่สามารถหาฝึกได้ง่าย ๆ

     

    แต่กระนั้นยามซูอี้ใช้งาน มันกลับทรงเสน่ห์ไร้ที่ติ สมบูรณ์แบบอย่างไม่อาจหาจุดบกพร่อง

     

    ตู้ม!

     

    ดวงตาโม่เทียนหลิงทอประกายดุร้าย หมัดเหวี่ยงออกหมายสังหาร

     

    เพื่อฝึกฝนเคล็ดวิชาหมัดอัสนีอสูรร่ำไห้ ตัวเขาต้องต่อสู้ในกองกำลังเกล็ดแดงยาวนานนับปี สังหารศัตรูร้ายกาจในสมรภูมิสู้รบจนเลือดหลั่งนอง สุดท้ายจึงได้สำเร็จเคล็ดวิชานี้ถึงระดับจุดสมบูรณ์

     

    ชั่วขณะเวลานี้ ตัวเขาทุ่มเทพลังทั้งหมดออกมา จนเปรียบดังพยัคฆ์ร้ายตัวหนึ่ง หมัดที่รวดเร็วดุจสายฟ้า มันพุ่งตรงราวกับเป็นศาสตราวิเศษอันแหลมคมที่ไม่อาจหยุดยั้ง

     

    แต่แล้วเหตุการณ์ต่อมากลับทำโม่เทียนหลิงสีหน้าแปรเปลี่ยน

     

    ถัดมา ซูอี้ไม่หลบหลีกอีกต่อไป ทุกครั้งที่โม่เทียนหลิงเข้าโจมตี ซูอี้จะปัดป้องออกไปได้โดยง่ายดาย ทำเอาโม่เทียนหลิงทั้งโกรธเกรี้ยวและหัวเสีย

     

    ท่ามกลางสายตาผู้คน โม่เทียนหลิงเป็นประหนึ่งพายุรุนแรง พัดพาเข้าหาซูอี้จากทั่วทิศทาง

     

    ขณะที่อีกทางหนึ่งนั้นซูอี้ประหนึ่งเป็นก้อนหินใหญ่ แม้ลมพายุพัดพาจากทิศทางใด เขายังคงอยู่นิ่ง ไม่อาจแตะต้องให้เขาหวั่นไหว

     

    ภาพฉากที่ได้เห็น ผู้คนทั้งหมดต่างสนใจ

     

    ผู้ยิ่งใหญ่บางส่วนกระทั่งตื่นตะลึง ท่าทีราวไม่นึกเชื่อสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า

     

    มีเพียงเนี่ยเถิงและเนี่ยเป่ยหู่ที่ตื่นเต้นกว่าผู้ใด

     

    พวกเขาได้เห็น สิ่งที่ซูอี้กำลังใช้งานขณะนี้ คือเคล็ดวิชาที่ทั้งบิดาและบุตรชายต่างชำนาญ ‘หัตถ์คว้านกกระจอก’ นั่นเอง!

     

    เพียงแต่หัตถ์คว้านกกระจอกที่พวกเขาใช้งาน คือการใช้แรงจากฝ่ามือคว้าจับ ประหนึ่งเป็นกรงขังที่มองไม่เห็น ขังนกไว้ไม่ให้บินหนี

     

    กระนั้นหากเทียบกับซูอี้ พวกเขาพลันได้ทราบ ว่าตนเองหาได้เทียบเปรียบแม้แต่เล็กน้อย

     

    ในมือของซูอี้ เคล็ดวิชาดังกล่าวแสดงออกอย่างลึกล้ำเกินกว่าจินตนาการคาดคิด

     

    เป็นประหนึ่งเทพเซียนสำแดงพลัง

     

    ราวกับว่าทุกชีวิตนั้นเป็นนก และฟ้าดินเป็นเสมือนกรงขัง!

     

    เนี่ยเถิงตกตะลึง จิตอยู่ในภวังค์ อาการแตกตื่นไม่อาจสงบลง

     

    ขณะนี้เองที่เขาได้ตระหนัก เคล็ดวิชาที่ตนเองฝึกฝนยาวนาน แท้จริงกลับมีความน่าทึ่งได้ถึงเพียงนี้!

     

    เขาไม่กล้าวอกแวก ก่อนจะกลั้นใจ รับชมต่อโดยเงียบงัน

     

    “บุตรชายตระกูลเนี่ยได้รับความชมชอบจากคุณชายซู ช่างโชคดียิ่งนัก!” ฟู่ซานทอดถอนใจให้ตัวเอง

     

    มีหรือเขาจะไม่ทราบว่าซูอี้คิดใช้การต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการชี้แนะแก่เนี่ยเถิง แสดงหัตถ์คว้านกกระจอกให้เห็นถึงความน่าอัศจรรย์เป็นการส่วนตัว

     

    ท่าทีหวงอวิ๋นชงแปรเปลี่ยนคล้ายคลึงกับฟู่ซาน เขาเห็นได้ชัดถึงความตั้งใจของซูอี้เช่นกัน

     

    ช่างเหนือล้ำยิ่ง!

     

    ชั่วเวลาเดียวกันนี้ ผู้คนรอบเวทีประลองต่างได้เห็นโม่เทียนหลิงกำลังตกเป็นรอง

     

    ภายใต้ฝ่ามือของซูอี้ อีกฝ่ายกลายเป็นเหมือนสัตว์ร้ายในกรงขัง ทุกฝ่ามือของซูอี้เปรียบดังกรงที่ไม่อาจมองเห็น ปกคลุมร่างอีกฝ่ายเอาไว้ ไม่ว่าแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจหลีกหนี หรือออกพ้นจากกรงนี้ได้

     

    ฉากอันตระการตานี้ เป็นเหตุให้ทั่วทั้งบริเวณเกิดเป็นเสียงอุทานแตกตื่น

     

    ชั่วขณะก่อนหน้านี้ หลายคนต่างเชื่อว่าแม้ซูอี้ฟื้นคืนการบ่มเพาะ ชะตาก็ถูกกำหนดให้ห่างชั้นจากโม่เทียนหลิงผู้เป็นคู่ต่อสู้อันดุร้าย

     

    แต่แล้วขณะนี้ ผู้คนต่างต้องชะงัก

     

    โดยเฉพาะกับหนานอิ่ง หนีเฮ่า เหวินเจวี๋ยหยวน และเหวินเส้าเป่ย พวกเขาต่างไม่อาจควบคุมอารมณ์ สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเรื่อยอย่างชวนน่ารับชม

     

    ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งพวกเขาเคยดูหมิ่นหยามเหยียด เมินเฉย เย้ยหยัน ขณะนี้กลับแสดงอำนาจต่อสู้ที่พวกเขาไม่อาจคาดคิด เรื่องนี้ พวกเขามีหรือจะยอมรับได้?

     

    “ย่าห์!”

     

    ที่บนสังเวียน โม่เทียนหลิงผู้มีใบหน้าเคร่งเครียดคำรามประหนึ่งคลุ้มคลั่ง ทั้งร่างทุ่มเทแรงใส่หมัดขวา ชกออกซึ่งหน้ารุนแรง

     

    หมัดรวดเร็ว เสียงคำรามเลือนลั่น ประหนึ่งสายฟ้าแหวกผ่าน แสดงให้เห็นถึงความเป็นยอดฝีมือขอบเขตโคจรโลหิตอันเด่นชัด

     

    “ช่างเถอะ เดี๋ยวข้าจะแสดงให้เจ้าได้เห็นก็แล้วกันว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงเป็นเช่นไร!”

     

    ซูอี้ถอนหายใจเบา ก่อนซัดฝ่ามือไปในความว่างเปล่า

     

    ฝ่ามือที่ซัดออกไปนี้เชื่องช้า ราวกับเบาหวิวไร้ซึ่งพลัง

     

    แต่กระนั้นโม่เทียนหลิงกลับเผยสีหน้าซีดเผือดแตกต่าง เขารู้สึกรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงฝ่ามือของซูอี้ มันเปรียบดังกรงขังอันหนึ่ง ที่ทำเขาถูกสะกดข่มด้วยพลังอันไร้ขอบเขตจากทั้งฟ้าดินกดทับ

     

    ยามเผชิญกับกรงขังที่เป็นประหนึ่งฟ้าดิน ตัวเขารับรู้ได้ถึงความกระจ้อยร่อยของตนเอง ทั้งไร้ซึ่งพลัง

     

    ไร้ทั้งหนทางหนี และหนทางรอดพ้น!

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ ที่คุณอ่าน

    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405