บทที่1
“ทรงกลด ตื่น! สายแล้วลูก ออมมาแล้ว”
“แม่ เดี๋ยวหนูขึ้นไปปลุกเองค่ะ”
“จ๊ะ”
ออมหรือออมสินเด็กสาวข้างบ้านวัย 17 ปี หน้าตาหมดจด งดงาม คิ้วเรียวยาว ลักยิ้มแก้มซ้ายช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ดูหวานเข้มยิ่งขึ้นเธอคือเพื่อนสนิทหญิงคนเดียวของทรงกลด ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน เป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่เด็ก
“กลางคืนแกทำอะไรวะทำไมชั้นต้องมาเรียกแกทุกวันมันธุระชั้นมั๊ยนี่”แม้เสียงใสๆนี้จะบ่นแต่ทรงกรดทราบดีว่าเพื่อนสาวคนนี้เป็คนมีน้ำใจยอมเหนื่อยมากกว่าให้เพื่อนต้องลำบาก
“อืม ขอ 10 นาที” ทรงกลดเสียงงัวเงียพร้อมพลิกตัวขาซ้ายก่ายกอดม้วนผ้านวมด้วยความี้เี
“ไม่เอา ลุก เดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน”ออมสินกล่าวพร้อมออกแรงดึงผ้านวม
“อืมมม10 นาที เอง ขอๆ” “ไม่เอา ลุกเดี๋ยวนี้เลยแก”
“เออ ไปๆ รำคาญหว่ะจะอาบน้ำ ไปรอข้างล่างไป”ทรงกลดเริ่มหงุดหงิดแล้ว
วิทยาลัยวอเลตมิชชั่น วิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาค อาคารเรียนสไตล์ยุโรปกึ่งอเมริกากลางสิบกว่าหลังตั้งตระหง่านเคียงคู่เป็ทิวแถวสวยงามถนนลาดยางมะตอยสีดำสนิททอดยาวสุดสายตาแนวจามจุรีทั้งสองฟากถนนช่วยให้สถานที่ดูเคร่งขรึมน่าเกรงขาม ที่นี่เป็ที่ผลิตคนใหญ่คนโตและผู้มีชื่อเสียงมากมายของประเทศมานานกว่า60ปีและยังเป็แหล่งรวมอัจฉริยะ ลูกหลานตระกูลใหญ่ต่างเรียนอยู่ที่นี่รวมทั้งทรงกลดและออมสิน ทรงกลดเรียนสาขาแมคคาทรอนิคส์ส่วนออมสินเรียนการบัญชีและธุรกิจมาตุภูมิ และมีบางวิชาที่ทั้งสองเลือกเรียนด้วยกัน
“ออม รายงานวันนี้ แกจัดการเลยนะ”
“อยู่แล้ว เป็งี้ตลอด อยากรู้จริงๆถ้าไม่มีชั้น ชีวิตแกจะอยู่ยังงัย”
“ง่ายๆเลยออม ชั้นหน้าตาดี ก็หาแฟนที่เก่งๆขยันๆสักหน่อยแล้วให้เค้าทำแทนดิออมหินเอ๊ย” กล่าวจบทรงกลดก็ฉากตัวออกอย่างรวดเร็วเพราะรู้ทางเพื่อนสาวเป็อย่างดี
“บอกว่าอย่าเรียกชั้น ออมหิน มานี่เลยไอทรงตด” ออมสินโมโหจัด ไล่ตามกะฟาดหัวเต็มที่ ทรงกรดวิ่งไปหัวเราะไปอย่างอารมณ์ดี
ครู่ใหญ่ต่อมาทั้งสองหอบเหนื่อย หยุดนั่งลงตรงโต๊ะในโรงอาหารของวิทยาลัยฯ
‘พลั๊ก!’ เสียงกำปั้นทุบหลังทรงกลดดังถนัด
“อั๊ก! แรงดีนะนี่ ไปกินควายมาหรืองัยวะ” ทรงกลดงอตัวด้วยความเจ็บ
“หรือจะเอาอีก” ออมสินกล่าวพร้อมกับเงื้อกำปั้นขึ้นเตรียมทุบเต็มที่
“พอแล้วหิวแล้วหว่ะ”ทรงกลดรีบยกมือป้อง แบฝ่ามือกางออก ทำหน้าหวาดเสียวเต็มที่
“วันนี้แกจะกินอะไร” ออมสินถามอย่างเคยชิน
“เหมือนเดิม วันนี้ชั้นเลี้ยงเอง”
“ยินดีมากเลย เดี๋ยวชั้นไปสั่งก่อน” รอยยิ้มเล็กๆเผยให้เห็นลักยิ้มเพิ่มความน่ารักยิ่งขึ้นออมสินเดินไปสั่งอาหารอย่างอารมณ์ดี ทั้งสองมักจะหยอกเล่นกันแบบนี้โดยไม่สนใจคนรอบข้างหรือใครทั้งนั้นนี่คือความบริสุทธิ์ใสซื่อของดวงใจสองดวง
“เมื่อคืนตำรวจจับขบวนรถคอนเวย์ได้ตั้ง15 คันเลยหว่ะ มีวัตถุโบราณจากเมืองไทยเพียบเลยมึงรู้เื่ป่าววะ”
เสียงสนทนาดังแว่วจากกลุ่มนักศึกษาโต๊ะข้างๆทั้งโต๊ะมีชาย 4 คนและหญิงอีก2คน
“ฝีมือนู๊พสาดอีกแล้วหว่ะ”
เพียงคำว่า‘นู๊พสาด’ทั้งโรงอาหารแทบจะเงียบกริบ ทุกโต๊ะเริ่มหันมาสนใจ หลายคนขยับเข้าไปร่วมด้วย กลายเป็กลุ่มใหญ่ประมาณ20กว่าคน
“กรี๊ดดดด!” นู๊พสาด ไอดอลชั้น อยากเจอตัวเป็ๆจัง ชั้นจะนอนกอดทั้งคืนเลย”
“แหว่ะ อย่าเวอร์เมื่อคืนเค้ายังนอนอยู่กับชั้นเลย” “5555” เสียงหัวเราะดังระงมไปทั่ว หลายโต๊ะเงียบเงี่ยหูฟัง “เขาว่านะแกนู๊พสาดเคลื่อนไหวเร็วอย่างกับปีศาจ แถมมีเวทย์มนต์อีกตะหาก แค่แว๊บ ผ่านหน้าแกนะขาแข็ง ตัวล๊อคขยับไม่ได้เลยแก”
“เฮ๊ย เมื่อคืน 50 คนเลยนะนี่ ล้อมจับนู๊พสาด แค่แว๊บเดียวเอง เค้าหายไปต่อหน้าต่อตาเลย”
“นี่ๆ แกจะเหม่ออะไรนักวะ หนักนะเว๊ยรับหน่อยสิแก” ออมสินโผล่มาด้านหลังพร้อมอาหารถาดใหญ่ทรงกลดยื่นมือไปรับพร้อมกับยกจานข้าวราดแกงกะหรี่ไก่ของโปรดวางตรงหน้า
“ชั้นละเอียนกับฮีโร่สายดาร์คคนนี้จังหว่ะถ้าฉันเจอตัวนะจะทุบให้กระอักเลย” ออมสินกล่าวพร้อมกับชูกำปั้นกำแน่น หน้าตาท่าทางเอาจริง ทรงกลดเผลอสะดุ้ง มองกำปั้นน้อยๆอย่างระแวง แต่สีหน้าอมยิ้มแววตาเป็ประกาย ไม่บอกก็รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
“แกไม่เชื่อเหรอ” สายตาออมสินดูจริงจังกำหมัดแน่น “นู๊พสาดคนนี้แหล่ะทำให้พ่อชั้นไม่ได้หลับได้นอนวิ่งวุ่นทั้งคืน”
“เชื่อครับ คุณหนูลูกสาวผู้การ”ทรงกลดยิ้มส่งสายตาแวววาวดูลึกลับยิ่งนัก
ณ.ที่ทำการสำนักงานพิทักษ์กรีนแลนด์สถานที่ๆกำกับดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่นี่เป็องค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองเช้านี้ ผู้บัญชาการสูงสุดได้เรียกประชุมด่วน
“ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่สร้างผลงานให้กับกรีนแลนด์สามารถสกัดสินค้าล๊อตใหญ่ของคอนเวย์ได้ แต่เราไม่ได้แกนนำของกลุ่มนี้เลย ทำให้เราไม่สามารถที่จะทลายแก๊งค์นรกนี้ได้”ผู้บัญชาการกล่าวเสียงเนิบๆ “เป็ที่ทราบกันดีว่าคอนเวย์เซฟชั่นเป็หน่วยงานใหญ่ มีสาขาอยู่ทั่วโลกทั้งยุโรป อเมริกา เอเชีย และตอนนี้พวกมันได้เข้ามาในเมืองของเรา”ผู้บัญชาการหยุดเล็กน้อยสายตากวาดมองไปที่สมาชิครอบห้อง ทุกคนล้วนระดับหัวหน้าส่วนฯมีทั้ง ผู้ว่าการใหญ่ของเมือง หัวหน้าตำรวจ ผู้บังคับการค่ายทหาร หัวหน้าศาลหัวหน้าอัยการ ประธานหอการค้า หัวหน้าหน่วยข่าวกรอง เ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายปกครองและความมั่นคงรวมทั้งสิ้น35 คน “คอนเวย์เข้ามายังงัยมาตอนใหน มาทำอะไร ทำไมไม่มีใครรู้เื่เลย พวกท่านนั่งกกไข่กันอยู่หรืองัย”น้ำเสียงผู้บัญชาการเริ่มเครียดรู้สึกได้ถึงความกดดันภายในห้องประชุม “เป็เพราะนู๊พสาดไลฟสดส่งสัญญานตรงมาที่สำนักงานของเราทำให้พวกเรารับรู้และเข้าปฏิบัติการได้ ทุกหน่วยที่ร่วมเมื่อคืนไม่มีผิดพลาดสักหน่วยเดียวแล้วอย่างนี้.....”
ปัง! เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นทุกคนสะดุ้งเฮือก ตอนนี้ ผู้บัญชาการสูงสุดเริ่มโมโหสุดๆแล้ว
“แล้วอย่างนี้จะมีหน่วยข่าวกรองไว้ทำไม” หยุดพูด สายตาที่เกรี้ยวกราดมองไปยังผู้การหนุ่มพร้อมกับยิงคำถามเสียงดังมีอำนาจ
“ท่านผู้การธาตรีหน่วยท่านทำอะไรบ้าง รายงานมาให้ชัดเดี๋ยวนี้”
“เรียนท่านผู้บัญชาการคอนเวย์ทำงานรวดเร็ว พวกเราไม่ทราบล่วงหน้าจริงๆ”ผู้การธาตรีกล่าวรายงานเสียงสั่น “ส่วนนู๊พสาดก็เคลื่อนไหวฉับไวหมดจด เฉียบขาด ไร้ร่องรอยให้สืบสาว ภายในระยะเวลา 4 ปี ช่วยให้เบาะแสปิด 17 คดี หน่วยงานผม....มักช้ากว่านู๊พสาดก้าวเดียวเสมอ”
บรรยากาศตอนนี้เครียดสุดๆหากใครทำปากกาหล่นพื้นเชื่อว่าไม่ต่ำกว่าครึ่งห้องต้องสะดุ้งใ
นายพลกานจีเพื่อนสนิทผู้การธาตรี เอ่ยขึ้นหวังจะลดความตึงเครียดและช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังตกที่นั่งลำบาก “ทางหน่วยข่าวกรองทหารทราบว่าเมื่อคืน กล้องวงจรปิดตลอดสันทางเป้าหมายถึงท่าเรือ 52 ตัว พร้อมใจกันเสีย เป็ฝีมือของคอนเวย์”
“นายใหญ่คอนเวย์คือ เปย์ชินโซ ข่าวว่าเขาถูกจับกุม15 ครั้ง จากหลายๆแห่งทั่วโลก แต่เขากินยาพิษฆ่าตัวตายทุกครั้ง นั่นแสดงว่าที่ตายไม่ใช่นายใหญ่ตัวจริงขุมกำลังนี้ยิ่งใหญ่เกินกำลังพวกเราจะจัดการได้ ผมขออนุญาตออกความเห็นว่า ให้ขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางพร้อมกับหาทางดึงนู๊พสาด เข้าเป็พวก เพื่อประโยชน์ของทางราชการเมืองเราครับ”หัวหน้าสำนักสื่อสารและตีพิมพ์กล่าวเสริม
“ท่านหัวหน้าสื่อฯพูดแบบนี้ก็ให้ท้ายโจรสิ”หัวหน้าอัยการกล่าวแย้ง “เห็นด้วยกับท่านอัยการครับนู๊พสาดคือคนนอกกฎหมาย เราต้องจับกุมเขาไม่ใช่ส่งเสริม” หัวหน้าศาลกล่าวสนับสนุนอัยการ
เริ่มมีเสียงสนับสนุนและคัดค้านโต้แย้งกันดังอื้ออึง
ผู้บัญชาการสูงสุดยกมือขึ้นห้าม“เอาหล่ะ พอแล้ว ให้ทุกคนไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ผมให้เวลาพวกท่านก่อน‘วันงานคุณูปการเมือง’ต้องเร่งกำจัดกลุ่มนอกกฎหมายให้หมดไปจะเป็คอนเวย์ นูพสาดหรือกลุ่มบ้าบอคอแตกอะไร 3 เดือน ต้องหายไปจากเมืองนี้ถ้าพวกท่านทำไม่ได้ การประชุมครั้งหน้าจะไม่มีพวกท่านนั่งอยู่ที่นี่แม้แต่คนเดียว
กล่าวจบผู้บัญชาการสูงสุดก็ลุกขึ้นเดินออกนอกห้องไปตามติดด้วยเลขาสาวส่วนตัว ปล่อยให้ทั้งห้องตกอยู่ในอารมณ์ที่หนักอึ้งงานเข้าแล้วทุกท่าน