ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 111 ไม่มีเหลือ

             

            รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินกู๋หยู่ค่อนข้างกระอักกระอ่วนนางมองไปที่ฉือหางอย่างสงสัย "พี่ฉือหาง เจ้าเป็นอะไรไป?"

            ฉือหางไม่พูดและยังคงขับเกวียนลาต่อไปด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

            หลินกู๋หยู่คว้าแขนของฉือหางด้วยใบหน้าที่จริงจัง"ถ้ามีอะไรจะพูดก็พูดกันตรงๆ"

            หากเป็นเรื่องอื่นแน่นอนว่าเขาสามารถพูดได้โดยไม่ต้องใช้ความระมัดระวังแม้แต่น้อยเพียงแต่เรื่องนั้น จะให้เขาพูดอย่างไร?

            เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ใบหน้าของฉือหางก็ไม่น่ามองเขาก็ยังคงเลือกที่จะเงียบ

            เมื่อเห็นท่าทีของฉือหางเช่นนี้หลินกู๋หยู่ก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น ไม่พูดอะไร ฉือหางก้มหน้าลงขับเกวียนลาอย่างช้าๆ

            เมื่อพวกเขากลับถึงบ้านหลินกู๋หยู่ก็ลงจากเกวียนก่อน เดินเข้าไปข้างในโดยปราศจากการสนทนากับฉือหาง

            ฉือหางยืนอยู่คนเดียวตรงที่เดิมอย่างว่างเปล่าถือเชือกลากเกวียนลาไว้ในมือ

            เมื่อเขากลับถึงบ้านหลินกู๋หยู่เห็นโต้ซานั่งเล่นอยู่บนเตียงเล็ก

            “ท่านแม่” โต้ซาคลี่ยิ้มและเลื่อนตัวไหลลงจากเตียงเล็กสวมรองเท้าแล้ววิ่งไปกอดต้นขาของหลินกู๋หยู่

            หลินกู๋หยู่ยิ้มและโอบอุ้มโต้ซาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "วันนี้ท่านอาจารย์สอนอะไรบ้าง?"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดโต้ซายิ้มและเริ่มเปล่งเสียงสิ่งที่ท่องเรียนมา

            เสียงที่นุ่มนวลและไพเราะนั้นทำให้คนฟังรู้สึกชื่นใจนักหลินกู๋หยู่ก็รู้สึกสบายใจเล็กน้อยในที่สุด

            ทันทีที่ฉือหางเข้ามาจากข้างนอก หลินกู๋หยู่เห็นแล้วก็แค่กลอกตาให้ฉือหางไม่พูดจา

            ร่างกายของฉือหางแข็งเกร็งเล็กน้อย เขาเข้าไปด้านในหยิบเสื้อผ้าที่สกปรกออกมาเตรียมที่จะซัก

            หลินกู๋หยู่ทำอาหารต่อเมื่ออาหารได้เตรียมพร้อมแล้ว นางก็ตักน้ำแกงใส่ลงชามสองชามไม่ได้เตรียมน้ำแกงไว้สำหรับฉือหาง จากนั้นเรียกโต้ซาไปล้างมือแล้วมาทานอาหาร

            หลินกู๋หยู่และโต้ซานั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารเฝ้าดูฉือหางที่ยังคงซักผ้าอยู่

            หลังจากหลินกู๋หยู่ทานอาหารกับโต้ซาเสร็จฉือหางซักเสื้อผ้าและตากเรียบร้อยแล้ว

            ฉือหางนั่งด้านข้าง เขาเงยหน้าขึ้นมองหลินกู๋หยู่เงียบๆ

            หลังจากที่หลินกู๋หยู่ล้างจานของตนเองและส่วนของโต้ซาเสร็จแล้วก็เห็นฉือหางยืนอยู่ข้างๆโดยไม่คิดจะตักน้ำแกงเพื่อทาน

            หลินกู๋หยู่วางชามและตะเกียบแล้วมองฉือหางพร้อมเอ่ยอย่างโกรธๆ "เจ้าไม่รู้วิธีกินอาหารด้วยตัวเองหรือ?"

            หลินกู๋หยู่ช่วยโต้ซาเก็บข้าวของรอให้โต้ซาเข้านอนแล้ว นางก็เตรียมตัวเข้านอน

            เมื่อนางหันกลับมานางก็เห็นฉือหางยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าที่ไม่น่าดูอยู่หลายส่วนพูดอย่างเฉยเมยว่า "ทำไมเจ้ายังไม่กินข้าวอีก"

            “เจ้าโกรธหรือ” ฉือหางว่าเสียงต่ำ ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดเสียงเบา “เจ้าอย่าโกรธเลย”

            หลินกู๋หยู่มองใบหน้าฉือหางนั่งถัดจากเตียงเล็กของโต้ซาและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบว่า "ไปกินข้าว"

            “ข้าไม่หิว” ฉือหางพูดเสียงเรียบขณะมองหลินกู๋หยู่อย่างระแวดระวัง

            เมื่อเห็นท่าทางระมัดระวังของฉือหางหลินกู๋หยู่ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ นางเงยหน้าขึ้นมองฉือหาง "กินข้าวก่อนสิ เรามาคุยกันหลังจากกินข้าวเสร็จ"

            ฉือหางลดศีรษะลงคล้ายคนที่ทำอะไรผิดอย่างไรอย่างนั้น"ข้าไม่หิวแล้วจริงๆ"

            "ข้าจะไปอาบน้ำข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้ว” หลินกู๋หยู่กล่าวพลางเดินตรงไปที่ข้างเตาและเริ่มเทน้ำลงในอ่างไม้

            ฉือหางรีบรับของในมือของหลินกู๋หยู่และรีบช่วยเติมน้ำ

            “เจ้าไม่ต้องทำให้ข้าทำเองได้” หลินกู๋หยู่กล่าว ถือกระบวยตักน้ำไว้ในมือเติมน้ำทีละน้อยและหยุดลงเมื่อน้ำเต็ม

            “เจ้ายังโกรธอยู่” ฉือหางเงยหน้าขึ้นมอง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่รู้ว่าจะเกลี้ยกล่อมผู้เป็นภรรยาอย่างไร

            หลังจากทุกอย่างพร้อมแล้วหลินกู๋หยู่ก็หยิบผ้าเช็ดตัวและเตรียมที่จะเช็ดตัว

            ตอนนี้นางกำลังมีระดูดังนั้นนางจึงไม่สามารถล้างตัวได้อย่างแน่นอน นางจึงทำได้เพียงแค่เช็ดตัวเท่านั้น

            เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วหลินกู๋หยู่เงยหน้าขึ้นมองฉือหางข้างๆ เห็นว่าเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม นางขมวดคิ้วผลักฉือหางออกไปและพูดอย่างโกรธๆ "ห้ามมอง"

            ตอนนั้นเองที่ฉือหางตระหนักได้ว่าหลินกู๋หยู่โกรธมากจริงๆ

            ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเป็นเวลามากว่าครึ่งปีแล้วเขาไม่เคยเห็นหลินกู๋หยู่โกรธมาก่อน

            ควรจะอธิบายอย่างไรเพื่อไม่ให้หลินกู๋หยู่โกรธอีกต่อไป?

            เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ฉือหางก็ขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น

            หลังจากรอให้หลินกู๋หยู่เช็ดตัวให้เสร็จแล้วฉือหางมองไปที่หลินกู๋หยู่ที่สวมชุดนอนบางๆ

            ยังมีรอยที่คอที่เขาทำไว้เมื่อคืน ที่หน้าอกก็มีเฉดสีต่างกัน

            เมื่อเห็นหลินกู๋หยู่เช่นนี้ฉือหางรู้สึกอึดอัดมากขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้

            "กู๋หยู่!” ฉือหางเดินไปหาหลินกู๋หยู่และเรียกด้วยเสียงต่ำ

            "ไปอาบน้ำ!”หลินกู๋หยู่ไม่แม้แต่จะมองฉือหาง นางมุดเข้าไปในผ้าห่มพลางพูดอย่างเย็นชา

            เมื่อฉือหางออกมาจากห้องอาบน้ำเขาเห็นว่าหลินกู๋หยู่ดูเหมือนจะผล็อยหลับไปแล้ว

            “กู๋หยู่?” ฉือหางเรียกผู้เป็นภรรยาอย่างระมัดระวังมองด้านหลังศีรษะของหลินกู๋หยู่อย่างไม่กล้านัก

            หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่แม้แต่จะหันศีรษะพูดด้วยความขัดเคือง "มีอะไรหรือ!"

            ร่างกายของฉือหางสั่นอย่างอดไม่ได้

            รีบเป่าเทียนอย่างรวดเร็วฉือหางปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว

            หนังฝ่ามือที่หยาบกร้านเลื่อนไปรอบเอวของหลินกู๋หยู่ก่อนที่จะตกลงไปที่หน้าท้องของนาง ลูบเบาๆ เขาเอ่ยถามเสียงเบา"ยังเจ็บอยู่ไหม?"

            หลินกู๋หยู่จับมือเขาก่อนจะหันไปมอง นางลดเสียงลง"เจ้ามีอะไรปิดบังข้า พูดมาสิ!"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดฉือหางมองหญิงสาวด้วยความลำบากใจและส่ายศีรษะเบาๆ "ไม่มีอะไรเจ้าก็อย่าถามนักเลย"

            หลินกู๋หยู่มองไปที่ใบหน้าของฉือหาง เม้มริมฝีปากเล็กน้อยและพูดอย่างโกรธเคือง"ก็ได้ เจ้าไม่พูดก็ได้"

            "กู๋หยู่~" สายตาคู่นั้นจับจ้องมาที่นางด้วยสีหน้าประหม่า

            "ในอนาคตเจ้าไม่จำเป็นต้องบอกอะไรกับข้าอีกก็ได้"หลังจากที่หลินกู๋หยู่พูดจบ นางก็หันกลับไปหลังศีรษะที่เย็นชาเผชิญหน้ากับฉือหางโดยตรง

            ฉือหางต้องการช่วยหลินกู๋หยู่นวดหน้าท้องแต่ไม่คาดคิดเลยว่าหลินกู๋หยู่จะคว้ามือของเขาไว้ ใบหน้าน่าเกลียดราวกับนรก"อย่ามาเอาอกเอาใจทำดีกับข้า มันไม่มีประโยชน์"

            ถ้านางเป็นคนที่ง่ายต่อการเอาอกเอาใจจากหนุ่มๆขนาดนั้น นางคงไม่โสดมาโดยตลอดเช่นนี้หรอก

            “เจ้าปวดท้องไม่ใช่หรือ?” เสียงของฉือหางเจือเคล้าคลอด้วยความอ้อนวอนเขายังคงต้องการที่จะวางมือที่หน้าท้อง “ข้าจะช่วยเจ้านวดให้”

            “ไม่จำเป็น” หลินกู๋หยู่มองกลับไปที่ฉือหางและพูดอย่างโกรธๆ “ยี่สิบสองปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ข้าเจ็บ ข้าจะ…”

            คำพูดของหลินกู๋หยู่พูดได้ครึ่งประโยคจากนั้นก็หยุดลง

            “เจ้าเพิ่งจะ” ดวงตาของฉือหางจับจ้องที่หลินกู๋หยู่ เสียงของเขาเบาลงเล็กน้อย “อายุสิบสี่ปีไม่ใช่หรือ?”

            นี่ไม่ใช่การมีประจำเดือนครั้งแรกของเจ้าหรือ?

            เพียงแต่ประโยคนี้ ฉือหางไม่ได้ถามออกมา

            เป็นไปได้หรือไม่ว่าเมื่อก่อนหลินกู๋หยู่อายุมากกว่ายี่สิบสองปีแล้ว?

            ถ้านางอายุยี่สิบสองปีเช่นนั้นนางเคยแต่งงานแล้วหรือไม่?

            หรือว่า

            ครั้งหนึ่งนางเคยมีลูกมาก่อนแล้ว

            นางเคยมีครอบครัวกับชายอื่นและมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่น

            เมื่อเขาตระหนักถึงเรื่องนี้ฉือหางก็รู้สึกอึดอัด

            หลินกู๋หยู่รีบหันหน้าเข้าไปยังผนังด้านข้างตั้งใจฟังเสียงที่อยู่ข้างหลังด้วยความรู้สึกผิดแต่คนที่อยู่ข้างหลังกลับไม่ได้พูดอะไรอีกต่อไป

            หลังจากไม่มีเสียงใดๆ ด้านหลัง หลินกู๋หยู่ก็หันศีรษะมามองด้วยความประหวั่น

            หลินกู๋หยู่เงยหน้าขึ้นมองฉือหาง เห็นว่าเขายังคงนอนนิ่งราวกับว่าเขาไม่ได้หลับ

            “พี่ฉือหาง?” หลินกู๋หยู่เอื้อมมือไปจับแขนเสื้อของฉือหาง เงยหน้าขึ้นอย่างประหม่ากระซิบว่า “พี่โกรธหรือไม่?”

            ฉือหางลดศีรษะลงเล็กน้อยและหันศีรษะไปมองที่หลินกู๋หยู่

            ในความมืด ดวงตาของเขาสว่างเป็นพิเศษ

            ดูเหมือนว่าจะถูกปกคลุมด้วยบางสิ่งบางอย่างหนึ่งชั้น

            หลินกู๋หยู่มองเห็นไม่ชัดเจนนัก

            “เจ้าเป็นใคร?” ฉือหางมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างสงบ

            หลินกู๋หยู่มองฉือหางด้วยความตื่นตระหนกดวงตาของนางฉายแววความไม่สบายใจเล็กน้อย

            "ถ้าเจ้าไม่อยากพูดข้าก็จะไม่บังคับเจ้า” ฉือหางไม่รอให้หลินกู๋หยู่พูด เขากล่าวต่อว่า"ทุกคนล้วนมีความลับของตัวเอง ไม่ใช่หรือ?"

            เมื่อได้ยินคำพูดของฉือหางหลินกู๋หยู่ก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            บางทีนางก็ไม่ควรแสดงอำนาจบีบคั้นอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน

            หลินกู๋หยู่รู้สึกผิดเล็กน้อย นางขยับเข้าไปใกล้เอื้อมมือไปจับแขนของฉือหาง "เจ้ารับรู้แค่ว่าข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ชายคนแรกและคนสุดท้ายก็เพียงพอแล้ว"

            ถ้อยคำออเซาะเช่นนี้หากเป็นในตอนกลางวัน หลินกู๋หยู่จะไม่พูดอย่างแน่นอนน้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าไม่มีใครนอกจากเจ้า"

            คำพูดของนางคล้ายค้อนหนักๆที่กระแทกเข้าที่หัวใจของเขา ซึ่งทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์

            ดูเหมือนว่าเขาทั้งคนกำลังโบยบินอยู่บนท้องนภาเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าหลินกู๋หยู่จะพูดเช่นนี้

            เมื่อฉือหางกลับมามีสติอีกครั้งเขาเห็นหลินกู๋หยู่นอนอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ อย่างว่านอนสอนง่าย

            "ขอโทษ"

            ขณะที่ฉือหางพูดเขาวางมือบนหน้าท้องของหลินกู๋หยู่นวดเบาๆ สองสามครั้ง แล้วเอ่ยถามว่า"ดีขึ้นหรือไม่?"

            "ดีขึ้นมากแล้ว”หลินกู๋หยู่ยื่นมือไปจับแขนของฉือหาง ความรู้สึกไม่สบายใจในใจก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น

            เมื่อตระหนักรู้ว่าฉือหางมีบางอย่างปิดบังนางปฏิกิริยาแรกของหลินกู๋หยู่ก็คือมีความเป็นไปได้ว่าฉือหางอาจจะมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างนอก

            หัวใจของผู้หญิงทุกคนนั้นอ่อนไหวเสมอ

            นางกลัวว่าฉือหางจะอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

            หากฉือหางทรยศนางหลินกู๋หยู่ไม่รู้ว่านางจะทำอะไรที่อุกอาจเกินปกติหรือไม่

            บางทีในใจของฉือหางอาจมีคนที่สำคัญที่สุดหลายคน

            แต่ในใจของหลินกู๋หยู่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนางในโลกนี้คือฉือหาง

            นางกลัวและทนไม่ได้กับการทรยศของฉือหาง

            บางคนดูเหมือนเฉยเมยกับทุกสิ่งแต่สำหรับคนเช่นนี้ หลังจากตกหลุมรักใครสักคน พวกเขาจะสูญเสียความเป็นตัวเอง

            ในโลกสมัยใหม่ นางคิดว่านางจะต้องหาคนที่มีการศึกษาพอๆกันกับนาง มีรูปร่างหน้าตาที่ดี มีภูมิหลังครอบครัวที่ใสสะอาดไม่จำเป็นต้องรักนางมาก ตราบเท่าที่คนคนนั้นจำได้ว่ามีเมียอยู่ที่บ้านและไม่ออกไปมั่วด้านนอกบ้านก็เพียงพอแล้ว

            เมื่อมาที่นี่หลินกู๋หยู่เคยรู้สึกว่านางไม่สามารถหาคนที่เหมาะสมได้เลยแม้แต่น้อย

            ถึงจะเหมาะสมอย่างไรเสียก็ต้องอ่านออกเขียนได้นอกจากนี้อย่างน้อยก็ต้องมีค่านิยมที่ใกล้เคียงกันในบางเรื่อง

            แต่เรื่องที่ฝ่ายชายจะต้องมีครอบครัวที่มีฐานะทางสังคมและฐานะทางเศรษฐกิจที่ใกล้เคียงกันมีตำแหน่งหน้าที่การงานในระดับเดียวกันนั้น หลินกู๋หยู่ยอมปล่อยวางต่อเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง

            แต่ฉือหางทำให้นางเข้าใจสิ่งหนึ่ง

            เมื่อคนคนหนึ่งตกหลุมรักใครสักคนไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร บางครั้งเขาคนนั้นอาจจะไม่เหมาะกับที่ได้เคยวาดหวังไว้แต่อย่างไรคนคนนั้นก็ยังคงจะติดตามเขาอย่างโง่เขลาเบาปัญญาเช่นเดิม

            "ที่จริงแล้วไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร”ฉือหางหยุดจังหวะการพูดชั่วคราว ก่อนที่จะเอ่ยเสริมว่า "ไม่เช่นนั้นเราสองคนจะทำเรื่องนั้นไม่ได้อย่างแน่นอน"

            หลินกู๋หยู่มองฉือหางด้วยความตะลึง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367