บทที่30วีรบุรุษช่วยสาวงาม
จ้าวเฟยหลงเดินทางลงเขามาได้ครึ่งทางบรรยากาศของูเาในตอนกลางคืนเงียบสงัด สายลมเย็นสบายพัดแ่ หลายคนต้องถึงกับร่างกายรู้สึกเหน็บหนาวจิตใจก็ยังสั่นสะท้าน ตอนกลางคืนอันมืดมิดย่อมทำให้จิตใจของผู้ที่ฝึกฝนยังไม่ถึงขั้นอาจต้องแตกสลายแต่จ้าวเฟยหลงผู้คุ้นเคยกับป่าสิ่งเหล่านี้หาได้มีผลอะไรกับเขาเลย
“เหตุใดที่นี่จึงเงียบวังเวงเช่นนี้”
จ้าวเฟยหลงพบว่าราวหนึ่งเค่อที่ผ่านมาบรรยากาศในเขาลูกนี้เงียบลงไปถนัดตาโดยปรกติย่อมต้องมีเสียงของสัตว์ต่างๆหรือเสียงพูดคุยของผู้คนที่ออกตามหาสมุนไพรแต่นี่เงียบเกินไป
ตูม!!! ตูม!!!ตูม!!!
เสียงะเิดังสนั่นเขาจ้าวเฟยหลงหันไปตามทิศทางที่เกิดะเิ
“หรือจะเป็เพราะสิ่งนี้”
เมื่อคิดดังนั้นเขาออกวิ่งไปยังที่มาของเสียงะเิทันที ด้วยวิชายาตราเทพหงส์เพลิงไม่กี่อึดใจเขาก็มาถึงบริเวณที่เกิดการะเิแล้วซุ่มตัวอยู่ในพงหญ้ารอดูเหตุการณ์
“ฮ่าๆๆ คนสวยจะหนีไปไหนอยู่คุยกันก่อนซิ”
“ใช่แล้ว! เรายังไม่ได้รู้จักกันเลยก็รีบหนีแล้วแบบนี้ไม่ให้เกียรติพวกเราเลยนะ”
“ข้าว่าแบบนี้ต้องจับมาอบรมสักหน่อยแล้วฮ่าๆๆ”
เสียงชายหนุ่มสามคนดังขึ้นมาจ้าวเฟยหลงพยามองดูเหตุการณ์ ในตอนนี้ชายหนุ่มสามคนกำลังยืนล้อมชายแก่หนึ่งคนและหญิงสาวคนหนึ่ง
ชายแก่นั้นได้รับาเ็ ส่วนหญิงสาวนั้นอายุราวสิบห้าสิบหก แม้จะไม่ใช่เวลาที่สวยที่สุดของนางแต่ด้วยดวงหน้าที่เรียวรูปไข่เครื่องหน้าที่เหมาะสมราวนางเซียน์ รูปร่างที่สุดแสนจะดึงดูดสายตาอกอันเต่งตึงชูชัน สะโพกกลมกลึง เรียวขายาว ผิวขาวราวหิมะก็ยังทำให้ชายใดที่ได้มองต้องตกตะลึง นับเป็สาวงามล่มเมืองอีกนางหนึ่งโดยแท้
เมื่อมองให้ชัดเจนจ้าวเฟยหลงก็ได้รู้ว่าชายทั้งสามคือใคร
“ไอ้พวกสุนัข!นักล่าสัตว์อสูรหมาป่าดำนี่เอง เมื่อพลาดหวังจากสมุนไพริญญาพวกมันจึงตระเวนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น”
“พวกเ้า! อย่าได้เข้ามานะไม่อย่างนั้นข้าไม่เอาไว้แน่” เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความกลัว ความโกรธความสับสน ดังขึ้นจากริมฝีปากสีชมพูระรื่อสวยงาม
“คุณหนู! อย่าได้ชักช้าบ่าวเฒ่าผู้นี้จะถ่วงเวลาไว้ให้ท่านได้หลบหนี ไม่เช่นนั้นบ่าวเฒ่าคงไม่มีหน้าไปพบกับนายท่าน หากคุณหนูเกิดอะไรขึ้น”
ชายแก่ที่ได้รับาเ็กระตุ้นให้หญิงสาวหลบหนีลำพังเขาหากต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกคงสามารถจัดการได้สักคนหนึ่งอย่างน้อยก็ลดภาระให้คุณหนูได้แต่ถ้าอยู่ด้วยกันมันทำให้เขาต้องห่วงหน้าพะวงหลังไม่อาจต่อสู้ได้เต็มที่
“ท่านลุงซีฮัน! ข้าไม่มีทางทิ้งท่าน หากตายก็ตายด้วยกัน”
หญิงสาวเรียกดาบขึ้นมาถือไว้ใบดาบสีขาวใสยาวสองฉื่อครึ่งเปล่งประกายสวยงามทั้งยังทรงพลังเป็ดาบที่เหมาะกับหญิงสาวยิ่งนัก
“โอ้โห! จุ๊ๆๆใจกล้าไม่เบาอย่างนี้ข้าชอบหลังจากสู้กันจนเหนื่อยแล้วข้าจะจัดการกับเ้าอย่างสุดฝีมือรับรองว่า์ชั้นเก้าก็มิอาจสุขเท่า”ฉานิอยู่ พูดไปน้ำลายหกไปสายตาโลมไล้ไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาว
“เอื๊อกๆ!”ลูกน้องอีกสองคนของฉานิอยู่กลืนน้ำลายเสียงดังสายตาละโมบจับจ้องไปทั้งเรือนกายของหญิงสาวนางนั้น
“ท่านหัวหน้าเมื่อท่านอิ่มเอมแล้วหวังว่าจะไม่ลืมพวกข้านะ”ทั้งสองอ้อนวอน
“ไม่ลืมๆไว้ข้าเสร็จธุระกับนางแล้วพวกเ้าจะได้สนุกต่อแน่นอน”ฉานิอยู่เอ่ยปากกับลูกน้อง
“เดรัจฉานแท้ๆข่มเหงผู้อ่อนแอกว่า ซ้ำจะขืนใจผู้อื่นสมควรตายจริงๆ” จ้าวเฟยหลงกำหมัดแน่น
“อย่าคิดว่าจะได้สมหวัง”เฒ่าซีฮัน ลุกขึ้นรวบรวมลมปราณเตรียมต่อสู้อีกครั้ง
“อะไรกัน!! ยังจะสู้อีกหรือรู้ทั้งรู้ว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรก็ยังจะสู้อีก เฮ้อ!! เป็ตาแก่หัวรั้นจริงๆ”
ฉานิอยู่กล่าวอย่างเหยียดหยามตัวของซีฮันอยู่ระดับจอมยุทธ์ขั้นหก หญิงสาวนั้นอยู่ระดับจอมยุทธ์ขั้นหก เช่นกัน แม้รวมกันแล้วทั้งสองจะทรงพลังแต่ก็มิสามารถต่อต้านเขาผู้เป็นักยุทธ์ขั้นเจ็ดและลูกสมุนได้
ฉานิอยู่ที่หนีตายจากแกะเก้าหางมาด้วยความคับแค้นใจและความอับอาย้าที่ระบายความอัปยศในครั้งนี้พอดีได้พบเจอสองคนนี้โดยบังเอิญแถมหนึ่งในนั้นยังเป็สาวงามอีกต่างหากทำให้เกิดความ้าในตัวของหญิงสาวจึงเกิดการต่อสู้กันจนเกิดเสียงะเิดังขึ้นและผู้ที่าเ็แน่นอนว่าเป็พวกของหญิงสาว
“แม้ข้าต้องตายก็จะลากพวกเ้าไปด้วย”
เฒ่าซีฮัน ะเิพลังลมปราณชกหมัดออกไปสุดกำลังหวังจะทำให้ตายสักคน แต่พลังหมัดก็ถูกลบล้างทันทีโดยพลังหมัดอันแข็งแกร่งกว่าของฉานิอยู่
“ตาแก่! อยู่เฉยๆดีกว่าถ้าไม่อยากตายเอาไว้พวกข้าเล่นสนุกกับคุณหนูของเ้าเสร็จแล้วจะคืนให้” ฉานิอยู่พูดอย่างได้ใจ
“อย่าได้หวังเลย!”
หญิงสาวใช้ดาบขาวบุกตะลุยเข้าไปหวังสังหารกลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้าแม้พลังปราณจะแข็งแกร่งวิชาดาบก็เป็วิชาชั้นเลิศแต่ก็มิอาจต่อกรกับผู้มีระดับสูงกว่าตนเองได้ตอนนี้สภาพของนางเหมือนเด็กน้อยที่ถูกกลุ่มเด็กเกเรรุมรังแก
แต่ในดวงตาของนางยังมีความมั่งมุ่งอย่างเต็มเปี่ยมไม่มีการยอมแพ้ในจิตใจของนาง ทั้งที่รู้ว่าการต่อสู้นี้นางอาจต้องพ่ายแพ้และอาจถูกย่ำยีร่างกายกระทั่งคนรับใช้ก็คงถูกสังหารแต่นางก็ยังสู้อย่างไม่หวั่นเกรง
“ดาบของนางช่างชัดเจนยิ่งนักมั่นคงไม่หวาดหวั่น”
จ้าวเฟยหลงอดชื่นชมนางไม่ได้แต่น่าเสียดายที่ต้องมาตกอยู่เงื้อมมือของคนเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้
พลั๊ก!! การต่อสู้แบบสามต่อหนึ่งดำเนินไปไม่นานก็จบลงหญิงสาวโดนฝ่ามือล้มลง นางนั้นเสื้อผ้าขาดวิ่นผมเผ้ายุ่งเหยิงกลิ้งไปบนพื้นข้างๆมีเฒ่าซีฮันคอยประคองเอาไว้
“เ้าพวกชั่วหากคนจากจวนิโจวอ๋องรู้ว่าพวกเ้ากล้าทำร้ายพวกข้าพวกเ้าทั้งสามคนต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง”
เฒ่าซีฮวนกล่าวอย่างโกรธแค้น
“อะไรนะ!!คนจากจวนอ๋องหรือ”
ลูกน้องทั้งสองของฉานิอยู่ตะลึงไปชั่วขณะหากล่วงเกินอ๋องเ้าผู้ครองแคว้นพวกเขาย่อมอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง
“หึหึ ข้าก็นึกว่าอะไร ต่อให้พวกเ้าเป็คนของจวนอ๋องแล้วอย่างไรที่นี่ไร้ผู้คนพอข้าเล่นสนุกกับนางแล้วค่อยส่งพวกเ้าไปลงนรกแค่นั้นก็ไม่มีใครรู้เื่แล้วใครมันจะมาทำอะไรพวกข้าได้” ฉานิอยู่พูดเสียงดัง
“เ้าสารเลวอย่าได้หวังเลย!!” หญิงสาวยกดาบขึ้นมาจะฆ่าตัวตายเพื่อมิให้พวกมันได้สมใจอยาก
“ชิ้ง!!” ฉานิอยู่ปล่อยมีดบินไปกระทบกับดาบทำให้ดาบของนางหลุดจากมือ
“อยู่ต่อหน้าของข้าหากว่าข้ามิให้ตายเ้าก็อย่าได้หวัง” ฉานิลู่กล่าวอย่างทรงอำนาจ
“เอาล่ะข้าขอมีความสุขกับนางก่อนก็แล้วกันพวกเ้าเฝ้าไอ้แก่นั่นไว้อย่าให้สร้างปัญหา”
“รับทราบ”ลูกน้องสองคนรับคำเสียงแข็งขัน
ฉานิอยู่เดินเข้าไปหาหญิงสาวอย่างย่ามใจคืนนี้ข้ากำลังจะมีความสุขกับสาวงามแค่คิดว่านางจะส่งเสียงใต้ร่างของเขาแบบใดก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทัน
จ้าวเฟยหลงมองเห็นนางหยิบยันต์แผ่นหนึ่งขึ้นมาด้านหลังเตรียมฉีก
“นั่นมันยันต์ะเิ!!
ความรุนแรงของยันต์แผ่นนั้นสามารถทำลายจอมยุทธ์ขั้นเก้าแบบสบายๆได้เลย”จ้าวเฟยหลงวิเคราะห์ยันต์แผ่นนั้น
“ไม่ได้การแล้วนาง้าตายพร้อมกับพวกมัน”
จ้าวเฟยหลงมองเจตนาของนางออก สังเกตที่ดวงตาแม้มีความไม่ยินยอมแต่ก็ไม่อาจทนถูกลบหลู่
“หากต้องถูกขืนใจนางยอมตายเสียดีกว่าซินะ”
“เฮ้อ! เห็นคนตกทุกข์หากไม่ช่วย์ต้องลงโทษ”
จ้าวเฟยหลงก้าวเดินออกมาจากพงหญ้าที่ซ่อนตัว เสียงกรอบแกรบจากการย่ำลงบนใบไม้แห้งเรียกความสนใจจากทั้งสองกลุ่มได้ทันที ร่างสูงโปร่ง บวกกับใบหน้า อันหล่อเหลาคมเข้มเดินออกมาอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เรียกได้ว่าดั่งเซียนเผยร่าง
“สหายทั้งหลายค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างน่าดื่มสุราชมจันทร์ยิ่งนักทุกๆท่านเห็นเป็เช่นไร” จ้าวเฟยหลงมองไปยังหญิงสาว
“ไอ้หนูข้าไม่สนใจว่าเ้าเป็ใครมาจากไหนแต่จงไปซะตอนที่ข้ายังอารมณ์ดี”ฉานิอยู่ตวาดเสียงดัง
“พี่ชายข้าได้ยินข่าวมาท่านสนใจฟังหรือไม่ข่าวนี้เกิดขึ้นไม่นานนี่เอง” จ้าวเฟยหลงเมินจู่ๆก็ถามออกมา
“ข่าวอะไรจงรีบพูดมาแล้วก็ไปเสีย”ลูกน้องของฉานิอยู่ะโออกมา
สายตาเฉียบแหลมของจ้าวเฟยหลงเพ่งมองไปยังลูกน้องคนนั้นทำให้จิตใจของสมุนของฉานิอยู่ถึงกับสั่นสะท้านไม่กล้าพูดต่อ
“ข้าได้ข่าวมาว่า...คืนนี้แกะเก้าหางปรากฏตัว”
“อะไรนะ!!! แกะเก้าหาง”หญิงสาวส่งเสียงประหลาดใจออกมา ข่าวนี้ดึงดูดความสนใจของนางได้ไม่น้อย
“ละ...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกข้ามิทราบอย่ามาพูดพล่อยๆรีบไปเสียก่อนข้าจะเปลี่ยนใจ”
ฉานิอยู่เริ่มไม่สบอารมณ์สีหน้าไม่สู้ดีเมื่อพูดถึงสัตว์อสูรตนนั้น
“อ้าว!! มิใช่สหายพึ่งพบเจอแกะเก้าหางมาหรอกหรือ”จ้าวเฟยหลงสำทับเข้าไปอีกครั้ง
“เ้า!! เหตุใดเ้าถึงรู้”ลูกน้องของฉานิอยู่พูดขึ้นอย่างใพวกเขามั่นใจมากว่าตอนนั้นไม่มีใครอยู่แถวนั้นแน่นอน
“ไม่เพียงแค่รู้เื่นั้นข้ายังรู้อีกว่าพวกเ้าหลบหนีแกะเก้าหางมาอย่างหัวซุกหัวซุนอย่างกับลูกหมาโดนน้ำร้อนอย่างไรอย่างนั้นเลยฮ่าๆๆ”
หญิงสาวเพ่งมองใบหน้าของชายหนุ่ม ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดชายหนุ่มคนนี้ระดับการบ่มเพาะก็เพียงนักยุทธ์ขั้นเก้าแล้วยังกล้ามาเล่าเื่สบประมาทกลุ่มจอมยุทธ์อีกเขาไม่กลัวตายเลยหรือ
“เ้า!เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร” ฉานิอยู่เริ่มอยู่ไม่ติด
“จะไปยากอะไรก็แค่นั่งมองดู”จ้าวเฟยหลง พูดทีละคำอย่างมั่นใจ
“เอาล่ะตอนนี้ข้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วพวกเ้าปล่อยผู้หญิงกับคนรับใช้แล้วก็ไสหัวไปซะ” จ้าวเฟยหลงพูด
“ฮ่าๆๆไอ้หนุ่มนี่สมองมีปัญหาแน่ๆ”
“ไม่ๆข้าว่ามันโดนธาตุไฟเข้าแทรกเป็บ้าไปแล้วฮ่าๆ”
“ข้ายอมรับว่าเ้าเป็คนตลกจริงๆ”
ฉานิอยู่และลูกน้องพากันหัวเราะอย่างสุดกำลัง แม้แต่หญิงสาวและเฒ่าซีฮันยังอดประหลาดใจไม่ได้มีอย่างที่ไหนนักยุทธ์ขั้นเก้าสั่งให้จอมยุทธ์ทำตามที่ตัวเอง้านี่มันบ้าชัดๆ
“เฮ้อ! ข้าก็ไม่นึกว่าพวกเ้าอยากตายขนาดนั้น”
สิ้นเสียงของจ้าวเฟยหลง เขาวาดแขนใช้มือแทนดาบ นิ้วชี้และนิ้วกลางเหยียดชิดกันนิ้วหัวแม่มือนิ้วนางแล้วนิ้วก้อยงองุ้มเข้าหากันเป็มุทราดาบตวัดออกไป ปราณดาบสีทองจากท่าที่หนึ่งของวิชาดาบเย้ยปฐี ราพณาสูร พุ่งเข้าตัดคอสองลูกสมุนของฉานิอยู่ขณะที่พวกมันกำลังหัวเราะตกตายอย่างไม่รู้ตัว เืพุ่งเป็น้ำพุกระจายทั่วบริเวณส่งกลิ่นคาวคลุ้ง
หญิงสาวถึงกับตกตะลึงมือของนางขยำชายกระโปรงจนแทบฉีกขาดไม่คิดมาก่อนเลยว่านักยุทธ์ขั้นเก้าจะมีพลังสังหารที่รุนแรงเยี่ยงนี้เฒ่าซีฮันอ้าปากค้างเขามีอายุหกสิบกว่าปีเคยพบเจอเหตุการณ์ต่างๆมากมายแต่เื่ที่นักยุทธ์จะสามารถสังหารจอมยุทธ์ได้เพียงแค่ตวัดมือครั้งเดียวนี่มันเกินกว่าที่เขาเคยประสบพบเจอมาตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้
ฉานิอยู่เมื่อเห็นลูกน้องของตนโดนสังหารในพริบตาก็เกิดความโมโหสุดขีดแรกสุดเขาตกตะลึงแต่เมื่อมาคิดดูแล้วลูกน้องของตนคงประมาทมากเกินไปมัวแต่หัวเราะลำพองใจจนไม่ทันระวังจึงโดนสังหาร
“ดี...ดี สังหารได้ดีนับจากนี้ไปเ้าถือเป็เป้าหมายการถูกล่าสังหารของนักล่าสัตว์อสูรหมาป่าดำพวกข้าจะไม่ฆ่าเ้าแต่จะจับเ้าทรมานแล้วก็ปล่อย แล้วก็จับมาทรมานเสร็จแล้วก็ปล่อยอีกเป็อย่างนี้เรื่อยไปจนเ้าแก่เฒ่า เ้าจะตายแต่มันจะใช้เวลายาวนานจนเ้าอยากตายก่อนเป็หมื่นๆครั้ง”
หญิงสาวอดที่จะเสียใจแทนจ้าวเฟยหลงไม่ได้เพราะนางเขาจึงต้องมาเกี่ยวข้องและรับชะตากรรมที่เลวร้ายนี้ไปด้วย
“เ้าพูดจบหรือยัง!” จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งมองไปยังฉานิอยู่ เขาไม่้ายืดเยื้ออีกต่อไปตวัดมืออีกครั้งปราณดาบสีทองขนาดสามจั้งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังพุ่งเข้าหาฉานิอยู่อย่างรวดเร็ว
“บังอาจ!”
เสียงของฉานิอยู่ตวาดขึ้นเขาเร่งเร้าพลังลมปราณในมือมีดาบปรากฏขึ้น ปราณดาบอันแกร่งกล้าถูกฟาดฟันออกมาเมื่อพลังทั้งสองสายมาปะทะกัน
ตูม!!!
แรงปะทะทำให้เกิดการบีบอัดของพลังสิ่ง ที่อยู่ใกล้ล้วนถูกบีบอัดจนไม่เหลือแม้แต่ซาก
ฉานิอยู่รู้สึกไม่ดีอย่างมากพลังของเขาเมื่อปะทะกับพลังของเด็กหนุ่มมันเหมือนกับว่าตัวของเขากำลังวิ่งชนูเาั์ร่างกายแตกร้าวเป็ผุยผงทีละนิด
หลังการปะทะปราณดาบของจ้าวเฟยหลงได้ทำลายปราณดาบของฉานิอยู่จนแหลกละเอียดพุ่งเข้าหาตัวของฉานิอยู่โดยตรง
ซวบ!! ร่างของฉานิอยู่ถูกแบ่งเป็สองส่วนทันทีตายแบบไม่ทันได้เตรียมใจตาย
จ้าวเฟยหลงเดินไปที่ร่างของทั้งสามคนเก็บสินาของตนเองโดยไม่สนใจสายตาของหญิงสาวและเฒ่าซีฮันแม้แต่น้อยจากนั้นจึงหันไปทางทั้งสองคน
“ทุกท่านเื่ก็จบลงแล้วข้าน้อยขอลาก่อน”
พูดจบก็หันหลังเดินกลับออกไปทันทีแสงจันทร์สาดส่องแผ่นหลังของเขาทำให้เป็ภาพที่สวยงามติดตราตรึงใจของหญิงสาวในทันใดราวกับผู้กล้าที่ยิ่งใหญ่ทำดีแต่ไม่้าชื่อเสียงหรือสิ่งตอบแทน