สวี่ตงรู้ว่าหนิวเซี่ยงตงกังวลเื่ศักดิ์ศรีของเขาแต่ก็ยังช่วยเหลือด้วยใจจริง เขาตาแดงพลางส่ายหน้า “เถ้าแก่หนิวผมทำได้แค่ขอบคุณคุณเท่านั้น ผมคิดว่าความคิดผมคงไม่ได้เหมือนกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันแล้วผมก็คิดว่าการเรียนหนังสือไม่ใช่หนทางเดียวของผม เถ้าแก่หนิวครับถ้าคุณยินดีช่วยผมจริงๆ ก็ช่วยรับผมไว้ด้วยผมอยากเรียนรู้และฝึกฝนด้านของโบราณครับ!”
หนิวเซี่ยงตงครุ่นคิด สวี่ตงโตกว่าเด็กวัยเดียวกันจริงๆ ดั่งคำกล่าว ‘เด็กยากจนเก่งไว’ สวี่ตงอาจมี่เวลาที่ยากลำบากยิ่งกว่าเด็กยากจนด้วยซ้ำคนยากจนยังมีสายใยญาติมิตร ยังมีพ่อแม่และญาติพี่น้องคอยให้ความรักแต่สวี่ตงกลับไม่มีอะไรเลย!
การเรียนหนังสือย่อมไม่ใช่หนทางเดียวอยู่แล้วหนิวเซี่ยงตงไม่ใช่พวกหัวโบราณ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงตอบว่า “เสี่ยวสวี่ เธออยากเรียนรู้ก็ย่อมได้แต่ว่าฉันไม่ได้มีความรู้มากมายอะไรจะไปสอนเธอ ฉันเองก็เป็น้ำครึ่งแก้วเอาอย่างนี้ เธอคอยดูแลร้านให้ฉัน เื่การเรียนรู้ ฉันจะลองขอร้องผู้เฒ่าหลงดูว่าเขายินดีรับเธอเป็ลูกศิษย์ไหม ถ้าผู้เฒ่าหลงยินดีรับเธอต่อให้ความรู้เพียงครึ่งเดียวของเขาก็เพียงพอให้เธอเหนือกว่าคนอื่นแล้ว!”
สวี่ตงดีใจมาก “เถ้าแก่หนิว งั้นก็ต้องขอบคุณคุณจริงๆครับ ผมจะทำงานให้ดีเพื่อตอบแทนคุณ!”
“อย่าพูดแบบนั้น!” หนิวเซี่ยงตงทอดถอนใจ“ฉันกับพ่อเธอมีบุญคุณต่อกันก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้ว่าเธอตกอยู่ในสภาพแบบนี้ อืม ไม่พูดเื่อื่นแล้วไปจัดที่ทางให้เรียบร้อย ขาดเหลืออะไรก็บอกฉัน!”
สวี่ตงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่มีอะไรขาดครับเดี๋ยวผมไปซื้อของใช้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเอง เงินหนึ่งพันหยวนนั่นผมยังไม่ได้ใช้!”
“จริงสิ เงินสามแสนแปดหมื่นหยวนของเธอล่ะ” หนิวเซี่ยงตงนึกถึงเงินที่สวี่ตงขายสร้อยประคำขึ้นมาได้
สวี่ตงยิ้มขื่นพลางแบมือ “ถูกลุงกับป้าฮุบไปแล้วครับพวกเขาบอกว่าพ่อผมยืมเงินพวกเขาไปสี่แสนหยวน ยังติดค้างพวกเขาอยู่อีกสองหมื่นหยวนด้วย!”
“น่ารังเกียจ!” หนิวเซี่ยงตงฟาดหลังเก้าอี้อย่างแรงขมวดคิ้วด้วยความโกรธ
สวี่ตงพูดเสียงเรียบ “เถ้าแก่หนิวอย่าโกรธไปเลยตัดขาดกันไปแล้วก็ดี ความจริงสร้อยประคำนั่นผมก็ได้มาโดยบังเอิญพระเ้าคงไม่ได้ตั้งใจให้เงินนี้กับผม สิ่งที่ไม่ใช่ของผมยังไงก็ไม่ใช่ของผมไม่มีอะไรต้องเสียดาย!”
หนิวเซี่ยงตงมองสวี่ตงที่สงบนิ่งผิดปกติครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดขึ้นมาอีกว่า “เสี่ยวสวี่เธอจะเข้าวงการนี้ฉันก็จะไม่ห้าม แต่ถ้าเธอทำงานที่ร้านของฉัน ฉันก็มีบางอย่างต้องพูดกับเธอ!”
“คุณว่ามาเลย!”
สีหน้าหนิวเซี่ยงตงเคร่งขรึมขึ้นกะทันหัน เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “การทำธุรกิจไม่อาจใช้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องได้ตราบใดที่เธอยังทำงานที่ร้านฉัน ไม่ว่าฉันจะทำอะไร เธอไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งทำหน้าที่ของเธอให้ดีก็พอ เข้าใจไหม”
สวี่ตงไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ หนิวเซี่ยงตงถึงพูดประโยคจริงจังเช่นนี้ความนัยในประโยคนั้นตนก็ไม่เข้าใจ แต่ก็ยังพยักหน้ารับปากเขาเป็เ้านายจะทำอะไรย่อมไม่อยากให้ตนสอดปากพูดนั่นพูดนี่
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สวี่ตงเข้าใจ หนิวเซี่ยงตงเต็มใจช่วยเหลือเขาก็เพราะเื่บุญคุณกับพ่อของเขาส่วนจะมีมิตรภาพอะไรกันนั้น เขายังไม่สะดวกจะถามเขาไม่อยากให้หนิวเซี่ยงตงคิดว่าเขากำลังทวงบุญคุณ ชีวิตในตอนนี้เขาอยากก้าวไปทีละก้าวด้วยตัวเอง
พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นย่อมหนีไม่พ้นเื่ที่เขาสามารถมองเห็น ‘ออร่า’ สมบัติได้ ถึงแม้เขาจะยังไม่คุ้นชินกับความสามารถนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมจู่ๆ ตนถึงเห็นมันได้ แต่ความสามารถนี้ ‘ผิดธรรมชาติ’ มากอย่างไม่ต้องสงสัยในโลกแห่งการสะสมของโบราณความสามารถเช่นนี้เกรงว่าจะมีพลังมากกว่าผู้เชี่ยวชาญอย่างหลงชิวเซิงเสียอีก
อย่างไรก็ตาม สวี่ตงรู้ว่าทักษะด้านการประเมินมูลค่าและความรู้ในแต่ละด้านยังด้อยนักนี่คือจุดที่เขาจำเป็ต้องศึกษา หากอาศัยความสามารถในการมองเห็น ‘ออร่าสมบัติ’ เพียงอย่างเดียว ย่อมไม่มีทางมั่นคงไม่มีใครรู้ว่าความสามารถแปลกประหลาดนี้จะมาแล้วหายไปหรือไม่ศึกษาจนแยกแยะได้จริงๆ ต่างหากถึงจะเป็ความสามารถที่แท้จริง!
ยามบ่ายหนิวเซี่ยงตงอยู่ร้านสวี่ตงปัดกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมทั้งนอกและในร้านหลังจากนั้นถึงไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ เพื่อซื้อของใช้กับพวกผ้าห่มและหมอนหนึ่งพันหยวนใช้ไปแล้วหกร้อยกว่า
ร้านในตอนบ่ายไม่มีลูกค้าจึงเงียบมาก สวี่ตงกังวลนิดหน่อยแต่หนิวเซี่ยงตงกลับไม่สนใจพอเห็นฟ้าใกล้จะมืดแล้วก็รีบร้องให้สวี่ตงปิดร้านแล้วออกไปกินข้าวกับเขา
รถของหนิวเซี่ยงตงคืออาวดี้ Q5 เขาพาสวี่ตงไปกินข้าวที่ฟาร์มแห่งหนึ่งย่านชานเมืองสิ่งที่กินไม่ใช่อาหารชั้นเลิศหายาก ล้วนเป็ไก่ป่าเอย ปลาแม่น้ำเอย ทว่าตอนจ่ายเงินกลับราคาสูงถึงหนึ่งพันสามร้อยหยวน
ตอนแรกสวี่ตงเตรียมจะควักเงิน แต่พอเห็นบิล เขาจึงทำได้เพียงนั่งซึมเหลือเงินติดตัวอยู่สามร้อยกว่าหยวนจะเอาที่ไหนไปจ่าย
กินข้าวเสร็จหนิวเซี่ยงตงก็ขับรถพาสวี่ตงกลับมาส่งที่ร้านก่อนจะกำชับเขา “รีบเข้านอน พรุ่งนี้เช้าฉันจะรีบมา”
เมื่อเห็นรถของหนิวเซี่ยงตงหายลับไปตรงทางแยกสวี่ตงจึงดึงประตูร้านลงแล้วล็อกกลอน อาบน้ำเสร็จก็เข้านอนแต่กลับนอนไม่หลับพลิกไปพลิกมา!
สองวันที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย สวี่ตงนอนจ้องมองสภาพแวดล้อมจริงๆอยู่บนเตียง แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันเพิ่งรู้จักหนิวเซี่ยงตงเพียงสองวันแต่กลับคุ้นเคยยิ่งกว่าคนที่รู้จักมาสิบปียิ่งกว่านั้นยังแตกหักกับครอบครัวของป้า นับั้แ่นี้คงไม่ได้ติดต่อกันอีก
หลังจากทิ้งตัวลงนอนก็ครุ่นคิดว่าความสามารถในการมองเห็น ‘ออร่าสมบัติ’ ของตนมาจากไหนอีกครั้ง
เื่ราวอย่างขนมเปี๊ยะตกลงมาจากฟ้า[1]ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องมีที่มาที่ไปไม่ใช่หรือ
สวี่ตงคิดอยู่นาน ก่อนจะเหลือบไปเห็นลายเส้นแปลกประหลาดที่กลางฝ่ามือเขาใจนตัวสะท้าน
หรือเพราะสาเหตุนี้
เมื่อคิดทบทวนต้นสายปลายเหตุของเื่นี้อีกครั้ง ก็จำได้ว่าวันนั้นทำหินชิ้นเล็กหล่นแตกที่ร้านหนิวเซี่ยงตงพอเก็บขึ้นมา ของเหลวในหินนั้นก็ัันิ้วชี้ จากนั้นก็ซึมเข้าิัผลคือคืนนั้นฝันไปตื่นหนึ่ง กลางฝ่ามือก็มีรอยนั้นแล้ว!
หลังจากพินิจพิจารณาอย่างจริงจังสวี่ตงก็ยิ่งตระหนักได้ว่าเป็เช่นนั้น ใน่เวลาสองปีนับั้แ่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุไม่ว่าจะคิดถึงแค่ไหน เขาก็ไม่เคยฝันอะไรประหลาดอย่างคืนนั้นมาก่อน
คิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ แม้ไม่อาจยืนยันได้รวมถึงไม่เข้าใจสาเหตุที่ออร่าสมบัติปรากฏขึ้นแต่ก็เดาได้ว่ามันเกี่ยวกับเื่นี้
สวี่ตงนอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นเดินกลับไปในร้านเพื่อทดสอบสายตาตนเองอีกครั้ง
สิ่งของในเคาน์เตอร์มีหลายอย่าง แต่สิ่งที่ปรากฏ ‘ออร่าสมบัติ’ มีเพียงเครื่องลายครามสามชิ้น ที่ปรากฏแสงสีเหลืองอ่อนๆหากตัดสินมูลค่าของสมบัติตามความเข้มของออร่าสมบัติเช่นนั้นเครื่องลายครามของหนิวเซี่ยงตงสามชิ้นนี้ก็คงไม่ได้มีมูลค่ามากเท่าไร
แต่ทำไม ‘ออร่าสมบัติ’ ของข้าวของเหล่านี้ถึงมีสีไม่เหมือนกันเล่า
ขณะจมอยู่กับความคิด สวี่ตงก็จ้องมองเครื่องลายครามทั้งสามชิ้นในตู้เคาน์เตอร์ออร่าสมบัติทั้งสามชิ้นเป็สีเหลืองอ่อน แต่ก็เป็สีเหลืองทั้งหมดหรือว่าสิ่งของประเภทเดียวกันจะมีสีเดียวกัน
สร้อยประคำที่ขายไปก่อนหน้านี้มีออร่าสีเขียว ได้ยินผู้เฒ่าหลงบอกว่ามันทำมาจากไม้จันทน์แดงเช่นนั้นก็เป็ของที่ทำจากไม้ ออร่าสมบัติของไม้เป็สีเขียวเครื่องลายครามเป็สีเหลือง ไม่รู้ว่าต่อไปยังจะเห็นออร่าสมบัติสีอะไรอีก!
นอกเหนือจากเครื่องลายครามสามชิ้นนี้ภายในร้านของหนิวเซี่ยงตงก็ไม่มีของที่มีออร่าสมบัติปรากฏแล้วสวี่ตงจึงกลับไปล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะ ‘ทรมาน’ตัวเองอย่างไรก็นอนไม่หลับ ทั้งยังกลัวว่าพรุ่งนี้ตื่นเช้าไม่ไหวเห็นอยู่ชัดๆ ว่าทั้งเหนื่อยทั้งอ่อนเพลีย แต่หลับตาแล้วกลับนอนไม่หลับเสียนี่!
ขณะมึนๆ งงๆ ก็หลับไปตอนไหนไม่รู้เช้าวันต่อมาได้ยินเสียงประตูร้านเปิดดังกึกก้องก็รู้สึกตัวหันไปเห็นแสงสว่างนอกหน้าต่าง สวี่ตงพลันหลุดอุทาน ‘ไอหยา’ก่อนจะลุกขึ้นแต่งตัวอย่างเร่งรีบ
เป็หนิวเซี่ยงตงที่เปิดประตู สวี่ตงกะพริบตาพลางวิ่งออกไป สีหน้ากระดากอาย
หนิวเซี่ยงตงยิ้มพลางเอ่ยอย่างอบอุ่น “ไม่เป็ไรหรอกเธอไปล้างหน้าแปรงฟันซะ เมื่อวานฉันโทรคุยกับผู้เฒ่าหลงเื่ฝากเธอเป็ศิษย์แล้ว ผู้เฒ่าหลงบอกว่าถูกชะตากับเธอมากแต่จะรับเธอเป็ศิษย์ไหมก็ยังไม่แน่ อีกเดี๋ยวเขาจะมีงานพบปะสังสรรค์จึงสั่งให้ฉันรีบพาเธอไปฮ่าๆ ทีนี้ก็ต้องดูความสามารถของเธอแล้วละ!”
สวี่ตงทั้งตื่นเต้นทั้งกังวล “เถ้าแก่หนิว ผม…ผมไม่รู้ว่าจะทำได้ถึงมาตรฐานของผู้เฒ่าหลงหรือเปล่า…”
หนิวเซี่ยงตงหัวเราะ “กังวลอะไรกันทำได้ก็คือทำได้ ทำไม่ได้ก็ช่าง เื่นี้เธอบังคับมันไม่ได้ เธอทำสุดความสามารถก็พอแล้วไม่ต้องกดดันตัวเอง อีกอย่างเธอเป็คนพูดเองว่า สิ่งต่างๆ ไม่ได้มีหนทางเดียวไม่ใช่ว่าเส้นทางนี้ตันแล้วเส้นทางอื่นจะตันด้วยสักหน่อย ถนนทุกสายมุ่งสู่ปักกิ่ง!”
เห็นหนิวเซี่ยงตงพูดเช่นนี้ สวี่ตงก็ถอนหายใจโล่งอกก่อนจะรีบล้างหน้าแปรงฟัน จัดเสื้อผ้าหน้ากระจกอีกหน่อยแล้วจึงออกมา
หนิวเซี่ยงตงเห็นว่าแม้เสื้อผ้าสวี่ตงจะเก่า แต่กลับสะอาดและเรียบร้อยได้เขามาช่วยจัดการดูแลร้านจนสะอาดสะอ้านกว่าเมื่อก่อน จึงอดชมไม่ได้ “ดีมาก หน้าตาดูมีสง่าราศี แถมยังมีความสามารถ ถ้าฉันมีลูกสาวฉันจะเลือกเธอเป็ลูกเขย!”
“…”
สวี่ตงหน้าแดงขึ้นมาฉับพลันหรือหนิวเซี่ยงตงมีลูกสาวที่ถูกใจเขาอยู่จริงๆ แม้หนิวเซี่ยงตงดีกับเขา แต่ร่างกายใหญ่โตบึกบึนหากมีลูกสาวก็เกรงแต่ว่ารูปร่างหน้าตาคงไม่ได้ดีขนาดนั้น!
คิดถึงตรงนี้ในหัวสวี่ตงพลันปรากฏภาพโหมวซืออี๋หากวันหนึ่งเขาได้แต่งงานกับเธอ ชีวิตของเขาคงจะสมบูรณ์แบบ
“เ้าหนู ฉันก็พูดไปอย่างนั้นเอง เธอคงไม่คิดจริงจังหรอกนะ”
ขณะจมอยู่ในความคิด หนิวเซี่ยงตงจ้องเขาแล้วเรียกเสียงดังดึงสวี่ตงให้ตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของหนิวเซี่ยงคงสวี่ตงก็ยิ่งหน้าแดงก่ำจนเกือบจะดำแล้ว!
หนิวเซี่ยงตงะเิเสียงหัวเราะ ‘ฮ่าๆ’ “เ้าเด็กน้อย บอกอะไรให้นะ ฉันมีลูกสาวอยู่จริงๆแต่ฉันตัดใจยกให้เธอไม่ได้หรอก ลูกสาวฉันเพิ่งจะหกขวบเอง!”
สวี่ตงถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่ทันทีเขาไม่ได้กังวลว่าลูกสาวหนิวเซี่ยงตงจะหน้าตาขี้เหร่หรอกเขาเองก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะดูิ่ลูกสาวบ้านใครเขาเพียงคิดถึงเงาของคนคนนั้นขึ้นมา โหมวซืออี๋ที่เขาแอบรักคนนั้น
แม้จะเป็ความฝัน แม้จะเป็การแอบรัก แม้จะเป็ความปรารถนาฝ่ายเดียว แต่นั่นก็คือรักแรกของเขา!
รถแล่นออกมาแล้ว สวี่ตงนั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารหนิวเซี่ยงตงรูปร่างอ้วนกลม แต่ทักษะการขับรถของเขากลับยอดเยี่ยมมากมืออวบอ้วนคล่องแคล่วมาก หลังจากขับเข้าสู่ถนนหลักก็เปิดสเตอริโอ
เพลงที่เปิดคือ ‘เื่เล่าแห่งเมืองเล็ก’ของเติ้งลี่จวิ้น หนิวเซี่ยงตงเหลือบมองใบหน้าที่ปรากฏยิ้มจางๆของสวี่ตงจึงเอ่ยขึ้นมาทันที “ไม่เอาน่าฉันก็ไม่ได้อินเทรนด์ ฉันแค่คิดว่าเพลงเก่าๆ ก็เพราะดีดีกว่าเพลงป๊อปที่ฉันไม่รู้จักชื่อพวกนั้นอีก!”
[1] ขนมเปี๊ยะตกลงมาจากฟ้า หมายถึง ลาภลอย อุปมาว่า ได้สิ่งที่้าโดยไม่คาดคิดหรือไม่ต้องออกแรง