รอบสอง
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาดังขึ้นจากกลุ่มผู้เข้าสอบ หลายคนพยายามชะเง้อมองว่าใครกันที่ทำได้สมบูรณ์แบบถึงเพียงนั้น
ปรมาจารย์ซุนคลี่ยิ้มบาง “และหนึ่งในนั้นคือ… หลี่ิ” ท่านประกาศพร้อมเหลือบมองชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่แถวกลาง
หลี่ิรู้สึกถึงสายตานับสิบคู่หันขวับมาจับจ้องตนทันที บ้างเต็มไปด้วยความแปลกใจ บ้างก็ยอมรับนับถือ แต่ท่ามกลางสายตาเ่าั้มีหนึ่งสายตาที่ทั้งขุ่นเคืองและแคลงใจ นั่นคือสายตาของหวงเจิ้น
“คนที่สอง ได้แก่ หวงเจิ้น” ปรมาจารย์ซุนประกาศชื่อต่อมา
หวงเจิ้นเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตามีประกายแห่งความทะนงตนอยู่จางๆ ดูเหมือนเขาก็สามารถทำได้ครบเช่นกัน หลายคนจึงหันไปมองเขาด้วยความนับถือ แต่หวงเจิ้นกลับไม่แม้แต่จะรับรู้สายตาเ่าั้ เขาจ้องมองหลี่ิอยู่เช่นกัน ประหนึ่งว่าในสนามสอบนี้มีเขาเป็คู่แข่งเพียงคนเดียว
ปรมาจารย์ซุนยกมือขึ้นเป็เชิงขอความสงบ “ผู้ผ่านด่านแรกคนอื่นๆ ที่แม้จะตอบไม่ครบถ้วนแต่ยังอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจก็ยังมีอีกหลายคน ข้าขอให้ทุกท่านที่ผ่านด่านแรก จงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับด่านที่สองที่จะมีขึ้นใน่บ่าย”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศ ผู้เข้าสอบต่างทยอยแยกย้ายออกไปพักผ่อน หลี่ิเดินออกมานอกลานสอบก็พบว่าเซี่ยนซูยังคงยืนรอเขาอยู่ที่เดิม ใบหน้าของนางเปี่ยมด้วยความยินดีเมื่อเห็นเขา
เซี่ยนซูรีบเข้ามาถามทันที “ท่านพี่! เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ? ท่านต้องผ่านด่านแรกแน่ๆ เลย!”
หลี่ิพยักหน้า “ใช่ พี่ผ่านแล้ว” เขากล่าวขณะหยิบผ้าเช็ดหน้าจากแขนเสื้อมาเช็ดเหงื่อที่ซึมบนหน้าผาก นางเห็นดังนั้นก็รับผ้ามาซับเหงื่อให้เขาเองด้วยความใส่ใจ
เซี่ยนซูยิ้มกว้าง “ข้ารู้ว่าท่านพี่ต้องทำได้ นี่เพียงด่านแรกเอง อีกด่านใน่บ่ายท่านก็ต้องทำได้เช่นกัน”
หลี่ิพยักหน้า แม้จะยิ้ม แต่สีหน้าก็ยังเคร่งขรึม “ด่านต่อไปคือปรุงยารักษาโรคภายในเวลาจำกัด พี่จะประมาทไม่ได้เลย”
เซี่ยนซูขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วเขาจะให้ปรุงยาอะไรหรือเ้าคะ?”
“ข้าเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน” หลี่ิตอบพลางทอดสายตามองเมฆขาวบนฟ้า “แต่ไม่ว่าจะยาใด พี่จะทำสุดความสามารถ”
เซี่ยนซูยิ้มรับ ดวงใจนางชื่นชมในความมุ่งมั่นของพี่ชายผู้นี้ “ท่านพี่ต้องทำได้อยู่แล้วเ้าค่ะ”
บ่ายวันเดียวกัน เสียงฆ้องดังขึ้นอีกครั้งเรียกผู้เข้าสอบให้กลับเข้ามายังลานสอบเดิม ตอนนี้บนเวทีมีการจัดตั้งโต๊ะยาวพร้อมเตาหุงต้มและหม้อดินเผาสำหรับปรุงยาไว้เป็แถวๆ อุปกรณ์และวัตถุดิบสมุนไพรทั้งหลายถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะของผู้เข้าสอบแต่ละคนอย่างพร้อมพรั่ง
หลี่ิเดินกลับเข้าสู่สนามสอบด้วยจิตใจสงบนิ่ง เขาเหลือบมองโต๊ะของตนเอง บนโต๊ะมีหม้อต้มยาขนาดย่อม เตาไฟที่มีถ่านคุแดงเรื่อ ชุดครกและสากหินขนาดเล็กสำหรับบดสมุนไพร ถ้วยตวงน้ำยา และถาดสมุนไพรสดหลายชนิดเตรียมไว้ เขาเห็นสมุนไพรบางอย่างที่คุ้นตา และหนึ่งในนั้นที่โดดเด่นที่สุดคือดอกไม้สีม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมฉุนแรง—จื่อเซียงหรง (紫香蓉)
หลี่ินึกในใจ “จื่อเซียงหรง… สมุนไพรนี้มีฤทธิ์ร้อนแรง กลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว ใช้ปรุงยาผ่อนพิษโลหิตเรื้อรังได้” เขารำลึกถึงตำราโอสถบทหนึ่งที่เคยอ่าน ยาชนิดนี้ช่วยรักษาอาการป่วยจากพิษสะสมในเส้นเืลมปราณ คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักสรรพคุณของมันนักเพราะเป็ตำราลับที่ไม่แพร่หลาย
ขณะที่กำลังสำรวจวัตถุดิบ หวงเจิ้นที่โต๊ะถัดไปก็ปรายตามองมาที่หลี่ิพร้อมแสยะยิ้ม “เ้าเองก็ผ่านมาจนได้สินะ” น้ำเสียงนั้นฟังดูเย้ยหยัน “แต่ด่านนี้มิใช่แค่ท่องจำตำราแล้วจะรอด เ้าเตรียมใจแพ้ไว้เถอะ”