บทที่ 20: บุปผาจันทราิญญาน้ำแข็ง
เสียงกรีดร้องที่ได้ยินทำให้สัญชาตญาณของหลินฟานตื่นตัว เขารีบซ่อนกลิ่นอายของตัวเองลงจนถึงขีดสุด แล้วใช้เคล็ดวิชาเท้าท่องเมฆาเคลื่อนที่ไปยังต้นเสียงอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วราวกับเงา
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงบริเวณต้นเสียงและแอบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้าทำให้แววตาของเขาเ็าลง
ณ ลานโล่งเล็กๆ ข้างลำธาร ศิษย์หญิงคนหนึ่งในอาภรณ์สีเงินยวงของ "หุบเขาจันทรา" กำลังยืนหยัดต่อสู้อย่างสิ้นหวัง นางมีาแหลายแห่งบนร่างกาย เืสีแดงสดไหลซึมออกมาจากแขนเสื้อ แต่ในแววตาของนางยังคงเต็มไปด้วยความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
เื้ัของนางคือดอกไม้ประหลาดดอกหนึ่งที่กำลังเปล่งแสงสีเงินนวลออกมาอย่างอ่อนโยน มันมีรูปร่างคล้ายดอกบัว แต่กลีบของมันใสดุจน้ำแข็ง และแผ่ไอพลังที่เย็นเยียบออกมา "บุปผาจันทราิญญาน้ำแข็ง!" หลินฟานจำชื่อของมันได้จากข้อมูลที่ท่านอาจารย์เคยให้มา มันเป็สมุนไพริญญาคุณสมบัติหยินที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับผู้ฝึกตนเพศหญิงหรือผู้ที่ฝึกเคล็ดวิชาสายน้ำแข็ง
ส่วนคู่ต่อสู้ของนางคือชายฉกรรจ์สองคนในชุดสีแดงเพลิงของ "สำนักเพลิงผลาญ"!
ทั้งสองคนมีระดับพลังอยู่ที่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ 7 และกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนานขณะที่ผลัดกันโจมตีใส่ศิษย์หญิงคนนั้น พวกเขาไม่ได้รีบร้อนที่จะสังหารนาง แต่กลับค่อยๆ ต้อนนางให้จนมุมราวกับแมวที่กำลังเล่นกับหนูที่าเ็
"ฮ่าๆๆ! ศิษย์น้องหญิงจากหุบเขาจันทรา ยอมส่งบุปผาจันทรานั่นมาให้พวกเราเสียดีๆ เถอะ!" ชายคนหนึ่งที่ชื่อ "ฮั่วหลง" กล่าวพลางเหวี่ยงดาบเพลิงเข้าใส่ "แล้วพวกเราสองพี่น้องอาจจะไว้ชีวิตเ้าก็ได้นะ!"
"ใช่แล้ว!" ชายอีกคนที่ชื่อ "ฮั่วหู่" เสริมขึ้น "หรือถ้าเ้าจะยอมปรนนิบัติพวกเราสองคน บางทีเราอาจจะใจดีแบ่งกลีบดอกไม้ให้เ้าสักกลีบสองกลีบก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆ!"
คำพูดที่หยาบคายและไร้ยางอายของพวกเขาทำให้ศิษย์หญิงคนนั้นหน้าซีดด้วยความโกรธ "พวกเ้าฝันไปเถอะ! ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันยอมให้คนชั่วช้าอย่างพวกเ้าได้สมบัติชิ้นนี้ไป!"
นางรวบรวมพลังปราณสายน้ำแข็งทั้งหมด สร้างเป็โล่น้ำแข็งขึ้นมาป้องกันตัว แต่ก็ถูกดาบเพลิงของทั้งสองคนทลายลงอย่างง่ายดาย
หลินฟานที่แอบมองอยู่ขมวดคิ้วแน่น เขาไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับศิษย์หญิงคนนั้น และการเข้าไปยุ่งก็อาจจะนำปัญหามาให้ตัวเอง แต่การกระทำที่อหังการและรังแกผู้อ่อนแอของศิษย์สำนักเพลิงผลาญ ทำให้เขารู้สึกขยะแขยงอย่างยิ่ง อีกทั้งคนพวกนี้ยังเป็ศัตรูกับสำนักของเขาอยู่แล้ว และที่สำคัญ... บุปผาจันทราิญญาน้ำแข็งนั่นก็เป็ของล้ำค่าที่เขาเองก็้าเช่นกัน
"ดูเหมือนว่า... ข้าจะหาเหตุผลที่จะไม่เข้าไปยุ่งไม่ได้เลยสินะ" หลินฟานตัดสินใจในใจ
ในขณะนั้นเอง ฮั่วหลงและฮั่วหู่ก็หมดความอดทน พวกเขามองหน้ากันแล้วพยักหน้า ก่อนจะประสานการโจมตีเข้าใส่ศิษย์หญิงจากหุบเขาจันทราพร้อมกัน หมายจะปลิดชีวิตนางในกระบวนท่าเดียว!
"ตายซะเถอะ!"
ศิษย์หญิงคนนั้นหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง นางใช้พลังไปจนหมดสิ้นแล้ว และไม่สามารถป้องกันการโจมตีครั้งนี้ได้อีก
แต่ในวินาทีที่ดาบเพลิงทั้งสองเล่มกำลังจะถึงตัวนางนั่นเอง!
เปรี้ยงงงงง!
สายฟ้าสีม่วงทองเส้นหนึ่งพุ่งออกมาจากป่าทึบด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน! มันไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ใคร แต่กลับฟาดลงบนพื้นดินระหว่างศิษย์สำนักเพลิงผลาญทั้งสองกับศิษย์หญิงคนนั้นอย่างจัง!
ตูมมมมมม!
เกิดเสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว! พื้นดินบริเวณนั้นแตกกระจาย เศษดินและเศษหินปลิวกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง! เกิดเป็หลุมลึกขนาดใหญ่ที่ขอบหลุมยังมีรอยไหม้เกรียมและประกายสายฟ้าวิ่งวนอยู่!
พลังะเิที่รุนแรงซัดให้ร่างของฮั่วหลงและฮั่วหู่กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว พวกเขามองหลุมขนาดใหญ่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว "ใครวะ!"
ศิษย์หญิงจากหุบเขาจันทราลืมตาขึ้นอย่างงุนงง มองหลุมที่เพิ่งเกิดขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะหันไปมองยังทิศทางที่การโจมตีเมื่อครู่พุ่งมา
ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดศิษย์สำนักเมฆาครามค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืด ในมือของเขาถือดาบคาตานะสีดำสนิทที่ยังมีประกายสายฟ้าสีม่วงวิ่งวนอยู่จางๆ
"ชายฉกรรจ์สองคนรุมทำร้ายสตรีที่าเ็" หลินฟานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "สำนักเพลิงผลาญนี่ช่าง 'มีหน้ามีตา' เสียจริงนะ"
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันและพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลาวได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทั้งหมดไปโดยสิ้นเชิง! ฮั่วหลงและฮั่วหู่จ้องเขม็งมาที่หลินฟาน พยายามประเมินระดับพลังของเขา
"เ้าคือหลินฟาน!" ฮั่วหลงจำเขาได้จากตอนที่อยู่หน้าทางเข้าแดนลับ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็ไอ้สวะจากสำนักเมฆาครามนี่เอง! เ้าคิดว่าแค่ลอบโจมตีได้ครั้งหนึ่งแล้วจะทำอะไรพวกเราได้รึ? เ้าอยู่แค่ขั้นที่ 6 เท่านั้น! แต่พวกเราสองคนอยู่ขั้นที่ 7! เ้าอยากจะตายเร็วขึ้นใช่ไหม! ได้! ข้าจะสงเคราะห์ให้!"
พูดจบ ทั้งสองก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่หลินฟานทันที!