ยามเย็นที่อัมพวาบรรยากาศช่างร่มรื่น น้ำในแม่น้ำแม่กลองค่อยๆ ลดลงเผยให้เห็นสันดอนทรายและตลิ่ง แสงแดดยามเย็นสาดส่องลงมา ทาบผืนน้ำเป็สีทองอร่าม เป็่เวลาน้ำลงของทุกวัน เรือโดยสารที่พานักท่องเที่ยวแล่นไปมา ด้วยระยะทางที่ไม่ใกล้จากกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ ต่างนิยมมาเที่ยวที่สมุทราไม่ขาดสาย
รถยนต์โตโยต้า กระบะสีเทาดำขับมาจอดที่หน้าบ้าน แม่และยายซึ่งรอการกลับมาของลูกทั้งสองคน โจและวารีซึ่งเธออาสาไปเป็เพื่อนพี่ชายให้แม่กับยายรอที่บ้าน ตอนนี้ทั้งคู่กลับถึงบ้านแล้วพวกเธอเดินออกมารับ และอยากรู้ผลการเกณฑ์ของลูกชาย
“แม่มาช่วยกันหน่อย” วารีพูด
“เป็อะไรวะ” สีหน้าของเธอไม่สู้ดี ยายที่ยืนอยู่ก็พลอยเป็ห่วงแต่ก็ยังไม่เอะใจอะไร เมื่อเห็นใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของหลานสาว
“แม่กับยายมายืนตรงนี้นะ” เธอจับแม่กับยายให้ยืนรอก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูรถให้พี่ชายที่มีสีหน้าที่ซีดเผือด พร้อมกันนั้นมือของเธอยกขึ้นตรงศีรษะและพูดขึ้นมาเสียงดังลั่น...
“พวกเราเตรียมตัว...วันทยาหัตถ์ !!!!พวกเราทุกคนขอต้อนรับ นายพลทหาร นครินทร์ ทองภูผา ครับผม!!!!55555” เธอพูดพร้อมหัวเราะและออกอาการดีอกดีใจ แม่และยายยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก เธอเซไปเล็กน้อยก่อนจะจับต้นมะม่วงพยุงตัวเอง
“โจลูกติดทหารเหรอลูก” โจลงจากรถพร้อมกับพูด
“ดีหนึ่งประเภทหนึ่ง ทร.สัตหีบชลบุรีครับแม่” ทุกคนเงียบกริบ มันเป็่เวลาdate air ไปครู่หนึ่ง!!!!!ในขณะที่ยายกลับมีรอยยิ้มกริ่มบนใบหน้าของเธอ เธอรู้สึกเห็นพลังในหลานของอย่างบอกไม่ถูกแล้วก็พูดขึ้น” นี่เป็เื่ที่ยายไม่คาดฝัน แต่ยายก็ดีใจและภูมิใจที่บ้านของเราจะได้มีเื่ราวใหม่ๆ เกิดขึ้น เชื่อยายเถอะโจเอ้ย…มันจะมีสิ่งดี ๆ ตามมาเชื่อยายนะลูกไม่ต้องเสียใจ” ในขณะที่แม่เดินเข้าไปหาลูกชายแล้วเธอก็สวมกอดเขาอย่างอบอุ่นและปลอบใจ
“ไม่เป็ไรลูก2ปีเองไม่นานหรอก” มีเพียงแค่วารีเท่านั้นที่ยังยิ้มไม่หุบั้แ่รู้ผลเกณฑ์ทหารแล้ว และทุกคนก็เดินเข้าบ้านไป
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหมอกบาง ๆ ลงบนหลังคาบ้านเรือนในย่านแม่กลอง เสียงนกร้องเพลงต้อนรับเช้าวันใหม่ดังก้องบรรยากาศสดชื่น เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต แมลงตัวน้อย ๆ บินว่อนไปมา ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้ที่บานสะพรั่ง
สายลมเย็นพัดโชยมาเบาๆ พาเอาความหอมหวานของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก ช่างเป็เช้าวันที่สดใสและงดงามจริง ๆ บนถนนผู้คนเริ่มออกจากบ้าน เด็ก ๆ เดินไปโรงเรียน พ่อค้าแม่ค้าเตรียมร้านขายของ เสียงพูดคุยเจรจาเริ่มดังขึ้น ผสมผสานกับเสียงรถที่วิ่งผ่านไปมา
แม้จะเต็มไปด้วยเสียงรบกวน แต่บรรยากาศโดยรวมยังคงอบอวลไปด้วยความสงบสุข ผู้คนต่างยิ้มแย้มแจ่มใส ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยความสดใสร่าเริง
โจยังคงหลับอยู่ในห้องของเขา หลังจากที่เมื่อวานในงานเกณฑ์ทหารกว่าจะถึงบ้านก็เย็นเกือบค่ำ หลังจากแม่และยายได้ให้กำลังใจเขากลับถึงบ้านก็หลับเลย
“วารีเข้าปลุกพี่เองให้มากินข้าวได้แล้วไปดูหน่อยว่าเป็อะไรหรือเปล่า”
“ได้จ้าแม่” เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงร้องของสาว” พี่โจๆ ตื่นๆ เป็ไงบ้างเนี่ย”
“เออๆ รู้แล้วๆ” เสียงตอบกลับจากพี่ชาย ภายหลังจากล้างหน้าแปรงฟันเขาเดินเข้าครัวแล้วชงกาแฟเดินออกมานอกบ้าน
” อากาศตอนเช้าๆ นี่มันชั่งสดชื่นจริง ๆ นะแม่”
เขาพูดแล้วหันไปทางแม่พร้อมแก้วกาแฟใน แม่หันมาแล้วยิ้มให้อย่างอบอุ่น
“เป็ไงเริ่มทำใจได้รึยังเห็นเมื่อวานซีดเป็ไก่ต้มเลยนะเองน่ะ”
“เอาจริง ๆ ฉันก็ไม่ได้เป็อะไรมากนะแม่ ที่เรียนจบกลับบ้านมานี่ก็คิดมากอยู่เหมือนกันว่าจะทำอะไรดี”
“ก็ไอ้ที่แกให้เหตุผลว่าทำไมเลือกเรียนเอกวิชาดนตรี เองบอกไม่ใช่เหรอว่า ที่อัมพวาบ้านเราน่ะมีศิลปิน นักร้อง ดังๆ เยอะแยะและมากมายอยากจะสืบสานตำนานของ นักเขียนเพลงรุ่นเก่าๆ ที่สร้างผลงานผลงานไว้ ก็ทำสิลูก “โจยิ้มให้แม่
“นั่นสิ... เดี๋ยววันนี้บ่ายๆ ผมจะไปที่ตลาดน้ำอัมพวานะแม่ ไปพิพิธภัณฑ์เพลงของอาจารย์ ครูเอื้อสุนทรสนานค่ำๆ จะกลับ...วารี ๆ
“จ๋าว่าไงพี่โจ” ” วันนี้พี่จะใช้รถเครื่องนะ่บ่ายๆ ...แก่จะไปไหนรึเปล่า”
“ไม่ไปวันนี้มีคนมารับ” “ใครวะ”
” พี่น้ำตาลไง นี่ว่าจะชวนมาฉลองยศพี่โจสักหน่อยไม่อยู่เหรอ”
” ไม่อยู่จะไปตลาดอัมพวาโน่น”
“อยากบอกนะว่าไปพิพิธภัณฑ์เพลงเก่าน่ะ”
“เออรู้อีก” งั้นฉันกับพี่น้ำตาลไปด้วยนะ”
โจมองน้องยิ้มก็ยิ้มให้น้อง” ก็แล้วแต่เอง”
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตลาดน้ำอัมพวา ในยามแดดร่มลมเย็นเริ่มคึกคัก ร้านกาแฟเก่าแก่หลายๆ ร้านที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวั้แ่เช้าบางร้านเริ่มทยอยปิด ร้านอาหารตอนเย็น เรือแม่ค้าตลาดเย็นเข้าเทียบท่าขายอาหาร เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังอื้ออึงไปทั่ว เสียงเก่า ๆ จากลำโพงช่วยสร้างบรรยากาศให้คึกคักเพลงเหมือนเดิม
พิพิธภัณฑ์เพลงเก่าครูอื้อสุนทรสนาน ตั้งอยู่ในร้านย่านเก่าแก่ของตลาดน้ำอัมพวา บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์นั้นช่างคลาสสิก
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้าน โจเขาชื่นชอบในความคลาสสิคของเก่าแก่โบราณเหล่านี้เป็อย่างมาก เสียงเพลงเก่าจากยุคสมัยก่อนดังเบาๆ สร้างความอบอุ่นให้กับผู้มาเยือน ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปัักับมนต์เสน่ห์ของดนตรีไทยในอดีต
เมื่อก้าวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ สิ่งแรกที่จะััได้คือกลิ่นหอมของไม้เก่า ผนังตกแต่งด้วยภาพถ่ายและโปสเตอร์ของศิลปินเพลงลูกทุ่งชื่อดังในอดีต ตู้โชว์จัดแสดงเครื่องดนตรีโบราณ เสื้อผ้า เครื่องประดับ และของใช้ส่วนตัวของครูเอื้อ สุนทรสนาน ศิลปินแห่งชาติ ผู้เป็ตำนานของวงการเพลงไทย และศิลปินอีกหลายๆ ท่าน เช่น ศรคีรี ศรีประจวบ
เพลงแม่ค้าตาคมอันโด่งดังของเขา ระพิน ภูไท เพลงฝนพล่ำที่อัมพวา ผลงานเพลงเหล่านี้ ล้วนยังได้รับความนิยมถึงปัจจุบัน ไม่เสื่อมคลาย นอกจากนั้นยังมีศิลปินคนอื่น ๆ ที่ขับร้องเพลงชื่นชมตลาดน้ำอัมพวาล้วนถูกเปิดบรรเลงวนไป สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ได้ยินเพลงเหล่านี้แล้วอาจหวนนึกถึงอดีตอันแสนหวาน
“จิตณาการไปถึงไหนแล้วจ๊ะพี่โจ” เสียงกระซิบเบาๆ ตรงข้างหูของเขา
ชายหนุ่มรู้ได้ทันที
” มาเงียบๆ กูใหมด”
เขาหันมองน้องสาวพร้อมกันนั้นเด็กสาวนักรักอีกคนก็ยืนยิ้มอยู่ด้านหลังของน้องสาวเขาเธอคือน้ำตาล หญิงสาวสวยน่ารักที่ยืนยิ้มอยู่เต็มหน้าและกำลังมองเขา นี่เป็ครั้งแรกที่โจได้เห็นเธออย่างใกล้ที่สุด ใบหน้าและดวงตาที่ซ่อนความสวยที่กำลังจะผ่านวัยรุ่นสู่วันสาวคู่นั้น
โจได้เห็นเธอชัดเต็มตาวันนี้ เขารู้สึกร้อนวู๊ปขึ้นที่ใบหน้า
“สวัสดีค่ะพี่โจ” เสียงใสๆ ของเธอพูดทักขึ้น ให้ยิ้มให้เธอ
“สวัสดีน้ำตาลมาถึงกันั้แ่เมื่อไหร่”
“ก็ั้แ่เห็นพี่โจยืนมองตะลึงเหมือนจะถูกดึงเข้าไปในอดีดตรงนี้แหละ” น้องสาวของเขาพูดแทรก
“วันนี้พี่โจเลี้ยงน้องกับพี่น้ำตาลด้วยนะ ฉลองที่พี่จะได้บรรจุเป็นายทหารนะ”
“บ้าแล้วมึงกูนะเป็ทหารเกณฑ์เว้ยไม่ใช่นายทหาร” เสียงหัวเราะของเขาทั้งสามคนดังสนุกสนาน
“แซวเล่น ๆ น่า..แต่เอ้....พี่โจนี่ก็!!!ดูดีดีก็ไม่ธรรมดานะว่ามั้ยพี่น้ำตาล” เธอหันมามองเพื่อนสาว “นี่ถ้าใส่ชุดนายทหารนาวิกโยธินแบบเต็มยศนี่จะต้องหล่อและเท่มากแน่ ๆ ว่ามั้ยพี่น้ำตาล” พร้อมเสียงหัวเราะดังสนุกสนาน เธอหันมาขอความเห็นจากเพื่อนรุ่นพี่ ในขณะที่น้ำตาลมีอาการเขินและประหม่าเล็ก ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าของโจ และโจก็ดูหน้าแดงขึ้นมาทันที
“นั่นแน่สองคนมีแอบเขินอายกันด้วยเว้ยเห้ย...เออต้องอย่านี้สิถึงจะลุ้นกันสนุก” น้องสาวแซวพี่ชายกับเพื่อนของเธอ
“เลิกพูดมากได้แล้ววารีไปหาอะไรกินกันดีกว่า” โจพูดแทรกขึ้นมา
“ร้านนี้ ๆ พี่โจ พี่น้ำตาล ผัดไทยมั้ยร้านนี้อร่อย”
โจยกมือขึ้นชู3นิ้วเป็นอันเข้าใจ
“งั้น3จานเลยป้าพวกหนูนั่งตรงโน้นนะจ๊ะ”
“ได้ ๆ เสร็จแล้วป้าจะเรียกนะ”
“พี่โจพี่น้ำตาลคุยกันไปก่อนนะ ฉันจะไปซื้อชมพูฝากแม่กับยายร้านนู้น” น้องสาวพูดและเดินไป
“พี่โจจะเข้ากรมวันไหน” น้ำตาลถาม
“วันที่1พฤษภาที่จะถึงนี้เลย”
“จริง ๆ แค่2ปีก็ไม่นานเท่าไหร่นะฉันว่าแป๊บเดียวเอง” โจยิ้ม
“วันนี้น้ำตาลตั้งใจมาเลี้ยงส่งพี่โจนะอยากกินอะไรเป็พิเศษมั้ยบอกมาเลย” “ขอบใจนะน้ำตาลจริงแล้วพี่ก็ไม่ได้เสียใจนะที่พี่ติดทหารก็กำลังคิดเหมือนกันว่าจบมาแล้วจะหาทำงานอะไร แต่พอติดทหารก็ดี จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บ้าง” เขาทั้งสองคนยิ้มแย้มในขณะที่นั่งคุยกัน
“แล้วน้ำตาลเปิดเทอมวันไหน แล้วจะย้ายไปอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยเลยหรือยังไง”
“ฉันน่าจะเปิดเทอมประมาณปลายเดือนมิถุนายนคงเริ่มย้ายเข้าไปพักใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยจะได้ไม่ต้องเดินทาง”
“งั้นพี่ก็ขอให้น้ำตาลโชคดีนะ” สาวสวยยิ้มให้เขา
“พี่โจก็เช่นเดียวกัน” เขาทั้งคู่ต่างคุยกันถูกคอ
“พัดไทย3จานเสร็จแล้วจ้าแม่หนู” เสียงของป้าะโเรียกในขณะที่น้องสาวของเขาก็เดินกลับมาถึงพอดีและทั้ง3คนนั่งทานอาหารอย่างออกรส ณ ตลาดน้ำอัมพวา ริมน้ำแม่กลองในเย็นวันนั้น.....
น้องวารี