ติ้ดๆ ติ้ดๆ ติ้ดๆ...
ติ้ด...
“ฮัลโหลว่า…”
คนตัวเล็กทักทายปลายสาย
“พี่แคท”
“พรุ่งนี้ผมจะสอบแล้ว”
“เย็นนี้เจอกันหน่อยได้มั้ย”
จู่ๆ ลูกศิษย์ก็โทรหาติวเตอร์
“อืมมม…”
“เย็นนี้หรอ”
คนตัวเล็กคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้ซิ”
“เจอที่ไหนอ่ะ”
“พี่รออยู่ที่ทำงานนั่นแหละ”
“เดี๋ยวไปรับ”
เด็กตัวสูงว่า
“เค”
“เลิกละบอก”
คนตัวเล็กนัดแนะ
.
.
“พี่แคทๆ”
เมื่อกระจกรถลดระดับลงผู้ชายที่อยู่หลังพวงมาลัยก็ะโเรียกคนที่ตัวเองมารับให้รีบขึ้นรถ
“มาเร็วนี่”
เอ่ยทักคนขับเพราะหลังจากที่ทักบอกเ้าตัวว่าตัวเองเลิกงานแล้วไม่ถึง20 นาที คุณเค้าก็มารับถึงหน้าบริษัท
“มาส่งหมาลูกค้าแถวนี้พอดี”
เด็กตอบ นอกจากจะรักษาสัตว์แล้วยังรับดูแลให้อีก
“ถามจริ๊งง?”
คนตัวเล็กเสียงสูงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“เดี๋ยวนี้รับดูแลด้วยหรอ”
เธอถามต่อ
“แค่คนที่สนิทๆอ่ะ”
“พอดีเค้าไปต่างจังหวัด”
“เลยมาฝากไว้2 วัน”
“อ๋อ…”
“แล้วนึกไงนัดเจอเนี่ย”
“จะขอรางวัลละหรอ…”
“ยังไม่ได้สอบเลยนะ”
คนตัวเล็กดักคอเด็กที่เคยสัญญาไว้ว่าจะให้รางวัลหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
“ยังไม่ขอ”
“แค่อยากเจอ”
เด็กว่าสั้นๆ
“เอ่า!...”
“แล้วไม่กลับบ้านหรอ”
“เลี้ยวไปไหน”
คนตัวเล็กเอ่ยถามที่เห็นรถเลี้ยวไปอีกทาง
“หิวข้าว…”
“ไปกินข้าวกัน”
จู่ๆ ก็ชวนขึ้นมาดื้อๆไม่นานรถก็เข้ามาจอดที่ร้านอาหารแนวคาเฟ่น่ารักๆ แห่งหนึ่งสไตล์ฟิวชั่นบวกกับบรรยากาศที่รับกับ่เย็น
“สวยจัง”
คนตัวเล็กเอ่ยทันทีที่เดินเข้ามาภายในร้าน
“นี่เป็คาเฟ่เลิฟเวอร์ป่ะเนี่ย”
“พามาแต่คาเฟ่น่ารักๆตลอด”
เอ่ยบอกเด็กตัวสูงที่เดินตามเข้ามาติดๆ
“ชอบป่ะละ”
เด็กถาม
“อื้ม…”
พยักหน้าตอบไปยิ้มๆ
“รับอะไรดีคะ”
เป็พนักงานสาวเข้ามาทักทายเตรียมรับออเดอร์
“อืมม…”
มือเล็กเปิดดูเมนูอาหารไปเรื่อยๆจนมาสะดุดกับเมนูที่ดูน่ากิน
“เอาข้าวน้ำพริกลงเรือ1 ที่ค่ะ”
“ผมเอาข้าวผัดอเมริกันครับ”
.
.
ระหว่างรออาหารมา...
“ไง!”
“พร้อมเปล่าพรุ่งนี้”
ิญญาติวเตอร์เข้าสิง
“อืม…”
“ก็พร้อมแหละ”
เด็กตอบเรียบๆ นิ่งๆ
“อย่าให้เสียชื่อติวเตอร์แคทนะ”
คนตัวเล็กแซว
เด็กยิ้มเบาๆ
“ ^_^ ”
“เดี๋ยวรอดูคะแนนเลย”
แหนะเค้าท้าทาย
“แล้ววันนี้ไม่ได้นัดใครไว้หรอ”
เด็กเอ่ยถามหยั่งเชิงว่าคนตัวเล็กนัดแฟนไว้มั้ย
“จริงๆก็นัดหมอไว้”
“เค้าจะเอาของมาให้ที่บ้านน่ะ”
เอ่ยบอกไปแล้วยกน้ำขึ้นมาดื่มเด็กหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ คิดว่าไม่น่าถามให้เจ็บใจเลย
“เออะ!...”
“ป่านนี้รออยู่แล้วมั้ง”
“พี่มากินข้าวอยู่กับผมเนี่ย”
“แต่แค่เอาของมาให้นี่…”
“ฝากป้าบัวไว้ก็ได้”
“ไม่เห็นต้องเจอกับพี่เลยเนอะ”
“ไม่ใช่แฟนกันซะหน่อย!!”
ทำไขสือประหนึ่งว่าตัวเองไม่รู้ว่าคนตัวเล็กกับหมอเป็แฟนกัน
อึก!!
กลืนน้ำลงคอคนตัวเล็กฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเื่ที่เธอเป็แฟนกับหมอก็มีแต่คนที่บ้านกับคู่รักพี่หนึ่งแพมที่รู้นี่นาบอกจ็อบเลยดีมั้ย
“จ็อบ”
“คือพี่กับหมออ...”
เรียกเด็กตรงข้ามให้ฟังเื่ที่เธอจะเล่าต่อ
“อาหารได้แล้วค่ะ”
เป็พนักงานเสิร์ฟเข้ามาแทรกบทสนทนาระหว่างติวเตอร์กับลูกศิษย์
“เออะ!”
“โอ๊ะ!”
“มาแล้วน่ากินจัง”
เด็กตรงข้ามชื่นชมอาหารตรงหน้าราวกับตั้งใจจะเปลี่ยนเื่คุยยังไงยังงั้น
“กินเลยนะพี่แคท”
“ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”
“พี่มัวแต่ชวนผมคุยเนี่ย”
ต่อว่าคนตัวเล็กตรงข้ามแล้วเดินออกจากโต๊ะไปปล่อยให้คนตัวเล็กงงๆ
Part จ็อบ
พรุ่งนี้เป็วันที่ผมจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วครับผมอยากได้กำลังใจจากติวเตอร์ส่วนตัว ผมเลยนัดเจอเธอหลังเลิกงาน โชคดีที่เธอว่าง
แต่เื่เอาหมามาคืนลูกค้าที่ฝากเลี้ยงอ่ะหรอผมโกหกครับ ผมจะบอกได้ยังไงว่าผมอยากเจอเธอ
กลัวมารับเธอช้าจนต้องออกจากบ้านมาั้แ่4 โมง ทั้งๆ ที่งานของเธอเลิก 5 โมงเย็นอย่าไปบอกใครนะครับ
แล้วคาเฟ่ที่ผมพาเธอมาผมนั่งหาอยู่ตั้งหลายวันว่าจะเอาที่ไหนที่สวยๆ ดี แต่คุ้มค่ามากครับที่เธอบอกว่าชอบ
แต่ผมเกือบมาตกม้าตายตอนสุดท้ายเนี่ยแหละดันปากหมาอยากถามเธอเื่พี่หมอแล้วเธอเกือบจะบอกแล้วด้วยว่าพวกเค้าเป็แฟนกันดีนะอาหารมาเสิร์ฟก่อนไม่งั้นผมเหมือนฆ่าตัวเองชัดๆ
ผมไม่อยากรับรู้ครับผมอยากจะพยายามตามทางของผมให้เต็มที่ก่อน
.
.
“จะอิ่มยัง”
เอ่ยทักคนในโต๊ะที่ตัวเองลุกหนีมาเมื่อกี้
“รออยู่เร็วๆ”
คนตัวเล็กว่า
“โอ๊ะ!”
ในจานอาหารผมผมรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ ในจานอาหารผมมีซอสมะเขือเทศบีบเป็คำว่า “สู้ๆ ” อยู่ ผมมองไปยังคนตรงข้ามและเธอส่งยิ้มให้ผม
“ ^^ ”
“สู้ๆนะพรุ่งนี้”
คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นแล้วตักข้าวเข้าปาก
ผมดีใจ ดีใจมากๆ ครับผมมีแรงไปสอบพรุ่งนี้แล้วสอบตอนนี้เลยก็ได้
“ขอบ...”
“ขอบคุณครับ”
“ :) ”
พูดเอ่ยขึ้นให้คนตรงหน้ารู้ว่าตัวเองรู้สึกดีใจแค่ไหนคนตัวเล็กพยักหน้าให้ ยิ้มๆ ขำๆ กับเด็กที่ดูจะซาบซึ้งกับอาหารตรงหน้าหรือคำว่าสู้ๆกันแน่นะ
หลังจบมื้ออาหารเย็นลูกศิษย์ตัวสูงก็มาส่งติวเตอร์ตัวเล็กที่บ้าน เด็กหนุ่มเดินตามหญิงสาวลงมามองเธอที่กำลังไขกุญแจรั้ว
“พี่แคท”
เอ่ยขึ้นให้สาวเ้าหันกลับมามอง
“อืม…ว่า…”
“พี่อย่าลืมสัญญาที่จะให้รางวัลผมนะ”
“ถ้าผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้”
จู่ๆ ก็มาเอ่ยทวงรางวัล
“อืม…”
“ไม่ลืมหรอก”
หญิงสาวตอบกลับไปให้เด็กสบายใจ
“อืม…”
“ผมขอ…”
“…”
“ผมขอ…”
เด็กเอ่ยติดอ่างขึ้นมาซะงั้น
“…”
“ขออะไร”
หญิงสาวอยากรู้
“ขอกำลังใจอีกทีได้มั้ย”
เอ่ยขึ้นจนได้
“แค่นี้ก็ต้องติดอ่าง”
“ ^^’ ”
“พรุ่งนี้สู้ๆนะ”
“ขอให้ทำข้อสอบได้ทุกวิชาเลย”
คนตัวเล็กทำท่าพนมมือพูดอวยพรแล้วเป่าเพี้ยงไปที่เด็กตัวสูงซึ่งการกระทำนี้มันอยู่ในสายตาของเด็กตรงหน้าและใครอีกคนหนึ่ง
“ขอบคุณครับ”
“ ^_^ ”
หมับ....
“เอ๊อะ!”
คนตัวเล็กใที่จู่ๆเด็กตัวสูงก็ดึงเธอเข้าไปกอด
“ผมจะตั้งใจทำข้อสอบครับ”
“ผมจะมาเอารางวัลจากพี่ให้ได้”
เด็กพูดขึ้นแน่วแน่
“อืมๆ”
“สู้ๆนะ”
คนตัวเล็กตอบกลับไปแล้วส่งมือไปตบที่หลังเด็กเบาๆ2 3 ที ก่อนที่คุณเด็กเค้าจะคลายอ้อมแขน
“ผมไปละ”
เอ่ยลาแล้วขึ้นรถขับออกไป
คนตัวเล็กยังงงๆ อารมณ์ไหนของจ็อบเนี่ยช่างเถอะ! กลับหลังหันจะเข้าบ้าน
ปิ้นๆ…
เสียงบีบแตรเบาๆ ดังขึ้นเรียกให้คนตัวเล็กหันไปมอง
“หมอ”
“หมอนี่”
“มาพอดีเลย”
“ ^v^ ”
คนตัวเล็กยิ้มกว้างดีใจ
เมื่อคนตัวสูงจอดรถเรียบร้อยก็ลงมาหาคนตัวเล็กที่ยืนยิ้มรออยู่
“ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ละครับ”
“เพิ่งถึงบ้านหรอ”
คุณหมอถาม
“เอ่อ…”
“เอ่อ… ค่ะ…”
“เพิ่งถึงบ้าน”
“ไปกินข้าวกับจ็อบมา”
เอ่ยไปตะกุกตะกักนิดหน่อยกลัวหมอคิดมาก
“เอ๊อะ!!”
ผมอึ้งนิดหน่อยครับที่เธอกล้าพูดตรงๆแต่ก็คิดในแง่ดีเธอไม่ปิดบังผม ผมเลยแกล้งทำหน้าตึง คิ้วขมวดส่งไปแหย่
“กินข้าวเฉยๆ”
“น้องจะสอบพรุ่งนี้แล้ว”
“น้อง้ากำลังใจ”
พูดไปเขย่าแขนหมอไป
ผมรู้ผมเห็นครับเห็นั้แ่ที่เด็กจ็อบลงรถมาคุยกับแฟนผมและดึงแฟนผมเข้าไปกอดและผมก็รู้ว่าเด็กจ็อบรู้ว่าผมมองอยู่ด้วยเลยทำแบบนั้นคงคิดจะกวนโมโหผม ซึ่งเด็กทำสำเร็จครับ ผมโมโหหงุดหงิด ที่จู่ๆ มากอดแฟนผมผมพยายามข่มใจครับว่า เด็กจ็อบกำลังยั่วโมโหผมและผมไม่ควรตามน้ำ
“โกรธหรอ?”
“อย่าโกรธนะ”
“น้าาาาา~…”
คนตัวเล็กซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่อ้อนให้หมอหายโกรธเพราะเห็นยืนนิ่งมาสักพัก
พรึบบบ…
จู่ๆ คุณหมอก็ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดกระชับให้แน่นขึ้นและแน่นขึ้น…
“โอ๊ะ!”
“หม…”
“หมอ…”
“หมอออ…”
“หนูหายใจไม่ออก”
คนตัวเล็กเริ่มประท้วงที่คุณหมอกอดแน่นเกินไปใบหน้าคมเลื่อนลงมาที่ใบหูเล็ก
“วันหลัง…”
“อย่าให้ใครกอดง่ายๆนะ”
“ยกเว้นพี่คนเดียว”
พูดแล้ว จุ๊บบ! ไปที่หูเล็ก 1 ที เป็การย้ำเตือน
“โอ๊ะ!”
คนตัวเล็กขนลุกซู่ที่จู่ๆ คนตัวสูงจู่โจมในจุดที่ไวต่อความรู้สึกส่งผลให้เธอหยุดดิ้นและตัวแข็งทื่อขึ้นมาซะงั้นนิ้วเรียวเล็กขยำเสื้อเชิ้ตสีเข้มด้านหลังของคนตัวสูงจนขึ้นรอยยับ
คุณหมอค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกช้าๆแล้วมองที่ใบหน้าคนที่เพิ่งโดนแกล้งไป หน้าแดงแดงไปถึงหู คนตัวเล็กมองคนตัวสูงกลับแล้วรีบหลบตาลง _///_
“อึหึ”
หัวเราะเบาๆ
“พี่ซื้อขนมมาฝากครับ”
“รอแป๊บนะ”
เอ่ยบอกแล้วเดินกลับไปที่รถหยิบขนมกล่องใหญ่เอามาให้คนตัวแข็ง
“นี่ครับ”
“ร้านที่น้องแคทอยากกิน”
“พอดีวันนี้พี่ผ่านไปแถวนั้น”
“เลยซื้อมาฝาก”
“ฝากพ่อแม่คุณเคนด้วยนะ”
“อย่ากินคนเดียวหมดล่ะ”
“เดี๋ยวแก้มแตก”
“ ;p ”
พูดแล้วส่งมือเรียวยาวมาเกลี่ยแก้มยุ้ยก่อนจะบีบเบาๆอารมณ์หมันเขี้ยว
“อื้มม…”
“หมออ่ะ”
“ -///- ”
เริ่มหายชาแล้วกลับมามีปากเสียง
“เข้าบ้านได้แล้วครับ”
คุณหมอเอ่ยสั่ง
“หมอเข้าบ้านก่อนมั้ย”
ชวนคุณเค้าเข้าบ้าน
“ไม่เป็ไรครับ”
“พี่กลับเลยดีกว่า”
“พรุ่งนี้ก็มีประชุมอีก”
บอกคุณแฟนถึงภารกิจของตัวเองในวันพรุ่งนี้คนตัวเล็กเลยส่งยิ้มเบาๆ เป็กำลังใจให้คุณหมอ
“ประชุมทุกวันเลย”
“เป็หมอก็ต้องรักษาคนไข้นะ”
“ประชุมอะไรกันบ่อยๆ”
เอ่ยแซวคุณเค้า
“ขอบคุณสำหรับขนมนะคะ”
“หนูเข้าบ้านละ”
ปล่อยมือหมออย่างอ้อยอิ่ง
“บ๊ายบายค่ะ”
“บ๊ายบายครับ”
คนตัวเล็กเดินหันหลังเข้าบ้านช้าๆหันมองกลับมาก็เห็นคุณหมอเค้ายืนอยู่ที่เดิมโบกมือให้คงจะรอให้เราเข้าบ้านก่อนซินะ
“…”
“…”
“อ๊ะ!”
คนตัวสูงเค้าหันหลังกลับกำลังเดินไปที่รถละคนตัวเล็กจึงตัดสินใจวางขนมกล่องใหญ่ลงพื้นไม่กลัวว่ามันจะเปรอะฝุ่นแล้ววิ่งเข้าไปดึงข้อมือคุณหมอ
“หมอ!!!”
“คะ… ครับบ…?!”
คนตัวสูงงงๆ นิดหน่อยที่จู่ๆ คนตัวเล็กวิ่งกลับมาหา
คนตัวเล็กใช้สองมือประคองหน้าคมของคุณหมอรั้งลงมาเล็กน้อยบวกกับที่ตัวเองเขย่งเท้าขึ้นแล้วมอบหอมฟอดใหญ่เต็มๆหน้าแก้มคนตัวสูง
ฟอดดดด!!!
“ยาบำรุงค่ะ”
“จะได้มีแรงประชุมวันพรุ่งนี้”
“อิอิ”
“ -///- ”
พูดจบก็วิ่ง 100เมตร คว้าถุงขนมที่เ้าตัวเพิ่งวางไว้ที่พื้นเมื่อไม่กี่นาทีนี้เข้าบ้านไป
“…”
“ o///o ”
คุณหมอยืนอึ้งลูบแก้มที่ถูกคนตัวแสบขโมยหอมไปเมื่อกี้
(น่ารักเป็บ้า!)
(แล้วผมก็ชอบเธอแทบบ้าเลยครับ!!)
(ผมจะทนไม่ไหวแล้วครับบบ!!!)
.
.
“ตกลงงานครบรอบ14 ปี”
“เราจะเลือกคนไข้ที่มียอดการใช้บริการกับคลินิกของเราสูงสุดในรอบปีนี้”
“ให้มาเป็พรีเซนเตอร์นะ”
คนที่นั่งหัวโต๊ะมีตำแหน่งเป็CEO ใหญ่ของคลินิกเสริมความงามกล่าวขึ้น
“ส่วนหมอหลัก”
“ผมเลือกให้เป็หมอภัทร”
“แล้วก็ทีมเสริม”
“เป็หมอฝ้าย”
“หมอหยก”
“และก็หมอจอม”
ทันทีที่คนตัวสูงได้ยินชื่อตัวเองเป็หนึ่งในผู้ถูกเลือกก็ยกยิ้มขึ้นรู้สึกดีใจ เพราะงานนี้เป็อีกงานที่อยากได้โอกาสทำมานานแล้ว
ถ้าเล่าเื่นี้ให้คนตัวเล็กฟังเธอต้องดีใจแน่ๆเพราะเธอเคยอวยพรให้ผม บอกว่าให้ได้ทำงานนี้
ตอนนั้นเธอถึงขั้นเป่ากระหม่อมผมทำอย่างกับเป็แม่หมอซะงั้นคนตัวเล็กชอบทำอะไรตลกๆ ให้ผมมีรอยยิ้มอยู่เรื่อย ^^
“สถานที่ที่เราจะไปถ่ายคลิปโปรโมทเป็ที่หัวหินนะ”
“รายละเอียดเดี๋ยวให้ทางทีมสถานที่เค้าแจ้งพวกคุณอีกที”
คนหัวโต๊ะยังคงแจกแจงรายละเอียดงานใหญ่ประจำปีต่อเรื่อยๆ
“อ่อ…”
“ส่วนคนไข้ที่ได้รับเลือก”
“ชื่อคุณอัณณาพิทักษ์กุล”
CEO เอ่ยชื่อพรีเซนเตอร์ของงานประจำปีนี้
“อัณณา”
“ห้ะ!!”
คนตัวสูงหันขวับไปมองที่โปรเจคเตอร์ด้านหน้าใช่! ใช่จริงๆ!! ด้วยเมื่อเห็นรูปคนคุ้นเคยปรากฎอยู่บนจอใหญ่
.
.
“จอมเป็อะไรป่ะ”
“พี่เห็นนั่งหน้าเครียดๆั้แ่ในห้องประชุมละ”
หนึ่งในผู้ร่วมเข้าประชุมเอ่ยถามคนตัวสูงหลังจบการประชุมที่ดูมีท่าทางกังวลผิดปกติ
“ตื่นเต้นที่ต้องถ่ายอะไรแบบนี้หรอ”
“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอก”
“ครั้งแรกก็แบบนี้ทุกคนแหละ”
“พอทำแล้วก็สนุกดี”
รุ่นพี่หมอหญิงคนหนึ่งเอ่ยให้กำลังใจคนตัวสูงได้แต่ยิ้มๆ ตอบไป ไม่รู้จะพูดยังไงดี
(กลับมาเจอกันจนได้ซินะ...แอม)
คุณหมอตัวสูงคิด
.
.
ตือดือดึ้ง…
เสียงข้อความดังขึ้นดึงสติหมอให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู คนตัวเล็กนี่ส่งอะไรมา
“โอ๊ะ!”
รูปเธอกำลังกินชาไทยครับแถมยังทำหน้าฟินเว่อร์อีกน่าตีจริงๆ
ผมเคยบอกให้เธอลดกินน้ำหวานเพราะเธอนี่ชาไทยเลิฟเวอร์ขั้นสุดต้องกินวันละแก้วแต่โชคดีหน่อยที่เธอยังเชื่อผมบ้าง ลดจากกินทุกวัน เป็ 2 วัน 1 แก้วแทนพอได้กินที หน้าเธอก็จะฟินสุดๆ แบบในรูปที่ส่งมานี่แหละครับ ^^
“อาทิตย์นี้ว่างมั้ยคะ”
หลังจากส่งรูปมาให้ดูก็พิมพ์ข้อความต่อ
“ว่างครับ”
ตอบไปเพราะไม่มีประชุมพิเศษแล้ว
“เจอกันมั้ย”
เธอถาม
“ได้ครับ”
“เดี๋ยวพี่ไปรับที่บ้านนะ”
คุณหมอบอก
“ไม่เป็ไรหมอ”
“หนูจะเอารถออกไปวิ่งมั่ง”
“จอดมานาน”
“เดี๋ยวเครื่องไม่flow”
คนตัวเล็กบอกความ้า
“เอางั้นหรอครับ”
คุณหมอถามอีกทีเพื่อความแน่ใจ
“เอางี้แหละค่ะ”
“หมอรอหนูที่บ้านนะ”
“เดี๋ยวไปรับ”
เธอว่าขึ้น