เสียงฝนเริ่มั้แ่หัวค่ำและไม่หยุดั้แ่นั้น หยดน้ำกระแทกกระจกหน้าต่างถี่รัวจนเหมือนเสียงฝีเท้าใครกำลังวิ่งอยู่ข้างนอกตลอดเวลา มีนานั่งอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ที่อยู่ ๆ ตอนนี้เปิดไม่ติด เธอกดปุ่มซ้ำอยู่หลายครั้ง หน้าจอยังคงดำสนิท แสงจากไฟถนนลอดผ่านผ้าม่านซีด ๆ เข้ามาเป็เส้นบาง ๆ บนพื้นห้อง กลิ่นเปียกอับกลับมาอีกครั้ง มันเหมือนกลิ่นเมื่อคืนที่ไฟดับ กลิ่นน้ำผสมฝุ่นและความชื้น เธอหายใจแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
กระจกตรงหน้าเงาเข้มขึ้นตามฝนด้านนอก มีนาเผลอเงยหน้าไปมอง ในนั้น “อีกเธอหนึ่ง” นั่งอยู่เหมือนกัน แต่ในแสงมืดครึ่งห้องนั้น ภาพสะท้อนดูสว่างกว่าจริงเล็กน้อย และดวงตาเหมือนมีชีวิตชีวามากกว่า เธอนิ่งอยู่นาน เงาในกระจกขยับก่อน ริมฝีปากของอีกฝ่ายเปิดขึ้นช้า และเสียงดังขึ้นจริง ๆ ในห้อง เสียงเดียวกับเมื่อคืน
“ให้ฉันอยู่แทนเธอสักพักนะ...”
มีนากำโทรศัพท์แน่น เสียงฝนกลบแทบทุกอย่าง แต่เสียงนั้นกลับชัดเจนกว่าทุกสิ่งรอบตัว เธอไม่ตอบนั่งนิ่ง ลมหายใจสั้นลงจนได้ยินเสียงสะท้อนในอก น้ำตาเริ่มไหลทั้งที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังร้อง ภาพในกระจกยิ้มบาง ๆ ยิ้มแบบที่ไม่มีใครในโลกนี้ยิ้มได้แบบนั้น
“เธอเหนื่อยมานานแล้วไม่ใช่เหรอ”
มีนาก้มหน้า น้ำตาไหลหยดลงข้างแก้มซ้าย เธออยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงในลำคอไม่ออก แค่รู้ว่ามันจริงมาก ทุกคำที่อีกฝั่งพูด ไฟในห้องกะพริบ ครั้งเดียว... แล้วดับ พัดลมตั้งพื้นเริ่มหมุนเองช้า ๆ เสียง “ครืด... ครืด...” ดังสม่ำเสมอ เหมือนห้องกลับมามีชีวิต แสงจากฟ้าผ่าฉายผ่านหน้าต่างเข้ามา ภาพในกระจกสว่างวาบ เห็นอีกฝ่ายชัดกว่าที่เคย เธอในนั้นยกมือขึ้นก่อน
มีนาเอื้อมมือไปแตะผิวกระจกช้า ๆ ผิวกระจกเย็นจัด แต่คราวนี้ไม่มีไอเกาะ ปลายนิ้วเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งลงเหมือนยอมรับ ฝนข้างนอกยังไม่หยุด เสียงพัดลมหมุนแรงขึ้นอีกระดับ เส้นผมของมีนาพลิ้วเบา ๆ ทั้งที่ไม่มีลมจากข้างนอก
ในกระจก เธอเห็นอีกฝ่ายแตะกระจกพร้อมกัน แต่ต่างกันเพียงนิดเดียว... อีกฝ่าย “แตะก่อน”
“อย่ากลัวไปเลย ฉันก็คือเธอ” เสียงนั้นพูดอีกครั้ง นุ่มจนแทบกลืนไปกับเสียงฝน
มีนาหลับตาลมหายใจยาวขึ้น เหมือนถอนหายใจครั้งสุดท้ายหลังวันยาวนานที่สุดในชีวิต เธอไม่ได้ขยับอีกเลย ในกระจก ผู้หญิงอีกคนยังยกมือค้างไว้ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ
ไฟในห้องกะพริบอีกครั้งหนึ่ง แล้วทุกอย่างกลับนิ่ง พัดลมหยุดหมุน เสียงฝนยังคงดัง ผ้าม่านขยับเบา ๆ เหมือนมีลมลอดเข้ามา และบนผิวกระจก มีรอยนิ้วมือชัดเจน ฝ่ามือนั้นเล็กเท่าของเธอ แต่แนบอยู่ “จากด้านใน” มีนาเปิดตาช้า ๆ แต่ในเงานั้น... ผู้หญิงอีกคนยังคงยิ้มอยู่ และเธอเพิ่งรู้ว่า มือของตัวเองเย็นกว่าเดิมมาก
เสียงฝนหยุดไปั้แ่ก่อนฟ้าสาง กลิ่นชื้นยังค้างอยู่ในอากาศ แต่ความเงียบในห้องกลับไม่เหมือนทุกครั้ง มันว่างจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง พัดลมตั้งพื้นหยุดหมุน ใบพัดค้างอยู่กลางทาง เหมือนมีใครกดปุ่มหยุดไว้ในจังหวะที่มันยังไม่ทันจบการหมุนสุดท้าย
มีนาเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดทำงาน เสื้อเชิ้ตขาวเรียบรีดไร้รอยยับ ผมเปียกเล็กน้อยแต่จัดเป็ทรง หน้าของเธอดูสงบ สดใส เหมือนคนนอนหลับสนิททั้งคืน บนโต๊ะยังมีโทรศัพท์เครื่องเดิมวางอยู่ ตอนนี้จอเปิดติดแล้ว ภาพพื้นหลังเป็รูปใบหน้าของเธอเอง ยิ้มบาง มีนาเหลือบตามองเพียงครู่ แล้วหยิบกระเป๋าขึ้นบ่า เธอเดินไปปิดสวิตช์ไฟทุกดวง ล็อกประตู ตรวจลูกบิด เสียง “คลิก” ดังเบา ๆ เธอหมุนกุญแจแน่น ก่อนเดินลงบันไดช้า ๆ
เสียงรองเท้าส้นเตี้ยกระทบขั้นบันไดเป็จังหวะคงที่ เสียงนั้นสะท้อนขึ้นมาจากโถงเหมือนในตึกไม่มีใครอยู่ ขณะเธอเดินผ่านกระจกบานเล็กตรงชั้นล่าง ภาพสะท้อนตรงนั้นยังคงเป็เธอ แต่สายตาที่มองกลับมาดูนิ่งเกินจริง เหมือนคนที่จ้องจากระยะไกลมากกว่าอยู่ตรงหน้า เธอไม่มองซ้ำ เดินตรงไปยังประตูเหล็กหน้าตึก ผลักออกสู่แสงเช้า แสงแดดแรงจ้า แต่เธอกะพริบตาเพียงครั้งเดียวแล้วก้าวต่อไปอย่างปกติ
ในห้องที่เธอทิ้งไว้ข้างหลัง ทุกอย่างนิ่งสนิท พัดลมยังหยุดอยู่ที่เดิม น้ำในแก้วบนโต๊ะสะท้อนแสงบางจากหน้าต่างที่ยังเปิดครึ่งบาน กล้องมาหยุดที่หน้าประตูห้องน้ำ บานประตูเปิดอยู่แง้ม ๆ ข้างในเงียบ มีเพียงแสงสลัวจากช่องระบายอากาศ้า กระจกยังตั้งอยู่ตรงเดิม ผิวสะอาด ไม่มีรอยไอหรือฝ่ามือเหมือนคืนก่อน แต่ในกระจกนั้นมี “ผู้หญิงอีกคน” ยืนอยู่ด้านใน
ผิวเธอซีดจัด ผมเปียกแนบกรอบหน้าเหมือนคนที่เพิ่งลุกจากน้ำ ริมฝีปากซีดและสั่น เธอมองตรงออกมาจากฝั่งตรงข้าม สายตาเหนื่อย อ่อนแรง แต่ยังมีแววเหมือนกำลังพยายามพูดอะไรบางอย่าง เสียงฝนหยดจากท่อหลังห้องดัง “ติ๋ง... ติ๋ง...” แต่เสียงนั้นฟังเหมือนอยู่ไกลมาก ริมฝีปากของหญิงในกระจกเริ่มขยับ ไม่มีเสียงออกมา แต่หากมองใกล้ จะเห็นคำพูดนั้นชัดชื่อของใครบางคน... “มีนา...”
ผิวน้ำฝ้าที่มุมกระจกเริ่มขยายออกเล็กน้อย เหมือนมีลมหายใจจากด้านในแตะอยู่ เงาในนั้นขยับเข้ามาใกล้ขอบกรอบ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นช้า ๆ แสงสะท้อนในตานั้นไม่ใช่ของห้องแต่เป็ของ “อีกที่หนึ่ง” ที่มืดกว่า
เธอยกมือขึ้นแตะผิวด้านในของกระจก นิ้วบางแแ่กับพื้นผิวเรียบใส ไม่มีใครในห้องเห็น ไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกฝั่ง
ข้างนอก แสงเช้าส่องผ่านม่านจนห้องทั้งห้องกลายเป็สีทองซีด ความชื้นค่อย ๆ จางไป ในเงาสะท้อนนั้น ผู้หญิงคนนั้นยังคงยืนอยู่ ริมฝีปากขยับอีกครั้งช้า ๆ เหมือนละเมอ
“อย่าไป...” แต่ไม่มีใครได้ยิน มีนาเดินไปไกลแล้ว และในห้องนี้ เหลือเพียงกระจกบานเดิมที่ยัง “สะท้อน” อยู่ฝ่ายเดียว
บันไดปูนเสียงดังเอี๊ยดเมื่อเ้าของตึกเดินขึ้นมา หญิงสาวร่างเล็กเดินตามหลัง มือถือโทรศัพท์ไว้แน่น เธอชื่อ แป้ง เพิ่งย้ายมาทำงานย่านนี้ หาห้องเช่าราคาถูกได้พอดี ประตูเหล็กสีเทาเปิดออก เสียงบานพับครางเบา ๆ กลิ่นอับปนฝุ่นลอยออกมาทันที
“ห้องนี้ว่างได้เดือนเดียวเองนะ” เ้าของพูดพลางหัวเราะ “คนก่อนย้ายออกกลางคืนเลย ไม่ได้บอกล่วงหน้า”
แป้งพยักหน้า “ค่ะ...” เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ผนังสีครีมเริ่มร่อน แต่พื้นสะอาดกว่าที่คิด หน้าต่างฝั่งตะวันตกเปิดไว้ครึ่งบาน ลมเย็นแทรกเข้ามาแบบจาง ๆ
เ้าของเดินไปเปิดไฟ “แต่ต้องบอกก่อนนะ กลิ่นในห้องน้ำมันหายไม่หมดซักที พ่นน้ำหอมกลิ่นยังอยู่เลย”
“ไม่เป็ไรค่ะ หนูไม่ค่อยซีเรียส” แป้งยิ้มบาง ๆ เธอเดินสำรวจห้องทีละมุม โต๊ะไม้เดิมยังอยู่ มุมเตียงมีรอยคราบกลมจาง ๆ เหมือนวางแก้วน้ำไว้ ผ้าม่านข้างหน้าต่างซีดจนกลายเป็สีเทา เสียงเ้าของพูดจากประตู
“ถ้าสนใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอากุญแจมาให้เลยนะ อยู่ได้เลย”
“ค่ะ เดี๋ยวหนูส่งรูปให้เพื่อนดูก่อน”
แป้งหยิบมือถือขึ้นมา เปิดกล้อง เธอยกขึ้นถ่ายรอบห้องอย่างรวดเร็ว เตียง โต๊ะ หน้าต่าง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ “ห้องน้ำ” บานประตูเปิดอ้าอยู่เล็กน้อย ภายในเงียบและชื้นแสงสะท้อนจากไฟเพดานส่องกระทบกระจกบานใหญ่ตรงผนัง เธอขยับเข้าไปใกล้ทีละก้าว กล้องมือถือยังเปิดอยู่ในโหมดถ่ายภาพ ในจอเธอเห็นตัวเองยืนอยู่กลางเฟรม ข้างหลังเธอมี “ใครอีกคน” ยืนอยู่ในกระจก…
ภาพนั้นนิ่งมาก ผู้หญิงในกระจกยืนห่างจากเธอแค่ไม่กี่คืบ เส้นผมยาวแนบกรอบหน้า ดวงตาดำสนิทเหมือนกระจกเอง ริมฝีปากโค้งขึ้นเพียงนิด ยิ้มช้า ๆ เหมือนรู้ว่ากำลังถูกถ่าย แป้งขมวดคิ้ว กะพริบตา กล้องในมือสั่นเล็กน้อย เธอลดโทรศัพท์ลง มองตรงด้วยตาเปล่า ในกระจกนั้นไม่มีอะไร เพียงเงาของเธอเองที่ยืนนิ่ง
เธอหัวเราะเบา ๆ “มุมแสงแปลกดีจัง” แล้วกดถ่ายอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ทันสังเกต แต่ในจอเงาในกระจก “ไม่กะพริบตา” พร้อมกับเธอ และริมฝีปากคนนั้นเริ่มขยับช้า ๆ ...สวัสดี... เสียงไม่ดังออกมา แต่ในคลิปนั้น ปากขยับชัดเจน
“ได้มั้ยหนู?” เสียงเ้าของตึกเรียกจากนอกห้อง แป้งสะดุ้ง หันกลับไปทางประตู
“ได้ค่ะ หนูขอคิดคืนเดียวนะคะ”
“ได้เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้โทรมาบอกละกัน” ประตูปิดเบา ๆ เสียงฝีเท้าสองคู่ค่อย ๆ หายลงบันได
ห้องเงียบอีกครั้ง แสงเย็นจากบานหน้าต่างตกกระทบพื้น พัดลมตั้งพื้นอยู่ที่มุมห้อง มันขยับช้า ๆ เองโดยไม่มีปลั๊กไฟ ในห้องน้ำ กระจกยังคงสะท้อนแสงไฟ และในนั้น “ผู้หญิงอีกคน” ยังยืนอยู่ รอยยิ้มบนใบหน้านั้นเหมือนของคนเพิ่งตื่นจากฝันยาวนาน
เธอค่อย ๆ ก้มหน้า สายตาเปลี่ยนจากว่างเปล่าเป็นิ่งสงบ ปลายนิ้วแตะผิวด้านในของกระจกเบา ๆ รอยฝ่ามือหนึ่งปรากฏขึ้น รอยนั้นค่อย ๆ จางลง เหมือนดูดเข้าไปในผิวใส เสียงหยดน้ำจากก๊อกเก่าดัง ติ๋ง... ติ๋ง... แล้วเงียบ
มีเพียงแต่ความว่างเปล่า...
และ “กระจก” ที่ยังสะท้อนอยู่
ตอนที่ 3 (2/2)
- จบ -