โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 94 ถล่มตึกหลงชิ่ง

    งานเลี้ยงเลิกตอน 5 ทุ่มก่อนจะกลับ เฉินตงได้มากระซิบว่า 

    “ นักฆ่าที่เราจับได้ บอกว่ามีความลับอย่างแลกเปลี่ยนกับคุณชาย”

    “ มีด้วยรึ? ตามหลักนักฆ่าพวกนี้ยอมฆ่าตัวตาย แต่ไม่ยอมเอ่ยอะไรไม่ใช่เหรอ?”

    “ ครับ แต่คนนี้ไม่เหมือนใคร คุณชายลองไปฟังดูก่อน”

    ขจรพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องที่มี บอดี้การ์ดควบคุมหนาแน่น สองมือสองเท้าของนักฆ่า ถูกจับมัดเอาไว้ 

    “ มีอะไรก็ว่ามา”

    “ คุณคือ คุณชายขจรใช่หรือไม่”

    “ ใช่ นี่คือคุณชายขจร นาคบดินทร์ มีอะไรก็รีบพูดมา” เฉินตงเอ่ยแทน

    “ ฉันขอคุยกับ คุณชายเป็นการส่วนตัว”

    ขจรพยักหน้าให้ทุกคนออกไปให้หมด

    “ บอกได้หรือยัง ว่ามีอะไร”

    “ ขอถามก่อน คุณชายอยากทำลายองค์กรนักฆ่า เรือนมังกรซ่อนหรือไม่”

    “ แน่นอน องค์กรชั่วร้ายแบบนี้ หากมีโอกาศฉันต้องทำลายแน่ๆ”

    “ ปล่อยฉันเป็นอิสระ พร้อมเงิน อีก 100 ล้านเหรียญฮ่องกง ฉันจะบอกวิธีให้”

    “ ปกติพวกนักฆ่าอย่างพวกเธอ ส่วนใหญ่จะจงรักภักดีต่อเรือนมังกรซ่อนทุกคน ยอมตายแต่ไม่ยอมเปิดเผยตน ทำไมเธอถึงกล้าบอกความลับนี้?”

    “ ฉันมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู หากว่าเรือนมังกรซ่อนรู้เมื่อไร สามีและลูกฉันต้องตาย

    ส่วนนักฆ่าทุกๆ คนล้วนมีระเบิดฝังเอาไว้ที่หัวทุกคนอยู่แล้ว หากคิดทรยศต้องตายสถานเดียว ฉันยอมตาย แต่ขอให้พวกเขาอยู่กันอย่างมีความสุขก็พอ”

    ขจรได้ฟังก็ถอนหายใจ แต่ยังไม่ปักใจเชื่อนัก ต้องลองฟังดูก่อน

    “ พูดมา หากว่ามันมีความเป็นไปได้ ฉันจะมอบเงินให้เธอทันที”

    “ ตอนนี้องค์กรนักฆ่าของเรา ได้สั่งการให้พวกเราเปิดรหัสบัญชี โอนเงินจ่ายผ่านเงินดิจิตอล สกุลเงินบิสคอยน์ เพื่อไม่ให้ทางรัฐตรวจสอบได้ ว่าที่มาที่ไปนั้นมาจากไหน ที่ผ่านมาเราโอนเงินผ่านเกาะเคย์แมน แต่ว่า ทางการ ซีไอเอ เอ็มไอซิค ต่างก็เข้าไปบีบบังคับ  เอาข้อมูลออกมาได้ ทางเราจึงเปลี่ยนมาเป็น โอนผ่านบิสคอยน์ ซึ่งไม่มีใครสามารถสืบหาต้นตอที่มาที่ไปของเงินได้ และเราก็สามารถไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราประเทศนั้นๆ ได้ที่สถาบันรับแลกเปลี่ยน ฝากถอนเหรียญบิสคอยน์ที่มีอยู่ทั่วโลก”

    “ เข้าประเด็นเสียที”

    “ แต่ว่าตอนนี้มีข่าวว่า มีทายาทของ ผู้สร้างบิสคอยน์ได้ปรากฏขึ้น ดังนั้นเขาเป็นคนเดียวที่สามารถ ล่วงรู้รหัสและตำแหน่งบัญชีบิสคอยน์ของทุกๆ คนได้”

    “ แล้วไง”

    “ ก็หากรู้ว่าใครเป็นคนโอนเงินเข้ามา คุณชายก็จะรู้ว่าใครเป็นคนจ่ายเงินรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนในโลกน่ะซิ”

    “ แล้วคนที่โอนจ่ายเงิน หากมันไม่ใช่หัวหน้าผู้บงการเล่า”

    “ พวกมันมีแผนกโอนเงินหลายคนก็จริง แต่ทว่า มันต้องมีเงินบางส่วน โอนเข้าบัญชีส่วนกลาง แล้วค่อยแจกจ่ายให้นักฆ่าออกไป หากว่า เราสืบได้วันส่วนกลางโอนมาจากที่ไหน มันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการกับพวกองค์กร นักฆ่าเรือนมังกรซ่อนทั้งหมด”

    “ แล้วจะไปตาม คนที่เป็นทายาทคนนั้นได้อย่างไร”

    “ คนผู้นี้ชื่อโยชิ ตอนนี้เขาอยู่ที่ประเทศเอลซาวาดอร์ เหล่านักฆ่าเรือนมังกรซ่อน ตอนนี้ส่งคนไปลักพาตัวเขากลับมาที่เกาหลีแล้ว”

    ขจรได้แต่ยิ้มออกมา เพราะเขามั่นใจว่า ไม่มีทางที่คนพวกนี้จะจับเพื่อนเขาได้อย่างแน่นอน

    “ ฉันเชื่อว่า คุณชายจะมีวิธีติดต่อกับเขาได้ นี่คือรหัสบัญชีของฉัน

    หากว่าคุณชายพบเขา ก็ให้เขาช่วยตรวจสอบเส้นทางเงินของเรือนมังกรซ่อน

    จากรหัสบัญชีของฉัน แล้วคุณชายจะรู้ที่อยู่กบดานขององค์กรนักฆ่านี้เอง”

    ขจรพยักหน้า แล้วก็มอบเงินการ์ดเงินสด แล้วสั่งให้ปล่อยเธอไป โดยที่เฉินตงกับ บอดี้การ์ด ล้วนไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องทำตามคำสั่งของขจร เพราะเจ้าสัวหลี่พอรู้เรื่องก็ให้ทำตามคำสั่งของขจร

    ขจรโทรหาโยชิทันที

    “ ไม่ต้องห่วง แค่องค์กรนักฆ่าเล็กๆ พวกมันไม่มีทางทำอะไรกูได้หรอก  ส่วนเรื่องรหัสบัญชีนี้ รอให้กูกลับจากอเมริกาก่อน ตอนนี้กูกำลังกินข้าวกับลูกสาวประธานธิบดี แล้วกูจะค่อยกับไปจัดการเรื่องรหัสบัญชีนี้ให้ ปกติกูจะไม่เตะบัญชีพวกนี้ เพราะเป็นกฏที่พ่อกูแม่งเขียนโปรแกรมเอาไว้ แต่หากแม่งมันคิดร้ายกับมึง กูจะแหกฏกของพ่อกูจัดการกับพวกแม่งมันเอง"

    ขจรมั่นใจยิ่ง อีกไม่นาน เรือนมังกรซ่อน ต้องถูกลบออกจากโลกใบนี้แน่ๆ

    คืนนี้ขจรปล่อยให้เพื่อนๆ นอนที่คฤหาสน์ของเจ้าสัวหลี่ แต่ขจรนั้นขอตัวกลับไปนอนโรงแรมของท่านชายภาสกร พอมาถึงโรงแรมทุกคนก็ให้การต้อนรับขจรเป็นอย่างดี ขจรได้พักห้องเพนเฮ้าส์ที่หรูหราชั้น 60 ของโรงแรม 

    ซึ่งหลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็รอเวลาเที่ยงคืน เพื่อจะเตรียมบุก ตึกหลงชิ่งกรุ๊ป ที่อยู่ฝังฮ่องกง ตอนนี้มันยังคงส่องแสงไฟระยิบระยับไปมา สว่างไสวไปหมด

    ณ ตึกหลงชิ่งกรุ๊ป

    วันนี้ หัวหน้าสาขาทั้ง 28 สาขา ของหลงชิ่งกรุ๊ป ได้มาประชุมกันที่ตึกหลงชิ่งกรุ๊ปอย่างรีบด่วน โดยมีหน่วยทหารรับจ้าง นำโดยนายพลสตีฟ มากับผู้ช่วยอีกสองคน

    งานนี้มีนักฆ่าของ เรือนมังกรซ่อนมาด้วย 1 คน โดยสวมชุดดำปิดหน้าเอาไว้ คอยอารักขา หลงซื่อไห่ 

    “ วันนี้เป็นวันที่แก๊งของเราสูญเสียอย่างมาก อีกสามวันทางรัฐบาลจีน จะส่งกองกำลังพิเศษมาเพื่อกวาดล้างมาเฟียให้หมดไปจากฮ่องกง  ฉันเองรู้สึกเสียใจยิ่งที่ไม่อาจนำ ผืนดินของบรรพบุรุษ มาทำสุสานของพวกเราได้ พรุ่งนี้พวกเราต้องดำเนินการขนย้าย ยาล็อตใหม่ทั้งหมด ออกจากฮ่องกงไปกันก่อน แต่ว่าเรื่องของหลี่เหวิน จะไม่จบแค่นี้  รอให้เราย้ายไปที่แคนาดาให้เรียบร้อยก่อน

    เราจะส่งคนกลับมาจัดการกับตระกูลหลี่ให้ได้ ตอนนี้กิจการของเราทั้งหมด จะมีคนของนายพลสตีฟ คอยคุ้มครองให้พวกเราเป็นการชั่วคราว”

    นายพลสตีฟ ลุกขึ้น แล้วก้มคำนับหัวหน้าสาขาทุกคน

    แต่พอนายพลสตีฟเงินหน้าขึ้น ก็มีดาบพุ่งตรงมาทะลุเข้าปากกระเด็นไปติดผนังตายคาที่

    หัวหน้าสาขาทั้ง 28 ต่างตกตะลึงพรึงเพริด แล้วก็มีมีดสั้นสองเล่ม พุ่งใส่กระจกหน้าต่างพุ่งเข้าเจาะหัวกะโหลกของทั้ง 28 คน จนหัวทะลุตายตามกันไปติดๆ จนครบ 28 คน แล้วกระจกก็แตกกระจาย มีชายหนุ่มพุ่งผ่านกระจกเข้ามายืนอยู่ในห้องประชุม เป็นขจร แต่เปลี่ยนหน้าเป็นทับ เจ้าสมิงคลานั่นเอง

    “ แก... แกเป็นใครกันวะ”  หลงซื่อไห่ เอ่ยตะกุกตะกัก

    “ ข้าคือดาวพิฆาตมังกร จะมากวาดล้างคนชั่ว อย่างพวกแกไง”

    ทหารคุ้มกันของนายพล แค้นใจมากที่นายพลสตีฟ ต้องมาถูกฆ่าตายง่ายดายแบบนี้ จึงชักปืนพกสั้นยิงใส่ขจร แต่ทว่าช้าไป ดาบสยบฟ้า ถูกขจรเรียกกลับ แล้วมันก็หมุดเป็นใบพัดตัดหัว ทหารคุ้มกันของนายพลทั้งสองคนจนหัวหลุดออกจากกัน

    ชายหนุ่มใส่สูทรีบดึงร่างของ หลงซื่อไห่ หนีออกจากห้องประชุมทันที

    ขจรพุ่งตัวเข้าไปกำลังจะเข้าถึงตัว หลงซื่อไห่อยู่แล้ว แต่ทันใดนั้นเองก็มีสายลมวูบหนึ่ง พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ขจรต้องเบนฝ่ามือ ออกมาต้านรับ

    โครม !!

    ขจรถึงกับต้องถอยหลังออกไป หลายก้าว

    “ ขั้นพลังจักรพรรดิ เทพยุทธ์?”

    “ แค่มีพลังขั้นอัศวินเท่านี้  เจ้ายังห่างไกลจากข้านัก ตายเสียเถอะ” ชายชุดดำ สะบัดผ้าคลุม มันกลายเป็นคมมีด พุ่งออกมา แต่ขจรหลบไปได้ ผ้าคลุมปักเข้าที่ผนัง ตู้เก็บเอกสารถึงกับขาดครึ่ง ชายชุดดำเผยให้ร่างกายของเขา ที่มีแขนขวาเป็นโลหะ

    “ โอ้ นอกจากมีพลังขั้นจักรรพรรดิ ยังผ่าตัดใส่แขนหุ่นยนต์ด้วย”

    “ ฮ่า ฮ่า แขนจักรกลนี้ จะทำให้แกได้ตายเร็วขึ้นยังไงเล่า”ชายชุดดำพุ่งเข้าต่อยใส่ขจรอีกครั้ง ขจรหลบไปได้ หมัดถูกกำแพงพังทลายไปเป็นแถบ

    “ แกจะหลบไปไหนพ้น วันนี้เป็นวันตายของแกแล้ว”

    นักฆ่าแขนจักรกล พุ่งตัวเข้าหาขจรแล้วปล่อยพลังขั้นจักรพรรดิไปกดดันขจรเพื่อไม่ให้หลบหนีต่อไปได้อีก ส่วนขจรก็ยืนปักหลักไม่ยอมหนีอีกแล้วเช่นกัน

    ทำให้นักฆ่าถึงกับขมวดคิ้ว แต่ก็มั่นใจในท่อนแขนจักรกลของตนเอง กับ ขั้นพลังที่มีมากกว่า ขจรยืนท่องคาถา อยู่ไม่นาน ก็ก้าวเท้าวซ้ายไปข้างหลัง 1 ก้าว แล้วก็ต่อยหมัดขวาตรง เข้าปะทะกับ หมัดจักรกลทันที

    ตูม !!!!!

    ท่อนแขนจักรกลถึงกับ แหลกเป็นชิ้นๆ กระเด็นหงายท้องลงไปกองกับพื้น เลือดไหลทะลักออกมา 

    “ แก... นี่แก...เป็นตัวอะไรกันแน่” มันเห็นขจรในตอนนี้แล้วตกใจแทบสิ้นสติ

    เพราะขจรในตอนนี้กลายร่างเป็นยักษ์ผิวดำ มีเขี้ยวยื่นออกมา ขจรไม่ตอบคำ กระทืบเข้าไปที่หน้าอกของ นักฆ่าแขนจักรกลจนแบนติดพื้นตายคาที่

    ยักษ์ดำ ก็วิ่งขึ้นไปตาม หลงซื่อไห่ ขึ้นไปบนดาดฟ้า เห็นพวกมันกำลังจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีไป แต่ว่าคงไม่ทันแล้ว เพราะยักษ์ดำ อุ้มหินก้อนกลมสำหรับดูดพลังจักรวาล เหวี่ยงใส่เฮลิปคอปเตอร์จนระเบิด  หลงซื่อไห่กับลูกน้องกระโดดลงมาทัน เลยรอดไปได้หวุดหวิด

    แต่ก็ไม่รอดอยู่ดี ยักษ์ตัวดำ กระโดดเข้ามา ต่อยใส่ผู้ช่วยหนุ่มจนหัวหลุดไป แล้วจับหัวของหลงซื่อไห่หมุน

    พล็อค !!

    หัวของหลงซื่อไห่บิดกลับมาด้านหลัง ตายไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่น้อย

    ขจรมาอยู่ตรงกลางแท่นที่ทำเอาไว้เพื่อดูดพลังจักรวาล เป็นเสาเข็มกลางที่ควบคุมน้ำหน้กทั้งหมดของตึก หลงชิ่งกรุ๊ป

    แล้วก็ต่อยหมัดลงไปสองสามที ทำให้เสาที่เป็นแกนกลางของตึกนี้ ค่อยๆร้าวลงไปทีละนิด แล้วอัดเพลิงกิเลนลงไปอีกที

    ตูม !!!

    คราวนี้เสาแกนกลางค่อยๆ สลายลงไป ตึกทั้งตึก ก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงไปทีละชั้น

    จนลงไปกองอยู่บนพื้นดิน ฝุ่นฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณ บนท้องฟ้ามีนกเหยี่ยวดำ บินจากไป 1 ตัว

    ไม่กี่นาที ก็มีข่าวด่วนออกทุกสื่อสำนัก บอกว่า ตึกหลงชิ่ง ได้ถูกวางระบิด ทำให้ตึกพังทลายลงมาในชั่วพริบตา มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาก่อน สองสามครั้ง แต่ไม่รู้ว่า ใครเป็นคนทำเรื่องนี้ แต่ที่สำคัญ คนที่อยู่ในตึกล้วนเป็นคนสำคัญของ บริษัทเครือหลงชิ่ง  โดยมีคนยืนยันว่า ประธานหลงชิ่งกรุ๊ป ก็ยังอยู่ในตึกขณะเกิดเหตุอีกด้วย

    ซินแสฮกหลง นั่งฟังข่าวด่วนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วตบเข่าตัวเองอย่างสะใจ

    “ ดาวพิฆาตมังกร แสดงอิทธิฤทธิ์แล้ว สะใจจริงๆ”

    ตอนเช้า ระหว่างกินอาหารอยู่นั้น เฉินตงก็มารายงานเรื่องตึกหลงชิ่ง ถล่มให้ขจรฟังทั้งหมด

    “ หัวหน้าหลงซื่อไห่ และ หัวหน้าสาขาทั้ง 28 คน รวมทั้ง นายพลสตีฟ หัวหน้าทหารรับจ้างแบล็คดราก้อน ล้วนตายอยู่ในตึกหลงชิ่ง ทางข่าวกรองของ รัฐบาลจีนได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วครับ”

    ขจรพยักหน้าไม่สนใจเรื่องนี้ แล้วเพื่อนๆ ก็มารับเขาไปเที่ยวกันต่ออีกวันหนึ่ง

    วันนี้เขามาไว้พระใหญ่ ที่นอนปิง ซึ่งอยู่ในเขตวัดโปลิน ต้องนั่งกระเช้าที่สูงเสียดฟ้า สามารถมองวิวได้ 360 องศา พื้นเป็นกระจกใส ซีกับ กิ๊ฟ หลับตาไม่กล้ามอง

    ส่วนหัวหน้าเอกนั้นหน้าซีดตัวสั่น ยกมือไหว้พระใหญ่ของพรขออย่าให้ กระเช้าหยุดกลางคันเลย

    แต่แล้วอยู่ๆ กระเช้าที่พวกเขาจ่ายเป็นพิเศษส่วนตัว โดยไม่ต้องรอคิว เที่ยวละ 2 หมื่นก็หยุดกลางอากาศ แต่ละคนเริ่มหวาดกลัวกันไปใหญ่

    “ ไม่มีอะไรหรอก คนขึ้นมามากแบบนี้ ก็ต้องมีการจราจรขาลงติดขัดบ้าง เป็นเรื่องปกติ”

    กรกันต์เอ่ยด้วยรอยยิ้มเพื่อนๆ ยังไม่วางใจ แล้วในที่สุดกระเช้าก็เคลื่อนตัวไปถึงยอดเขา มองเห็นพระใหญ่สูงตระหง่าน มีบันไดขึ้นไปกราบบูชา นับพันชั้น

    ก่อนขึ้นไปทุกคนก็ไปไหว้สักการะกันก่อน กรกันต์เล่าว่า

    “ ในความเชื่อของลูกหลานชาวจีน เวลาจะติดต่อขอพร จากเทพเจ้ามักจะใช้ธูปเป็นสื่อ เพื่อจะได้ติดต่อกับ เหล่าเทพทั้งปวงได้ และยังต้องมีจุดที่ไหว้สักการะที่สามารถเข้าใกล้เหล่าเทพได้ อย่างเช่นตรงนี้  พวกเราไปทำบุญแล้ว มาจุดธูปกันก่อนดีกว่า”

    ทุกคนก็ทำบุญแล้วก็นำธูป กันเต็มมือไปหมด มาไหว้ตามจุดต่างๆ ที่กรกันต์แนะนำ แต่ว่า หัวหน้าเอกกลับแบกธูป ที่ใหญ่เท่าต้นขา มาสองต้นมาจุดแทน

    “ นี่นายทำอะไร?” ซีเอ่ยอย่างสงสัย

    “ ก็อาแป๊ะที่ขายธูปบอกว่า หากอยากขอพรพระให้ท่านได้รับรู้ ธูปยิ่งใหญ่เท่าไร ก็จะสื่อสารกับ ท่านได้เร็วขึ้น ฉันขอพรไว้เยอะ ดังนั้นต้องใช้ธูปขนาดใหญ่สุด”

    ทุกคนได้แต่หัวเราะไม่ได้กล่าวอะไร แล้วก็พากันเดินขึ้นไป ขจรจับมือกิ๊ฟขึ้นไปบนแท่นพระใหญ่ ยิ่งขึ้นไป ขจรก็รู้สึกเย็นใจ สบายใจ อย่างบอกไม่ถูก พอขึ้นไปแล้วกราบไหว้องค์พระ ก็รู้สึกว่า ตนเองคล้ายเคยอยู่ในสถาบันสงฆ์มาก่อน

    ยิ่งพอเดินไปรอบๆ องค์พระใหญ่ หัวใจก็เต้นแรงผิดปกติ พอพบกับ รูปปั้นนางฟ้า 6 ตน กำลังยื่นถวายของสักการะ โดยมี ดอกไม้ ธูป ตะเกียง ขี้ผึ้ง ผลไม้ และเครื่องดนตรีหน้าตาแปลก เริ่มได้ยินบทบูชาพระพุทธเจ้า ลอยเข้ามาในหัวของเขา ฉับพลันเขาก็ตกอยู่ในภวังค์ มองเห็นนางฟ้าที่ในรูปปั้นเป็นนางฟ้าจริงๆ

    แล้วก็เห็นพระรูปหนึ่งแต่มีหนวดเครา หน้าตาเหมือนคนอินเดีย ยืนด้านหน้าของ ขจรและมีเณรน้อยวัยห้าขวบยืนอยู่ด้วย

    “ นี่คือนางฟ้าสวรรค์ กำลังถวายเครื่องบูชาสวรรค์ทั้ง หก นี่คือสิ่งจำเป็นต่อการบรรลุถึงพระธรรมสุงสุด คือการตรัสรู้”  พระท่านนี้กำลังสอนเณรน้อยอยู่

    “ ดอกไม้ ธูป ตะเกียง ขี้ผึ้ง ผลไม้ และ เครื่องดนตรี จะทำให้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดได้อย่างไรเล่าขอรับ” เณรน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัย

    “ นี่เป็นเพียงแค่สัญญลักษณ์ทั้งหกเท่านั้น แต่ความหมายก็คือ ความเอื้ออาทร

    ความมีคุณธรรม ความอดทน การกระตือรือล้น สมาธิ และปัญญา ส่วนประกอบเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญต่อการตรัสรู้ ของเหล่าศิษย์ตถาคตทั้งปวง”

    เณรน้อยเกาหัว เหมือนจะไม่เข้าใจ แต่พระรูปนั้นกลับหันมายิ้มให้กับขจรแล้วถามว่า

    “ แล้วเจ้าล่ะ เข้าใจแล้วหรือยัง”

    ขจรตกใจยิ่ง ถึงกับยกมือไหว้ แล้วคุกเข่ากราบพระอาจารย์ท่านนี้ แล้วเอ่ยอย่างไม่รู้ตัวว่า

    “ เข้าใจแล้วขอรับ ท่านอาจารย์”

    “ ดีมาก อีกไม่นานเราจะได้เจอกัน อีกไม่นาน”

    ขจรลืมตาขึ้น ก็ไม่เห็นท่านแล้ว มีแต่เพื่อนๆ เข้ามามองขจรอย่างสงสัย

    “ นี่จรมาไหว้ใครกัน?”

    ขจรยกมือเสยผมแล้วบอกว่า

    “ พวกเขาคือ เทพธิดาทั้งหก ที่มาถวายเครื่องบูชาสวรรค์ ทั้งหก เรียบร้อยแล้วกลับกันเถอะ”

    เพื่อนๆ ต่างสงสัย เครื่องบูชาสวรรค์ทั้งหก คืออะไรต่าง มึนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

    ออกจากนอนปิง แล้วพวกขจรก็ไปสนามบินทันที แต่ละคนเสียดายไม่ได้ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ทุกคนนัดกันใหม่ว่า คราวหน้ามาต้องไม่พลาดแน่

    เฉินตงส่ง ขจรขึ้นเครื่องบินแล้วก็ลาจากกันไป

    “ ต่อจากนี้ผมคงกลับไป ประจำที่ เซี่ยงไฮ้ หากคุณชายไปเซี่ยงไฮ้ ก็ติดต่อผมได้ที่เบอร์นี้เลยนะครับ”

    “ ได้ พวกเราต้องได้เจอกันแน่” ขจรมั่นใจ เพราะอีกสองเดือนเขาต้องไปเก็บตัวซีเกมส์ ที่จีน 1 เดือน คงได้ไปหาเฉินตงอีกแน่…