จากนั้น ซูอิ่นเย่ว์ใช้เข็มปิดจุดเพื่อบรรเทาอาการปวดด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ แม้แต่แพทย์าุโของร้านยาจี้ซื่อยังดูจะเชี่ยวชาญน้อยกว่านางเสียอีก
แม้สีหน้าของเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจกลับตกตะลึง คิดว่าสตรีผู้นี้มีภูมิหลังเช่นไรกันแน่
หมอเซิ่งเห็นว่านางทำอะไรไปมากมายเช่นนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวเย้ยหยัน “ก็แค่าแจากของมีคมจนเกิดการอักเสบ เ้าจะรักษาเช่นนี้ไปเพื่ออะไร”
ชายร่างใหญ่ย่อมมีความกังวล มองไปทางซูอิ่นเย่ว์ “ใช่ ข้าแค่โดนจอบบาดเท่านั้น แค่ทายาก็หายไม่ใช่หรือ”
ซูอิ่นเย่ว์ส่ายหน้าแล้วกล่าว “าแที่น่องของเ้ามีพยาธิฝังอยู่ภายใน นั่นเป็สาเหตุที่ทำให้แผลอักเสบและกล้ามเนื้อเริ่มเน่าเสีย หากไม่นำตัวพยาธิออก แผลของเ้าจะยิ่งเลวร้ายลง สุดท้ายอาจต้องตัดขาหรือไม่ก็เอาชีวิตไม่รอด ตอนนี้ข้าต้องขูดเนื้อตายออก และดึงตัวพยาธิออกมาให้เ้า”
ชายร่างใหญ่ได้ฟังก็ตัวสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือด “อะ…อะไรนะ ต้องขูดเนื้อออกงั้นหรือ”
นั่นมันจะต้องเ็ปถึงขนาดไหนกัน?!
หมอเซิ่งฉวยโอกาสกล่าวแทรก “เหลวไหลทั้งเพ! ข้าประกอบวิชาแพทย์มาหลายสิบปี ยังไม่เคยได้ยินเื่พยาธิอะไรนั่นเลย!”
แม้แต่หมอเซิ่งที่เป็แพทย์าุโก็ไม่เคยได้ยินเื่นี้ คนอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต่างพากันพยักหน้าคล้อยตาม
“เพียงเพราะเ้าไม่เคยได้ยิน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง ในฐานะแพทย์ หากมัวยึดติดอยู่กับแนวทางเดิมๆ จะพัฒนาวิชาแพทย์เพื่อช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างไร” ซูอิ่นเย่ว์กล่าวเสียงเ็า
หมอเซิ่งสะอึกไป แต่ก็ยังคงไม่ยอมแพ้ “เ้าจะขูดเนื้อเอาพยาธิออก นั่นจะไม่ทำให้คนไข้เ็ปจนขาดใจหรือ”
ซูอิ่นเย่ว์คำนวณเวลาในใจ ี้เีจะต่อปากต่อคำกับหมอเซิ่ง แล้วหันไปพูดกับชายร่างใหญ่แทน “ลองขยับขาของเ้าดูสิ ว่ายังรู้สึกอะไรหรือไม่”
ชายร่างใหญ่ทำตามอย่างว่าง่าย แล้วพบว่าตนเองไม่สามารถควบคุมขาขวาที่าเ็ได้ อีกทั้งยังรู้สึกชาไปหมด แม้แต่ความเ็ปที่แผลก็หายไป
เขารู้สึกตื่นตระหนก ซูอิ่นเย่ว์จึงอธิบายว่า “ข้าใช้เข็มปิดจุดเอาไว้ เ้าจะไม่รู้สึกอะไรชั่วคราว”
ฉินเย่ยิ่งตกตะลึง
วิชาฝังเข็มเช่นนี้มีอยู่ด้วยหรือ
“ข้าจะเริ่มแล้ว” ซูอิ่นเย่ว์กล่าว ก่อนใช้มีดกรีดแผลออกทันที แล้วพบว่ากล้ามเนื้อบริเวณแผลเริ่มเป็สีดำ แสดงให้เห็นถึงอาการเน่าเสีย
หมอเซิ่งถึงกับพูดไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง มองดูการรักษาของนางอย่างตั้งใจ
ซูอิ่นเย่ว์เปลี่ยนไปใช้มีดขูดอีกเล่มหนึ่ง แล้วเริ่มขูดเอาเนื้อตายออก
แผลสดกลายเป็สีแดงฉาน ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา หลายคนที่ยืนดูถึงกับขมวดคิ้วและรู้สึกคลื่นไส้ แต่ซูอิ่นเย่ว์กลับไม่แสดงอาการหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย นางจดจ่อกับงานตรงหน้า มือของนางคล่องแคล่วราวกับเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน
โชคดีที่เนื้อตายมีไม่มากนัก ไม่นานนางก็ขูดเสร็จ นางมองลึกลงไปในแผลก่อนหันไปพูดกับเซียงเถา
“เซียงเถา มาช่วยข้าหน่อย”
เซียงเถาแทบไม่กล้ามองตอนขูดเนื้อ พอได้ยินว่าซูอิ่นเย่ว์เรียกให้ช่วย ก็ใจนตัวสั่น รีบส่ายหน้าพลางพูดเสียงสั่น “บ่าวไม่กล้าหรอกเ้าค่ะ!”
“ข้าจะช่วยเอง” ฉินเย่ก้าวขึ้นมา
“ท่านหมอ!” บ่าวรับใช้ร้องเสียงหลง ฉินเย่เป็หมอเทวดาชื่อดัง จะให้ช่วยซูอิ่นเย่ว์ที่เป็เพียงมือสมัครเล่นได้อย่างไรกัน
ฉินเย่ไม่สนใจเสียงคัดค้าน เขาพับแขนเสื้อขึ้นแล้วกล่าว “ต้องทำอย่างไร”
ซูอิ่นเย่ว์อึ้งไปเล็กน้อย เมื่อเห็นแววตาของเขาไร้ซึ่งท่าทีเย้าหยอก นางจึงชี้ไปยังจุดดำเล็กๆ “ท่านผ่าตรงนี้ ข้าจะใช้คีมคีบตัวพยาธิออกมา”
แม้ว่าฉินเย่จะไม่คุ้นเคยกับผ่าตัด แต่เื่เล็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
เขาถือมีด ตวัดมืออย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เปิดแผลเป็ทางยาว
ซูอิ่นเย่ว์จับจ้องไปที่แผลแล้วใช้คีมคีบลงไป เมื่อดึงออกมาก็พบว่ามีพยาธิตัวเล็กสีดำทะมึนติดออกมาด้วย!
ฝูงชนพากันตกตะลึง ไม่นึกเลยว่าจะมีพยาธิอยู่จริง!
สีหน้าของหมอเซิ่งย่ำแย่ถึงขีดสุด เขาไม่ได้รู้สึกเลื่อมใสเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับรู้สึกโกรธแค้นที่ซูอิ่นเย่ว์ทำให้ตนเองขายหน้า
“ฤทธิ์ของการปิดจุดด้วยเข็มจะหมดลงในอีกประมาณครึ่งชั่วยาม” ซูอิ่นเย่ว์กล่าว ก่อนจะถอนเข็มออก แล้วทำแผลและพันผ้าพันแผลให้ชายร่างใหญ่ “แผลไม่ลึกนัก คาดว่าใช้เวลาฟื้นตัวสักเดือนก็น่าจะขึ้นเนื้อใหม่ได้”
ชายร่างใหญ่จดจำคำพูดของนางได้ขึ้นใจ ก่อนกล่าวว่า “โชคดีที่คุณหนูช่วยข้าไว้ ไม่เช่นนั้นข้าคงกลายเป็คนพิการเพราะหมอเถื่อนเสียแล้ว!”
หมอเซิ่งโมโหจนหนวดกระดกขึ้น “ใครบอกว่าพยาธินั่นคือสาเหตุของโรค? นางแค่เดาถูกเท่านั้น!”
คำพูดนี้สอดคล้องกับความคิดของฉินเย่ เขาไม่เคยพบเห็นพยาธิชนิดนี้มาก่อน อีกทั้งวิธีการใช้เข็มของนางก็ดูแปลกประหลาด
ครั้งนี้เขาไม่ได้แสดงท่าทีเย้ยหยันเหมือนก่อนหน้า กลับถามอย่างสุภาพแทน “ข้าอยากทราบว่า คุณหนูรู้ได้อย่างไรว่าพยาธิตัวนี้เป็ต้นเหตุของอาการป่วย”
ในชาติก่อนซูอิ่นเย่ว์เคยรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเช่นนี้มาก่อน นางจึงมองออกได้ในทันที แต่ก็ี้เีอธิบายให้ยุ่งยาก จึงสั่งให้คนไปซื้อเนื้อหมูกลับมา
ไม่นาน บ่าวรับใช้ก็ซื้อเนื้อหมูกลับมาให้ ซูอิ่นเย่ว์ไม่พูดอะไรต่อ นางนำตัวพยาธิวางลงบนเนื้อหมูทันที
พยาธิสีดำเป็มันวาว เมื่อได้กลิ่นเืสดก็เริ่มขยับตัว มันม้วนตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ มุดเข้าไปในเนื้อ ภายในเวลาไม่นาน บริเวณโดยรอบก็เปลี่ยนเป็สีคล้ำดำและเนื้อเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกคนย่อมเข้าใจได้ทันทีว่า พยาธิตัวนี้คือสาเหตุของโรคจริงๆ
หมอเซิ่งไม่กล้าพูดอะไรสักคำ เขาถอยไปยืนด้านหลังเงียบๆ เพื่อไม่ให้ผู้คนสังเกตเห็นตนเอง
ฉินเย่ประสานมือคารวะพลางกล่าว “คุณหนูมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตา”
ซูอิ่นเย่ว์กลอกตาเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ข้ารักษาคนไข้รายนี้จนหายดี และยังช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของร้านยาท่าน ท่านควรจะแสดงน้ำใจบ้างหรือไม่”
ใบหน้าของฉินเย่ซึ่งมักจะเ็าไร้อารมณ์อยู่เสมอ พอได้ยินคำพูดของนาง กลับเผยรอยยิ้มขื่นออกมา
“คุณหนูมาซื้อยาใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว” ซูอิ่นเย่ว์พยักหน้า
“เช่นนั้น ยาที่คุณหนูซื้อในวันนี้ทั้งหมด ข้าจะมอบให้ ถือเป็การตอบแทน” ฉินเย่กล่าวอย่างใจกว้าง
ซูอิ่นเย่ว์ยิ้มกว้างทันที ดวงตาโค้งเป็พระจันทร์เสี้ยว นึกไม่ถึงว่าฉินเย่จะรู้ใจนางได้เร็วเช่นนี้
จากนั้น ซูอิ่นเย่ว์เลือกสมุนไพรไปไม่น้อย บ่าวรับใช้ช่วยห่อให้ แต่ก็อดบ่นอย่างไม่พอใจไม่ได้ “เ้านี่มันโลภมากนัก! หรือเ้าคิดจะขนยาในคลังไปหมดเลยหรือ!”
“อ๋อ มีคลังเก็บยาด้วยหรือ” ซูอิ่นเย่ว์สนใจขึ้นมาทันที นางอยากไปดูให้แน่ใจ
บ่าวรับใช้แทบจะร้องไห้ “มะ...ไม่มี! ไม่มีคลังยาอะไรทั้งนั้น!”
ยาหายากทั้งหมดถูกเก็บไว้ในคลัง และมีราคาสูงลิ่ว ฉินเย่ย่อมไม่ยอมให้ใครแตะต้องง่ายๆ
ขณะนั้นเอง เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน และกระซิบบางอย่างข้างหูฉินเย่
แววตาของฉินเย่แสดงความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองซูอิ่นเย่ว์แล้วกล่าว “พานางไปที่คลังยา ให้เลือกได้ตามใจ”
บ่าวรับใช้แทบใจสลาย แต่ก็ทำได้เพียงทำตามคำสั่ง และเมื่อซูอิ่นเย่ว์ออกมาอีกครั้ง ยาเต็มจนล้นรถม้าของนางแล้ว
ทั้งสองย่อมไม่อาจนั่งรถม้ากลับไปได้ ซูอิ่นเย่ว์กล่าวขอบคุณก่อนพาเซียงเถาเดินกลับจวนหลิงอ๋อง
ฉินเย่ยืนอยู่ที่หน้าประตู มองดูเงาของนางจนลับไปสุดถนน จึงละสายตากลับมา
บ่าวรับใช้จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “นายท่าน นางช่วยเหลือร้านยาของพวกเราไว้ก็จริง แต่ก็ไม่จำเป็ต้องยกยาในคลังทั้งหมดให้นางไม่ใช่หรือ”
“ไม่ใช่ให้เปล่า ย่อมมีคนมาจ่ายเงินให้เอง” ฉินเย่กล่าว “ต่อไปต้องเรียกนางว่าพระชายาซื่อจื่อ อย่าพูดว่านางเป็แค่คุณหนูอีก”
ดูท่าแล้ว คนที่เขียนเทียบยาให้ฉู่จี้เฟิงครานั้นก็คงจะเป็นาง
เฮอะ ดอกไม้สวยๆ กลับไปปักอยู่บนกองมูลเสียแล้ว