ในศาลากลางสวนหลวง
ยามสายอันสงบ องค์หญิงอันหลัน และ ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ในศาลาที่ประดับด้วยผ้าม่านบางเบา กลิ่นหอมจากดอกไม้รอบด้านผสมกับกลิ่นชาหอมกรุ่น บรรยากาศภายนอกดูสงบ แต่ภายในบทสนทนาของทั้งสองเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่
องค์หญิงอันหลันยิ้มบางๆ ขณะยกถ้วยชาขึ้นจิบ “ชาที่นี่หอมละมุนดีจริงๆ ข้าต้องขอบคุณที่เ้ามาเป็เพื่อนข้าในวันนี้”
ไป๋อวี้หลันยิ้มตอบอย่างแ่เบา “หม่อมฉันยินดีเพคะ องค์หญิงทรงเสด็จมาอยู่ในวังหลวง หม่อมฉันย่อมต้องทำหน้าที่ต้อนรับพระองค์ให้ดีที่สุด”
องค์หญิงวางถ้วยชาลง พลางมองไปยังไป๋อวี้หลันด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ข้าเองก็คาดไม่ถึง…ในตอนนั้นเ้าถึงกับออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับองค์รัชทายาท สามีของเ้าในตอนนั้น!”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในศาลาเปลี่ยนไปชั่วขณะ ไป๋อวี้หลันยังคงยิ้ม แต่ดวงตาของนางแฝงด้วยความระวังตัว
องค์หญิงอันหลันหัวเราะเบาๆ “แล้วไม่นานหลังจากนั้น…เ้าก็มาอยู่ในตำแหน่งกุ้ยเฟยของฝ่าาได้ ช่างน่าทึ่งจริงๆ เ้าช่าง…เก่งยิ่งนัก!”
ไป๋อวี้หลันยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “กล่าวเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงทำตามหน้าที่และชะตาของหม่อมฉันเท่านั้น”
องค์หญิงยิ้มบางๆ “ชะตา? ชะตาของเ้าช่างดีเหลือเกิน จนใครๆ ก็คงอยากมีบ้าง” คำพูดนั้นฟังดูสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความแดกดันอย่างชัดเจน
ไป๋อวี้หลันยังคงรักษารอยยิ้ม แต่ในใจของนางเต็มไปด้วยความเ็า นางวางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล “ชะตาของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันเพคะ บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนโชคดี อาจเป็ภาระหนักหนาที่ต้องแบกรับ!” ทั้งสองต่างจ้องมองกันด้วยรอยยิ้ม แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยการประเมินกันและกัน
“ข้าเพียงหวังว่าเราจะได้เป็เพื่อนที่ดีต่อกันในวังหลวงแห่งนี้” องค์หญิงกล่าว
“แน่นอนเพคะ พระองค์” ไป๋อวี้หลันตอบ พร้อมยิ้มบางๆ
ในค่ายลับนอกเมืองหลวง
กลางดึกในป่าทึบห่างจากเมืองหลวง มีค่ายลับแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ เสียงกระซิบของเหล่าทหารและขุนนางบางคนดังขึ้นเบาๆ รอบกองไฟ
องค์ชายรอง หลี่หยางเหอ ยืนอยู่กลางค่าย ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่ ขณะพูดคุยกับแม่ทัพที่ภักดีต่อเขา
“แคว้นฉิน้าผู้นำที่แข็งแกร่ง และข้า…คือคนที่เหมาะสมที่สุด” หลี่หยางเหอกล่าว น้ำเสียงของเขามั่นคงและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
“องค์รัชทายาทที่กลับมานั้น ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป” หลี่หยางเหอกล่าวต่อ “ข้ารู้ดีว่าเขาจะพยายามยึดอำนาจคืนจากข้า และพวกเราจะต้องชิงลงมือก่อน”
แม่ทัพคนสนิทโค้งคำนับ “พระองค์ทรงมีแผนการแล้วหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
หลี่หยางเหอยิ้มเย็น “แผนการของเราถูกเตรียมการมานานแล้ว ข้าจะเริ่มด้วยการปลุกระดมเหล่าขุนนางในราชสำนักที่ไม่พอใจกับการปกครองของฝ่าา ขณะเดียวกัน เราจะซุ่มกำลังพลที่ชายแดนเพื่อเตรียมพร้อมโจมตี”
แม่ทัพอีกคนกล่าวเสริม “แต่ฝ่าาทรงมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับตระกูลไป๋ พวกเขาควบคุมขุนนางส่วนใหญ่ในราชสำนัก การลงมืออาจไม่ง่ายนัก”
องค์ชายรองหัวเราะเบาๆ “ตระกูลไป๋หรือ? ข้าไม่เกรงกลัวพวกเขา หากข้าจัดการไป๋อวี้หลันได้ ตระกูลไป๋ก็จะอ่อนแอลงทันที”
หลี่หยางเหอหันไปยังกลุ่มนักฆ่าที่อยู่ในเงามืด “ข้า้าให้พวกเ้าลอบเข้าไปในวังหลัง และหาทางสร้างความวุ่นวาย ข้าจะใช้ความวุ่นวายนั้นเป็ข้ออ้างในการนำกำลังพลบุกยึดพระราชวัง”
นักฆ่าก้มศีรษะพร้อมรับคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ หลี่หยางเหอนั่งลงที่โต๊ะในกระโจมของเขา ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความทะเยอทะยาน
“หลี่หย่งเทียน…เ้ารอดกลับมาได้ แต่ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้ายืนอยู่เหนือข้าอีก และฝ่าา…วันหนึ่งบัลลังก์ของท่านจะต้องเป็ของข้า”
ในวังหลวง
ขณะที่แผนการฏเริ่มขึ้น วังหลวงกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดจากการแย่งชิงอำนาจในวังหลัง เหล่าขุนนางที่สนับสนุนองค์ชายรองเริ่มเคลื่อนไหวอย่างลับๆ และส่งคนของตนเข้าไปในพระราชวัง
“ในเงามืดของวังหลวง ฏกำลังก่อตัว และไม่มีใครล่วงรู้ว่าาที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น!”