ตอนที่ 2 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (5)
เหลียนเชวี่ยตัวเบามาก ร่อนลงมาเกาะที่บ่าแทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนักตัว แต่อุณหภูมิร่างกายของมันค่อนข้างสูง หนานิจวินรู้สึกว่าใบหน้าครึ่งซีกอุ่นวาบ เขาหันหน้ามองเ้าตัวเล็กบนบ่าของตน เหลียนเชวี่ยร้องจิ๊บๆ สองครา และกะพริบตาปริบ ค่อนข้างน่ารักทีเดียว
หนานิจวินไม่ได้ไล่เหลียนเชวี่ย หันหน้าไปแล้วเดินมุ่งหน้าต่อ “ข้าเลี้ยงสัตว์ไม่เป็ เ้าดูแลตัวเองเอาเถิด”
ดีจริงๆ! เหลียนเชวี่ยะโโลดเต้นบนบ่าหนานิจวินอย่างดีใจสองครา หลายปีมานี้ความสามารถในการสังเกตสีหน้าคนของมันแม่นยำจริงๆ แม้ว่าหนานิจวินผู้นี้จะสีหน้าไร้ความรู้สึกขณะพูดจา แต่เหลียนเชวี่ยรู้ว่าเขาชอบตนทีเดียว ภายหน้าเมื่อบำเพ็ญเพียรกับเขาที่นี่ย่อมต้องหลุดพ้นสังสารวัฏในเร็ววันเป็แน่
นอกจากนี้เหลียนเชวี่ยดูแลตัวเองค่อนข้างดี แม้ว่าจะยึดที่ใส่พู่กันในห้องหนังสือของหนานิจวินเป็รังนอนของตน แต่ยามปกติจะไม่รบกวนหนานิจวินวาดภาพอ่านตำราเด็ดขาด กินดื่มปลดทุกข์ล้วนออกไปจัดการที่สวนดอกไม้ขนาดย่อมด้านนอก ที่นั่นมีต้นหม่อนออกผลดกเต็มต้น เหลียนเชวี่ยสามารถกินจนอิ่มท้องได้ทุกวัน ไม่ต้องให้หนานิจวินลำบากในการให้อาหาร
หนานิจวินก็ไม่ได้สนใจเื่มันบำเพ็ญเพียร เหลียนเชวี่ยรับฟังอยู่ข้างๆ ในขณะที่หนานิจวินชี้แนะศิษย์ สิ่งที่สามารถทำได้ก็ร่วมทำไปด้วย ส่วนที่ทำไม่ได้ก็รับฟังอย่างเดียว ฟังก็ฟังไม่รู้เื่จึงนั่งสัปหงก สุขใจอย่างยิ่ง
ศิษย์ที่มาฟังหนานิจวินอบรมสั่งสอนมีหลายสิบคน แต่อันที่จริงไม่ใช่ศิษย์ที่หนานิจวินรับด้วยตนเอง แค่เป็ผู้บำเพ็ญเพียรที่อาจารย์สิ้นชีพไปแล้ว ส่วนเหตุใดจึงมีผู้บำเพ็ญเพียรไร้อาจารย์มากมายขนาดนี้ แน่นอนว่าย่อมเป็บาปที่ต้องเผชิญจอมมารในรอบหมื่นปีครานั้น และเนื่องจากหนานิจวินสังหารจอมมารด้วยมือตนเอง ผู้บำเพ็ญเพียรที่อาจารย์ถูกจอมมารสังหารเหล่านี้จึงเคารพเลื่อมใสหนานิจวินมากกว่าเดิม ล้วนมอบตัวเป็ศิษย์เข้าสำนักหนานิจวิน
หนานิจวินบรรลุเซียนไม่ถึงร้อยปี มีศิษย์หลายสิบคนก็ถือว่าเป็ที่น่าประทับใจมากแล้ว แต่ศิษย์ที่รับมากลางทางเหล่านี้ชี้แนะไม่ง่ายนัก อย่างเช่นผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงที่จับเหลียนเชวี่ยในวันนั้น หลังจากพบว่าหนานิจวินไม่เพียงไม่ฆ่าเหลียนเชวี่ยซ้ำยังเก็บมันไว้ในบ้านก็โกรธมาก โมโหขั้นรุนแรง และยังไปฟ้องซื่อเฉินจวินอาจารย์ของหนานิจวิน ทำเอาซื่อเฉินจวินต้องโร่เข้ามาสั่งสอนหนานิโดยเฉพาะ “สั่งสอนศิษย์ใครเขาสั่งสอนอย่างเ้าที่ไหนกัน ต่อให้ความคิดอ่านของศิษย์ผิดไปบ้างเ้าก็ควรชี้แนะด้วยใจอดทน”
แต่ดูเหมือนหนานิจวินจะไม่ได้กลัวอาจารย์ของเขา กล่าวด้วยใบหน้าสงบนิ่งหมื่นปีไม่แปรเปลี่ยน “เื่บำเพ็ญเซียนหากไม่สามารถหยั่งรู้บรรลุผลด้วยตนเอง ต้องให้ผู้อื่นเคี่ยวเข็ญอบรมและชี้แนะ เช่นนั้นภายหน้าแม้บรรลุเซียนก็ยากจะหลุดพ้นนิสัยเดิมของมนุษย์ปุถุชน ยังคงต่อสู้หัวร้างข้างแตกกับเซียนคนอื่นเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์อยู่วันยังค่ำ หลังบรรลุเซียนหากดับขันธ์ก็เป็ไปได้สูงว่าอาจจิตดับิญญาสลาย ไม่สู้แย่งชิงในโลกมนุษย์ดีกว่า อย่างน้อยตายไปยังโอกาสเวียนว่ายตายเกิดได้อีกครั้ง”
หลังจากซื่อเฉินจวินถูกโต้คารมก็ยิ่งโมโหหนักว่าเดิม หนวดเคราใต้รูจมูกถูกลมที่พ่นออกมาพัดจนปลิวกระเพื่อม แต่เขาฝืนข่มเพลิงโทสะแล้วกล่าว “จากที่เ้ากล่าวการเสาะแสวงบำเพ็ญเซียนกลายเป็ว่าไม่ถูกต้องแล้วหรือ ตัวเ้าเองบรรลุเซียนแล้วแต่ไม่อยากให้ผู้อื่นมาบำเพ็ญเพียรอย่างนั้นหรือ”
“เพียงแค่ว่าไปตามเื่”
ั้แ่หนานิจวินเข้าสู่สำนักก็มีบุคลิกไม่ชวนให้คนชื่นชอบเช่นนี้ ศิษย์พี่หลายคนล้วนไม่ชอบขี้หน้าเขา เดิมคิดว่าเคี่ยวกรำหลายๆ ปีนิสัยของเขาจะเพลาลงบ้าง แต่ใครจะไปรู้ว่าเขาพัฒนารวดเร็วเกินไปจริงๆ บรรลุเซียนแต่เนิ่นๆ พลังปราณยังสูงเด่นกว่าอาจารย์หนึ่ง่ และตอนนี้ยังเป็วีรบุรุษผู้สังหารจอมมารอีก คนเป็อาจารย์ก็ไม่มีคุณสมบัติจะอบรวมสั่งสอนเขา หลังจากเบิกตากว้างพักหนึ่งก็ได้แต่ทอดถอนใจแล้วส่ายหน้ากลับไป
อาจารย์เฒ่าซื่อเฉินจวินจากไปแล้ว ผ่านไปไม่นานนัก ศิษย์เล็กผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงก็อยากจากไปเช่นกัน ประกาศกร้าวว่าไม่ขอเป็ศิษย์ของหนานิจวินแล้ว บอกว่าหนานิจวินลำเอียง ไม่ยุติธรรมกับเขา หนานิจวินก็ไม่ได้พูดมากความอะไร เขาอยากไปก็ปล่อยไปเขา
ผู้บำเพ็ญเพียรตัวสูงที่เป็คู่กัดจากไปแล้ว เหลียนเชวี่ยยังรู้สึกดีใจมากทีเดียว มันะโโลดเต้นบนโต๊ะหนานิจวินและร้องเพลงให้เขาฟัง
แต่หนานิจวินไม่เพียงไม่สนใจเหลียนเชวี่ย ซ้ำยังปลดภาพวาดต้นไผ่ที่แขวนไว้ในห้องลงมา นั่นไม่ใช่ภาพวาดธรรมดา มันเป็ภาพที่เหลียนเชวี่ยและหนานิจวินวาดด้วยกัน...วันนั้นที่พบกันอีกครั้งเหลียนเชวี่ยเผลอเหยียบกระดาษแผ่นหนึ่งเปรอะเปื้อน หนานิจวินจึงวาดต้นไม้ตามรอยเปื้อนเ่าั้ สวยงามเป็พิเศษ
เหตุใดจึงปลดออก เหลียนเชวี่ยขุ่นข้องใจ กระพือปีกอยู่ตรงหน้าหนานิจวินบ่งบอกว่ามันประท้วง
“หนวกหู” หนานิจวินร้องดุคราหนึ่ง เป็ครั้งแรกที่เหลียนเชวี่ยสังเกตเห็นหนานิจวินคับข้องใจ มันใจนร่วงลงบนที่ใส่พู่กันและไม่กล้าขยับอีก
เหลียนเชวี่ยคิดว่าตนทำผิดอะไรเข้าแล้ว มันสงบเสงี่ยมอยู่หลายวัน ลอบสังเกตหนานิจวินเงียบๆ แต่สังเกตไม่พบความผิดปกติอะไร หนานิจวินดูเหมือนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเช่นกัน คงเพราะแค่ไม่อยากแขวนภาพวาดนั้นแล้ว ไม่มีเจตนาอื่นใด ส่วนเพราะอะไรจึงไม่อยากแขวนภาพนั้นแล้ว สมองน้อยๆ ของมันคิดไม่ออก
เหลียนเชวี่ยค่อยๆ เบาใจลง แล้วเอะอะเสียงดังอยู่หน้าหนานิจวินเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง หนานิจวินก็ไม่ได้ด่ามันว่าหนวกหูอีก