โลกใบนี้คือโลกแห่งจิตและวิทยาการโลกแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้ใช้พลังจิตจำนวนมากแต่ว่าผู้ใช้พลังจิตของโลกใบนี้ทุกคนต้องลงทะเบียนพลัง และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลโลกเพียงองค์กรเดียวเท่านั้นแต่ว่าก็ได้มีผู้ใช้พลังจิตที่ไม่ยอมอยู่ภายใต้รัฐบาลโลกได้ก่อตั้งองค์กรใต้ดินเพื่ออาศัยร่วมกันของผู้ที่้าหลบสายตาของรัฐบาลโลก
ณบาร์แห่งหนึ่งในเมืองอันเดอร์รูฟ เมืองใต้ดินของโลกแห่งจิตและวิทยาการ
กริ๊ง!กริ๊ง! เสียงกระดิ่งดังส่งสัญญาณ เมื่อมีลูกค้าใหม่เข้ามาในร้าน
“ไงลุค ภารกิจเป็ไงบ้าง”เสียงของบาร์เทนเดอร์ประจำร้านหรือหนึ่งในผู้ให้ภารกิจประจำสมาคมหัวขโมยแห่งเมืองอันเดอร์รูฟชื่อนิโคลัส ทักทายผู้เข้ามาใหม่กำลังเดินมาในบาร์ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใหม่เป็เด็กอายุเพียงสิบหกปี ทั้งๆที่เป็อายุที่ไม่เหมาะสำหรับการเข้าบาร์แต่ผู้คนภายในร้านเหล้าแห่งนี้กลับไม่มีคนห้ามเลยแม้แต่คนเดียวซึ่งตรงหน้าบาร์มีอีกสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว
“เื่ขโมยของยังไงผมก็ที่หนึ่งในเมืองนี้อยู่แล้วยังไงก็ต้องสำเร็จอยู่แล้ว...เอานี่ของที่้า”ลุคพูดอย่างมั่นใจแล้วยื่นแท็บเล็ตที่ตัวเองได้ภารกิจให้ไปขโมยมาจากห้องพักของนักเขียนนิรนามคนหนึ่ง
“แหะเพราะพลังจิตของแกมันเหมาะกับภารกิจแบบนี้ยังไงละ ไอ้หนู ใช่มั้ย เกล”ชายร่างอ้วนที่กำลังกินเหล้าอยู่หน้าบาร์บอกกับลุคด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่กำลังเมาได้ที่เลยทีเดียวพร้อมกับถามเพื่อนชื่อเกลที่กินเหล้าด้วยกัน
“ก็ใช่กีเดี้ยน พลังจิตในการค้นหากับการซ่อนตัวตนของมันเข้าขั้นสมบูรณ์แบบซะขนาดนั้นมันจะล้มเหลวได้ยังไง แต่ถ้าให้ไปสู้กับใครยังไงก็แพ้อยู่วันยังค่ำ” เกลอีกคนในบาร์กำลังกินเหล้าอยู่พูดเสริม
ลุคเด็กหนุ่มอายุสิบหกปีที่แปลกประหลาดไม่สามารถใช้พลังจิตพื้นฐานได้ครบจนไม่อาจใช้พลังจิตตามสายทั้งห้ารูปแบบได้แต่พลังจิตของลุคนั้นสามารถซ่อนตัวตนของตัวเองแม้กระทั่งผู้ใช้พลังจิตระดับหกแบบเขายังไม่สามารถตรวจจับการซ่อนจิตของลุคได้ทั้งๆ ที่เด็กหนุ่มตรงหน้ามีพลังจิตระดับสี่เท่านั้น
“ก็ผมใช้พลังจิตได้แค่สองประเภทนี้นี่นาถ้าให้ผมไปต่อยตีกับคนอื่นยังไงก็แพ้อยู่ดี” ลุคชายหนุ่มจากบ้านเด็กกำพร้าพูดั้แ่อายุหกขวบจนมาถึงอายุสิบหกปี เขาสามารถใช้พลังจิตได้เพียงสองประเภทเท่านั้นและพลังจิตทั้งสองยังเหมาะสำหรับการเป็หัวขโมย พอโตขึ้นเขาได้เข้ารวมกับสมาคมหัวขโมยจึงหากินโดยรับภารกิจเกี่ยวกับการขโมยเป็หลัก
“แต่ว่ามันมีเื่แปลกอยู่นะนิโคลัส ในตอนที่ผมไปถึงที่ห้องของนักเขียนคนนั้น เขาก็เพิ่งฆ่าตัวตายได้ไม่นานดูจากการแข็งตัวของศพ ก็คงตายก่อนผมไปถึงแค่สิบยี่สิบนาทีแถมห้องยังโดนรื้อค้นจนเละเทะไปหมด สภาพศพก็เหมือนการจัดฉากถ้าไม่ใช่ผมไปก็อาจจะหาแท็บเล็ตอันนี้ไม่เจอก็ได้” ลุคบอกข้อสงสัยของตน“แล้วก็ข้อมูลในนี้ก็มีแค่ต้นฉบับของนิยายที่เขาเขียนด้วย”
“อะไรนะ!!แปลกมาก ภารกิจนี้หัวหน้าส่งมาด้วยตัวเองแค่แท็บเล็ตที่มีนิยายเื่เดียวทำไมถึงได้มีคน้ามันด้วย” นิโคลัสบอกพร้อมสำรวจแท็บเล็ตที่ได้รับมา
“นิยาย?? แล้วในนั้นเป็นิยายเื่อะไรละ”เกลที่ฟังบทสนทนาของทั้งสองคนได้ถามออกมา
“นิยายเื่ตำนานจอมยุทธ์จตุรธาตุ” ลุคบอก หากมีเวลาว่างเขามักจะชอบอ่านนิยายอยู่เสมอนิยายเื่นี้เขาก็ได้อ่านเช่นกัน อีกอย่างจริงๆ แล้วนักเขียนเื่นี้ลุคเองก็รู้จัก แต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากครั้งแรกที่เขาไปถึงห้องก็ใเช่นกัน ซึ่งของที่ต้องขโมยเป็ของคนรู้จัก
“เหมือนจะเคยได้ยินชื่อนิยายเื่นี้อยู่นะ ...เคยได้ยินที่ไหนหว่า... อ่อ... ไอ้นี่ไงนิยายที่กำลังมีข่าวลืออยู่ไง” กีเดี้ยนบอกด้วยท่าทีพยายามนึกแทบตายนั้นทำเอาลุคแทบจะขำออกมา
“ข่าวลืออะไรหรือครับ”ลุคถามคนที่แก่กว่า แม้จะตามอ่านนิยายเื่นี้แต่ว่า่นี้ที่ทำภารกิจเยอะจนไม่ว่างอ่านข่าวลือเกี่ยวกับนิยายที่อ่านจึงไม่รู้เื่เลย
“มันมีข่าวลือในองค์กรเื้ัอย่างพวกเราว่าอยู่ ๆรัฐบาลโลกได้มีคำสั่งลับให้เก็บนิยายเื่นี้ออกจากอีบุ๊กและชั้นวางทั่วทั้งโลกแล้วยังมีคำสั่งให้ตามหาตนเขียนนิยายเื่นี้อีก” แทนที่กีเดี้ยนจะเป็คนบอกนิโคลัสกลับเป็คนบอกข้อสงสัยของลุคเอง ข่าวลือแปลกๆนี้ได้ประจายไปทั่วโลกใต้ดินมาสักพักแล้ว
“ฮะกับแค่นิยายท่องยุทธภพ ทำไมรัฐบาลโลกถึงได้มีคำสั่งแบบนี้กัน” ลุคถามเพราะนิยายเื่นี้ก็เป็หนึ่งในเื่ที่ลุคอ่านฆ่าเวลาเป็นิยายที่ตัวเอกของเื่ชื่อจงิ่เป็ผู้มีพร์หายากที่สามารถใช้ลมปราณได้ถึงสี่ธาตุพร้อมกันออกตามหาความจริงเื้ัที่ตระกูลของตนโดนฆ่าล้างตระกูล
“นั่นสิทำไมกะ...”
ตุ้บบตุ้บบ
ในตอนที่นิโคลัสกำลังพูดอยู่จู่ๆ หัวของนิโคลัสที่กำลังดูข้อมูลในแท็บเล็ตก็หลุดออกจากบ่า แล้วกลิ้งตกลงมานิโคลัสถูกสังหารโดยไม่รู้ตัว ทำให้ลุคที่กำลังคุยด้วยใจนพูดไม่ออก
“เชี่ย!!/ อะไรวะ เนี่ย” พริบตาที่หัวของนิโคลัสหลุดออกจากบ่าเกลกับกีเดี้ยนก็สบถออกมาพร้อมตั้งท่าเตรียมต่อสู้ “มีผู้บุกรุก”ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน แต่สีหน้าของพวกเขาเคร่งเครียดอย่างมากเพราะว่าทั้งคู่ไม่อาจใช้พลังจิตของตนััสิ่งแปลกปลอมหรือผู้บุกรุกในร้านได้เลยแสดงถึงความแข็งแกร่งของผู้บุกรุกได้อย่างดี
ไม่ใช่แค่เกลกับกีเดี้ยนที่ตั้งท่าเตรียมต่อสู้แต่ว่าลูกค้าทั้งร้านก็ตั้งท่าเตรียมก็สู้ เพราะว่าที่นี่ไม่ใช่บาร์ธรรมดาแต่ว่ามันคือสถานที่รับภารกิจของสมาคมหัวขโมย สมาคมย่อยขององค์กรอันเดอร์รูฟองค์กรเื้ัที่ต่อต้านรัฐบาลของโลกใบนี้ ทุกคนต่างส่งจิตััออกไปรอบร้านแต่กลับไม่พบสิ่งใด
“ไหนผู้บุกรุกอยู่ไหน” หนึ่งในผู้คนที่อยู่ในร้านพูดขึ้นเมื่อไม่อาจััได้ถึงตัวตนของผู้บุกรุก
“อ๊ากกกกก”เสียงร้องดังออกมาจากมุมหนึ่งของร้าน
“ไปผู้บุกรุกอยู่ตรงนั้น” ผู้คนในร้านผนึกพลังจิตลงในเท้า พุ่งตัวไปตามที่มาของเสียง
“อะไรกันวาฟเฟิลทำไมนายถึงพยายามฆ่าซันเดย์” เกลถามอย่างตกตะลึง ภาพที่ทุกคนเห็นคือวาฟเฟิลหนึ่งในสมาชิกของสมาคมหัวขโมยได้ลงมือพยายามฆ่าสมาชิกอีกคนหนึ่งโดยมีดที่สร้างจากพลังจิตสายจิตสรรค์สร้างมีดของวาฟเฟิลได้แทงไปยังร่างของซันเดย์จนเขาล้มลง
“ฆ่าฆ่า ต้องฆ่าผู้บุกรุก พวกแกคือผู้บุกรุก”วาฟเฟิลพูดจบก็กระโจนใส่คนอื่นด้วยแววตาที่เลื่อนลอยผู้ใช้พลังจิตหลายคนที่มีประสมการณ์ต่อสู้ต่างรู้ได้ทันทีว่าวาฟเฟิลกำลังโดนพลังจิตสายควบคุมจิตกำลังควบคุมวาฟเฟิลอยู่
“เกลกีเดี้ยน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”คนที่ประสบการณ์การต่อสู้น้อยที่สุดอย่างลุคถามออกมา
“ผู้บุกรุกน่าจะสะกดจิตของวาฟเฟิลต้องรีบหยุดวาฟเฟิลให้ได้ก่อนที่มันจะฆ่าใครอีก กีเดี้ยนลงมือพร้อมกัน” เกลตอบลุคและหันไปบอกกับกีเดี้ยน
“ได้”
กีเดี้ยนเร่งพลังจิตของตัวเองพุ่งเข้าขวางวาฟเฟิลทักษะจิตสายเสริมกำลัง เกราะกายากีเดี้ยนใช้ตัวเองกันมีดสั้นของวาฟเฟิลที่กำลังฟันลงมาจากนั้นก็จับไปที่แขนของวาฟเฟิล ทักษะจิตสายเปลี่ยนแปลง จิตหน่วงศิลาทันทีที่กีเดี้ยนจับตัวของวาฟเฟิล น้ำหนักของวาฟเฟิลก็หนักขึ้นจนไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อได้
“เกล”กีเดี้ยนเรียกเกลทันทีที่สามารถหยุดการเคลื่อไหวของวาฟเฟิลได้
“รู้แล้วน่า”ทักษะจิตสายสรรค์สร้าง โซ่ผนึกจิตเกลสร้างโซ่จากพลังจิตจากนั้นก็นำไปพันธนาการวาฟเฟิลโซ่ของเกลนั้นหากมัดผู้ใดคนคนนั้นจะไม่อาจใช้พลังจิตได้อีก
“ใครก็ได้ไปตามหมอเร็วซันเดย์ยังไม่ตาย” เสียงของใครสักคนที่เข้าไปดูอาการของซันเดย์ะโบอก
“ข้าๆๆเดียวข้าไปเอง” คนที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดบอกแล้วรีบวิ่งไปที่ประตู
แต่ว่าทันทีที่เปิดประตูออกมากับพบว่าที่ประตูเต็มไปด้วยม่านหมอกหากพยายามเดินผ่านหมอกออกไปจะกลับเข้ามาในร้านเหมือนเดิม
“อะไรกันเนี่ยข้างนอกมีหมอกเต็มไปหมดเลย” เสียงของคนที่เปิดประตูบอก
“หมอก?? หรือว่า” เกลพึมพำกับตัวเอง เขาเคยเจอผู้ใช้วิชาแบบนี้มาก่อน
“หรือว่าอะไรหรือเกล” ลุคถามเกลที่เหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง
“เขตแดนหมอกมายาน่าจะเป็ทักษะจิตของมิราจอันดับที่สี่ขององค์กรนักฆ่าที่คอยรับคำสั่งจากรัฐบาลโลก” เกลบอกด้วยสีหน้าเครียดคนคนนี้คือผู้ใช้พลังจิตสิบอันดับแรกในองค์กรนักฆ่าที่เคลื่อนไหวตามคำสั่งของรัฐบาลโลกทำไมคนระดับนั้นถึงได้มาบาร์เล็กๆ ซึ่งเป็สถานที่รวมตัวของผู้ใช้พลังจิตระดับกลางกัน
“มิราจได้ยังไงกัน?...ที่นี่คือเมืองหลวงของอันเดอร์รูฟ เลยนะต่อให้เป็หมายเลขหนึ่งหรือผู้ใช้พลังจิตระดับสิบคนอื่นของรัฐบาลโลกก็ไม่น่าเข้ามาได้นี่นา” ลุคถามต่อเพราะที่นี่เองก็มีผู้ใช้พลังจิตระดับสิบของโลกเื้ัคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา
“ถ้าเป็คนอื่นอาจไม่ได้แต่ถ้าเป็มิราจละก็ได้แน่ เพราะว่าทักษะจิตมายา ทักษะจิตซ่อนเร้นของเ้านั่นไปสู่จุดสูงสุดแล้ว ออกมาซะมิราจ ข้ารู้ว่าเ้าได้ยิน”เกละโบอกไปในอากาศ เขารู้ว่ามิราจต้องอยู่แถวนี้ชายเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าไปยังทุกที่ที่้าด้วยวิชามายาอันดับหนึ่งของโลก
“เสียงของนายยังดังจนน่ารำคาญเหมือนเดิมเลยนะเกล” เสียงของชายที่มีฉายาว่ามิราจดังออกจากบาร์ จากจุดที่นิโคลัสเคยยืนอยู่เขากำลังดูแท็บเล็ตที่ลุคเป็คนไปนำมาตอนแรก
“แหะ!!ยอมออกมาแล้วสินะ ทำไม...แกถึงต้องฆ่านิโคลัสกับพยายามฆ่าซันเดย์”เกลเดินกลับมาถามมิราจ พร้อมกับคนอื่นที่ยังอยู่ในร้านแต่กลับไม่มีใครลดการป้องกันลงเลยเพราะั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ไม่มีใครสามารถััถึงการคงอยู่ของคนคนนี้ได้เลยแม้ว่าจะมองเห็นว่ามิราจกำลังยืนอยู่แต่ทักษะจิตรับรู้ของพวกเขาไม่อาจรับรู้ถึงการคงอยู่ของคนตรงหน้าได้ราวกับมิราจเป็เพียงภาพมายาที่กำลังขยับอยู่
“ฉันเป็นักฆ่านะได้รับภารกิจมาก็ต้องทำตามนั้น” มิราจตอบขณะกำลังอ่านนิยายในแท็บเล็ตตรวจสอบสิ่งของตามภารกิจที่ได้รับมา
“แก!!”กีเดี้ยนทำท่าพุ่งไปโจมตีมิราจ แต่ว่าหมัดของเขากับทะลุตัวของมิราจไป
“พอได้แล้วกีเดี้ยนถึงนายจะเห็น แต่ว่านี้ไม่ใช่ตัวจริงนี้เป็แค่ภาพมายาที่มิราจสร้างมาคุยกับเราเท่านั้น”เกลที่รู้จักพลังของอีกฝ่ายได้เตือนเพื่อนของตน“แล้วแก้าอะไรอีกทำไมต้องขังเราไว้ในเขตแดนของแก”เขาถามมิราจถึงเหตุผลที่ต้องมาในครั้งนี้
“คำสั่งของภารกิจคือเก็บกู้ของที่โดนขโมย และสังหารคนที่รู้เื่ทั้งหมด คงรู้แล้วนะ เกล” มิราจบอก
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของมิราจคนที่เหลือในบาร์ก็เร่งพลังจิตกันเต็มที่พร้อมโจมตี แต่ว่า...
พรึบอ๊อก พรึบ
ทุกคนที่เหลือในบาร์นอกจากเกลและลุคก็ล้มลงตายทันทีที่ผนึกพลังจิตลงบนร่างกายหรืออาวุธ
“ทุกคน!”เสียงของลุคดังขึ้น หลังจากเห็นเพื่อนๆ ร่วมสมาคมตายทั้งหมดร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความกลัว พลังของคนตรงหน้าน่ากลัวเกินไป
“ทำไมพวกนายถึงไม่ผนึกพลังจิตแบบคนอื่นละ”มิราจถามอีกสองคนที่ยังไม่ตาย
“ถ้าผนึกพลังจิตคงได้ตายเหมือนเ้าพวกนี้เมื่อกี้คงเป็ทักษะจิตที่จะทำงานทันที เมื่อมีคนพยายามใช้พลังจิตสินะ”เกลที่ตั้งสติได้ดีกว่าตอบ
“เกือบถูกแต่เมื่อกี้คือเวทมนตร์ต่อต้านจิตใช้ยากหน่อยแต่ก็ได้ผลดีกับคนที่พยายามทำอะไรโง่ๆ”
“ฮึผนึกพลังจิต ต่อหน้าผู้ใช้พลังจิตระดับสิบ เป็การกระทำที่โง่จริงๆ นั่นแหละผู้ใช้พลังจิตระดับหกแบบข้าจะไปสู้ได้ยังไง ส่วนเ้าเด็กนี้ใช้พลังจิตได้แค่ทักษะค้นหาและทักษะซ่อนเร้นเท่านั้นเป็ไปได้มั้ยที่จะปล่อยเด็กคนนี้ไป เ้านี้อายุแค่สิบหกปีเท่านั้น” เกลถามกลับ
“ขอโทษด้วยนะเกลแต่ว่าคำสั่งคือคำสั่ง”
ทันทีที่มิราจพูดจบโลกของเกลและลุคก็ได้มืดลงนั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ลุคได้เห็นก่อนจะหมดลมหายใจจากโลกนี้โดยไม่อาจขัดขืนได้เลยแม้แต่น้อย