ก่อนที่องค์หญิงเสด็จไปหุ่ยเชียง พระนางทรงให้หลินยี่ช่วยแปลงโฉมตนเป็ชายวัยกลางคน เพื่อที่จะปลอมเป็หมอคอยรักษาชาวบ้าน โดยเปลี่ยนชื่อเป็หมออ้วนชาง
ดังนั้นฉานชิงในนามอ้วนชางได้ออกเดินทางไปคนเดียวโดยจะติดต่อกับหลินยี่และองครักษ์ผ่านนกพิราบสื่อสาร
เมื่ออ้วนชางเดินทางมาพักที่โรงเตี๊ยมที่อยู่ในเมืองหุ่ยเชียงในตอนค่ำเขาได้พบกับลูกสาวเ้าเมืองหุ่ยเชียงที่ชื่อหว่าหวา ซึ่งนางได้แต่งกายเป็ผู้ชายนางเที่ยวบอกคนอื่นว่าตนเป็ชาวยุทธ์คนหนึ่ง
ภาพที่เห็นทำให้อ้วนชางนึกถึงตอนที่ตนปลอมตัวเป็ชายหนุ่มและได้มาพบกับหลินยี่ที่แต่งเป็ชายสำอางที่โรงเตี๊ยมเช่นกันเพราะมีเหตุการณ์มันคล้ายคลึงกัน แต่ที่ต่างกัน คือ อ้วนชางรู้จักหว่าหวาอยู่ก่อนแล้วโดยรู้ว่าตัวหว่าหว่าไม่ได้มีวรยุทธ์จริงๆและนางเป็คนอ่อนประสบการณ์มาก สำหรับการใช้ชีวิตพเนจร
เพราะอ้วนชางรู้จักหว่าหวาเป็อย่างดี และกลัวว่าหว่าหวาจะทำให้ตนเสียแผนจนอาจเกิดภัยต่อตนและตัวหว่าหวาเองอ้วนชางจึงพยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหว่าหวาอีกทั้งตอนนี้ตนปลอมตัวเป็หมออ้วนชางชายวัยกลางคนที่ไม่มีวรยุทธ์จำเป็ต้องใช้วิชาของหลินยี่คือการใช้ปัญญาเอาตัวรอดมากกว่าการใช้กำลัง
แต่ยังดีที่อ้วนชางได้มองเห็นอ้ายกว่าเพื่อนเก่าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ด้วยอ้วนชางรู้ดีว่าอ้ายกว่าชอบช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า ดั้งนั้นหากตนและหว่าหวาเกิดภัยก็ยังมีอ้ายกว่าคอยช่วยอยู่แล้วโดยที่อ้วนชางนั้นได้ตัดสินใจไม่เปิดเผยตัวตนให้อ้ายกว่ารู้
เช้าวันรุ่งขึ้น อ้วนชางออกเดินทางต่อ เขานึกขึ้นได้ว่าตนเป็หมอควรจะมียาติดตัวเพื่อใช้รักษาเบื้องต้นจึงไปร้านหมอเพื่อขอซื้อยา
ระหว่างนั้นก็มีชายหนุ่มนามว่า ฮั่นเชียง เขาวิ่งเข้ามาเพื่อขอให้หมอร้านนั้นไปช่วยรักษาแม่ของตน“ได้โปรดช่วยแม่ของข้าด้วยเถิด”
หมอคนนั้นได้แต่บอกว่า “ข้าได้ตรวจอาการให้แม่ของเ้าแล้ว แต่ตัวยาตัวนั้นมันแพงมากจริงๆข้าไม่อาจช่วยเ้าได้ หากเ้าไม่มีอัฐจ่ายค่ายา”
ยังไม่ทันที่อ้วนชางจะพูดอะไร ชายคนนั้นก็วิ่งออกไปเสียก่อน
อ้วนชางจึงได้ถามท่านหมอว่า “แม่ของชายคนนั้นเป็โรคอะไร และยานั้นคืออะไร”
“แม่ของเขามีอาการปอดชื้น นี่คือใบสั่งยา”
อ้วนชางรับใบสั่งยามาดูก็เลยว่า “ข้าขอซื้อยาเหล่านี้ก็แล้วกัน”
“ได้ งั้นรอสักครู่นะท่าน” ท่านหมอประจำร้านขายยาจึงจัดเตรียมยาให้
อ้วนชางตัดสินใจซื้อยาตัวนั้นมาเก็บไว้ เพื่อที่จะรักษาดูอาการแม่ของชายคนนั้นให้
เมื่ออ้วนชางเดินออกมาก็เห็นหว่าหวาที่แต่งกายเป็ชายหนุ่มผู้ดีมีเงินเป็ที่ล่อตาล่อใจต่อโจรผู้ร้ายเป็อย่างมากเขาได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินจากไป
ทันใดนั้นเอง มันแม่นเหมือนตาเห็น ก็มีชายคนหนึ่งวิ่งราวหยิบถุงอัฐของหว่าหวาไป
“ช่วยด้วย! มีโจรขโมยอัฐข้า”หว่าหวาร้องะโขอความช่วยเหลือให้ช่วยจับขโมย
อ้วนชางไม่สามารถแสดงตนได้ แต่ยังดีที่มองเห็นอ้ายกว่าวิ่งตามคนร้ายให้อ้วนชางทำได้แต่เดินตามไปดู
อ้ายกว่าจับล็อคตัวคนร้ายไว้ และบอกว่าจะจับส่งให้ทางการ
หว่าหวาวิ่งตามมาเพื่อขอรับถุงอัฐคืน และบอกว่า “ใช่ๆ ต้องส่งให้ทางการตัดสินโทษ”
เมื่ออ้วนชางมองเห็นหน้าโจรก็รีบเข้าไปเพื่อขอร้องให้ปล่อยโจรคนนั้น“เอ่อ ช้าก่อนพวกท่าน ให้อภัยเขาจะได้มั้ย”
“ได้อย่างไรกัน เขาเป็ขโมยนะ” หว่าหวาไม่ยอม
“ใช่ ถ้าปล่อยไป เขาก็ทำอีก” อ้ายกว่าเตรียมจับส่งทางการ
“งั้นพ่อหนุ่ม ข้าขอคุยด้วยหน่อยนะ” อ้วนชางหันไปคุยกับอ้ายกว่า ท่านอ้วนชางรู้ดีว่าอ้ายกว่าเป็คนรักษาคุณธรรมไม่ยอมแน่นอนจึงขอพูดคุยเป็การส่วนตัว
อ้ายกว่าจึงรีบมัดมือมัดเท้าโจร แล้วให้หว่าหวาคอยเฝ้าไว้จากนั้นก็เดินตามท่านอ้วนชางไป
“ข้าคือ ฉานชิงนะ อ้ายกว่า”ฉานชิงพูดเสียงผู้หญิง แล้วเล่าเื่ราวเกี่ยวกับโจรคนนั้นให้ฟังว่า ชายผู้นี้ขโมยอัฐเพื่อช่วยชีวิตแม่พร้อมให้คำสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้ชายคนนี้เป็โจรอีก เพราะนางมองออกว่าเขาไม่ใช่คนเลว
อ้ายกว่าพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเขากับอ้วนชางจึงพากันเดินเข้าไปเพื่อเกลี้ยกล่อมให้หว่าหวายอมปล่อยตัวชายดังกล่าว
“อะไรนะ เื่อะไรจะปล่อยโจรไป” หว่าหวายังไม่ยอม
อ้วนชางพอจะรู้จักนิสัยหว่าหวาอยู่บ้างจึงบอกว่า “ในเมื่อท่านก็ได้อัฐคืนแล้วท่านเป็จอมยุทธ์ใจกว้าง คงไม่ถือสาชาวบ้านโง่เขลาคนหนึ่งอย่างแน่นอนข้าคือหมออ้วนชาง ข้าขอรับรองว่าเขาจะไม่เป็โจรขโมยอีก”
พอหว่าหวาได้ยินว่ามีคนบอกว่าตนเป็จอมยุทธ์ใจกว้าง นางก็รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องเลยว่า “เมื่อท่านหมอรับรองเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ถือสาอะไร”แล้วนางที่ปลอมเป็ชายก็เดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
ภาพที่เห็นทำให้อ้ายกว่าและอ้วนชางถึงกับแอบส่ายหน้า จากนั้นอ้วนชางจึงได้สอบถามชายคนนั้นว่าเป็ใคร“เ้าเป็ใครกัน”
ชายคนนั้นกล่าวว่า “ข้าเป็ชาวบ้านคนหนึ่งชื่อฮั่นเชียง อาศัยอยู่กับแม่สองคน แต่ตอนนี้แม่ข้าป่วยหนักข้าไม่มีอัฐซื้อยามารักษาแม่ข้า ข้าจำเป็ต้องใช้อัฐช่วยแม่จริงๆ”
อ้วนชางกล่าวว่า “ข้าเป็หมอขอไปตรวจอาการแม่ของเ้าก่อน”
เมื่อทั้งสามถึงที่พักของฮั่นเชียง อ้วนชางจึงรีบดำเนินการตรวจแม่ของฮั่นเชียงทันทีบอกให้ฮั่นเชียงไปต้มยาให้ หลังจากนั้นอ้วนชางก็ดำเนินการฝังเข็มให้แม่เฒ่า และกล่าวว่า“แม่เ้ามีอาการปอดชื้น เป็หวัดมาเนิ่นนานนำห่อยาที่ข้าให้นี้ไปต้ม แล้วให้แม่เฒ่ากินวันละ 3 เวลาให้กินยาหลังอาหารทุกวันจนกว่าจะหาย ประมาณ 5 วันอาการของแม่เ้าจะดีขึ้น”
ฮั่นเชียงกล่าวว่า “ข้าไม่มีอัฐสำหรับค่าหมอเลย แต่ข้าพร้อมจะเป็ข้ารับใช้ท่านเป็การตอบแทน”
อ้วนชางคิดว่าไหนๆเขาจะเปิดร้านหมอที่หุ่ยเชียงเพื่อสืบหาข่าวลับอยู่แล้วเขาจำเป็ต้องมีคนช่วย จึงบอกว่า “ใน 5 วันนี้ ให้เ้าดูแลแม่ให้หายก่อนตัวข้าจะมาดูอาการให้เป็ระยะๆ เมื่อแม่เฒ่าหายแล้ว ข้าจะบอกเองว่าจะให้เ้าช่วยทำอะไร”
อ้ายกว่านึกเป็ห่วงเพื่อน อีกทั้งยังไม่รู้จักฮั่นเชียงดีพอฉานชิงอาจเกิดอันตรายได้ ระหว่างที่เดินทางกลับมาด้วยกัน อ้ายกว่าจึงเตือนว่า “เ้าคิดดีแล้วแน่หรอ ยังไงเขาก็เป็โจรมาก่อนนะภายภาคหน้าอาจเป็ภัยต่อเ้าก็เป็ได้”
อ้วนชางรู้ว่าเพื่อนเป็ห่วงแต่ก็บอกว่า “ข้ามองคนออกว่าเขาไม่ใช่คนเลว แต่ก็จะไม่ประมาทคนหากเขาก่อภัยจริง ข้าก็ไม่ปล่อยเขาไว้แน่”
อ้ายกว่าได้แต่พยักหน้าอีกทั้งต้องรีบเดินทางไปทำธุระจึงไม่อาจอยู่ช่วยอ้วนชางแต่ทิ้งท้ายว่าหาก้าความช่วยเหลืออะไรให้ส่งพิราบมาอ้ายกว่าพร้อมที่จะมาช่วยเพื่อนเสมอ
ฉานชิงในคราบของอ้วนชางก็รู้สึกซาบซึ้งในตัวเพื่อนเก่าแต่ก็บอกเช่นกัน “ข้าก็พร้อมที่จะช่วยเ้าเช่นกันสักวันพวกเราคงได้พบกันอีก”
ผ่านไป 5 วันแม่ของฮั่นเชียงหายและแข็งแรงขึ้น นางนึกซาบซึ้งหมออ้วนชางแม่เฒ่าจึงขอให้ฮั่นเชียงพาไปขอบคุณท่านหมอทั้งสองพากันมาที่ร้านหมอของอ้วนชางที่เพิ่งเปิดใหม่
อ้วนชางเห็นก็ดีใจที่แม่ของฮั่นเชียงหายแล้วทั้งสองแม่ลูกพากันคุกเข่าขอบคุณอ้วนชาง “ขอบคุณท่านมาก ท่านหมอ”
“ลุกขึ้นเถิด พวกท่านเอาเป็ว่าข้าขอให้ฮั่นเชียงมาช่วยทำงานที่ร้านหมอก็แล้วกัน” อ้วนชางกล่าว
“ข้ายินดีช่วยงานขอรับ” ฮั่นเชียงดีใจที่อ้วนชางยอมรับเขาให้เข้าทำงานด้วย
“งั้นข้าจะมาช่วยเป็แม่ครัวให้นะ” แม่เฒ่าเห็นว่าที่นี่ไม่มีผู้หญิงเลย ก็เลยเสนอตัวมาช่วยทำอาหารให้
“ได้ ขอบคุณมาก ท่านแม่เฒ่า” อ้วนชางกล่าว
ั้แ่นั้นมาสองแม่ลูกก็มาอยู่กับอ้วนชางกลายเป็ครอบครัวเดียวกันแต่อ้วนชางได้กำชับไม่ให้ทั้งสองคนเข้าไปที่ห้องของอ้วนชาง เหตุเพราะกลัวทั้งสองแม่ลูกจะรู้ว่าตนปลอมตัวเป็ชาย
แต่สำหรับฮั่นเชียงนั้นเข้าใจว่า ท่านหมออ้วนชางอาจกลัวเื่ขโมยของเพราะตนมีประวัติ แต่เขาก็ยอมพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ
อ้วนชางยังให้ฮั่นเชียงเขียนหนังสือสัญญาว่าจะไม่เป็โจรผู้ร้ายอีกเป็อันขาด