ตอนที่ 9
เมื่อทั้งสองคุยกันเป็ที่เข้าใจตรงกันแล้ว และ้าที่จะย้ายออกจากที่บ้านนี้ เพื่อที่จะไปใช้ชีวิตครอบครัวของตัวเอง แต่ก็ยังติดปัญหาว่าจะไปอยู่กันที่ไหน เพราะยังไม่มีบ้านไปของตัวเอง
"พี่ซีห่าว แล้วถ้าเรา้าย้ายออกแล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกันดี"
ใจก็อยากจะย้ายออก แต่ก็ยังกลัวว่าจะไปอยู่ที่ไหน ลำบากเธอไม่ได้กลัว แต่ลูกที่ยังเล็ก และสามีที่ขายังไม่สามารถใช้การได้ในขณะนี้นะสิที่ต้องคิดให้รอบคอบก่อน
"จริงๆ แล้วพี่มีบ้านของแม่อยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน แต่ว่าไม่มีคนอยู่นานแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะใช้ได้อยู่หรือเปล่า แต่ถ้าใช้ไม่ได้ พี่จะให้เพื่อนพี่ช่วยสร้างกระท่อมที่พอจะอยู่ได้ก่อน แล้วเมื่อพี่แข็งแรงเมื่อไหร่ พี่จะทำให้มันดีขึ้น"
เขาก็เคยคิดจะย้ายไปอยู่ที่บ้านแม่นานแล้วเหมือนกัน แต่ด้วยความเป็ห่วงทุกคน ถ้าไม่มีเขาจะลำบากมากกว่าเก่า โดยเฉพาะพ่อและน้องชาย ที่เป็กำลังหลักของบ้าน และคงจะเหนื่อยถ้าไม่มีเขา แต่ตอนนี้เขาคงจะต้องตัดใจไปก่อนแล้วกัน เพราะตอนนี้เขาเองก็ยังไม่สามารถช่วยตัวเองได้ดีเลย คงไม่สามารถไปช่วยใครได้
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ พรุ่งนี้ ซีฮัน มาน้องจะบอกให้เข้ามาหาพี่แล้วกัน เมื่อวานก็คอยตามหมอมาให้แล้วก็คอยมาดูพี่อยู่ คงจะห่วงพี่มากเลย และพรุ่งนี้ไม่แน่อาจจะมาดูพี่ั้แ่เช้าเลยก็ได้" ดูจากท่าทางที่ห่วงพี่ชายมาก คิดว่าพรุ่งนี้คงมาถามอาการแต่เช้าแน่นอน
"เป็เพราะพี่สนิทกับน้องชายคนนี้ เพราะว่าเลี้ยงเขามาั้แ่ยังเล็ก ไปไหนก็ไปด้วยกัน เพราะแม่เขาไม่ค่อยได้สนใจ เขาจึงอยู่กับพี่มากกว่า"
น้องชายคนนี้อายุห่างจากเขาหลายปี เขาจึงโตพอที่จะเลี้ยงน้องได้ จึงเป็คนดูแลั้แ่เล็กจนโต ทำให้ติดเขามากกว่าแม่ จึงทำให้แม่เลี้ยงไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไรแต่เ้าตัวก็ไม่เคยสนใจ ยังมาตามติดเขาเสมอ ทำให้ทั้งสองสนิทกันมากกว่าคนอื่นๆ
"เป็อย่างนี้นี่เอง อย่างนั้นวันนี้นอนพักผ่อนก่อนแล้วกันค่ะ พรุ่งนี้ค่อยคิดต่ออีกที ว่าจะทำอะไรก่อน"
"พี่ก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน ทำไมหลังกินยาถึงได้ง่วงอย่างนี้ก็ไม่รู้"
"ยาตัวนี้กินแล้วจะทำให้ง่วง พี่นอนพักเถอะค่ะ ไม่ต้องฝืนหรอกค่ะ" เจินเจียอี มองสามีที่คุยกับเธอแต่ตาแทบจะลืมไม่ขึ้นแล้ว จึงบอกให้นอนไปก่อนได้เลย
รุ่งเช้าของอีกวัน เจินเจีอี ตื่นมาั้แ่ยังไม่สว่างเพราะความเคยชิน ของเ้าของร่างเดิม ที่ต้องรีบตื่น เพื่อที่จะได้ไปทำงานที่บ้านใหญ่ให้เสร็จทันทุกคนได้ตื่น แต่วันนี้เธอรีบตื่นมาต้มยา และต้มน้ำ วันนี้เธอเอาโจ๊กออกมาให้สามี ส่วนลูกสาวและเธอเป็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เป็ถ้วย และก็กลิ่นหอมเหมือนเคย จนปลุกทั้งสองคนพ่อลูกอีกครั้ง
"น้องทำอะไรทำไมถึงหอมอีกแล้ว" อาหารนี่ทำไมมันช่างหอมจนแทบอดใจรอไม่ไหวกันนะ
"ของพี่เป็โจ๊กเหมือนเดิมค่ะ ส่วนของน้องกับลูกเป็บะหมี่ค่ะ เดี๋ยวน้องเอาน้ำมาให้พี่ทำธุระส่วนตัว พี่อยากเข้าห้องน้ำหรือเปล่า น้องจะประคองไปให้ พี่ยังมีไข้อยู่ยังไม่ต้องอาบน้ำนะคะ เช็ดตัวเอาไปก่อน" เจินเจียอี บอกกับสามีให้เข้าใจ
"พี่อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน แล้วก็จะได้ล้างหน้า ทำความสะอาดฟันด้วย พี่ชอบมากเลย" เขาชอบเพราะว่าเมื่อวานเมียเขาเอาออกมาให้ใช้ และสอนวิธีใช้ให้ด้วย หลังจากทำเสร็จเขารู้สึกปากสะอาดและหอมมากด้วย
"ได้ค่ะ เดี๋ยวจะประคองไป วันหลังจะให้น้องซีฮัน ทำไม้ค้ำให้ จะได้เดินไปเองได้โดยไม่ต้องมีคนประคอง จะได้สะดวกด้วย"
"สามารถใช้ไม้ค้ำได้ด้วยหรือ พี่อยากเห็นแล้วสิ"
สิ่งที่เมียเขาบอกมันจะต้องเป็สิ่งที่ดีมากอยู่แล้ว เพราะสิ่งต่างที่เขาเห็นมันทั้งแปลก และดีกว่าทุกอย่าง เจินเจียอี ประคองสามีจนมาถึงห้องน้ำ ซึ่งไม่ไกลจากห้องเท่าไร และตอนนี้ก็คงยังไม่มีใครตื่นมา ทำให้ง่ายต่อการใช้ห้องน้ำเป็อย่างมาก จึงนำของมาให้สามีใช้ และให้สามีล้างหน้าด้วยโฟมที่เอาออกมาให้ และบอกให้สามีใช้ตาม เพราะหน้าจะได้สะอาด และเมื่อเห็นตัวสามีที่ยังไม่สะอาด จึงตัดสินใจให้อาบน้ำไปเลย โดยใช้ครีมอาบน้ำ จะได้สะอาดมากยิ่งขึ้น และจะได้สบายตัวด้วย
"เป็อย่างไรบ้างคะ สบายตัวหรือเปล่า" ถามสามีที่ดูหน้าตาแจ่มใสขึ้นหลังจากที่ได้อาบน้ำ ดูสดใสกว่าตอนที่เช็ดตัวอย่างเดียว
"พี่รู้สึกว่ามันทั้งสะอาดและตัวหอมมากเลย จนอยากจะอาบอยู่แบบนั้น"
ที่ทำความสะอาดนี้ทำไมถึงได้หอมอะไรอย่างนี้ ยิ่งใช้ก็ยิ่งชอบ พอสามีพูดเสร็จจึงนึกถึงคำพูดของลูกสาวที่พูดเหมือนกันเลย และก็ไม่อยากจะรีบอาบน้ำให้เสร็จ เพราะว่าอยากใช้ครีมอาบน้ำฟอกตัวต่อ
"พอแล้วค่ะ ่เช้าอากาศเย็น พี่ยังไม่หายเป็ไข้ เดี๋ยวจะเป็หนักกว่าเดิม ที่ให้พี่อาบเพราะเห็นตัวสกปรกแล้วเช็ดมันไม่ค่อยสะอาดพอจึงให้อาบน้ำได้"
"ได้พี่พอก่อนก็ได้ ก็รู้สึกหนาวแล้วเหมือนกัน"
หลังจากนั้นจึงได้ให้สามีเปลี่ยนผ้าเพื่อที่จะได้นำผ้าเปียกไปซัก และได้ประคองกันกลับไปที่ห้อง แม้จะลำบากไปสักหน่อยก็ตามที และเมื่อมาถึงห้องลูกสาวก็ตื่นแล้ว จึงได้พาไปอาบน้ำเหมือนกัน และลูกสาวของเธอก็ยินยอมแต่โดยดี เพราะชอบทุกอย่างที่แม่เอาออกมาให้ใช้
"มาค่ะอันนี้ของพี่ซีห่าว เป็โจ๊ก ของ เจินเจิน เป็บะหมี่นะคะ กินเร็วเข้ากำลังอุ่นๆ ถ้าเย็นจะไม่อร่อย" บอกให้ทั้งสองคนรีบกินก่อนที่มันจะเย็นเสียก่อน
"แม่คะ บะหมี่อร่อยมากเลยค่ะ พ่อไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ชิมนะคะ เจินเจิน กินไม่หมดหรอกค่ะ เพราะว่ามันเยอะมากเลย เดี๋ยวหนูแบ่งให้พ่อกิน"
เห็นคนเป็พ่อไม่ได้กินบะหมี่กลัวว่าจะน้อยใจที่ไม่ได้กินอยู่คนเดียว จึงได้บอกให้พ่อกินของตัวเอง แต่มันก็เยอะสำหรับเด็กห้าขวบจริงๆ และต้องกินอย่างนี้ไปก่อน เพราะผักที่จะใส่ก็ยังไม่มี เอาไว้ถ้าหาผักป่าได้จะเอามาใส่เพื่อเพิ่มคุณค่าทางด้านอาหารให้มากขึ้น
"กินให้อิ่มเลยลูกแต่ถ้ากินไม่ไหวค่อยเอามาให้พ่อ" บอกลูกสาวอย่างใจดี
"พี่ก็กินให้อิ่ม ถ้าไม่อิ่มให้บอกเพราะจะได้ทำเพิ่มให้ กินมากหน่อยจะได้มีแรง"
"ได้ถ้าไม่อิ่มจะบอกแน่นอน" เขาคิดว่ากินโจ๊กถ้วยนี้และของที่ลูกกินไม่หมดก็คงจะอิ่มพอดี ไม่ต้องทำเพิ่มอีก
"่นี้คงต้องกินข้าวเช้าให้เร็วอย่างนี้เหมือนเดิม เพราะต้องรีบทำเพื่อที่จะได้ไม่มีคนสงสัย อาจจะไม่ค่อยหิวไปบ้างแต่ก็ทนเอาหน่อยแล้วกัน พี่กินยาก่อนอาหารแล้ว กินยาหลังอาหารลดไข้ด้วยนะคะ แม้จะมีไข้ไม่มากแล้ว แต่ก็ยังไม่หายดี ถ้าแผลอักเสบอาจมีไข้ขึ้นมาได้ แต่ถ้าไม่อักเสบ และที่เย็บไว้ไม่มีปัญหาอะไร แผลสมานกันได้ รับรองพี่จะหายในอีกไม่นานแน่นอนค่ะ"
"ได้พี่เชื่อน้อง เพราะพี่รู้สึกว่ากินยาของน้องมันรู้สึกดีมากเลย แม้แต่แผลยังไม่ค่อยจะเจ็บเลยด้วยซ้ำ"
หลังจากเขากินยามาั้แ่เมื่อว่า เขารู้สึกว่าไม่ไม่ค่อยเจ็บแผลเสียด้วยซ้ำ และไข้ก็หายเร็วมากเลย
อยากจะบอกสามีว่ามันก็แน่อยู่แล้ว นี่มันยาของปัจจุบันที่เขาใช้กันเลยนะ จะไม่ดีได้อย่างไรกัน แต่ทำได้เพียงยิ้มให้สามีเท่านั้น
( ฝากช่วยติดตามด้วยนะคะ )