ตอนที่ 29 สร้างเตียงเตา (1)
ครั้นหลิวกุ้ยหย่งเห็นคนของหมู่บ้านต้าสือมาแย่งงานทำก็ขุ่นเคืองอยู่บ้าง
แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนของหมู่บ้านต้าสือ บัดนี้คนในหมู่บ้านออกหน้าแล้ว ย่อมไม่เป็การดีที่จะล่วงเกินคนในถิ่นของผู้อื่น
หลิวกุ้ยหย่งแอบตำหนิลูกชายตนอยู่ในใจที่เก็บความลับไม่อยู่ มีคนถามถึงค่าแรงก็ดันบอกไปอย่างซื่อๆ
หลิวอู่เห็นบิดาถลึงตามองเขา ก็ได้แต่เกาศีรษะด้วยความขัดเขิน
หลิวอู่เป็คนปากตรงกับใจ มีหลายครั้งที่เวลาจะพูดแล้วโดนห้ามไว้ยังถูกพูดสั่งสอน บอกว่าเฉินเสี่ยวหมี่ไม่ใช่คนดี ไปทำงานที่บ้านตระกูลเฉินเกรงว่าจะไม่ได้รับผลตอบแทนที่ดี ถึงเวลาทำงานให้คนเขาเปล่าๆ ไม่ได้ค่าแรงสักอีแปะเดียว ทั้งยังพูดว่าเฉินเสี่ยวหมี่ไม่เห็นหัวญาติพี่น้อง คนในตระกูลเฉินถูกเขาทุบตีมาหลายครั้งแล้ว พวกเขาทำงานที่บ้านเฉินเสี่ยวหมี่ ไม่แน่ว่าวันไหนอาจโดนทุบตีเข้าสักยก
หลิวอู่ได้ฟังก็ไม่พอใจ จึงโต้เถียงกับคนอื่น บอกว่าได้เงินค่าแรงทุกวัน แถมยังให้เยอะด้วย พวกเขาไม่เสียเปรียบหรอก
หลิวอู่รู้สึกว่าเฉินเสี่ยวหมี่กับลู่หลินเป็คนไม่เลวจริงๆ จึงทนเห็นคนในหมู่บ้านพูดจาว่าร้ายทั้งคู่เช่นนี้ไม่ได้ พอถูกยั่วโมโหเข้า เลยเผลอพูดเื่ที่ไม่ควรพูดออกมา คิดจะถอนคำพูดก็ไม่ทันแล้ว
พวกชาวบ้านที่ลู่หลินเลือกมานั้นค่อนข้างซื่อสัตย์ เดิมทีชาวบ้านที่มามีจำนวนมากพอควร แต่บางคนก็คิดจะฉวยโอกาสมาเอาเปรียบ
ส่วนคนที่ลู่หลินเลือกมานั้นมีชื่อเสียงค่อนข้างดี อีกทั้งฐานะทางบ้านลำบากพอสมควร พวกเขาได้เงินค่าจ้างไปก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งทีเดียว
พอคนในหมู่บ้านกับคนนอกหมู่บ้านมาทำงานร่วมกัน ไม่ว่าอย่างไรก็มีความรู้สึกแข่งขันกันอยู่บ้าง คนในหมู่บ้านไม่อยากถูกคนนอกเบียดออกจากงาน ในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่อยากสูญเสียงานไปเช่นกัน
ผ่านไปอีกสิบกว่าวัน ห้องก็ใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว ขณะเดียวกันคอกเลี้ยงล่อ เล้าไก่ และเล้าห่านก็สร้างเสร็จเร็วกว่ากำหนด ลู่หลินจึงให้คนงานบางส่วนไปขุดห้องเก็บของใต้ดิน
หลังจากขุดห้องเก็บของใต้ดินเสร็จ เฉินเสี่ยวหมี่ก็ให้พวกเขาปูพื้นอิฐ
พวกคนในหมู่บ้านรู้สึกว่าไม่จำเป็ต้องเสียเงินกับเื่นี้ แต่ในเมื่อเ้าของบ้านไม่สนใจเงินแค่นี้ พวกเขาย่อมไม่คัดค้านเช่นกัน
่นี้เฉินเสี่ยวไช่ยุ่งมาก เขาต้องเป็ผู้ช่วยให้ลู่หลิน อีกทั้งต้องให้อาหารไก่ อาหารห่าน...แล้วยังคอยดูแลเฉินเสี่ยวม่าย ไม่ให้เขาวิ่งเพ่นพ่านด้วย
หลังแยกออกมาจากบ้านตระกูลเฉินก็ไม่ค่อยมีใครอยากพูดคุยกับเฉินเสี่ยวไช่ แต่หมู่นี้มีคนมาทำงานที่บ้านมากมาย ชาวบ้านเ่าั้จึงมาคุยเล่นกับเฉินเสี่ยวไช่
มีชาวบ้านไม่น้อยสนใจว่าเฉินเสี่ยวหมี่เอาเงินจากไหนมาซื้อทั้งล่อทั้งต่อเติมบ้าน จึงอดถามแบบอ้อมๆ ไม่ได้
ห้องใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว ต้องคิดถึงการสร้างเตียงเตาแล้ว
วันที่สร้างเตียงเตานั้น คนจากในและนอกหมู่บ้านที่มาช่วยทำงานให้บ้านเฉินเสี่ยวหมี่ล้วนอยู่กันพร้อมหน้า พวกเขารู้ถึงข้อดีของเตียงเตา มีคนงานหลายคนที่ทำงานให้บ้านเฉินเสี่ยวหมี่แสดงออกว่าจะไม่รับเงินค่าแรงสามวัน แค่อยากดูว่าจะสร้างเตียงเตาอย่างไร เฉินเสี่ยวหมี่ก็ยินยอม
พองานทางบ้านเฉินเสี่ยวหมี่เสร็จสิ้น คนที่เคยไปช่วยทำงานที่บ้านอีกฝ่ายก็เนื้อหอมขึ้นมา ชาวบ้านต่างพากันมาหาคนเ่าั้เพื่อขอให้สร้างเตียงเตาให้ ทำให้ค่าตัวเพิ่มขึ้นมาก
ชาวบ้านไม่น้อยพากันเสียดายที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเฉินเสี่ยวหมี่ไว้ ไม่เช่นนั้นตอนนี้ก็คงเรียนรู้งานฝีมือสร้างเตียงเตา และนำมาหาเงินได้แล้ว
จางเฉิงสูบยาสูบอยู่ในห้องด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีอย่างมาก
่นี้เหล่าชาวบ้านที่เรียนรู้งานสร้างเตียงเตาล้วนยุ่งจนหัวหมุน
จางเฉิงนึกตำหนิลู่หลินอยู่ในใจที่ยอมสอนวิธีสร้างเตียงเตาให้คนนอกหมู่บ้านรู้ แทนที่จะสอนให้คนในหมู่บ้าน ระยะนี้เตียงเตาเป็ที่รู้จักจนลือไปถึงในเมืองแล้ว บรรดาตระกูลใหญ่ในอำเภออยากได้เตียงเตากันทั้งนั้น ชาวบ้านที่อยู่ในเมืองมีเงินมากกว่าในชนบท คนที่สร้างเตียงเตาเป็ต่างก็วิ่งเข้าเมืองกันหมด
เนื่องจากคนนอกหมู่บ้านก็สามารถสร้างเตียงเตาได้ คนสองกลุ่มจึงกลายเป็คู่แข่งกันขึ้นมา
แต่เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมาก ถึงแม้คนทั้งสองกลุ่มจะเข้ามาหางานทำในเมืองเวลาเดียวกัน กลับอยู่ด้วยกันอย่างสงบ
จางเฉิงคิดในใจว่า ‘หากวิชานี้มีแต่คนในหมู่บ้านที่ทำได้ อย่างนั้นพวกเขาหมู่บ้านต้าสือก็จะเหมางานทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว’
ที่สำคัญคือคนในหมู่บ้านที่ทำเตียงเตาได้ยังเป็คนงานที่เคยทำงานให้ลู่หลินมาก่อน คนอื่นคิดจะเข้าร่วมด้วย แต่ถูกเลื่อนออกไปถึงปีหน้า
เหล่าคนที่เคยทำงานให้เฉินเสี่ยวหมี่จึงกลายเป็ที่อิจฉาของผู้คนอย่างมาก
แม้เหล่าเศรษฐีในเมืองจะมีเงิน แต่ก็ล้วนเป็พวกตระหนี่ทั้งนั้น คนชนบทที่เข้ามาทำงานในเมืองส่วนใหญ่ล้วนถูกกดค่าแรง แต่งานฝีมือสร้างเตียงเตานี้มีแค่ไม่กี่คนที่ทำได้ บรรดาเศรษฐีในเมืองที่อยากนอนบนเตียงเตาเร็วหน่อยจึงให้ค่าแรงสูงอย่างยิ่ง เมื่อเป็เช่นนี้ คนเ่าั้จึงวิ่งเข้าเมืองทุกวัน คนในชนบทคิดจะสร้างเตียงเตาก็ได้แต่รอไปก่อน
จางเฉิงไปหาลู่หลินด้วยเื่นี้ ทั้งยังตำหนิเขาเื่สอนงานฝีมือสร้างเตียงเตาให้กับคนนอกหมู่บ้าน แต่กลับโดนลู่หลินสวนกลับด้วยคำพูดประโยคเดียว ลู่หลินบอกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นอีกฝ่ายบอกว่าในหมู่บ้านไม่มีคนงาน ตนก็คงไม่ต้องไปหาคนนอกหมู่บ้านหรอก!
จางเฉิงโมโหลู่หลินแทบตาย เห็นว่าลู่หลินเป็พวกเกินเยียวยาเหมือนกับเฉินเสี่ยวหมี่
เื่ที่ทำให้จางเฉิงยิ่งโมโหก็คือ พวกจางจู้จื่อที่ก่อนหน้านี้ไปเรียนรู้งานที่บ้านลู่หลิน คนเหล่านี้เรียนรู้ฝีมือสร้างเตียงเตาแล้วก็วิ่งเข้าเมืองไปรับจ้างทำเตียงเตาให้ผู้อื่น ไม่คิดจะช่วยสอนคนในหมู่บ้านสักนิด
สำหรับทางเลือกของพวกจางจู้จื่อ ลู่หลินเข้าใจได้ คนเราย่อมเห็นแก่ตัวทั้งนั้น แม้แต่คนรวยในหมู่บ้านยังไม่รู้สึกเลยว่า หากในบ้านตนมีข้าวเหลือก็จะเอาออกไปแบ่งปันโดยไม่เห็นแก่ตัว คนที่มาช่วยงานก่อนหน้านี้ล้วนมีฐานะยากจน ไม่ง่ายเลยกว่าจะมีหนทางหาเงินเลี้ยงชีพได้ พวกเขาย่อมไม่รีบร้อนดึงคนมาร่วมทำงาน ดีร้ายอย่างไรก็ต้องรอให้พวกตนทำงานหาเงินได้ระยะหนึ่งก่อนค่อยว่ากัน