ว่านอวิ๋นเฟยคุณหนูใหญ่ของรองเ้ากรมโยธาฝ่ายซ้ายนอนเหม่อมองท้องฟ้าด้านนอกพลางทอดถอนใจออกมาอย่างปลงตก นี่อาจจะเป็เพราะเคราะห์กรรมที่นางทำให้คนหลายร้อยชีวิตต้องจบสิ้น นางจึงไม่อาจจะได้เกิดใหม่แล้วใช้ชีวิตที่ดี การที่นางตายแล้วฟื้นขึ้นมาในร่างของตนเองใน่อายุก่อนจะปักปิ่นเช่นนี้ ์คงอยากจะให้นางได้แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดของตนเองกระมัง
“คุณหนูใหญ่เ้าคะ ฮูหยินกับคุณรองมาขอเยี่ยมเยียนคุณหนูใหญ่เ้าค่ะ” ปี้อวี้สาวใช้คนสนิทของว่านอวิ๋นเฟยเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“เ้าไปบอกให้พวกนางเข้ามาเถิด ในฐานะที่นางเป็ท่านแม่ของข้า นางไม่จำเป็ต้องใช้คำว่าขออนุญาตหรอก เหตุใดนางต้องมากพิธีเช่นนี้ด้วย ทำให้ข้าดูเหมือนลูกอกตัญญูในสายตาของคนนอกเปล่าๆ” คำพูดของว่านอวิ๋นเฟยทำให้ปี้อวี้ถึงกลับทำสีหน้าไม่ถูกในทันที นางรู้ว่าตนเองต้องนำถ้อยคำเหล่านี้ไปแจ้งให้หวังซื่อผู้เป็ฮูหยินของจวนและว่านอวิ๋นซีที่รออยู่ในโถงของเรือนแห่งได้รับฟังอย่างไม่ตกหล่น ซึ่งนางรู้ดีว่าถ้าหากสองคนนั้นได้ฟังถ้อยคำเหล่านี้ของคุณหนูของนาง ศึกในเรือนหลังของจวนตระกูลว่านคงถึงคราวที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแล้ว
“คุณหนูเ้าคะ” ปี้อวี้เอ่ยเพื่อพยายามจะทักท้วง
“ทำไม! เ้าไม่กล้าพูดหรือ ถ้าเช่นนั้นก็เรียกสาวใช้คนอื่นเข้ามา ข้าแน่ใจว่าพวกนางน่าจะถ่ายทอดคำพูดทุกคำของข้าให้ท่านแม่และน้องสาวฟังอย่างไม่มีตกหล่นเลยสักคำเดียว” คำพูดนี้ของว่านอวิ๋นเฟยทำให้ปี้อวี้รีบย่อกายคารวะแล้วเอ่ยถ้อยคำขออภัยในทันที
“ขออภัยเ้าค่ะคุณหนู บ่าวจะถ่ายทอดทุกคำพูดของคุณหนูอย่างไม่มีตกหล่นแน่นอนเ้าค่ะ” ปี้อวี้เอ่ยจบแล้วก็รีบออกจากห้องแล้วนำถ้อยคำของว่านอวิ๋นเฟยไปถ่ายทอดให้ว่านฮูหยินและคุณหนูรองที่ยืนรออยู่ในห้องโถงของเรือนในทันที
“เหตุใดพี่หญิงจึงได้เอ่ยเช่นนี้เล่าเ้าคะท่านแม่ เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าท่านแม่จงใจยัดเยียดคำว่าอกตัญญูให้นางหรือ” ว่านอวิ๋นซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะพอใจนัก
“พี่หญิงของเ้าคงจะหงุดหงิดที่อยู่ๆ ก็ล้มป่วยเ้าไม่ต้องคิดมาก พวกเราไปเยี่ยมนางด้วยกันเถิด” หวังหว่านเหนียงผู้เป็ภรรยาเอกของว่านจวินผู้เป็รองเ้ากรมโยธาเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้ว่าภายในใจของนางจะรู้สึกไม่พอใจลูกเลี้ยงของตนมากเพียงใดก็ตามแต่ก็จำต้องทนเก็บความไม่พอใจเอาไว้
ถึงแม้ว่ายามนี้นางจะได้ขึ้นเป็ภรรยาเอกแล้วแต่นางก็ไร้ซึ่งอำนาจหนุนหลัง ต่อให้ได้เรือนหลังของจวนนี้อย่างเป็ทางการแล้ว แต่ฐานะอันต่ำต้อยของนางก็ยังมีผู้อื่นจดจำได้อยู่ดี จากสหายสนิทผู้มาขอพึ่งพิงบารมีของว่านฮูหยิน ขยับฐานะของตนเองมาเป็อนุของว่านจวินแล้วสุดท้ายก็ได้ตำแหน่งฮูหยินเอกที่เคยเป็ของสหายได้ในที่สุด ไม่ว่าจะพยายามขัดเกลาตนเองให้ดูสง่างามและมีเกียรติมากเพียงใด แต่นางก็ไม่อาจจะทำให้ตนเองดูขาวสะอาดในสายตาของผู้อื่นได้เลย
“เฟยเอ๋อ เ้าเป็อย่างไรบ้างดีขึ้นบ้างหรือไม่” หวังซื่อเอ่ยกับบุตรสาวนอกไส้ของตนเองด้วยน้ำเสียงที่พยายามแสดงออกถึงความรักใคร่และเป็ห่วงเป็ใยมากที่สุด
“ข้าไม่เป็อะไรมาก ท่านแม่ไม่ต้องกังวลใจหรอกเ้าค่ะ อ้อ! ยาพวกนั้นของท่านต่อไปไม่ต้องส่งมาให้ข้าแล้วนะเ้าคะ ยิ่งกินก็ยิ่งอ่อนเพลียข้าบอกท่านพ่อแล้วว่าท่านหวังดีต่อข้าแต่ว่ายาที่จวนท่านตาจัดแล้วส่งมาให้ได้ผลมากกว่า บังเอิญว่าท่านพ่อเอง่นี้ก็ต้องลมเย็นคล้ายจะจับไข้เช่นเดียวกันกับข้า เขาคิดว่ายาของท่านไม่น่าจะมีปัญหาเื่สรรพคุณ ข้าก็เลยมอบยาของท่านให้เขาไปหวังว่ายาของท่านจะช่วยให้ท่านพ่ออาการดีขึ้นในเร็ววันนะเ้าคะ” คำพูดของว่านอวิ๋นเฟยทำให้สีหน้าที่มีเมตตาของหวังหว่านเหนียงซีดเผือดขึ้นมาในทันที
“เ้าว่าอย่างไรนะ ยาที่ข้ามอบให้เ้าอยู่ที่ท่านพ่อของเ้าเช่นนั้นหรือ”
“เ้าค่ะ พอดีว่าท่านพ่อเองก็รู้สึกไม่สบายตัวเช่นกัน พอข้าบอกว่ายาของท่านไม่ค่อยจะได้ผลสู้ยาของท่านตาไม่ได้ เขาก็ไม่ค่อยจะพอใจแล้วจึงได้นำยาทั้งหมดที่ท่านส่งมาให้กลับไปต้มดื่มเองที่เรือนหลักแล้วเ้าคะ” คำพูดนี้ของว่านอวิ๋นเฟยทำให้หวังซื่อหน้าเสีย แล้วรีบเดินจนแทบจะวิ่งออกไปจากเรือนในทันที ว่านอวิ๋นซีเห็นท่าทางของมารดาแล้วก็อดตื่นตระหนกไม่ได้นางรีบวิ่งติดตามมารดาไปเช่นเดียวกัน
“เ้าไปบอกให้สาวใช้ในเรือนทั้งหมดติดตามข้าไปที่เรือนใหญ่ หากถูกสอบถามก็เอ่ยไปตามความเป็จริง โดยเฉพาะเื่ห่อยาที่หวังซื่อมอบให้เ้า บอกไปเลยตามตรงว่าข้ากินเพียงครั้งเดียวแล้วก็ไม่ได้แตะต้องอีก ซ่งมามาเป็คนต้มยาให้ข้าแล้วนำไปเก็บด้วยตนเอง ไม่ได้มีผู้ใดไปแตะต้องยาห่อนั้นอีก นางเป็คนที่ท่านพ่อไว้ใจมากที่สุด ย่อมไม่เกิดปัญหาแน่” คำพูดนี้ของว่านอวิ๋นเฟยทำให้ปี้อวี้ถึงกับมีสีหน้าซีดเผือดในทันที
“คุณหนูเ้าคะ ยาห่อนั้นมีปัญหาหรือเ้าคะ”
“ก่อนหน้านี้ข้าก็ไม่แน่ใจเท่าใด แต่ยามนี้ข้าแน่ใจแล้ว ไม่ต้องกลัวไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวโทษเ้าหรอก เพราะว่าข้าเป็คนให้ซ่งมามาต้มยาให้ข้ากินแล้วก็เป็คนให้นางนำไปเก็บ ตอนที่ท่านพ่อมานางก็เป็คนนำยาไปต้มให้ท่านพ่อด้วยตนเอง สาวใช้หลายคนล้วนเป็พยานให้เ้าได้ เ้าไม่ต้องกลัว”
เมื่อได้ยินถ้อยคำของว่านอวิ๋นเฟย ปี้อวี้ถึงกับแข้งขาอ่อนแรงแต่เมื่อได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเองและเข้มแข็งผิดไปจากทุกทีของคุณหนูของนาง ทำให้นางสามารถสะกดความหวาดหวั่นลงไปได้ในที่สุด นางจึงรีบขานรับแล้วพาสาวใช้หลายคนที่พอจะช่วยเป็พยานให้นางได้ไปที่เรือนหลักด้วยสีหน้าเรียบเฉยคล้ายยังไม่รู้ว่ากำลังมีเื่ร้ายเกิดขึ้นที่เรือนหลัก
ในใจของปี้อวี้คิดว่าั้แ่คุณหนูฟื้นคืนสติขึ้นมาหลังจากที่นางหมดสติไปเพราะพิษไข้ คุณหนูใหญ่ผู้นี้ของนางก็เปลี่ยนไป ไม่เพียงดื้อดึงไม่ยอมกินยาที่ฮูหยินส่งมาให้ แถมยังดื้อดึงจะให้ซ่งมามาผู้เป็คนสนิทของนายท่านมาดูแลนางด้วยตนเองอีกด้วย ภายนอกอาจจะดูเหมือนว่าคุณหนูกำลังงอแงเพราะอาการเจ็บป่วย แต่คนที่สนิทสนมกับคุณหนูเช่นนางย่อมรู้ดีว่าอาการเช่นนี้ไม่ใช่แค่เพียงอาการงอแงธรรมดา เพียงแต่การที่คุณหนูของนางเปลี่ยนไปเช่นนี้ทำให้ปี้อวี้อดรู้สึกดีใจไม่ได้
ปี้อวี้คือสาวใช้ที่ติดตามฮูหยินคนก่อนมาจากจวนตระกูลกู้ จากสาวใช้รุ่นเล็กกลายเป็สาวใช้รุ่นใหญ่ เพราะนางอายุน้อยที่สุดในบรรดาสาวใช้ที่ติดตามมา ฮูหยินคนก่อนจึงมอบความเมตตาให้แก่นางมากเป็พิเศษ จนเมื่อคุณหนูใหญ่คลอดออกมานางจึงได้รับโอกาสจากฮูหยินให้มาคอยดูแลคุณหนูใหญ่ผู้มีนามว่าว่านอวิ๋นเฟยคนนี้
เพราะเลี้ยงดูว่านอวิ๋นเฟยมาั้แ่เด็กปี้อวี้จึงรู้ทุกเื่ที่เกี่ยวกับว่านอวิ๋นเฟย รวมไปถึงความไม่ชอบมาพากลของหวังซื่อผู้เป็อนุแล้วได้ขยับฐานะขึ้นมาเป็ฮูหยินคนใหม่ด้วย
แต่สาวใช้ไม่ว่าอย่างไรก็คือสาวใช้ นางพยายามดูแลคุณหนูของนางเป็อย่างดีได้ แต่ไม่อาจจะก้าวก่ายไปยุ่งเกี่ยวหรือแนะนำคุณหนูของนางจนเกินความเป็สาวใช้ได้ นางจึงได้พยายามสอดส่องดูแลคุณหนูของนางอย่างระมัดระวังมาโดยตลอด
ยามนี้เมื่อคุณหนูของนางเริ่มรู้จักระมัดระวังตัวและเว้นระยะห่างนางจึงค่อยรู้สึกวางใจ เพียงแต่นางเองก็ยังไม่อยากให้คุณหนูใหญ่เริ่มก่อาให้ลุกลามใหญ่โตไปจนถึงขั้นนี้
ว่านอวิ๋นเฟยมองสาวใช้ของตนเดินจากไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด ยามนี้นางใกล้จะถึงวัยปักปิ่นแล้วแต่กลับล้มป่วยหนักเสียก่อนที่จะตกลงเื่การหมั้นหมายกับคุณชายใหญ่จวนตระกูลมู่
หลังจากปักปิ่นไปแล้วในขณะที่ท่านพ่อของนางกำลังจะตกลงยืนยันการหมั้นหมายกับจวนตระกูลมู่ เหลียงเหวินจิ้งคุณชายรองของจวนตระกูลเหลียงก็โผล่เข้ามาในชีวิตของนาง ด้วยคำยุแยงของหวังซื่อคู่หมายของนางจึงเปลี่ยนเป็เหลียงเหวินจิ้งที่ต้องตาท่านพ่อของนางแทน
เพราะเชื่อฟังบิดานางจึงบิดพลิ้วการหมั้นหมายที่มารดาที่ตายจากไปแล้วจัดการเอาไว้ให้ เพราะเชื่อฟังสามีนางจึงได้กลายเป็สตรีชั่วช้าอย่างสมบูรณ์แบบ ได้เกิดใหม่อีกครั้งนางไม่มีวันปล่อยให้ชีวิตซ้ำรอยเดิมอีก เชื่อฟังบิดาหรือ...ไม่มีทาง เชื่อฟังสามีหรือ...ไม่มีทาง และที่สำคัญนางไม่คิดจะแต่งกับเหลียงเหวินจิ้งดังเช่นชาติที่แล้วอย่างแน่นอน