ณตำหนักองค์ชายรอง
“ข้ามารับยาแก้พิษ”เหวยเซียงทวงยา
“แต่ข้ามีข้อแม้” เอิ่นลั่วไม่ยอมมอบยาให้โดยง่าย
“หมายความว่ายังไงไหนว่าองค์ชายรองทรงมอบหมายให้เ้ามอบยาให้ข้าไงล่ะ” เหวยเซียงโวย
“นั่นมันก็จริงแต่ข้า้าความช่วยเหลือ” เอิ่นลั่วกล่าว
“จะให้ข้าทำอะไร” เหวยเซียงสงสัย
“ไปเป็เพื่อนข้าข้าอยากรู้ว่าสถานที่ลับขององค์รัชทายาทมีไว้สำหรับทำอะไรกันแน่” เอิ่นลั่วกลัวว่าองค์รัชทายาททรงวางแผนทำลายฝ่ายองค์ชายรอง
“ทั้งเ้ากับข้าต่างไม่เป็วรยุทธ์มันอันตรายเกินไปถ้าจะไปที่นั่น” เหวยเซียงประเมินสภาพแล้ว
“พวกเราก็แค่ลอบสืบหากทางนั้นไหวตัวทัน พวกเราก็แค่หนีเท่านั้นเอง” เอิ่นลั่วคิดว่านางสามารถเอาตัวรอดได้
“เ้าบุ่มบ่ามเกินไปหากองค์ชายรองทรงทราบ ต้องทรงไม่พอพระทัยเป็แน่” เหวยเซียงคิดว่าหากคนรักของพระองค์ทรงเป็อะไรไปมีหวัง นางได้ตายแน่ๆ
“พวกเราก็แค่ไปดูเพื่อไขข้อสงสัยเท่านั้นเองเอาล่ะ รีบตามข้ามาเถอะ” เอิ่นลั่วจูงมือหญิงสาวไปด้วยอย่างเผด็จการ
เหวยเซียงจำต้องตามเอิ่นลั่วไปที่สถานที่ลับที่อยู่ในป่าหลังวัง
“ตอนนี้เป็่เปลี่ยนเวรยามพอดีโชคดีที่ทหารเวรรอบใหม่ยังไม่มา เ้ารีบเข้าไปดูเถิด ข้าดูต้นทางให้” เอิ่นลั่วกล่าว
“อะไรนะ! ให้ข้าเข้าไปงั้นหรือ” เหวยเซียงชี้มาที่ตัวเอง
“ข้าไม่เชื่อใจเ้าหากให้เ้าดูต้นทาง พอมีคนมา เ้าก็หนีและทิ้งข้าไป แต่สำหรับข้าข้าไม่ยอมทิ้งเ้าอย่างแน่นอน” เอิ่นลั่วกล่าว
“งั้นก็ได้ ข้าเข้าไปนะ”เหวยเซียงส่ายหน้าให้กับเหตุผลของกุนซือสาว
เหวยเซียงเดินเข้าไปด้านในจนสุดทางโชคดีที่ไม่มีใครเฝ้า จนกระทั่งถึงประตูลับ
ปังๆ ปังๆ “ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อยากถูกขังอีกแล้ว” เสียงหญิงชราเคาะประตูและร้องโวยวาย
“ท่านเป็ใคร และใครขังท่าน” เหวยเซียงะโถามกลับ
“และเ้าเป็ใครรีบบิดตราัที่อยู่ข้างประตูเร็วเข้า” หญิงชราแนะนำ
“เดี๋ยวนะข้าจะรีบช่วยท่านเดี๋ยวนี้” เหวยเซียงกำลังมองหาตราั
สักพักก็มีเสียงะโ
“เ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะเอิ่นลั่ว” เสียงชายคนหนึ่งตะคอก
เหวยเซียงคิดในใจว่า “แย่แล้ว มีคนจับได้ ข้าต้องรีบไปแล้ว” เลยกล่าวว่า “ข้าต้องไปแล้ว หากมีโอกาสข้าจะมาช่วยท่านนะ ข้าสัญญา”
เหวยเซียงจึงรีบวิ่งออกมาจากช่องทางลับนางก็เห็นเอิ่นลั่วกำลังเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาท
เอิ่นลั่วมองเห็นเหวยเซียงออกมาจากช่องทางลับแล้วนางจึงรีบส่งซิกให้นางกำนัลรีบหนีไปก่อน
“เราถามว่าเ้ามาที่นี่ทำไม”องค์รัชทายาทตรัสย้ำคำถาม
“หม่อมฉันคิดถึงพระองค์เพคะเห็นพระองค์เสด็จมาที่นี่บ่อยๆ หม่อมฉันก็เลยมา”เอิ่นลั่วแกล้งยั่ว
“เ้าจะมาไม้ไหน” องค์รัชทายาททรงทอดพระเนตรไปที่หญิงสาวอย่างไม่วางตา
เอิ่นลั่วพยายามเบนความสนใจเพื่อไม่ให้ใครเห็นเหวยเซียงที่กำลังหนีนางเลยกลั้นใจเดินเข้าไปใกล้องค์รัชทายาท และอยู่ดีๆนางก็กอดพระศอของพระองค์ “พวกเรามาทบทวนความหลังหน่อยมั้ยเพคะ” เอิ่นลั่วกะว่าองค์รัชทายาทจะต้องผลักนางออกและไล่นางไปแต่ก็ผิดคาด
ในใจเอิ่นลั่วคิดว่า “ทำไมล่ะ ทำไมพระองค์ถึงทรงนิ่งเฉยแบบนี้ แล้วข้าจะทำยังไงต่อดี คงต้องทำให้สุดสินะ”เอิ่นลั่วค่อยๆเขย่งตัวและเอาหน้าเข้าไปใกล้หมายจะแกล้งจูบพระองค์นางนับเลขในใจั้แ่หนึ่งถึงสิบ เพื่อรอให้เหวยเซียงหนีจนพ้นและอยู่ดีๆเอิ่นลั่วก็แกล้งไอ
แคร็กๆ แคร็กๆ “ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันแค่มาสืบข่าวให้องค์ชายรองเท่านั้นในเมื่อพระองค์ทรงจับได้แล้ว งั้นหม่อมฉันขอตัว”
องค์รัชทายาททรงจับข้อมือหญิงสาวไว้แน่น“เ้ากล้ามาถึงที่นี่ ไม่กลัวเราลงอาญาหรืออย่างไร”
“หม่อมฉันก็แค่หลงทางมาในป่าหลังวังที่นี่ไม่ใช่ตำหนักของพระองค์เสียหน่อยนี่เพคะ”เอิ่นลั่วชักสีหน้าท้าทาย
“เ้าช่างอวดดีนัก”องค์รัชทายาททรงไม่พอพระทัย
“ปล่อยหม่อมฉันเถอะเพคะหากเป็เื่ใหญ่ บางทีสถานที่แห่งนี้อาจถูกเปิดเผยก็เป็ได้นะเพคะ” เอิ่นลั่วรีบขู่
“ไปได้แล้วอย่าให้เราเห็นหน้าเ้าอีก” องค์รัชทายาทตรัส
“หม่อมฉันทราบแล้วเพคะงั้นหม่อมฉันทูลลา” เอิ่นลั่วรีบหันหลังเดินจากมาในสภาพโล่งใจที่องค์รัชทายาททรงไม่ได้ทำอะไรตน
พอหญิงสาวเดินจากไปองค์รัชทายาทก็ตรัสกับลูกน้อง “เตรียมย้ายคนได้”
“พะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รับคำ
********************************
เอิ่นลั่วรีบกลับตำหนักองค์ชายรองนางก็เห็นเหวยเซียงมารออยู่ก่อนแล้ว
“ข้าดีใจที่เ้าปลอดภัย”เหวยเซียงกล่าว
“เป็อย่างไรบ้างสรุปที่นั่นคือสถานที่อะไรกันแน่” เอิ่นลั่วรีบเข้าเื่
“องค์รัชทายาททรงขังผู้หญิงมีอายุไว้คนนึงแต่ข้ายังไม่ทันได้ถามอะไร องค์รัชทายาทก็เสด็จมาพบเ้าเสียก่อน” เหวยเซียงนึกเสียดาย
“ไม่คิดว่าพระองค์จะทรงไหวตัวทันว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครกันแน่นะ” เอิ่นลั่วคาดการณ์ไม่ถูก
“เอาไว้คืนพรุ่งนี้ข้าเข้าไปช่วยนางก็ได้”เหวยเซียงอยากช่วย
“ไม่ได้แล้วล่ะองค์รัชทายาททรงไหวตัวทันแบบนี้ ป่านนี้คงย้ายผู้หญิงคนนั้นไปที่อื่นแล้ว” เอิ่นลั่วคาดการณ์
“ข้าขอโทษข้าเชื่องช้าเกินไป” เหวยเซียงนึกเสียดาย
“ไม่ใช่ความผิดของเ้าสถานที่แห่งนั้นเป็ที่แปลกใหม่สำหรับเ้า หากเ้าบุ่มบ่ามอาจเกิดอันตรายต่อเ้าได้” เอิ่นลั่วเข้าใจ
“ข้าเริ่มหน้ามืดแล้วยาคงออกฤทธิ์แล้ว” เหวยเซียงเริ่มเซจนเอิ่นลั่วต้องรีบช่วยประคอง
“ข้าจะให้ยาเ้าไปทั้งหมด12 เม็ดเลยก็แล้วกัน” เอิ่นลั่วกล่าว
“ทำไมล่ะ” เหวยเซียงสงสัยในความใจดีของหญิงสาว
“่นี้ข้าคงถูกจับตามองหากองค์รัชทายาททรงรู้ว่าเ้าร่วมมือกับข้า เ้าอาจเกิดอันตรายได้ พวกเราไม่ต้องพบกันสักพักก็แล้วกัน”เอิ่นลั่วต้องปกป้องชีวิตของเหวยเซียง
“ว่าแต่ทำไมเ้าไม่ให้ยาข้าทั้งหมดเลยล่ะ” เหวยเซียงสงสัย
“ตอนนี้ข้าทำงานขัดคำสั่งองค์ชายรองความจริงข้าต้องมอบยาให้เ้าเองทุกๆวัน แต่นี่ข้ามอบให้เ้าเลยตั้ง 12 เม็ด ดังนั้นในส่วนเหลือ เ้าก็รับยาจากองค์ชายรองเองก็แล้วกัน” เอิ่นลั่วคิดว่าองค์ชายรองทรงอยากพบหญิงสาวหลังจากเสด็จกลับมาจากเมืองหุยสงอย่างแน่นอน
“นี่ข้ายังต้องพบพระองค์อีกหรือ”เหวยเซียงไม่อยากพบองค์ชายรองอีก
“ก่อนที่เ้ากับองค์หญิงเซียงเซียงเดินทางไปแคว้นฝางพระองค์ทรงต้องมีเื่คุยกับเ้าเป็แน่” เอิ่นลั่วคาดการณ์
“ขอบใจสำหรับยาก็แล้วกันข้าขอตัวกลับก่อน” เหวยเซียงทานยาหนึ่งเม็ดพร้อมกับรับยาส่วนที่เหลือมาเก็บไว้
พอเหวยเซียงเดินจากไปเอิ่นลั่วที่ใจเต้นแรงั้แ่อยู่ที่สถานที่ลับขององค์รัชทายาทนั่นแล้วนางถึงกับถอนหายใจและรู้สึกโล่งใจ “โชคดีที่รอดมาได้นะ” ********************************
คืนวันต่อมาพระสนมเอกทรงจัดงานพระราชสมภพขององค์ชายหยางจิ้งด้วยวัยครบ 7 พรรษา และได้เชิญพระบรมวงศานุวงศ์มาร่วมงาน
“ขอบพระทัยเพคะที่ยอมเสด็จมา” พระสนมเอกตรัสกับองค์รัชทายาท
องค์รัชทายาททรงพยักพระพักตร์และหันไปตรัสกับน้องชาย“นี่คือ เครื่องประดับอันล้ำค่า พี่ได้มาจากแคว้นเปอร์เซียขอมอบให้เ้าเนื่องในวันเกิดก็แล้วกัน”
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”องค์ชายหยางจิ้งตรัส
“หม่อมฉัน เอิ่นลั่วเป็ตัวแทนองค์ชายรองให้มาร่วมงานแทนเพคะ ส่วนนี่คือม้วนภาพและงานกวีของนักปราชญ์ชื่อดังที่องค์ชายรองไปกว้านซื้อมาเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“ขอบใจมากฝากขอบพระทัยองค์ชายรองด้วยนะ เอิ่นลั่ว” พระสนมเอกตรัส
“เพคะ” เอิ่นลั่วรับคำ
“หม่อมฉัน เหวยเซียงเป็ตัวแทนองค์หญิงเซียงเซียงให้มาร่วมงานและมอบของขวัญเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“องค์หญิงทรงเป็อะไรเหตุใดถึงไม่มาด้วยตนเองล่ะ” พระสนมเอกทรงสงสัย
“ทูลพระสนมเอกองค์หญิงเซียงเซียงทรงประชวรหลังจากฝึกอบรมมารยาทมาหลายวันเพคะ” เหวยเซียงกล่าวตามตรง
“อ้อ ที่แท้ก็ประชวร”พระสนมเอกตรัสอย่างเข้าพระทัย
“นี่คือชุดหมากรุกเพคะ”เหวยเซียงมอบกล่องบรรจุหมากรุกให้องค์ชายน้อย
“เสด็จพี่รู้ได้ยังไงว่าเราชอบเล่นหมากรุก”องค์ชายหยางจิ้งทรงสงสัย
“องค์หญิงทรงสังเกตยามเมื่อเสด็จมาเยี่ยมพระองค์ที่ตำหนักไงเพคะ”เหวยเซียงกล่าว
“ช่างละเอียดอ่อนจริงๆขอบใจมาก และฝากขอบใจองค์หญิงเซียงเซียงด้วย” พระสนมเอกตรัส
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายไปนั่งประจำตำแหน่งเมื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองและดูการแสดงฟ้อนรำ
เอิ่นลั่วเลี่ยงที่จะสบตาองค์รัชทายาทนางก็เลยเอาแต่ดูนางรำฟ้อนอย่างอ่อนช้อย สักพักนางก็เริ่มสังเกตและคิดในใจว่า “เหตุใดผู้หญิงคนนั้นถึงฟ้อนรำไม่พร้อมกับคนอื่นๆเลยล่ะ หรือว่า….” ไวเท่าความคิด เอิ่นลั่วรู้ทันทีว่าหญิงสาวผู้นั้นไม่ใช่นางรำแต่เป็นักฆ่า
“ระวังเพคะ” เอิ่นลั่วกระโจนเข้าไปรับมีดสั้นแทนองค์ชายน้อยหยางจิ้ง
“ทหารจับคนร้ายเร็วเข้า”องค์รัชทายาทตรัส
สัญชาตญาณของความเป็หมอเหวยเซียงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเอิ่นลั่ว
“ทนไหวมั้ยดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ ต้องรีบห้ามเืก่อน”เหวยเซียงรีบกดาแให้
เอิ่นลั่วรู้สึกเ็ปที่ไหล่มากนางจึงหลับตาพูด แต่ก็สามารถคลำจนจับมือหมอหญิงได้ “พาข้ากลับตำหนักองค์ชายรองเร็วเข้า”
“เอ่อ คือ” เหวยเซียงหันไปมององค์รัชทายาท ทำให้นางไม่สะดวกจะพูด
องค์รัชทายาทผู้ซึ่งวิ่งเข้าไปดูอาการเอิ่นลั่วเหมือนกันพระองค์ทรงส่ายหน้าไม่ให้เหวยเซียงกล่าวอะไร พร้อมกับอุ้มเอิ่นลั่วกลับตำหนักของพระองค์แทนทำให้เหวยเซียงก็ต้องตามไปรักษาหญิงสาวที่นั่นด้วย
เนื่องจากนักฆ่าหมายชีวิตขององค์ชายน้อยทำให้พระสนมเอกทรงห่วงจับคนร้ายมากกว่าห่วงคนที่ช่วยชีวิตลูกชายพระองค์ทรง้าจับคนร้ายเพื่อหาตัวผู้บงการให้จงได้ แต่ทว่าคนร้ายก็หนีไปได้ทัน
“น่าเจ็บใจนักใครกันนะ ที่กล้าหมายชีวิตลูกของเรา” พระสนมเอกทรงกริ้ว
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะนางมีวรยุทธ์สูง จึงจับนางได้ยาก” ทหารองครักษ์กล่าวรายงาน
“ใครก็ตามที่ทำร้ายลูกเราเราไม่ปล่อยมันไว้แน่” พระสนมเอกทรงเจ็บแค้น
********************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
เหวยเซียงทำการห้ามเื ล้างาแพร้อมกับใส่ยา ก่อนที่จะพันผ้าให้เรียบร้อยจากนั้นก็ออกมาจากห้องบรรทมขององค์รัชทายาท
“นางเป็อย่างไรบ้าง”องค์รัชทายาทรีบตรัสถาม
“พ้นขีดอันตรายแล้วเพคะให้หม่อมฉันเรียกคนขององค์ชายรองให้พาแม่นางเอิ่นลั่วกลับดีมั้ยเพคะ” เหวยเซียงเสนอ
“ไม่เป็ไรเ้ากลับไปก่อน เดี๋ยวเราจะเป็ผู้พานางกลับตำหนักองค์ชายรองเอง” องค์รัชทายาทตรัส
“งั้นหม่อมฉันขอตัวนะเพคะ”แม้จะห่วงเอิ่นลั่ว แต่เหวยเซียงจำต้องกลับ
เหวยเซียงหันไปดูเอิ่นลั่วที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติแล้วนางก็กลับตำหนักองค์หญิงเซียงเซียง แต่ก่อนไปนางก็เริ่มสังเกตได้ว่าองค์รัชทายาททรงห่วงใยเอิ่นลั่วมากแค่ไหน ราวกับว่าเอิ่นลั่วเป็คนรักของพระองค์แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไรล่ะในเมื่อนางเป็คนรักขององค์ชายรองต่างหาก
เช้าวันรุ่งขึ้นเอิ่นลั่วค่อยๆรู้สึกตัวตื่น นางพยายามสำรวจภายในห้องก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่ตำหนักองค์ชายรองอย่างแน่นอน
“ที่นี่ที่ไหนน่ะทำไมรู้สึกคุ้นจัง” เอิ่นลั่วรู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก
“ตำหนักเราเอง”
“องค์รัชทายาท!” เอิ่นลั่วรู้สึกใสุดขีด
“ทำไมต้องใขนาดนั้นด้วยทำเหมือนไม่เคยอยู่” องค์รัชทายาทตรัส
“หม่อมฉันจะกลับแล้วเพคะ”เอิ่นลั่วรีบลุกจากเตียง
“เราไม่ให้กลับ” องค์รัชทายาททรงผลักให้นางไปนอนดีๆ
“ทรงไม่มีสิทธิ์นะเพคะ” เอิ่นลั่วพยายามขืนตัวลุก
“เราเห็นเ้าก่อนหยางต้วนด้วยซ้ำ” องค์รัชทายาททรงแสดงความเป็เ้าของ
“ทรงอย่าแกล้งให้ความหวังหม่อมฉันเลยผู้หญิงโง่คนนั้นได้ตายไปแล้วเพคะ” เอิ่นลั่วสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมถูกหลอกใช้อีก
“เ้ายอมทำทุกอย่างเพื่อหยางต้วนจริงๆแม้ต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อไปขโมยสารลับที่ตำหนักเรา เ้าก็ยอม” องค์รัชทายาทตรัสอย่างน้อยพระทัย
“พระองค์ทรงเข้าพระทัยผิดแล้วเพคะองค์ชายหยางต้วนทรงปรีชารับรู้ข่าวสารก่อนสารลับของพระองค์เสียอีกสารลับในตำหนักของพระองค์ไม่ได้มีค่ามากขนาดนั้นหรอกเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าวเย้ยหยัน
องค์รัชทายาททรงบีบข้อมือของหญิงสาวด้วยความโกรธ
“หม่อมฉันเจ็บนะเพคะ”เอิ่นลั่วพยายามบิดข้อมือออกแต่ก็ไร้ผล
“เ้าจะบอกว่าเ้ารักเราจริงๆงั้นสิ” องค์รัชทายาทตรัสประชด
“จะว่ายังไงดีล่ะมันคงไม่ใช่ความรักเพคะ แต่มันคือความหลงผิดมากกว่า ตอนนี้หม่อมฉันตาสว่างแล้วคงไม่กลับไปหลงผิดแบบนั้นอีก” เอิ่นลั่วตัดสินว่านั่นคือความหลงไม่ใช่ความรัก
“งั้นมาลองพิสูจน์ดีมั้ย”องค์รัชทายาททรงรีบคร่อมตัวหญิงสาว
“ทรงจะทำอะไรเพคะ”เอิ่นลั่วใที่ฝ่ายชายถึงเนื้อถึงตัวนางอย่างรวดเร็ว
องค์รัชทายาททรงดึงใบหน้าหญิงสาวเข้ามาใกล้หมายจะจูบนาง
เอิ่นลั่วทั้งผลักทั้งตี “ปล่อยนะเพคะ ทรงอย่าทำอะไรบ้าๆนะ อื้อ” และแล้วคำพูดนั้นก็ถูกกลืนเข้าไปด้วยจุมพิตอันดูดดื่ม
เอิ่นลั่วไร้เรี่ยวแรงขัดขืนนางทำได้เพียงยอมให้ฝ่ายชายจูบไปอย่างนั้น
ผ่านไปนานพอสมควรองค์รัชทายาทถึงยอมหยุดเมื่อรับรู้ได้ว่าหญิงสาวกำลังร้องไห้
“ทรง้าอะไรกันแน่เพคะเพียงแค่จะเอาชนะองค์ชายรองใช่มั้ย” เอิ่นลั่วกล่าวทั้งน้ำตา
“ใช่แล้วเราต้องนำตัวเ้ากลับมาเป็คนของเราให้จงได้” องค์รัชทายาทตรัสเสียงแข็ง
“ไหนว่าทรงเกลียดคนหลอกลวงอย่างหม่อมฉันไงเพคะ”เอิ่นลั่วยิ้มเยาะ
“เรารู้แล้วว่าเ้าไม่ใช่คนขโมยสารลับเราเข้าใจเ้าผิดไป เราจับคนร้ายได้แล้ว และเราอยากจะขอโทษเ้า” องค์รัชทายาททรงรู้สึกผิด
“ทรงแสดงละครได้เก่งจริงๆนะเพคะหากหม่อมฉันไม่รู้จักพระองค์มาก่อน หม่อมฉันคงเชื่อพระองค์ไปแล้วตอนนี้ปล่อยหม่อมฉันได้แล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาหลอกลวงหม่อมฉันอีก” เอิ่นลั่วใจแข็ง
“เรารักเ้าจริงๆเราไม่ได้หลอกลวงเ้า” องค์รัชทายาทตรัส
“หม่อมฉันเป็คนขององค์ชายรองไปแล้วเพคะพระองค์เป็ถึงองค์รัชทายาท คงไม่ทำเื่ผิดศีลธรรมหรอกนะเพคะ” เอิ่นลั่วเตือน
“เอาล่ะเ้าช่างใจแข็งจริงๆ งั้นรอที่นี่ก่อน เราจะสั่งคนให้ไปเตรียมเกี้ยว” องค์รัชทายาทเห็นที่ท่าทีแข็งกร้าวของหญิงสาว พระองค์จึงทรงยอมปล่อยนาง
“ขอบพระทัยเพคะ” เอิ่นลั่วรอให้ชายสูงศักดิ์เสด็จออกไปนอกห้อง หลังจากนั้นนางก็ปาดน้ำตาและคิดในใจว่า “พระองค์ทรงไม่เคยเปลี่ยนไปเลยทรงยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะองค์ชายรองจริงๆ แม้ต้องทำเป็เสแสร้งแกล้งทำดีกับคนที่เกลียดชังอย่างหม่อมฉันพระองค์ก็ยอม” เอิ่นลั่วนึกถึงอดีต
องค์รัชทายาททรงยืนทอดพระเนตรดูหญิงสาวนั่งเกี้ยวกลับตำหนักองค์ชายรองด้วยความรู้สึกเ็ปพระทัยตอนนี้พระองค์ทรงสูญเสียคนรักไปตลอดกาล เพียงเพราะพระองค์ทรงเข้าพระทัยผิดคิดว่าเอิ่นลั่วไม่ได้รักพระองค์ทรงคิดว่านางยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อขโมยสารลับจริงๆแต่ความจริงคือคนที่ขโมยสารลับเป็คนของพระสนมเอก ด้วยความกริ้วพระองค์ทรงลงอาญาโดยเนรเทศนางให้ไปอยู่ชายแดน ตอนนี้พระองค์ทรงรู้สึกอิจฉาองค์ชายรองเพราะองค์ชายรองทรงเป็คนล้างมลทินให้กับเอิ่นลั่วพร้อมกับสามารถเกลี้ยกล่อมให้นางยอมกลับไปทำงานกับเขาได้