ในเวลาเดียวกันกับที่าาได้ฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์โดยที่ร่างกายของเขานั้นไม่จำเป็ต้องดำรงอยู่ในสภาพของโครงกระดูกอีกต่อไป กองกำลังทหารที่ต่อสู้อยู่บริเวณภายนอกในขณะนี้ หลังจากได้ผนึกกำลังกันและร่วมต่อสู้กันมาตลอดทาง เกิดการเสียสละและการล้มตายจำนวนมากจนแล้วในที่สุดพวกเขาก็เข้ามาถึงห้องโถงแห่งนี้เสียที
แต่เมื่อมาถึงพวกเขาที่หวังว่าตนเองจะได้พบสมบัติกองโตกลับผิดหวังอย่างรุนแรง เมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนนั้นได้เข้ามาถึงก่อนพวกเขา ซึ่งกลุ่มคนนั้นก็คือกลุ่มของพวกนักเรียนจากโลกมนุษย์นั่นเอง อย่างไรก็ตามเมื่อพวกนักเรียนเ่าั้ได้พบกับเหล่าทหารที่มาจากกองกำลังที่แตกต่างกันหลากหลายประเทศ พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมด้วยทันที
“พวกคุณมาได้จังหวะพอดีเลย…พวกเรารีบหนีออกไปจากที่นี่กันเถอะ มันไม่ใช่สถานที่ที่พวกเราควรจะอยู่”
อาจารย์จอร์จพยายามจะโน้มน้าวใจพวกทหารทั้งหลายให้ช่วยพาพวกเขาออกจากโลกใต้พิภพแห่งนี้ อย่างไรก็ตามพวกทหารพวกนั้น นั้นไม่ได้ฟังที่พวกเขาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาล้วนแล้วแต่สอดสายตาไปรอบบริเวณจนสุดท้ายแล้วมันก็ตกไปอยู่ที่ดาบหน้าตาประหลาดที่าาแห่งจักรวรรดิโบราณได้ถือมันอยู่
หนึ่งในทหารที่สวมเกราะแดงซึ่งกองกำลังที่เขาสังกัดนั้นคือกองกำลังอัศวินโลหิต ดูเหมือนว่าเขาจะมองอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในดาบเล่มนั้นออก เขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยความโลภว่า
“ไม่ผิดแน่! ดาบที่เ้าผิวซีดนั่นถืออยู่คือสมบัติ! ไปแย่งชิงมันมาให้ข้าซะ! ข้าให้สัญญาว่าจักรวรรดิจะมอบรางวัลให้กับประเทศที่ทำประโยชน์ให้กับข้าแน่นอน!”
เมื่อชายผู้ที่ดูเหมือนจะมาจากจักรวรรดิในยุคปัจจุบันได้กล่าวจบ เหล่ากองกำลังทหารจากนานาประเทศเปลี่ยนเป็ฮึกเหิม ประเทศที่สามารถถูกเรียกว่าจักรวรรดิได้อย่างน้อยต้องเป็ประเทศระดับห้า หากถามพวกเขาว่า้าสมบัติไหมแน่นอนว่าพวกเขานั้น้า อย่างไรก็ตามการได้รับการโปรดปรานจากจักรวรรดิที่มีอำนาจสูงสุดและทำให้พวกเขามีชีวิตที่สุขสบายนั้นย่อมเป็ทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอน หากได้รับสมบัติมาแล้วต้องขัดแย้งกับจักรวรรดิ
“ฆ่า!”
เหล่ากองกำลังทหารเฉพาะกิจที่เกิดจากการรวมตัวกันของประเทศเล็กๆ จำนวนมากได้คำรามออกมาพร้อมๆ กัน ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปหาจักรพรรดิจากจักรวรรดิโบราณ เมื่อเห็นกองกำลังทหารนับพันอยู่เบื้องหน้า จักรพรรดินั้นไม่ได้มีท่าทีใหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขากลับค่อยๆ ลุกยืนขึ้นจากบัลลังก์ ด้วยท่าทางที่ดูสูงส่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ยังเป็กระดูกอย่างสิ้นเชิง
“เอ็กคาริเบอร์ของข้ากำลัง้าดื่มเืมนุษย์อยู่พอดี หลังจากที่มันไม่ได้ดื่มเืมากว่าพันปีแล้ว”
จักรพรรดิกล่าวขึ้นพร้อมกับะโลงมาจากที่สูงลงสู่พื้นดินในระดับเดียวกับพวกทหาร เมื่อพวกทหารเห็นว่าศัตรูของพวกเขาสามารถะโลงมาจากที่สูงหลายเมตรโดยที่ไม่เป็ไรได้พวกเขาก็เกิดอาการหวั่นเกรง อย่างไรก็ตามผู้นำของพวกเขาซึ่งมาจากกองกำลังอัศวินโลหิตก็ได้กล่าวปลุกใจพวกเขาขึ้น
“อย่าไปกลัวมัน มันมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น จะมาสู้พวกเราทั้งกองทัพได้อย่างไร!”
……
ในขณะเดียวกันจอร์จได้นัดแนะกับพวกนักเรียน เพื่อที่จะหลบหนีออกจากวงล้อมของการต่อสู้ อย่างไรก็ตามในเวลานั้นองครักษ์ฝ่ายซ้ายก็ได้ปรากฏตัวขึ้นขวางทางพวกเขาไว้
“พวกเ้าไม่รู้สึกเป็เกียรติอย่างงั้นหรือที่ได้เห็นจักรพรรดิหรือาาที่แท้จริงของโลกมนุษย์”
ไม่มีใครกล้ากล่าวคำพูดใดๆ จนในที่สุดทุกคนต่างก็ไม่มีทางเลือกได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ และเฝ้าดูการฆ่าล้างที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
“ชิ้ง!”
อาวุธของพวกเหล่าทหารไม่ว่าจะเป็ดาบ หอก ขวาน หรือหน้าไม้ ธนู ต่างๆ ถูกหยิบออกมาแทบจะในเวลาเดียวกันทำให้เกิดเสียงเหล็กกระทบกันก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องโถง
ในขณะเดียวกันเอ็กคาริเบอร์ซึ่งเป็ดาบประจำตัวของจักรพรรดิก็ได้ถูกชักออกมา แสงสีแดงถูกกระจายไปทั่วบริเวณทำให้เหล่าทหารอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นดาบเล่มนี้เห็นได้ชัดมันเป็ของพิเศษในระดับสูง แต่ก่อนที่ทุกคนจะได้ทำอะไรนั้นก็ได้เกิดเสียงดังประหลาดขึ้น
“ฟึบ!”
“นี่มันบ้าอะไรกัน!”
ทหารคนหนึ่งตวาดขึ้นด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่างที่ปะปนกัน อย่างไรก็ตามหนึ่งในความรู้สึกเ่าั้ย่อมมีความกลัวอยู่ด้วย
“เปาะแปะๆ”
สายฝนสีเืตกลงมาจากฟ้าทั้งๆ ที่ในห้องโถงนั้นไม่มีทางที่จะมีฝนตกลงมาได้ ทหารทุกคนต่างหยุดนิ่งอยู่กับที่ก่อนที่จะมีใครบางคนร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวและขาอ่อนล้มลงและมีอะไรเปียกๆ ออกมาจากเป้าของเขา เขาได้ฉี่รดกางเกงนับว่าเป็ความอัปยศในสนามรบอย่างมาก
ทหารคนนั้นหันไปมองด้านข้างของตนเพื่อมองหาสหายขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับพบว่าสหายของตนในตอนนี้นั้นส่วนคอถึงศีรษะได้หายไปพร้อมกับสายเืนั้นได้แตกกระจายออกมาจากส่วนที่ขาดหาย เมื่อเขามองไปรอบๆ อีกเขาก็ต้องหวาดกลัวมากขึ้น เขาพบกับภาพที่เรียกได้ว่าเป็ฝันร้ายในชีวิตของเขา
ทหารที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของจักรพรรดิเมื่อสักครู่ก่อนที่จะจักรพรรดิจะชักดาบออกมาและเกิดสายฝนสีโลหิตล้วนล้มตายกันหมดสิ้น
เหล่าทหารกล้าที่เหลือรอดต่างเปลี่ยนเป็ทหารขี้ขลาดในขณะที่บางคนถึงกับร้องเรียกหามารดาและบิดาผู้ให้กำเนิดตน ไม่เว้นแม้แต่ผู้นำของกลุ่มซึ่งมาจากกองกำลังอัศวินโลหิตอันเกรียงไกรแต่ตอนนี้สายตาของเขากำลังเลื่อนลอยราวกับิญญาจะหลุดออกจากร่างไปได้ทุกเมื่อ ปากของเขาพึมพำแต่คำเดิมๆ ว่า “เป็ไปไม่ได้”
ในขณะที่จักรพรรดินั้นเพียงเช็ดดาบครั้งเดียวราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ฝีมือของเขา ท่าทีที่แสดงออกมาอย่างไม่แยแสนั้นตอกย้ำพวกเขาทุกคนต่างคิดกันว่าพวกเขานั้นมาทำอะไรที่นี่ และชีวิตของมนุษย์ยังมีความหมายอีกหรือเมื่ออยู่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเบื้องหน้านี้
เหล่าผู้กล้าจากประเทศเซนทอร์หรือพวกเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเซนนั้นต่างพากันอาเจียนกับภาพที่เห็น และหลายๆ คนต่างมีสภาพไม่ต่างกับพวกทหารที่เหลือรอด ถึงอย่างไรจิตใจของพวกเขาก็ยังอ่อนแอไม่เคยผ่านสนามรบหรืออันตรายมาก่อน
คริสและเอลลี่ที่น่าจะเป็คนกล้าหาญที่สุดในกลุ่มตอนนี้ร่างกายของพวกเขาและเธอกับสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ก่อนที่ฝีเท้าของพวกเขาจะก้าวถอยหลังไปด้วยสัญชาตญาณ
“สรรเสริญาาของข้า และจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล!”
ในความเงียบนั้นมีเพียงเสียงขององครักษ์ฝ่ายซ้ายที่จงรักภักดีกับาาของมันอย่างสุดหัวใจกล่าวขึ้นพร้อมกับก้มถวายบังคม เหล่าทหารรวมถึงเพื่อนร่วมชั้นของเซนนั้นอยู่ๆ ร่างกายของพวกเขาก็ขยับตามและก้มถวายบังคม
“สรรเสริญ…จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล…”
ทุกคนกล่าวมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พร้อมเพรียงกัน ในขณะที่ถวายบังคมด้วยอาการสั่นสู้ ทำให้ดูเหมือนยุคโบราณที่จักรพรรดิปกครองผู้คนใต้บังคับบัญชาด้วยความกลัว
จักรพรรดิเมื่อเห็นท่าทางของทุกคนรอบตัวมันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือมันก็ได้มองทุกคนด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม มันเก็บดาบของมันและไม่้าจะลดตัวไปสังหารพวกทหารขี้ขลาดพวกนี้อีก มันทำราวกับพวกเขาเป็เพียงอากาศธาตุและหันไปกล่าวกับองครักษ์ฝ่ายซ้ายของมันว่า
“เกิดอะไรขึ้นกับองครักษ์ฝ่ายขวา มันน่าจะรู้นานแล้วว่าพลังของข้าจักรพรรดิได้กลับคืนมาแล้วทำไมมันยังไม่มาถวายบังคมให้ข้าอีก!”
แรงกดดันและจิตสังหารที่เกิดขึ้นจากความโกรธของจักรพรรดิทำให้ผู้คนโดนรอบหายใจไม่ออก แม้แต่องครักษ์ฝ่ายซ้ายเองก็ยังสั่นก่อนที่จะกลับมาควบคุมได้มันรีบกล่าวในทันที
“เรียนฝ่าา ข้าคิดว่าองครักษ์ฝ่ายขวาได้พบกับศัตรูที่แข็งแกร่งเข้า….”
องครักษ์ฝ่ายซ้ายยังไม่ทันได้รายงานจบ เสียงของชายผู้หนึ่งที่ฟังดูกวนๆ ผสมปนกับความเ็าก็ได้ดังขึ้น ณ ประตูทางเข้าห้องโถงกว้างแห่งนี้
“พวกคุณกำลังทำพิธีบูชายัญกันอยู่หรือไง ทำไมถึงก้มหัวกันขนาดนั้น?”
เซนได้ปรากฏตัวที่หน้าห้องโถงพร้อมๆ กับอุปกรณ์ขุดเหมืองระดับตำนานที่ถือไว้ด้วยมือขวา และก้อนแร่สีฟ้าครามในมือซ้ายโยนเล่นไปมา