โหยวอีได้ยินก็หัวเราะหึๆเขาเริ่มรู้แล้วว่านางตามเขามาั้แ่ก่อนเข้าหออิงราตรีหากแต่มองไม่ออกว่าหลูฉิงกวางติดตามไปดูพฤติกรรมเขาเพื่อการใด?
“หากมิได้ตามสืบความลับจากข้าก็คงคิดได้อย่างเดียวว่าเ้าแอบชอบข้าที่เ้าว่าข้าหื่นนี่ก็คงเป็เพราะรู้สึกหึงหวงในตัวข้า ใช่หรือไม่?”
ลมหายใจของชายหนุ่มรดอยู่ผิวแก้มจนนางใบหน้าร้อนผ่าว
“ผู้ใดจะไปหึงเ้า?ข้ามิใช่ภรรยาของเ้าสักหน่อย! เ้าจะนอนกับหญิงคณิกาสักกี่คนข้าก็ไม่สนใจหรอก!”
“อืม...เ้ารู้ลึกรู้จริงแฮะ! แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเก่งกาจเื่บนเตียงเพียงใด?”
หลูฉิงกวางรู้สึกใที่ร่างหนาเริ่มเบียดนางเข้าจนชิดผนังกำแพงยามนี้แผ่นอกของเขาแทบจะชิดอยู่กับหน้าอกของนางสาวน้อยพยายามเบือนหน้าหนีปลายจมูกโด่งที่แทบจะแตะแก้มของตน
“ข้าไม่อยากรู้สักนิด!หากเ้าเก่งจริงก็ไปทำกับภรรยาเ้าโน่น!”
มือปราบหนุ่มที่ดื่มสุราก่อนออกมาจากหออิงราตรีพอเมากึ่มๆเมื่อถูกสาวน้อยจี้ใจดำก็ชักจะโมโห
“หากข้ามีภรรยาอยู่ก็คงไม่ต้องไปหออิงราตรีน่ะสิ! หรือว่าจะทำกับเ้าแทนดี!” เขาแค่แกล้งกัดฟันกรอดๆ พูดจาข่มขู่หวังจะให้นางหวาดกลัว
หลูฉิงกวางใเกรงว่าเขาจะปลุกปล้ำนางจริงๆก็รีบหันหน้ากลับมาคิดจะห้ามปรามพลันแก้มของนางก็ปะทะทั้งจมูกและปากของชายหนุ่มที่ก้มลงพูดกับนางอยู่
ผิวนุ่มของหญิงสาวปะทะริมฝีปากหนาหยักของชายหนุ่มกลิ่นแก้มที่มีกลิ่นแป้งอ่อนๆ ของนางโชยเข้าจมูก ประสาทััของโหยวอีนั้นดีเป็พิเศษเขาจึงสูดลมหายใจเข้าไปเต็มที่กลิ่นแก้มของหลูฉิงกวางละมุนละไมจนโหยวอีลืมตัว เขากดจมูกลงไปเล็กน้อยปากของเขาประทับลงใกล้ริมฝีปากบางของนางจนหญิงสาวสะดุ้ง
“ปล่อยข้า!”
โหยวอีรู้ตัวว่าล่วงเกินนางเข้าให้แล้วจึงยอมปล่อยข้อมือหญิงสาวแต่โดยดีลืมไปว่านางยังกุมกระบี่ที่สวมปลอกไว้อยู่
“เ้าอันธพาลโหยว! กล้ารังแกข้าเช่นนั้นหรือ?เห็นทีต้องให้บทเรียนเ้าสักแผลสองแผลเสียแล้ว”ไม่พูดเปล่านางถอยออกห่างสองสามก้าวก่อนจะถอดปลอกกระบี่ออกจากฝัก
โหยวอีตกตะลึงเมื่อนางจู่โจมเข้ามาในทันใดเขากระโจนถอยพรวดตามสัญชาตญาณ หยิบกระบี่ที่ห้อยเอวออกมารับไว้ทันท่วงที ท่ามกลางการลุ้นแทบหายใจไม่ทั่วท้องของจั๋วเหรินหาวที่กำลังลังเลว่าจะออกไปช่วยหรือปล่อยให้สองหนุ่มสาวต่อสู้กันไปเมื่อครู่มือปราบจั๋วรู้สึกว่าหัวหน้าของตนดูจะเอาเปรียบสาวน้อยไปแล้ว เขาจึงเห็นว่าปล่อยให้หัวหน้ารับผิดชอบการจูบแก้มนางจะดีกว่าเช่นนี้ตัวเขาในฐานะมือปราบจึงจะดูมีคุณธรรมสักหน่อย
‘หัวหน้า ข้าขออภัยจริงๆที่งานนี้มิได้เข้าข้างท่าน ได้จูบคนเขาไปแล้วท่านก็รับผิดชอบเสียเถอะนะ’
หลูฉิงกวางบุกเอาบุกเอาด้วยความโมโหโหยวอีไม่กล้าออกแรงเต็มที่เพราะส่วนหนึ่งก็รู้สึกผิดที่แกล้งนางมากเกินไปจนถึงขั้นล่วงเกินถึงอย่างไรนางก็เป็เพื่อนบ้านและยังเป็บุตรสาวของสหายของมารดาเขาจึงเอาแต่ปัดป้องเพื่อให้นางระบายความโมโหสู้กันไปได้พักใหญ่สาวน้อยก็เริ่มอ่อนแรง
“ข้าว่าเ้ายอมรามือเสียเถิดถึงอย่างไรเ้าก็สู้ข้าไม่ได้อยู่แล้ว!”
“คนเมาอย่างเ้าจะมีปัญญาต่อสู้ได้กี่มากน้อยกัน!”
นางกราดเกรี้ยวเพราะอับอายที่เขาจูบนางเ้าอันธพาลชั่วคนนี้แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยจะดีในสายตานางแม้มารดาของนางจะชื่นชมเขาอยู่บ่อยๆ ว่า โหยวอีเป็มือปราบที่เก่งกาจอายุยังน้อยแต่ขึ้นเป็หัวหน้าหน่วยได้สำเร็จนับว่าอนาคตไกลยิ่งนัก
โหยวอีที่ทั้งดื่มสุรามาั้แ่หัวค่ำและยังหมดแรงเพราะร่วมห้องไปกับแม่นางไห่เมื่อต้องออกแรงต่อสู้กับหลูฉิงกวางที่ฟาดฟันเอาเป็เอาตายจึงคิดจะใช้วิธีเผด็จศึกให้เร็วเพื่อตนเองจะได้กลับไปพักผ่อน่ที่เขากำลังคิดจะเอาชนะนางก็พลันเผลอสะดุดก้อนหินที่ข้างกำแพงเข้าปลายกระบี่ของนางจึงตวัดมาถูกหลังมือชายหนุ่มเป็แผลขนาดสองชุ่น* ได้เืซิบๆ
“พูดกับเ้าดีๆคงไม่ได้ นี่เ้า!จะไม่ยอมยุติใช่หรือไม่?”
“ไม่!นี่ยังไม่สาสมกับสิ่งที่เ้าทำสักนิด”หลูฉิงกวางโมโหกระโจนเข้าใส่หวังจะแทงเขาสั่งสอนสักแผล
โหยวอีพลิกตัวสอดกระบี่ตวัดกระบี่ของนางจนลอยไปปักบนพื้นก่อนจะพลิกตัวรวบนางไว้ในอ้อมกอดจนกระดุกกระดิกไม่ได้
“เ้าคงไม่รู้ว่าคนที่ทำให้ร่างกายข้าเกิดาแล้วนได้รับผลตอบแทนคืนหลายเท่า”เสียงของเขาดังอยู่เหนือศีรษะของนาง
“อันธพาลโหยว! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“หยุดเรียกข้าเช่นนั้นได้แล้วข้าเป็หัวหน้ามือปราบหน่วยที่หนึ่งของสำนักมือปราบเมืองหลวงเ้าสมควรเรียกข้าว่า..หัวหน้าโหยว”
“ไม่! ข้าไม่เรียก!”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอแก้แค้นที่เ้าทำให้มือข้าเกิดแผลก็แล้วกัน”
หลูฉิงกวางหน้าซีด“เ้าคิดจะทำร้ายข้าเช่นนั้นหรือ?”
โหยวอีหัวเราะน้อยๆ“ในเมื่อเ้าเรียกข้าว่าอันธพาล ข้าก็ต้องทำตัวให้สมกับฉายาสักหน่อยสิ!”
ชายหนุ่มที่กอดรัดนางจากด้านหลังด้วยแขนข้างเดียวปักกระบี่ที่ถือไว้ลงพื้นก่อนจะพลิกตัวนางให้หันมาแล้วเขาก็จูบแก้มนางทั้งซ้ายและขวาพร้อมทำท่าสูดลมหายใจอย่างแรง
“นี่! นี่!หากคราวหน้าข้าได้ยินเ้าเรียกข้าว่าอันธพาลอีก ข้าก็จะจูบแก้มเ้าเช่นนี้จำไว้ให้ดี!”
************************
*สองชุ่น ประมาณ 6.7 เิเ


