เส้นทางศิลาอันกว้างใหญ่ที่ทอดตัวสูงขึ้นไปสู่เทือกเขาัครามนั้น แม้จะได้รับการดูแลเป็อย่างดีและมั่นคง แต่ยิ่งเดินทางสูงขึ้น อากาศก็ยิ่งเบาบางและหนาวเย็นลงเล็กน้อย แรงกดดันจากพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่นก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น สร้างความรู้สึกทั้งสดชื่นและหนักอึ้งไปพร้อมๆ กัน เฉิน ฮ่าวหราน เดินปะปนไปกับคลื่นมนุษย์นับพัน ซึ่งล้วนเป็เหล่าเยาวชนที่มีความฝัน ความมุ่งมั่น และความหวังเช่นเดียวกับเขา บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด เสียงพูดคุยเบาๆ เพื่อคลายความกังวล และเสียงลมหายใจที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นจากการเดินขึ้นที่สูง ดังผสมปนเปกันไปตลอดเส้นทาง
ในที่สุด หลังจากเดินทางขึ้นมาได้ระยะหนึ่ง พวกเขาก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง มันคือลานกว้างขนาดมหึมาที่ถูกปรับระดับไว้อย่างดีบนไหล่เขา ปูพื้นด้วยแผ่นศิลาสีครามขนาดใหญ่ที่เรียบสนิท ตรงกลางลานมีการจัดวางแท่นศิลาคริสตัลใสขนาดใหญ่สูงท่วมหัว ซึ่งกำลังส่องแสงเรืองรองอ่อนๆ ออกมาอยู่เจ็ดแท่น พวกมันถูกจัดเรียงตามรูปแบบของหมู่ดาวจระเข้บนท้องฟ้า หรือที่เรียกขานกันในนาม "ลานทดสอบเจ็ดดาว" (Seven Star Testing Ground) อันเป็สถานที่สำหรับทำการทดสอบด่านแรก รอบลานกว้างนั้น มีเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของสถาบันเทียนซวนในชุดสีครามสดใสยืนรักษาการณ์และควบคุมความเป็ระเบียบอยู่เป็ระยะๆ และบนแท่นยกสูงที่สร้างจากหยกขาวบริสุทธิ์ทางด้านหน้าสุดของลาน มีกลุ่มผู้าุโหลายท่านนั่งสงบนิ่งอยู่ แต่ละท่านล้วนแผ่กลิ่นอายพลังอันลึกล้ำและน่าเกรงขามออกมา กดดันให้บรรยากาศโดยรอบเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์ลงในทันที
เฉิน ฮ่าวหราน สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามทำจิตใจให้สงบระงับความตื่นเต้นที่เต้นระรัวอยู่ในอก เขาหาทำเลที่ไม่เป็จุดสนใจจนเกินไปนัก ยืนสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมและผู้คนรอบตัวอย่างเงียบๆ ตามนิสัย เขาเห็น เย่หลาง คุณชายจอมหยิ่งยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะเป็ผู้ติดตามหรือคนจากตระกูลเดียวกัน ใบหน้ายังคงเชิดขึ้นอย่างหยิ่งผยอง แสดงความเหนือกว่าผู้อื่นออกมาอย่างชัดเจน และไม่ไกลจากกลุ่มของเย่หลางนัก เขาก็เห็น หลิง ชิงเยว่ เด็กสาวผมดำในชุดขาวฟ้าผู้มีดวงตาสีฟ้าอ่อนราวกับน้ำแข็งคนนั้น... นางยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ตามลำพังเช่นเคย ราวกับดอกบัวน้ำแข็งที่เบ่งบานอย่างโดดเดี่ยว สายตาของนางจับจ้องไปยังแท่นศิลาคริสตัลทั้งเจ็ดด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและเยือกเย็น ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
ในขณะนั้นเอง ผู้าุโท่านหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางแท่นยกสูง มีเครายาวสีขาวสะอาด และสวมอาภรณ์สีเทาเข้มที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงอำนาจ ก็ได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า "ยินดีต้อนรับเหล่าผู้มีความฝันและกล้าหาญทุกท่าน สู่การสอบคัดเลือกศิษย์ใหม่ประจำปีของสถาบันเทียนซวน!" เสียงของท่านแม้จะไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับกังวานใสและแทรกซึมเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนในลานกว้างแห่งนั้นอย่างชัดเจน "ข้าคือผู้าุโหลี่ ผู้ได้รับมอบหมายให้มาดูแลการทดสอบด่านแรกในวันนี้ การทดสอบด่านนี้คือ 'การทดสอบรากฐาน' ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินศักยภาพเบื้องต้นของพวกเ้าทุกคน!"
ท่านผู้าุโหลี่กวาดสายตาอันเปี่ยมด้วยปัญญามองเหล่าเยาวชนนับพันเบื้องหน้า "พวกเ้าทั้งหมด จะต้องผลัดกันขึ้นไปวางฝ่ามือลงบนศิลาทดสอบธาตุทั้งเจ็ดแท่นนี้ ศิลานี้จะทำการวัดผลและประเมินรากฐานของพวกเ้าในสามประการหลัก คือ หนึ่ง ความสัมพันธ์หรือความเข้ากันได้กับพลังงานธาตุทั้งสี่อันเป็พื้นฐาน (ดิน น้ำ ลม ไฟ) และธาตุพิเศษอื่นๆ (เช่น สายฟ้า แสงสว่าง ความมืด หรืออื่นๆ) ที่อาจแฝงเร้นอยู่ในกายของพวกเ้า สอง คุณภาพและศักยภาพของรากิญญา ซึ่งบ่งบอกถึงขีดจำกัดในการพัฒนาในอนาคต และ สาม ระดับพลังลมปราณหรือมานาพื้นฐานที่พวกเ้ามีอยู่ในปัจจุบัน ผู้ที่สามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานเบื้องต้นที่สถาบันกำหนดไว้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ก้าวเข้าสู่การทดสอบในด่านต่อไป! เอาล่ะ บัดนี้ได้เวลาแล้ว เริ่มการทดสอบได้! ขอให้ศิษย์ผู้ช่วยขานชื่อตามหมายเลขป้ายหยกที่ได้รับไป!"
สิ้นเสียงประกาศอันทรงอำนาจนั้น เหล่าศิษย์พี่ที่ยืนรออยู่ข้างแท่นทดสอบก็เริ่มขานหมายเลขตามป้ายหยกที่ผู้เข้าสอบได้รับมาในวันลงทะเบียน ผู้เข้าสอบที่ถูกเรียกชื่อต่างทยอยเดินขึ้นไปบนแท่นทดสอบด้วยหัวใจที่เต้นระทึกและสีหน้าที่แตกต่างกันไป บ้างก็ดูมั่นใจ บ้างก็ดูประหม่า บ้างก็ดูตื่นเต้น พวกเขาวางฝ่ามือเล็กๆ ลงบนศิลาคริสตัลใสแท่นใดแท่นหนึ่งที่ว่างอยู่
แสงสว่างหลากหลายสีสันพลันปรากฏขึ้นจากศิลาแต่ละแท่น บ่งบอกถึงผลลัพธ์ของการทดสอบที่แตกต่างกันไป...
"หมายเลข 1024, หวังต้า! สัมพันธ์กับธาตุดิน! รากิญญา: ระดับต่ำ! พลังพื้นฐาน: ขั้นชำระกายา่ต้น! ...ไม่ผ่านเกณฑ์!" ชายหนุ่มร่างกำยำเดินคอตกจากแท่นทดสอบไปด้วยความผิดหวัง
"หมายเลข 1025, หลินเยว่! สัมพันธ์กับธาตุน้ำ! รากิญญา: ระดับกลาง! พลังพื้นฐาน: ขั้นชำระกายา่กลาง! ...ผ่าน!" เด็กสาวหน้าตาน่ารักถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
"หมายเลข 1088, เย่หลาง!" เสียงประกาศชื่อนี้ดังขึ้น เรียกความสนใจจากผู้คนจำนวนมากได้ในทันที เย่หลางเดินก้าวขึ้นไปบนแท่นทดสอบอย่างสง่าผ่าเผยและมั่นใจ เขาวางมือลงบนศิลาธาตุไฟโดยไม่ลังเล ทันใดนั้น! พลันเกิดแสงสีแดงส้มอันร้อนแรงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาอย่างรุนแรง! "สัมพันธ์กับธาตุไฟ! รากิญญา: ระดับสูง! พลังพื้นฐานเทียบเท่าขั้นชำระกายา่ปลาย! ...ผ่าน!" เสียงฮือฮาและเสียงชื่นชมดังขึ้นจากทั่วทั้งลาน! เย่หลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ กวาดตามองผู้คนเบื้องล่างด้วยความเหนือกว่า
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ก็ถึงคราวของเด็กสาวผมดำั์ตาสีฟ้าคนนั้น "หมายเลข 1150, หลิง ชิงเยว่!" นางเดินขึ้นไปบนแท่นทดสอบอย่างสงบนิ่งและเยือกเย็น วางฝ่ามือเรียวบางลงบนศิลาธาตุน้ำ ทันใดนั้น! แสงสีฟ้าเยือกแข็งที่สว่างวาบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกก็พลันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง! แผ่ไอเย็นะเืออกมาจนผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงรู้สึกได้! "สัมพันธ์กับธาตุน้ำแข็ง! รากิญญา: ระดับยอดเยี่ยม! พลังพื้นฐานเทียบเท่าขั้นก่อลมปราณ่ต้น! ...ผ่าน!" คราวนี้เสียงฮือฮาดังยิ่งกว่าครั้งของเย่หลางเสียอีก! ธาตุน้ำแข็งนั้นหายากยิ่งกว่าธาตุไฟ และการมีพลังพื้นฐานเทียบเท่าขั้นก่อลมปราณั้แ่อายุเท่านี้ ถือเป็อัจฉริยะอย่างแท้จริง! แต่หลิง ชิงเยว่ กลับมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม นางเพียงแค่โค้งคำนับผู้าุโเล็กน้อยแล้วเดินลงมาจากแท่นไปอย่างเงียบๆ
"หมายเลข 1377, เฉิน ฮ่าวหราน!"
ในที่สุด ก็ถึงคราวของเขาแล้ว!
หัวใจของฮ่าวหรานเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิและความกล้าทั้งหมดที่มี เขากำ "หินสะกดอัสนี" ไว้ในฝ่ามือขวาอย่างแเีที่สุด ก่อนจะก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนแท่นทดสอบ เขามองไปยังศิลาคริสตัลทั้งเจ็ดที่ส่องแสงเรืองรองอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะตัดสินใจวางฝ่ามือขวา (ซึ่งกำหินสะกดอัสนีไว้) ลงบนศิลาแท่นหนึ่งที่ดูเหมือนจะว่างอยู่ และไม่สะดุดตาจนเกินไป
'ควบคุมมันไว้... อำพรางกลิ่นอายาให้ได้... แสดงผลออกมาแค่ระดับยอดเยี่ยม หรืออย่างน้อยก็แค่ระดับสูงก็น่าจะเพียงพอแล้ว...' เขาตั้งสมาธิอย่างสูงสุด โคจรพลังงานภายในร่างตามหลักการของ "เคล็ดวิชาอัสนีา - บทที่ 1" อย่างระมัดระวังที่สุด เขาพยายามชักนำพลังงานสายฟ้าสีครามทองเพียงส่วนเล็กๆ ให้ไหลผ่านฝ่ามือ และที่สำคัญคือ ไหล ผ่านหินสะกดอัสนี ที่เขากำไว้ ก่อนที่จะส่งผ่านเข้าไปในศิลาทดสอบ!
【คำแนะนำระบบ: แนะนำให้ปิดบังระดับพร์ 'ไร้ขีดจำกัด' อย่างเคร่งครัด】 เสียงกระซิบเตือนภายในใจดังขึ้นอีกครั้ง ย้ำเตือนถึงการตัดสินใจของเขา
เปรี้ยง!
ทันทีที่พลังงานสายฟ้าัักับศิลา! ศิลาคริสตัลแท่นนั้นพลันส่องแสงสีครามสว่างจ้าขึ้นมา! แสงนั้นมีความรุนแรงและเจิดจ้ากว่าผู้สมัครส่วนใหญ่ที่ทดสอบไปก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่า มันกลับดูเหมือนจะมีความ สั่นไหวเล็กน้อย ไม่มั่นคงและหนักแน่นเท่าที่ฮ่าวหรานคาดหวังไว้ แสงที่ปรากฏออกมาเป็สีฟ้าครามสดใสตามที่เขาตั้งใจจะแสดงออก ปราศจากกลิ่นอายาอันสูงส่งและน่าสะพรึงกลัวโดยสิ้นเชิง แต่ทว่า ความเข้มข้นของแสงนั้นกลับดูเหมือนจะ อ่อนลง กว่าที่เขาได้ประเมินไว้เล็กน้อย ราวกับว่ามีพลังงานบางส่วนถูกหินสะกดอัสนีดูดซับหรือหักเหไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว!
ผู้าุโหลี่ซึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย มองแสงสีครามที่ดูสั่นไหวและไม่สมบูรณ์นั้น อาจารย์ผู้ทำหน้าที่บันทึกผลรีบตรวจสอบค่าพลังงานที่ปรากฏขึ้นบนแผ่นจารึกเบื้องหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นประกาศผลด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความสนใจอยู่บ้างเนื่องจากเป็ธาตุสายฟ้าที่ค่อนข้างหายาก: "เฉิน ฮ่าวหราน! สัมพันธ์กับธาตุอัสนี! รากิญญา: ระดับสูง! พลังพื้นฐานเทียบเท่าขั้นชำระกายา่กลาง! ...ผ่าน!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ผู้คน แต่ก็เบาบางกว่าครั้งของหลิง ชิงเยว่ หรือแม้แต่เย่หลางอย่างเห็นได้ชัด "ธาตุสายฟ้างั้นรึ? หายากจริงๆ ด้วย แต่รากิญญาแค่ระดับสูงเท่านั้นเอง..." "ใช่ ถือว่าไม่เลวเลยนะสำหรับเด็กที่ดูธรรมดาๆ" "ไม่เคยได้ยินชื่อเฉิน ฮ่าวหราน มาก่อนเลย คงจะมาจากเมืองเล็กๆ ทางใต้กระมัง"
เย่หลางที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งเพียงเหลือบมองมาแวบเดียวแล้วแค่นเสียงออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนหลิง ชิงเยว่ ยังคงยืนสงบนิ่ง ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ ต่อผลการทดสอบของเขาเลยแม้แต่น้อย
ฮ่าวหรานดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว โค้งคำนับผู้าุโหลี่ ก่อนจะรีบเดินลงจากแท่นทดสอบไป ในใจของเขาเต็มไปด้วยความ ประหลาดใจระคนสับสน อย่างยิ่ง 'ระดับสูง? ทำไมถึงเป็แค่ระดับสูงเท่านั้นล่ะ? ข้ามั่นใจว่าข้าพยายามจะแสดงผลให้ออกมาเป็ระดับยอดเยี่ยม หรืออย่างน้อยก็สูงใน่ปลายแล้วนะ? หรือว่าหินสะกดอัสนีมันลดทอนพลังมากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก? หรือว่าการควบคุมพลังอัสนีาของข้ายังคงไม่ดีพอจริงๆ กันแน่?' ความสงสัยมากมายผุดขึ้นในใจ แต่เขาก็รีบกดมันลงไปอย่างรวดเร็ว 'แต่... แบบนี้ก็ดีแล้วเหมือนกัน! ระดับสูงก็เพียงพอที่จะผ่านเข้ารอบได้ และไม่โดดเด่นจนกลายเป็เป้าสายตาหรือถูกจับตามองมากจนเกินไปนัก ถือว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว' เขาสรุปในใจ รู้สึกโล่งอกมากกว่าที่จะรู้สึกผิดหวัง เขาสามารถผ่านด่านแรกที่วัดพร์โดยตรงมาได้สำเร็จ โดยที่ไม่ต้องเปิดเผยความลับที่แท้จริงเกี่ยวกับพลังอัสนีาของตนเองออกไป!
เขาเดินไปยังพื้นที่พักรอสำหรับผู้ที่ผ่านการทดสอบด่านแรกตามที่ศิษย์พี่ได้ชี้บอกทางไว้ จิตใจของเขาเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับบททดสอบในด่านต่อไปแล้ว... ด่านทดสอบพลังใจและสภาวะความมั่นคงของทะเลแห่งจิตใจ ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใดบ้าง และไม่รู้ว่าพลังที่แท้จริงของเขาจะส่งผลต่อการทดสอบนี้อย่างไร
(จบตอนที่ 19)