ตอนที่ 7 : คนที่ไม่มีสิทธิ์ขออะไรเลย
ลมจากแม่น้ำโขงพัดเอื่อย ๆพาเสียงกระซิบของผู้คนแถวลานกันเกราเข้ามาใกล้หู ชัยยศขยับตัวเล็กน้อยคลี่แขนคลายเมื่อย ก่อนเอนหลังพิงพนักม้านั่ง
ในหัวเขา…เื่ของปีใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่บ้านสองชั้นหลังนั้น
ที่จริงมันเพิ่งเริ่มจะ “หนัก”หลังจากวันที่เขาเหยียบเข้าไปในบ้านครั้งแรกมากกว่า
เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกหนึ่งครั้ง ทั้งที่เย็นชืดไปแล้วรสขมขยายตัวอยู่ปลายลิ้น เหมือนจะลากเอาความทรงจำชุดถัดไปขึ้นมาโดยไม่ถามความสมัครใจเ้าของมัน
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
่ปลายเทอมปีหนึ่ง
ลมร้อนในกรุงเทพฯ เป่าจนใบไม้แทบไม่อยากขยับตัวนักศึกษาทยอยเก็บรายงาน ส่งงาน พยายามรอดจากปลายภาค
แต่สำหรับชัยยศ นอกจากตารางสอบแล้ว ยังมี “ตาราง”อีกแบบหนึ่งที่ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ตารางเจอกับปีใหม่
บางวันเจอกันที่คณะ
บางวันเจอกันที่ร้านกาแฟ
บางคืนที่คอนโด
ความเคยชินซ้อนทับความรู้สึกผิดจนเริ่มแยกไม่ออกว่าเวลาอยู่ใกล้กันเขาเพลินกับอะไรมากกว่ากัน
วันหนึ่ง ตอนเย็นใกล้สอบปลายภาค
เขานั่งอ่านเล็คเชอร์อยู่ใต้ถุนคณะพยายามเน้นข้อความตามที่ปีใหม่เคยวงไว้
“ตรงนี้ ออกแน่”
ตัวหนังสือของเธออยู่ขอบกระดาษไปทั่ว
เขาก้มอ่านไป สะบัดหัวไล่ความง่วงไปจนกระทั่งเสียงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามถูกดึงออก
เขาเงยหน้าขึ้น เห็นปีใหม่วางถุงน้ำหวานกับขนมปังไว้ตรงหน้า
“อ่านจนลืมหิวอีกแล้วนะ” เธอว่า “หน้ายุ่งหมดเลย”
เขายิ้มอย่างโล่งใจที่เธอโผล่มา
“พี่ไม่อ่านของตัวเองเหรอครับ”
“อ่านจนเบื่อแล้ว” เธอทิ้งตัวนั่งเกยคางลงกับแขนตัวเองที่พาดบนโต๊ะ “อีกไม่กี่วิชา ก็จบปีสองแล้วอย่างเก่งก็โดนซ่อมหนึ่งตัวสองตัว”
“พูดเหมือนมันง่าย”
“สำหรับคนหัวช้า น้องรหัสพี่ก็ไม่ใช่แย่นะ”
เขาหัวเราะ
ปีใหม่หยิบเล็คเชอร์ของเขามาดูพลิก ๆ
“พี่วงขนาดนี้ ยศไม่รอดก็บ้าแล้ว”
เขาลังเลนิดหนึ่ง ก่อนถามเื่ที่ติดใจมาั้แ่วันไปบ้านเธอ
“พ่อแม่พี่ว่าไงบ้างครับ วันนั้น…เขาคงถามพี่ต่อหลังผมกลับแล้ว”
ปีใหม่ทำหน้าเซ็งทันที
“แน่นอน เขาถามสิ”
“ถามว่าอะไรบ้างครับ”
“ก็ไม่เยอะหรอก แค่ถามว่า ‘เด็กคนนั้นเป็ยังไงดูท่าทางสุภาพดีนะ บ้านอยู่ไหนแน่ ฐานะทางบ้านพอไหวไหม’แล้วก็…คำถามยอดฮิตของผู้ใหญ่”
เธอเลียนเสียงเข้ม ๆ เลียนแบบคุณพ่อ
“อย่าลืมมองคนให้รอบด้าน เวลาคบใคร อย่าคิดแค่วันนี้ต้องคิดถึงครอบครัวเขา ครอบครัวเราด้วย”
เขาฝืดคอ
“แล้ว…พี่ตอบว่าไงครับ”
ปีใหม่วางเล็คเชอร์ลง ถอนหายใจยาว
“พี่ก็บอกไปว่า ยศเป็น้องรหัส ช่วยเื่เรียน ช่วยเื่งานเป็เด็กดี ขยัน ตั้งใจ…แล้วก็จบแค่นั้น”
“จบแค่นั้น…หมายถึง?”
“หมายถึง พี่ไม่ได้พูดอะไรเกินกว่านั้นให้เขาฟัง”
เธอพูดชัดทุกคำ
หัวใจเขาวูบ
ไม่ควรน้อยใจ
เพราะมันก็สมเหตุสมผล
แต่ความรู้สึกช้ำเล็ก ๆ ก็แทรกเข้ามาเองโดยอัตโนมัติ
เขาหันไปมองหนังสือบนโต๊ะ พยายามทำเสียงให้ปกติ
“มันก็…ถูกแล้วครับ เื่ของเราสองคนไม่จำเป็ต้องให้ผู้ใหญ่รู้ทุกอย่าง”
ปีใหม่มองหน้าเขาอยู่นาน
“ยศโกรธไหม”
“โกรธอะไรครับ”
“โกรธที่พี่ไม่ยอมบอกเขาว่าเรา…เป็อะไรกันแน่”
คำว่า “เป็อะไรกันแน่” ลอยอยู่กลางอากาศ
เขาเงียบไปนานกว่าจะตอบได้
“ผม…ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธอะไรแบบนั้นหรอกครับพี่”
“ทำไม”
“เพราะผมรู้ั้แ่แรกแล้วว่าโลกของพี่กับโลกของผมมันไม่เท่ากัน” เขายิ้มบาง ๆ “ผมเองยังไม่กล้าบอกพ่อเลยว่าไปบ้านผู้หญิงฐานะดีขนาดนั้นมา”
พูดจบ เขาก็รู้สึกเหมือนเอามีดมากรีดตัวเองเบา ๆ
ปีใหม่ถอนหายใจอีกครั้ง ปรายตามองเขา
“ยศนี่…เป็คนพูดอะไรให้คนอื่นรู้สึกผิดเก่งเหมือนกันนะ”
“ผมเปล่านะครับ”
“แต่พี่รู้สึกผิดจริง ๆ” เธอว่าเสียงแ่ลงนิดหนึ่ง“เพราะพอออกจากบ้านวันนั้น คุณพ่อก็พูดเื่ ‘คบใครต้องคิดเผื่ออนาคต’ ซ้ำไปมาจนพี่ก็เริ่มคิดในหัวตามนั้นไปด้วย”
“คิดเื่อะไรเหรอครับ”
“คิดว่า…ถ้าสักวันยศอยากจับมือพี่เดินเข้าไปบนโต๊ะกินข้าวแบบนั้นจริง ๆ มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น
“แล้วพี่คิดว่า…มันจะเกิดอะไรขึ้น”
“ก็…” เธอขยับตัวเล็กน้อย “นอกจากตัวเราสองคนแล้วยังต้องรับมือกับบ้านพี่ บ้านยศ ด้วยอายุและฐานะที่ต่างกัน วิธีคิดที่ต่างกันพี่ไม่รู้ว่าเราสองคนจะมีแรงพอให้ชนกับทั้งหมดนั้นไหม”
เขาไม่ได้ตอบทันที
สมองส่วนหนึ่งะโว่า “ไม่ต้องคิดไกลขนาดนั้นก็ได้แค่วันนี้ก็พอแล้ว”
อีกส่วนหนึ่งกลับคิดตามที่เธอพูดแล้วรู้สึกหนัก
ปีใหม่มองหน้าเขาตรง ๆ
“ถ้าวันหนึ่ง ยศรู้สึกว่าความต่างเหล่านี้มันเริ่มหนักเกินไปพี่ไม่ห้ามนะ”
เขาเงยหน้าแทบจะทันที
“หมายความว่าไงครับ”
“ก็หมายความตามนั้น” เธอพูดเสียงราบ“พี่ไม่อยากให้ยศรู้สึกเหมือนต้อง ‘ฝืนไหลทวนกระแส’ คนเดียวเพราะในวันที่ครอบครัวพี่เริ่มเข้ามายุ่งจริง ๆ ยศจะเหนื่อยมากกว่าพี่อยู่แล้ว”
คำว่า “ครอบครัวเริ่มเข้ามายุ่ง”ทำให้เขารู้สึกเหมือนอากาศในห้องสมุดลดลงไปหนึ่งส่วน
เขาเลยทำในสิ่งที่ถนัดที่สุดเวลาคิดอะไรไม่ออก
คือเปลี่ยนเื่
“ตอนนี้…สอบก่อนดีไหมครับพี่” เขาพยายามยิ้ม “เื่อนาคตไว้หลังสอบเสร็จค่อยคิดก็ยังไม่สาย”
ปีใหม่มองเขานิดหนึ่ง ก่อนหัวเราะแ่ ๆ
“ก็ได้…หนีเก่งเหมือนกันนะน้องรหัสพี่เนี่ย”
เธอหยิบปากกาขึ้นมา เปิดเล็คเชอร์อีกชุดหนึ่ง
แต่ทั้งเขาและเธอรู้ดีว่า
ั้แ่วินาทีนั้นเป็ต้นไป
คำว่า “ครอบครัว” กับ “ฐานะ”ก็กลายเป็สิ่งที่ลอยวนอยู่รอบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต่อเนื่อง
แม้จะยังไม่มีใครพูดมันออกมาตรง ๆ อีกพักใหญ่ก็ตาม
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หลังสอบปลายภาคผ่านไป
มหาวิทยาลัยผ่อนคลายลงอย่างที่ควรเป็
แต่ในชีวิตของปีใหม่ กลับยุ่งขึ้น
เธอต้องเตรียมตัวฝึกงานตามโครงการของมหาวิทยาลัยในเชิงวิจัย
แล้วจู่ ๆ ก็มีอีกเื่หนึ่งโผล่เข้ามา
เย็นวันหนึ่ง เธอโทรหาเขาเสียงสั้นกว่าปกติ
“ยศ ว่างไหม”
“ว่างครับ อยู่ห้อง”
“ลงมานั่งคุยใต้ตึกหน่อยสิ พี่อยู่ข้างล่างแล้ว”
เขารีบเดินลงบันไดหัวใจเต้นแรงเพราะคิดว่าเธออาจแวะมาเซอร์ไพรส์เฉย ๆ
แต่พอเห็นสีหน้าเธอที่นั่งรออยู่บนม้านั่งปูนด้านล่างมันก็ไม่ใช่แบบนั้น
วันนี้ปีใหม่แต่งตัวสบาย ๆ แต่ดวงตาดูเหนื่อย
“เกิดอะไรขึ้นครับ” เขาถามทันที
“พ่อพี่…” เธอเกริ่น “เพิ่งได้รับข้อเสนอให้ส่งพี่ไปเรียนต่อคอร์สสั้นๆ ที่เมืองนอก”
เขานิ่ง
“ตอนไหนครับ”
“ปิดเทอมใหญ่ที่กำลังจะถึงนี่แหละ สามเดือน”
คำว่า “สามเดือน” แทงใจเขาเบา ๆ
“ดี…นะครับ โอกาสดีเลย” เขาพูดออกมาอย่างที่คนทั่วไปควรพูด
เธอหลุดหัวเราะ
“พูดเหมือนคนบนเวทีรับปริญญาเลยนะ”
เขายิ้มแหย
“พี่เองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปดีไหม” เธอพูดต่อ“มันเป็โครงการเชื่อมกับบริษัทของพ่อ ถ้าไปก็เหมือนปูทางอนาคตไว้ชัดเจน”
“แล้วพี่อยากไปไหม”
ปีใหม่เงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“ใจนึงก็อยากไป เพราะมันคือสิ่งที่บ้านคาดหวัง แต่อีกใจก็…”เธอมองเขา “ไม่อยากทิ้งทุกอย่างไว้แบบนี้แล้วเดินออกนอกประเทศไปดื้อ ๆ”
เขาเลียริมฝีปากตัวเอง
“ทุกอย่าง…หมายถึง?”
“ก็…พวกงานชมรม เพื่อน ๆ ในคณะ…แล้วก็…”
เธอลากเสียง
“แล้วก็อะไรครับ”
“ก็…” เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย “น้องรหัสคนหนึ่งที่พี่ไม่แน่ใจว่าถ้าพี่หายไปสามเดือน แล้วกลับมา เราจะยังเจอกันในรูปแบบเดิมไหม”
ประโยคนั้นทำให้เขาใจเต้นรัว
“ผม…ก็แค่เรียน ทำงาน ยุ่ง ๆ ไปตามเื่น่ะครับ”เขาพยายามทำเสียงให้เบา “สามเดือนเอง เดี๋ยวก็ผ่าน”
“ยศเชื่อแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”
เขานิ่ง
เธอมองหน้าเขา
“อย่าลืมนะ โลกของยศไม่ได้มีแค่พี่ มีเพื่อน มีคนรอบตัว มี…ผู้หญิงในชุดพยาบาลที่ชื่อ‘นิ่ม’ ด้วย”
เขาเงียบอย่างคนโดนแทงเข้าเป้า
“สามเดือนสำหรับพี่…อาจกลายเป็ทั้งชีวิตสำหรับคนอื่นก็ได้”
คำพูดนี้ทำให้เขานึกไปถึงโทรศัพท์ที่ห่าง่กับนิ่ม
นึกถึงวันที่เธอมามหาลัย
นึกถึงสายตานิ่ง ๆ ของเธอที่จ้องแฟ้มเล็คเชอร์ชื่อปีใหม่
เขาบีบมือแน่น
“แล้วพี่คิดจะทำยังไงครับ”
ปีใหม่เอนหลังพิงกำแพงปูน หายใจยาว
“พ่อพี่คงดีใจมาก ถ้าพี่พยักหน้าแต่พี่ก็ไม่อยากโกหกตัวเองว่าทุกอย่างมันง่าย”
เธอเงียบไปอึดใจหนึ่ง แล้วเอ่ยต่อ
“ยศ…ถ้าวันหนึ่ง พี่ตัดสินใจไปจริง ๆพี่ไม่อยากให้ยศพูดประโยคประเภท ‘เดี๋ยวรอได้’ ทั้งที่ใจตัวเองไม่ได้รอจริง ๆ”
เขาเงียบ
“เพราะอะไรที่ต้องฝืน…มันอยู่ไม่นานหรอก” เธอพูดเสริม“พี่ไม่อยากกลับมาจากต่างประเทศแล้วมาพบว่า ระหว่างที่พี่ไม่อยู่ยศไปสร้างโลกใหม่กับคนอื่น แล้วมาบอกพี่ทีหลังว่า ‘ขอโทษนะ’”
คำว่า “โลกใหม่กับคนอื่น” ทำให้ภาพนิ่มโผล่มาอีกครั้ง
เขานึกขำตัวเองในใจ
ผ่านมาไม่กี่เดือน เขาก็ทำให้ชีวิตตัวเองพันกันยุ่งแบบนี้
จากผู้หญิงคนเดียวที่เติบโตมาด้วยกัน
กลายเป็มีผู้หญิงอีกคน ที่ลากเขาเข้าไปอยู่กลางโลกคนละชั้น
ปีใหม่มองเขานิ่ง ๆ
“ยศคิดยังไง…พูดตามตรงก็ได้ วันนี้พี่ไม่อยากฟังคำสวย ๆ”
เขาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนพูดทีละคำ
“ผม…ไม่อยากให้พี่ไปหรอกครับ”
ปีใหม่ขยับตานิดหนึ่ง
“แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปขอให้พี่ไม่ไป” เขายิ้มบาง ๆ“ชีวิตพี่มันไม่ได้ขึ้นกับผม พ่อแม่พี่ให้โอกาสขนาดนั้น ผมรู้ว่าผมไม่ควรเป็คนมาขวาง”
เธอมองเขา
ในดวงตาคู่นั้นมีทั้งความอ่อนลงและเหนื่อยรวมกัน
“เพราะงั้น…” เขาพูดต่อ “ไม่ว่าพี่จะตัดสินใจยังไงผมก็…จะอยู่ตรงนี้แหละครับ”
“ตรงนี้คือที่ไหน”
“ตรงที่…ไม่มีสิทธิ์ขออะไรจากพี่ แต่ยังอยากอยู่ใกล้พี่ให้มากที่สุดเท่าที่ฐานะ‘น้องรหัส’ คนหนึ่งจะอยู่ได้”
ประโยคนั้นทำให้มุมปากเธอยกขึ้นนิดหนึ่ง
“ยศนี่เธอมัน…ขี้ขลาดแบบจริงใจดี”
“พี่ก็รู้ั้แ่วันแรกแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
ทั้งสองคนหัวเราะเบา ๆ
หัวเราะแบบคนที่รู้ดีว่า ข้างใต้เสียงหัวเราะนั้น ยังมีเื่ที่ยังไม่อยากแตะอยู่เต็มไปหมด
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
คืนนั้น หลังจากแยกกับปีใหม่
ชัยยศเดินกลับห้องเช่า ท้องฟ้ากรุงเทพมีเมฆคลุ้ม ๆ เหมือนจะมีฝนชายหนุ่มยืนมองขึ้นไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะในคอ
บนฟ้าเหนือหัวนั้น
วันหนึ่งปีใหม่อาจบินไปไกลถึงต่างประเทศ
ส่วนเขา…ยังคงเดินอยู่บนพื้นซีเมนต์หน้าหอเช่า
เขาเดินขึ้นห้อง เปิดไฟทิ้งไว้แล้วนั่งฟุบกับโต๊ะจ้องโทรศัพท์สาธารณะหน้าตึกในความคิด
วันนั้นเขาไม่โทรหานิ่ม
ไม่ใช่เพราะไม่คิดถึง
แต่เพราะไม่รู้จะเล่าอะไรให้เธอฟัง
จะเล่าได้ไหมว่า อีกไม่กี่เดือนผู้หญิงอีกคนอาจหายไปจากชีวิตสามเดือน
จะเล่าได้ไหมว่าระหว่างที่คบหาคุยกับนิ่มแบบไม่เคยพูดชัดเจนเขากลับไปล้ำเส้นกับคนอื่นมานานแล้ว
เขารู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่กลางวงกลมที่วาดด้วยเส้นหลายเส้น
เส้นจากค่ายทหารเก่า เชื่อมมานิ่ม
เส้นจากมหาวิทยาลัย เชื่อมไปปีใหม่
เส้นจากบ้านแฟลตทหาร เชื่อมไปถึงความฝันเื่ข้าราชการ
ทุกเส้นกำลังดึงเขาคนละทาง
และเขา…ยังไม่กล้าตัดเส้นไหนออกเลย
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
กลับมาที่ริมโขงในวันนี้
ชัยยศมองพื้นปูนหน้าม้านั่งเหมือนจะเห็นรอยเท้าของตัวเองในวัยหนุ่มซ้อนขึ้นมา
“ตอนนั้นฉันไม่รู้ตัวเลยว่า แค่คำว่า ‘ไม่มีสิทธิ์ขออะไร’ ที่พูดออกไป…มันจะวนกลับมาทำให้ฉันเป็คนที่ไม่มีสิทธิ์รักษาใครไว้ได้จริงๆ สักคน”
เขายิ้มนิด ๆ แบบคนหัวเราะเยาะตัวเอง
เพราะสุดท้ายแล้ว
ทั้งปีใหม่
ทั้งนิ่ม
ในแต่ละ่เวลา
เขาก็เป็แค่คนที่ “รับ” การตัดสินใจของผู้หญิงเ่าั้
รับที่อีกคนเลือกเดินไปตามครอบครัว
รับที่อีกคนยืนอยู่ไกล ๆ แล้วบอกว่า“ยศอย่าลืมว่าเราเคยเดินมาด้วยกัน”
เขาแทบไม่เคย “กล้าขอ” อะไรจากใครเลย
และนั่นแหละ—
คือราคาของความขี้กลัวในวัยหนุ่ม
ที่ตามมานั่งข้างเขาอยู่ริมโขงในวัยเจ็ดสิบปีแบบนี้ไม่ยอมไปไหน
— จบตอนที่ 7 —