ณ ตำหนักองค์ชายอันฉู่ ในแคว้นฉิน
ในคืนดึกสงัด องค์ชายทรงบรรทมหลับไปสักพักหนึ่ง อยู่ดีๆ ก็มีกลุ่มนักฆ่าแอบย่องเข้ามาในห้องบรรทมหมายจะสังหารองค์ชาย แต่แล้วองค์ชายทรงไหวตัวทัน จึงสามารถปลิดชีพเหล่านักฆ่าได้ทั้งหมด องค์ชายทรงสั่งทหารองครักษ์นำศพไปทิ้ง แล้วทรงเรียกที่ปรึกษามาเข้าเฝ้าด่วน
“ข้าเริ่มอยากรู้แล้วว่าใครบงการหมายชีวิตของข้า” องค์ชายอันฉู่ตรัส
“แล้วองค์ชายทรงจะทำอย่างไรพะย่ะค่ะ”
“เราจะปลอมตนเป็ทหารองครักษ์ภายในวังก่อน เพราะทหารองครักษ์ฝ่ายในจะต้องใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าด้วย ดังนั้นเราจะสามารถปลอมตนได้สะดวก ส่วนเ้าต้องปลอมเป็เรา โดยบอกกับฝ่าาว่า องค์ชายทรงประชวรกะทันหัน ่นี้ห้ามใครเข้าเยี่ยมเด็ดขาด”
“ทราบแล้วพะย่ะค่ะ”
*********************************
ั้แ่นั้นมาองค์ชายจึงปลอมเป็ทหารองครักษ์ฝ่ายใน สถานที่แรกที่พระองค์เข้าไปลอบสืบก็คือ ตำหนักองค์หญิงชานหงส์ องค์ชายทรงแปลกใจมาก ว่าเหตุใดถึงมีขุนนางเข้าเฝ้าองค์หญิงชานหงส์เพื่อคุยเื่การเมือง ไม่เพียงเท่านั้นพระองค์ยังไปได้ยินความลับสำคัญ
“เรียนองค์หญิง ท่านราชครูขอเข้าเฝ้าเพคะ”
“ให้เข้ามาได้” องค์หญิงชานหงส์ตรัส
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ องค์หญิง” ราชครูตรัส
“ตามสบายเถอะ ท่านราชครู” “ไหนว่าท่านส่งนักฆ่าไปฆ่าองค์ชายแล้วไง ทำไมถึงไม่มีข่าวการสิ้นพระชนม์เลยล่ะ” องค์หญิงชานหงส์ตรัส
“กระหม่อมตามหาพวกนักฆ่าไม่เจอ แม้กระทั่งศพก็ไม่เห็น” ราชครูตรัส
“หรือว่า องค์ชายทรงฆ่าพวกมันหมดแล้ว” องค์หญิงชานหงส์ตรัส
“อาจเป็ไปได้พะย่ะค่ะ” ราชครูตรัส
“และที่ข่าวพระองค์ประชวรเป็ความจริงงั้นหรือ” องค์หญิงชานหงส์ตรัส
“เื่นั้น กระหม่อมไม่สามารถสืบได้จริงๆ เพราะองค์ชายทรงสั่งห้ามใครเข้าออกตำหนัก และเห็นว่ามีทหารองครักษ์คุ้มกันแ่ากว่าเดิม” ราชครูตรัส
“ถ้าเป็เช่นนั้น พวกเราคงต้องเฝ้าดูสถานการณ์ได้ก่อน ค่อยหาโอกาสครั้งต่อไป” องค์หญิงชานหงส์ตรัส
องค์ชายทรงลอบฟังและได้ยินทุกอย่าง ที่แท้ผู้บงการก็คือองค์หญิงชานหงส์กับท่านราชครูนี่เอง “ไม่คิดว่า องค์หญิงแห่งแคว้นฉินจะน่ากลัวเช่นนี้”
*********************************
หลังจากนั้นองค์ชายที่ปลอมตนเป็ทหารองครักษ์ก็ย้ายไปสืบที่ตำหนักองค์หญิงชานหลิงทันที เพราะทรง้าทราบว่าองค์หญิงองค์อื่นเป็เช่นเดียวกันหรือไม่
“ข้าสั่งแล้วใช่มั้ยว่า ข้าจะเอาชุดสีม่วง แล้วทำไมนำชุดสีน้ำเงินมาให้ข้า ทำไมสั่งแล้วไม่จำเลย ห๊า” องค์หญิงชานหลิงตรัส
“ขออภัยเพคะ หม่อมฉันคงหยิบผิดเพคะ” นางกำนัลกล่าว
องค์หญิงทรงจิกหัวนางกำนัล “ต่อไปจำใส่กะลาหัวด้วย ข้าไม่ชอบให้ใครทำงานผิดพลาดแบบนี้”
สักพักนางกำนัลอีกคนก็เข้ามา
“องค์หญิงเพคะ น้ำซุ๊ปบำรุงเพคะ”
เมื่อองค์หญิงชานหลิงทรงทานน้ำซุ๊ป ยังไม่ทันกลืนก็พ่นน้ำใส่นางกำนัลที่ถือมาทันที “น้ำซุ๊ปอะไร ทำไมรสชาติแบบนี้ ไปทำมาใหม่เดี๋ยวนี้นะ”
“เพคะ เพคะ หม่อมฉันจะรีบไปทำเดี๋ยวนี้เพคะ”
นางกำนัลและทหารองครักษ์ทุกคนถึงกับส่ายหน้า เพราะได้รับรู้ถึงพฤติกรรมขององค์หญิง ว่าพระองค์ทรงมีพระทัยร้าย ไม่เมตตาบริวาร
องค์ชายอันฉู่เฝ้าสังเกตประมาณสองวัน ไม่พบว่าองค์หญิงจะติดต่อขุนนางคนใดเลย เพียงแต่มีพระทัยร้าย ไม่พอพระทัยอะไรขึ้นมา ก็ทรงอาละวาดทันที
องค์ชายทรงคิดว่าไหนๆ ก็เข้ามาสืบองค์หญิงทั้งสองพระองค์ ก็ขอลองทำความรู้จักกับองค์หญิงชานชิวด้วยก็แล้วกัน ดังนั้นองค์ชายที่ปลอมตนอยู่ก็ลอบเข้าตำหนักองค์หญิงชานชิว
*********************************
ณ ตำหนักองค์หญิงชานชิว
ั้แ่มีพิธีเลือกคู่ องค์หญิงชานชิวก็ใช้ผ้าปิดบังใบหน้าไม่ยอมถอด แม้กระทั่งอยู่ในตำหนักของตนเองก็ตาม
“องค์หญิงเพคะ วันนี้พวกเราไปที่สวนอุทยานเพื่อซ้อมดีดพิณนะเพคะ”
องค์หญิงทรงเห็นว่า นางกำนัลคนสนิทคะยั้นคะยอหลายครั้งแล้ว วันนี้ก็เลยตามใจนาง “ได้สิ ไปเตรียมพิณมาก็แล้วกัน”
*********************************
ณ สวนอุทยาน
เป็การบังเอิญที่องค์หญิงชานหลิงก็มาซ้อมที่ดีดพิณที่นี่ด้วย องค์หญิงชานหลิงดีดพิณไปได้สักครึ่งเพลง สายพิณก็ขาด
“นี่พวกเ้านำพิณอะไรมาให้เราดีด ห๊า ของปลอมหรือเปล่าเนี่ย ดีดไม่เท่าไหร่สายพิณก็ขาดแล้ว” องค์หญิงชานหลิงตรัส
“เดี๋ยว หม่อมฉัน ไปติดต่อซื้อมาให้ใหม่นะเพคะ”
“ให้เ้าไปซื้อ มันก็ไม่มีคุณภาพ เ้านี่ช่างเลือกไม่เป็เลยนะ และนี่ ข้าจะทำให้รู้ว่ามันไม่มีคุณภาพแค่ไหน” องค์หญิงชานหลิงทรงเกิดบันดาลโทสะยกพิณหมายจะมาฟาดนางกำนัลคนที่เลือกพิณทันที
ทันใดนั้นองค์หญิงชานชิวซึ่งเห็นเหตุการณ์ทรงวิ่งเข้าไปเอาแขนกันนางกำนัลให้ ทำให้พระองค์ถูกพิณตีที่แขนอย่างแรงจนกระทั่งพิณหัก ทุกคนในอุทยานพากันใ
องค์หญิงชานชิวทรงเจ็บแขนอย่างมาก แต่ก็ทรงกัดฟันทนเจ็บ เพราะไม่อยากให้เื่มันไปกันใหญ่
“ทำไมน้องทำเช่นนี้ พี่ก็แค่จะสั่งสอนนางกำนัลเท่านั้น” องค์หญิงชานหลิงตรัส
“แต่น้องว่าพี่ทำเกินไปนะ และพี่ต้องระวังไว้ด้วย ฝ่าาทรงไม่ชอบให้บรรดาราชวงศ์ทำร้ายบริวารของตนเอง หากฝ่าาทรงทราบขึ้นมา พี่จะถูกลงโทษนะ” องค์หญิงชานชิวทรงขู่
องค์หญิงชานหลิงกัดฟันที่เห็นองค์หญิงชานชิวข่มขู่ตน แต่ก็ตรัสไปว่า “ต่อไปพี่จะไม่ทำอีกแล้วจ้ะ แล้วแขนเป็อย่างไรบ้าง”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวก็คงหายค่ะ” “นี่พิณของน้อง น้องซื้อมาจากร้านเครื่องดนตรีชื่อดัง เล่นพิณนี้ไปก่อนนะคะ ค่อยหาพิณที่มีคุณภาพมาใหม่” องค์หญิงชานชิวตรัส
“ขอบใจน้องมาก งั้นพี่ขอนำพิณไปดีดเลยนะ” องค์หญิงชานหลิงตรัส
“งั้นน้องขอลา”
*********************************
ณ ตำหนักองค์หญิงชานชิว
“ทำไมพระองค์ถึงทรงนำพิณตัวเองไปให้องค์หญิงชานหลิงด้วยเพคะ และอีกอย่างองค์หญิงชานหลิงนำพิณมาตีพระองค์อย่างแรง พระองค์ควรจะทูลฝ่าานะเพคะ” นางกำนัลคนสนิทบ่น
“น่า เราไม่อยากให้เื่มันไปกันใหญ่” องค์หญิงชานชิวตรัส
“แต่พระองค์ทรงเท่ห์มากเลยนะเพคะ เหมือนกับอัศวินปกป้องผู้อ่อนแอยังไงไม่รู้ ขนาดพิณหักซะขนาดนั้น พระองค์ยังทรงไม่เป็อะไรเลย” นางกำนัลชม
องค์หญิงทรงเจ็บแขนมากแต่อดทนเอาไว้ แต่ตอนนี้ทรงทนไม่ไหวแล้ว “โอ๊ย โอ๊ย เราเจ็บมากเลย สงสัยแขนเราจะหักแล้ว ฮือ ฮือ” องค์หญิงชานชิวปล่อยโฮ
“องค์หญิงเพคะ เจ็บมากหรือเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะรีบไปตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้” นางกำนัลเป็ห่วง
“ฮือ ฮือ ไม่ได้นะ ห้ามตามหมอหลวง ไม่งั้นเกิดเื่ใหญ่แน่ ฝ่าาต้องทรงเอาผิดกับองค์หญิงชานหลิงแน่เลย” องค์หญิงชานชิวตรัส
“และจะทำยังไงเพคะ”
“ส่งองครักษ์ไปตามไป่หลิงมารักษาให้เราที่นี่เดี๋ยวนี้ ฮือ ฮือ ไปตามเร็วๆ นะ” องค์หญิงชานชิวตรัส
“ได้เพคะ หม่อมฉันจะไปดำเนินการเดี๋ยวนี้”
องค์ชายทรงเห็นเหตุการณ์ตลอด ก็อดรู้สึกเป็ห่วงองค์หญิงชานชิวไม่ได้ เพราะองค์หญิงทรงโดนพิณฟาดอย่างแรงจนพิณหัก มันต้องเจ็บมากแน่ๆ และสักพักนางกำนัลคนสนิทก็ออกมาจากห้องบรรทมและสั่งการองค์ชายที่ปลอมเป็องครักษ์ว่า
“เ้ารีบไปตามไป่หลิง ซึ่งเป็ฮูหยินของท่านเสนาบดีให้เข้าวังโดยด่วน บอกว่าให้รีบมาดูอาการองค์หญิงเดี๋ยวนี้ และเื่นี้ให้เก็บความลับด้วย ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด เข้าใจมั้ย”
“ครับ”
หลังจากนั้นองค์ชายจึงรีบออกนอกวังเพื่อไปที่จวนของท่านเสนาบดีทันที
*********************************
ณ จวนท่านเสนาบดี
เนื่องจากต่งหนานชอบมาหาไป่หลิงบ่อยๆ ดังนั้นแม่ทัพธงอี่จึงต้องไปมาหาสู่ที่จวนท่านเสนาบดีประจำ ทำให้ผู้ชายทั้งสองคนสนิทกันโดยปริยาย ในขณะนี้ต่งหนานไปช่วยไป่หลิงที่ร้านหมอ แต่ธงอี่กับท่านเสนาบดีสนทนากันเื่บ้านเมืองที่จวน สักพักก็มีเด็กรับใช้มารายงานว่ามีทหารองครักษ์รออยู่ด้านนอกเห็นว่ามาขอพบไป่หลิง ผู้ชายทั้งคู่สงสัยจึงออกมาพบองครักษ์คนนั้นด้วยตนเอง
ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปพบ ก็พากันสังเกตการแต่งตัวและพฤติกรรมขององครักษ์ว่ามันผิดปกติ เลยปรึกษากันก่อน ก่อนที่จะเข้าไปสอบถาม
“ทำไมองครักษ์คนนี้แต่งตัวแปลกๆ เหมือนไม่ใช่คนของแคว้นฉิน เพราะแต่งกายชุดองครักษ์แคว้นฉินไม่เป็” ท่านเสนาบดีสงสัย
“ถ้าท่านคิดว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนแคว้นฉิน ข้าก็พอจะเดาออกว่าเขาน่าจะเป็องค์ชายอันฉู่” ธงอี่กล่าว
“ห๊า ว่าไงนะ ทำไมท่านถึงรู้ล่ะ ธงอี่” ท่านเสนาบดีสงสัย
“ข้าเคยเห็นพระองค์มาก่อน แม้พระองค์ใส่หน้ากาก ข้าก็จดจำรูปร่างและบุคลิกของพระองค์ได้” ธงอี่กล่าว
“งั้นพวกเราไปเข้าเฝ้าองค์ชายกันเถอะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
ท่านเสนาบดีและธงอี่เลยจู่โจมเลย “ถวายบังคมพะย่ะค่ะ องค์ชาย” (พูดพร้อมกัน)
“พวกท่านรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็องค์ชาย” องค์ชายอันฉู่ตรัส
“องค์ชายไม่ใช่คนแคว้นฉิน ดังนั้นพระองค์จึงแต่งกายแบบคนแคว้นฉินไม่เป็พะย่ะค่ะ ดูได้จากชุดองครักษ์ที่พระองค์ทรงสวมอยู่ขณะนี้ ส่วนท่านแม่ทัพก็เคยเห็นพระองค์มาก่อน เขาจดจำรูปร่างและบุคลิกของพระองค์ได้พะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
“พวกท่านเก่งมาก” “แต่ตอนนี้ เราขอพบไป่หลิงก่อนได้มั้ย องค์หญิงชานชิวทรงถูกองค์หญิงชานหลิงใช้พิณฟาดที่แขนอย่างแรง แขนของพระองค์อาจจะหักได้ พระองค์ไม่อยากให้เกิดเื่ใหญ่ จึงไม่ให้หมอหลวงมาดูอาการ แต่จะให้ไป่หลิงไปรักษาพระองค์แทน” องค์ชายอันฉู่ตรัส
“ได้สิพะย่ะค่ะ”
ท่านเสนาบดีจึงส่งเด็กรับใช้ไปตามไป่หลิงที่ร้านหมอทันที บอกว่ามีเื่ด่วนให้ปิดร้านหมอไปก่อน
ในระหว่างที่รอฮูหยินมาที่จวน ท่านเสนาบดีจึงสอบถามความเป็มาขององค์ชายอันฉู่เหตุใดต้องปลอมตนเป็องครักษ์ องค์ชายทรงไว้พระทัยท่านเสนาบดีจึงยอมเล่าทุกอย่างให้ฟัง
“เราถูกลอบฆ่าเมื่อสัปดาห์ก่อน เราอยากรู้ตัวผู้บงการจึงปลอมตนเป็องครักษ์ฝ่ายใน เพราะองครักษ์ฝ่ายในต้องใช้หน้ากากปกปิด จึงทำให้ปลอมตนได้สะดวก เราลอบไปสืบตามตำหนักองค์หญิง จึงรู้ว่าองค์หญิงชานหงส์กับท่านราชครูร่วมมือกันจ้างนักฆ่ามาฆ่าเรา หลังจากนั้นเราก็อยากรู้อีกว่าองค์หญิงองค์อื่นประสงค์ร้ายกับเราอีกหรือไม่ จึงไปสืบตำหนักอื่นด้วย ซึ่งนั่นทำให้เรารู้ว่าองค์หญิงชานหลิงทรงมีพระทัยร้ายมาก ชอบทุบตีบริวารของตัวเอง องค์หญิงชานชิว้าปกป้องนางกำนัลจึงใช้แขนของพระองค์กันไม่ให้นางกำนัลโดนพิณตี” องค์ชายทรงเล่า
“เื่เป็อย่างนี้นี่เอง แต่เนื่องจากเราไม่มีหลักฐานเอาผิดองค์หญิงชานหงส์กับท่านราชครู ดังนั้นในตอนนี้กระหม่อมจะรีบส่งองครักษ์ไปคุ้มกันพระองค์เพิ่มเติมพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
“ขอบใจท่านมาก” องค์ชายตรัส
*********************************
ไป่หลิงกับต่งหนานจึงรีบกลับมาที่จวนท่านเสนาบดีทันที โดยทั้งสองเข้าไปคุยกับสามีตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปพบองครักษ์จากในวัง
“ท่านพี่มีอะไรหรือคะ ทำไมถึงกับจะต้องปิดร้านหมอเลย” ไป่หลิงถาม
“องค์หญิงชานชิวถูกองค์หญิงชานหลิงใช้พิณตีที่แขนอย่างแรงถึงขั้นพิณหัก เลยไม่รู้ว่าแขนของพระองค์จะหักด้วยหรือเปล่า เ้ารีบเข้าวังไปดูอาการให้พระองค์เถอะ” “เอ้อใช่ องครักษ์คนนั้นจริงๆ แล้วคือองค์ชายอันฉู่นะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
“ห๊า อะไรนะ ทำไมถึงต้องปลอมตน” ไป่หลิงถาม
“นั่นสิคะ” ต่งหนานถาม
ท่านเสนาบดีจึงเล่าความเป็มาให้ไป่หลิงและต่งหนานฟัง เมื่อฟังจบ ไป่หลิงและต่งหนานจึงพากันติดตามองครักษ์เข้าวังทันที