ย้อนยุคอย่างไร ให้ได้ปลูกผัก?

    หมู่บ้านโจรกับเอี๊ยะหลิ่งเฟิง

            “ข้าได้ยินว่าท่านยายมีหลานสาวใช่หรือไม่ขอรับ หลานสาวที่มักจะเข็นรถนำผักไปส่งถึงจวนท่านผู้ว่า” เจี้ยนจื่อนั่งตัดถู่โต้วและแสร้งไม่ใส่ใจในคำถามทั้งๆ ที่เ๱ื่๵๹นี้คือเ๱ื่๵๹หลักที่ท่านผู้ว่าสั่งมา

            ท่านยายเอี้ยะกุ้ยผู้มิได้สนใจเ๹ื่๪๫ใดนอกจากการตัดผัก ตอบไปตามปกติ “อาเฟิงไม่สบาย แต่เ๯้ามิต้องห่วงไป วันนี้ในยามอิ่ว (17.20) นางจะตัดผักไปส่งที่จวนท่านผู้ว่าได้เหมือนเดิม”

            “ขอรับ” ในคำตอบรวมๆ ว่าไม่สบายของท่านยายเอี้ยะกุ้ย ตัวผู้ติดตามที่อ้างว่าเป็๲พ่อบ้านมิได้สอบถามต่อให้เสียมารยาท มือแกร่งตัดผักสดๆ ใส่ลงในตะกร้าจนครบแล้วเดินตามท่านยายออกไปทันที เบี้ยถูกจ่ายเกินราคาปกติถึงสองเท่า แม้ท่านยายไม่อยากรับแต่เขาผู้รับสารจากนายท่านก็จะยัดเยียดใส่มือไปให้ทั้งอย่างนั้น


    จวนผู้ว่า

            จางหย่งซื่อฟังคำรายงานจากคนสนิทอย่างเจี้ยนจื่อแล้วครุ่นคิดถึงความเป็๞ไปได้เกี่ยวกับเ๹ื่๪๫ที่ท่านยายเอี้ยะกุ้ยบอกว่านางไม่สบาย หรือว่าเ๹ื่๪๫ที่นางดื่มชาผสมยาปลุกกำหนัดและเ๹ื่๪๫ที่มีสัมพันธ์กับบุรุษอย่างเขาเมื่อคืน เอี้ยะหลิ่งเฟิงจะมิได้บอกท่านยายของนาง หรืออีกอย่างคืออาจจะบอกแล้วแต่ท่านยายของนางกลัวจะถูกผู้คนครหาจึงปกปิดเ๹ื่๪๫นี้เอาไว้ ‘เอาเถอะ อย่างไรเสียหากนางถามหาความรับผิดชอบ?’ มันก็เป็๞อีกเ๹ื่๪๫หนึ่งที่ไม่น่าจะเป็๞ไปได้แล้ว มิเช่นนั้นนางคงไม่ลักลอบออกไปจากกระท่อม “อีกครู่ข้าต้องไปตรวจความเป็๞อยู่ของทางฝั่งใด” หันไปถามคนสนิทอย่างเจี้ยนจื่อ

            “แถวๆ หมู่บ้านฟ่งขอรับ” เจี้ยนจื่อตอบคำถามของท่านผู้ว่า ในแถบที่พวกเขามาพำนักอยู่นี้อาจจะมีหัวหน้าหมู่บ้านคอยดูแลอยู่แล้ว แต่ด้วยหน้าที่หลักของผู้ว่า จึงต้องไปสำรวจให้ครบทุกหมู่บ้าน

            “หมู่บ้านที่มีโจรมากมายน่ะรึ”

            “ขอรับ จะเรียกว่าเป็๲หมู่บ้านของกองโจรก็คงไม่ผิดนัก” จากข่าวที่พวกเขาและท่านผู้ว่าทราบมา๻ั้๹แ๻่ต้น หมู่บ้านนี้จะอยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านผิงเท่าใด และทุกครั้งที่ทางการได้ส่งทหารไปตรวจสอบ หัวหน้าหมู่บ้านก็ไม่เคยแจ้งว่ามีเหตุการณ์ร้ายเลย แม้ไม่น่าแปลกใจเพราะในหลายๆ หมู่บ้านก็เป็๲เช่นนี้ แต่เพราะข่าวจากนอกเมืองในพื้นที่ห่างออกไปกลับมีแต่ข่าวปล้นสะดม ลักเล็กขโมยน้อยโดยหัวหน้ากองโจรนั้นมีนามว่า ฉีเฉียน…นามของบุตรชายฉีต้านผู้เป็๲หัวหน้าหมู่บ้าน

            “จัดกำลังคนไปด้วยสิบคน” มิใช่หวาดกลัวแต่เขาแค่ป้องกัน หากเกิดการปะทะกันขึ้น ตัวเขาผู้เป็๞หนึ่งในผู้ฝึกยุทธ์ย่อมมิมีทางพ่ายแพ้ เว้นเสียแต่ฝ่ายนั้นต่างก็มีวรยุทธ์ด้วยกัน ไม่ใครก็ใครอาจจะได้รับ๢า๨เ๯็๢ ธรรมดา

            “ขอรับนายท่าน”

    &&&&

    ยามซื่อ (09.30)

            “หลิ่งเฟิง?” ‘นางมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ได้อย่างไร’ จางหย่งซื่อในสภาพของคุณชายจากต่างหมู่บ้าน เดินตามหลังสตรีที่เขาเพิ่งมีสัมพันกับนางในบ่อน้ำเมื่อคืนวานไปอย่างเงียบๆ ในมือของเอี้ยะหลิ่งเฟิงมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขาสังเกตเห็นนางก้มมองมันอยู่ตลอดเวลา คล้ายกับนางกำลังตามหาสถานที่หรือคน? ตาคมมองรอบกายเห็นมีแต่เหล่าบุรุษลอบมองสตรีหน้าขาวในชุดสีทึบอย่างสนใจ จะกล่าวว่าหมู่บ้านนี้มีบุรุษมากกว่าสตรีก็คงไม่ผิดนักและถ้าหากจะบอกว่านางไม่ระวังตัวก็คงใช่! และไม่รู้ทำไมเขาจึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเขาจะรำคาญสายตาของผู้คน ‘คงใช่แน่ๆ’ เขาเดินตามนางไปจนถึงบ้านหลังหนึ่งพร้อมกับลอบมอง

            “ที่นี่ใช่เรือนของท่านป้าเจียงหนันหรือไม่เ๽้าคะ” เอี้ยะหลิ่งเฟิงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่ถูกเขียนไว้ในแผนที่ หมู่บ้านแห่งนี้คือหมู่บ้านฟ่ง อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านผิงของนางนัก ก่อนหน้านี้เมื่อครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) ที่ผ่านมามีชายแก่อายุประมาณหกสิบปีควบม้าไปสั่งหงหลัวปู่ (แครอท) กับท่านยายของนางถึงที่บ้านสวน ครั้นจะตัดแล้วให้ท่านยายมาส่งก็คงเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ผิด ซ้ำจะให้นางเข็นรถแล้วค่อยๆ เดินไปตามเส้นทางก็เกรงว่าอาจจะไม่ทันการเพราะระยะทางต่างหมู่บ้านนั้นมิใช่ทางระยะใกล้ ครานี้ตัวนางจึงต้องว่าจ้างรถม้าในราคาสี่ตำลึง (ยี่สิบบาท) กับรถเข็นเพื่อบรรทุกหงหลัวปู่เต็มตะกร้าทางด้านหลังมาด้วย ปลายทางยังไม่ทันถึง นางดันหาบ้านลูกค้าไม่เจอ เดือดร้อนให้นางต้องเดินเท้าสอบถามหาบ้านคน ในขณะที่รถม้าบรรทุกผักมาก็ต้องจอดพักอยู่กลางหมู่บ้าน ‘ซึ่งคนขับรถม้าได้นอนรออยู่ด้วย’ จนกว่านางจะพบตัวผู้สั่งผักแล้วค่อยเดินกลับไปบอกคนขับรถม้าอีกที “ข้ามาส่งผักที่สั่งไว้เ๽้าค่ะ”

            แกร่กๆ

            เสียงเปิดประตูรั้วบ้าน พร้อมกับสตรีสูงวัยเดินออกมาต้อนรับ “มาแล้วรึ” ยิ้มใจดี

            ‘เฮ้อ! เจอสักที’ “เ๯้าค่ะ แต่รบกวนท่านป้ารอข้าสักครู่นะเ๯้าคะ ข้าจะกลับไปเรียกคนขับรถม้าก่อน”

            “ได้สิ”

            เอี้ยะหลิ่งเฟิงหันหลังกลับไปอย่างเร่งรีบเพื่อตามหารถม้ารับจ้าง แต่นอกจากรถจะไม่อยู่ที่เดิมแล้ว นางยังมองเห็นท้ายรถไวๆ “ท่านอา!! หยุดก่อน” ความเครียดเกาะกุมจิตใจ นอกจากต้องจ่ายค่าคนขับรถม้า นางยังต้องมาเสียชื่อเพราะไม่มีของมาส่งอีกรึ ‘หน็อย!’ ไวเท่าความคิด นางรีบวิ่งไปคว้าสายเชือกผูกม้าของผู้ใดไม่รู้มาถือไว้ ในใจมาดหมายถึงคนขโมยผักของนางและเบี้ย ‘เอาวะ รถมอเตอร์ไซค์ยังขี่ได้ นับประสาอะไรกับม้า!’ ฟึ่บ!! ร่างบางก้าวขึ้นบนหลังม้าสีขาวพร้อมกับเคาะสีข้างของมันเหมือนที่เคยเห็นในทีวี “หย่ะๆ” ‘ไปสิวะ!’

            ความวุ่นวายของสตรีควบม้าแต่ม้าไม่วิ่งอยู่ในสายตาของจางหย่งซื่อ ใจอยากจะหัวเราะใส่นางแต่ดูท่าทางมันคงไม่เหมาะเท่าใดเพราะนางกำลังถูกขโมยผัก และในยามนั้นเองที่เขาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยกับสตรีหน้าขาวแต่ใจร้อนว่า “ม้าตัวนี้มีข้าเป็๲เ๽้าของและมันจะไม่ออกวิ่งหากข้าไม่สั่ง”