วันนี้เป็วันอาทิตย์ซึ่งเป็วันหยุดของอรภา เธอจึงมาถวายสังฆทานที่วัดเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้น้องสาว หลังจากทำบุญกรวดน้ำเรียบร้อย ก็เดินไปที่เก็บเถ้ากระดูกของอันนิภา
“ไม่ต้องห่วงพี่นะยายอัน ตอนนี้พี่เข้มแข็งขึ้นมากแล้ว ไปสู่สุคติเถิด”
อรภากำลังเดินออกจากวัด เพื่อไปขึ้นรถเมล์กลับหอพัก แต่แล้วอยู่ดีๆก็มีผู้ชายจับแขนรั้งไว้
“จะทำอะไรน่ะ” อรภาพยายามสะบัดแขน
“ผมเอง อรภา”
“ผู้กองพงศ์เทพ มีอะไรไม่ทราบ ปล่อยแขนฉันได้แล้วค่ะ”
“ผมมีเื่ขอให้คุณช่วย ผมอยากให้คุณช่วยแฮ็คเข้าไปในอีเมลล์ของผู้ตายให้หน่อย”
“ฉันไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณไปหาคนอื่นเถอะ และฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับตำรวจอีกแล้ว”
“สมัยก่อนคุณไม่เป็อย่างนี้นี่ครับ คุณให้ความร่วมมือ ช่วยให้พวกเราจับคนร้ายได้หลายคดีแล้ว”
“ขอโทษนะคะ ที่ดิฉันทำไปไม่ใช่เพราะฉันเป็พลเมืองดีหรอกนะคะ ฉันทำให้เพราะน้องสาวของฉันเป็คนขอร้อง และตอนนี้เธอก็ไม่อยู่แล้วนี่คะ ฉันไม่มีความจำเป็ต้องช่วยใคร”
“วันนี้ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ไม่อยู่เลยซักคน ผู้ตายกำลังถูกตัดสินว่าฆ่าตัวตายเอง แต่ผมมีเซ้นว่ามีความไม่ชอบมาพากลอยู่ และในอีเมลล์อาจจะมีอะไรอยู่ก็เป็ได้ เช่นจดหมายขู่ฆ่าของคนร้ายอะไรอย่างนั้น”
“ขอโทษนะคะคุณผู้กอง ฉันมีธุระ ขอลานะคะ”
ก่อนที่อรภาจะทำงานในโรงแรมธนธาราราย ่ที่เธอเรียนอยู่ป.ตรีด้านการโรงแรม เธอได้ทำงานพิเศษอยู่ร้านคอมพิวเตอร์ ทำให้เธอเรียนรู้โปรแกรมต่างๆ แม้กระทั่งการแฮ็คข้อมูล สมัยที่อันนิภายังอยู่ อรภาได้ช่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์หลายครั้งแล้ว และตอนนี้ผู้กอง้ารีบไขคดีก่อนที่จะถูกตัดสินเป็ฆ่าตัวตายไป จึงรีบอุ้มอรภาขึ้นรถตัวเองเพื่อไปที่ห้องพักผู้ตาย
“คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันนะผู้กอง ฉันจะฟ้อง ตำรวจรังแกประชาชน” และก็ะโให้คนอื่นช่วย “ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วย ฉันโดนลักพาตัว”
ผู้กองพงศ์เทพกลัวว่าจะมีพลเมืองดีมาช่วยจนกลายเป็เื่ยุ่งยาก เลยแกล้งหอมแก้มอรภา “เมียจ๋า อย่าแกล้งพี่แรงขนาดนี้สิ เดี๋ยวเขาก็มากระทืบพี่หรอก”
“อ้าย! ไอ้บ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
ผู้กองอุ้มอรภามาทางฝั่งข้างคนขับ ให้เธอเข้าไปนั่งแล้วใส่กุญแจมือเธอติดกับราวจับของรถแล้วปิดประตู ทำให้อรภานั่งโดยแขนข้างซ้ายยกขึ้นติดกระจกรถ แล้วผู้กองก็รีบไปที่เกิดเหตุทันที
“คุณ ฉันเมื่อยแล้ว ปล่อยฉันได้แล้วล่ะ”
“ทนอีกหน่อยนะ ใกล้ถึงแล้วครับ”
เมื่อถึงหอพักของผู้ตาย ผู้กองกลัวอรภาหนีเลยใส่กุญแจมือเธอติดกับมือตัวเองทำให้ทั้งสองต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน และเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยจึงจับมืออรภาไว้ตลอด แลดูเหมือนคู่รัก
ผู้กองมาพบเ้าของหอพัก เพื่อขออนุญาตไปตรวจสอบห้องผู้ตายอีกครั้ง
“อ้าว ผู้กอง ไหนว่าคดีนี้จะตัดสินเป็ฆ่าตัวตายไม่ใช่หรอครับ”
“อ้อ ใช่ครับ แต่ผมต้องมาตรวจสอบรอบสุดท้าย เพื่อความมั่นใจ”
ทั้งคู่เลยเข้าไปในห้อง แล้วผู้กองก็ล็อคประตูไว้ เพราะเื่นี้เป็การแอบทำเพื่อตรวจสอบข้อสงสัย
ผู้กองไขกุญแจมือออก เพื่อให้อรภาไปดูคอมฯของผู้ตาย
อรภายังคงขัดขืน “ฉันไม่ทำค่ะ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ใช่พลเมืองดี” อรภากำลังจะเดินออกไปจากห้อง แต่แล้วผู้กองก็รีบจับตัวอรภากดไปที่ผนังห้อง
“ผมอุตส่าห์ถ่อสังขารไปรับคุณตั้งไกล คุณกลับไม่ช่วยผม งั้นผมว่าเราทำอย่างอื่นดีกว่า ถือว่าเป็ค่าเหนื่อยผมก็แล้วกัน”
“อย่าทำอะไรบ้าๆ ผู้กอง ปล่อยเดี๋ยวนี่....อื้อ” กำลังจะะโขอความช่วยเหลือ ก็ถูกมือผู้กองปิดปากไว้
“ผมจะถามเป็ครั้งสุดท้าย ว่าคุณจะช่วยมั้ย อย่าให้ผมหมดความอดทนกับคุณ ไม่เช่นนั้นผมไม่รับรองความปลอดภัย”
อรภากลัวมาก เลยพยักหน้า ผู้กองเลยยอมปล่อย อรภาไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบไปที่คอมฯของผู้ตายทันที อรภาเข้าคอมพิวเตอร์ได้ปกติโดยไม่ต้องใส่ password ใดๆทั้งสิ้น และเมื่อเข้าอีเมล์ก็เข้าได้อัตโนมัติเพราะเป็คอมของผู้ตายอยู่แล้ว
“นี่ไงคะ คุณก็สามารถเข้าไปได้ปรกติ คุณจะพาฉันมาเพื่อ…” หลังจากบ่นก็ลุกให้ผู้กองเข้าไปดูจดหมายอีเมลล์เองเลย พอเข้าไปดูก็เจอจดหมายขู่ฆ่าจำนวนมากในอีเมลล์มาจากคนคนเดียวกัน
จึงสันนิษฐานว่าคนร้ายโรคจิตคนนี้คงแอบชอบผู้หญิงที่ตาย แต่ผู้หญิงไม่เล่นด้วยเลยขู่ฆ่า ทำการฆ่าผู้หญิง และจัดฉากให้เป็การฆ่าตัวตาย ผู้กองจึงโทรบอกลูกน้องให้ตรวจสอบอีเมลล์คนร้ายว่าเป็ใครและให้จับมาเพื่อสอบปากคำ อีกทั้งระงับการตัดสินไว้ก่อนเพื่อสืบคดีต่อ อาจจะเป็ฆาตกรรมก็เป็ได้
“ฉันไปได้แล้วใช่มั้ยคะ งั้นฉันขอกลับเลยนะ ลาก่อนค่ะ”
ผู้กองรีบจับมืออรภาไว้ และใส่กุญแจมือติดกับมือตนเหมือนเดิม “ผมกลัวผีเดี๋ยวค่อยกลับพร้อมกัน ผมไปส่งคุณเอง รับรองผมไม่ทำอะไรคุณหรอก ผมแค่แกล้งคุณเล่น”
“สรุปคุณแค่หาเพื่อนมาดูคอมของผู้ตาย แค่นั้นใช่มั้ยคะ ไม่เห็นต้องพาฉันมาเลย”
“ก็เผื่อคอมฯต้องมี password อะไรยุ่งยาก ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไง”
เมื่อกลับออกมาจากหอผู้ตายเรียบร้อย ผู้กองยอมไขกุญแจออก และเดินทางกลับปรกติ
ทางด้านอรภารู้สึกเหนื่อยมากเลยเผลอหลับไป ลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่ารถไม่ได้จอดที่หอตัวเอง “นี่คุณ พาฉันมาร้านอาหารทำไม ไม่ทราบ พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”
“ผมหิวจริงๆครับ กินเป็เพื่อนผมหน่อย” ผู้กองไม่รอคำตอบก็เปิดประตูรถฝั่งอรภา ให้อรภาลง ปิดประตู ล็อครถ แล้วจูงมืออรภาไปกินข้าวปานคนเป็แฟนกัน
“คุณ ปล่อยมือฉันได้แล้ว ฉันไม่หนีไปไหนหรอก”
ผู้กองทำเป็ไม่ได้ยิน จนกระทั่งทั้งสองนั่งกินข้าวด้วยกัน และพาอรภากลับไปส่งที่หอพัก
“ขอบคุณมากนะครับสำหรับวันนี้ ผมจะไม่ลืมพระคุณเลย” พูดแบบยิ้มๆ
“กองไว้ตรงนั้นนั่นแหละค่ะ และอย่ามายุ่งกับฉันอีก ขอครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายนะคะ” อรภาจึงรีบขึ้นไปบนหอพักตัวเองทันที ในใจบ่นว่า “ไอ้ผู้กองบ้า พาฉันตะลอนไปทั่ว วันนี้เลยไม่ได้ทำความสะอาดห้องตัวเองเลย”
ผู้กองเห็นอรภาขึ้นไปบนหออย่างปลอดภัย ก็ค่อยออกรถอย่างอารมณ์ดี