นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑๕
เขนบันทึกภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ไว้ทุกวิถีทาง เขาเก็บทุกอย่างที่สามารถเป็หลักฐานได้ รวมทั้งข้อความตอบอีเมล์ของนพ ที่นพเขียนแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งไปให้พ่อ
ใจหนึ่ง.. เขนรู้สึกลิงโลดเหลือเกินที่เขามีทั้งข้อมูล และหลักฐานที่จะกำจัด ‘ไอ่นพ’ ให้ออกไปจากชีวิตนัท คนที่เขารักได้แล้ว
แต่อีกใจหนึ่ง.. เขนก็หนักใจ กังวลใจร้อนลุ่มสารพัด เพราะเขากลัวว่า สิ่งเหล่านี้จะทำร้ายหัวใจนัทจนแหลกสลายเหมือนเมื่อหลายปีก่อน
ไม่สิ.. ถ้าจะทำอะไรลงไป แต่ต้องทำร้ายจิตใจนัท..เหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน
แล้วใจส่วนหลังก็ชนะ!!
เขนเก็บทุกอย่างเป็ความลับ เขนยอมที่จะไม่ทำลาย ‘ไอ่นพ’ คนที่เขาเกลียดแสนเกลียดในวันนี้ เขนยอมให้มันเสวยสุขต่อไปอีกสักหน่อย รอจนเขนหาวิธีดูแลนัทได้หรือหาคนใหม่มาให้นัทได้เสียก่อน แล้วเขนจะจัดการกับมันให้สาสม
เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขนจึงก้าวออกจากห้องทำงานนัทไปทำงานด้วยใจที่พลุ่งพล่าน แม้เขาจะคิดเสร็จแล้วแต่เขาก็ห้ามความโกรธ ความเกลียดที่เกิดขึ้นในใจตนไม่ได้
เขนออกไปทำงานได้สองชั่วโมงเศษ ณัฐกนกก็ตื่นขึ้นหลังจากที่นอนหลับอย่างเป็สุขที่สุดเขา Morning Kiss นพนิต
แล้วพี่นัทของเขาควรจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงาน แต่ณัฐกนกกลับไปนัวเนียกับเรือนร่างที่งดงามและเปลือยเปล่าของนพนิตที่นอนอยู่กลางเตียง จนเกือบไม่ได้ไปอาบน้ำ
เป็นพนิตนั่นแหละที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงพี่นัทของเขาจนไปถึงห้องน้ำ และจัดการอาบน้ำให้คนพี่ พี่นัทได้แค่ยืนเฉยๆ ใต้ฝักบัวขนาดใหญ่ ปล่อยให้นพนิตทำความสะอาดเรือนกายของเขาทุกซอกทุกมุม
เมื่อณัฐกนกออกไปทำงานแล้ว นพนิตก็ออกมากินข้าว ซึ่งจะเรียกว่าข้าวสายหรือข้าวเกือบเที่ยงก็ไม่อาจระบุได้
เมื่อนพนิตกินข้าวอิ่มแล้ว เขาก็ไม่อยากนอนต่อ เขาจึงถือโอกาสเดินสำรวจตัวบ้านที่เขาอยากเรียกว่าคฤหาสน์เสียเต็มประดา
ป้าอี๊ด เดิมตามนพนิตราวกับเป็ไกด์นำชมตัวบ้านเธออธิบายแต่ละจุด แต่ละห้องของตัวบ้าน นพนิตพบว่าชั้นบนของตัวบ้าน พี่นัทใช้งานแค่ ส่วนที่เป็ห้องนอนของพี่นัท กับนพและห้องทำงานเท่านั้น ห้องอื่นๆ แทบไม่ได้เปิดใช้งานเลย หรือจะเรียกว่า.. ปิดตาย .. ก็ไม่ผิด!!
ส่วนชั้นล่าง พี่นัทใช้งานแค่ห้องทานอาหารห้องนอนป้าอี๊ดที่อยู่ติดกับห้องอาหาร และห้องดูหนังเท่านั้น แต่ห้องอื่นๆ ป้าอี๊ดก็ทำความสะอาดไว้ตลอดเพราะมีลูกมือ แต่พี่นัทก็แทบจะไม่ได้ใช้งานเลย อ้อ.. ป้าอี๊ดบอกเขาว่า บางครั้ง ‘คุณหนู’ ของป้าก็มานั่งเล่นในห้องหนังสือ แต่ไมบ่อยนัก
พอนพนิตจะเดินชมนอกตัวบ้าน นังบุษขออาสาพาชม นพนิตจึงขอให้มันเป็ไกด์แทนป้าอี๊ด ก็สุดที่ป้าอี๊ดจะขัดนพได้ เมื่อนังบุษเดินนำนพนิตไปสักหน่อย ป้าอี๊ดก็ยืนดูที่ชานบ้านสักครู่ แล้วจึงกลับเดินเข้าไปข้างในตัวบ้าน
นังบุษ สาวใช้กึ่งทอม พานพนิตเดินดูสวนหน้าบ้านศาลาริมน้ำ สวนบอนไซ สวนไม้ดอก สวนไม้น้ำ ไปจนถึงศาลาริมสวน ที่อยู่ใกล้กับเรือนทำครัว ชั้นบนของเรือนครัวคือห้องพักของเหล่าสาวใช้ที่อยู่ใต้ปกครองของป้าอี๊ด
รั้วข้างๆ เรือนครัวมีประตูที่สามารถเปิดอกไปยังตัวบ้านอีกหลัง ซึ่งเกือบจะซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่และสวยงาม “แล้วประตูนั่นเปิดไปไหนล่ะ”
“บ้านคุณเขมค่ะ” นังบุษตอบซื่อๆ “โน่นไงคะ” มันชี้ไปที่ตัวบ้าน ซึ่งพ้นรั้วขึ้นมาพอสมควร “คุณนัทซื้อให้คุณเขมอยู่กับลูกชายแค่สองคนค่ะป้าอี๊ดให้พวกเราผลัดกันไปทำความสะอาดให้ตลอดค่ะ”
มันรายงานซะแทบครบทุกอย่างเลย ทั้งที่นพถามแค่คำถามเดียว นพยิ้มให้มัน มันยิ้มตอบอย่างจริงใจ
“แสดงว่า ทุกเช้า คุณเขมก็ต้องผ่านประตูนี้สิ”
“ค่ะคุณนพ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังถามไปตอบมาอยู่นั่นเอง
ประตูนั่นก็เปิดออก.. !!
นพนิต กับนังบุษมองไปยังประตูนั่น อย่างคาดไม่ถึง!!
ก็เวลาแบบนี้ จะมีใครอยู่ในบ้านนั้นเล่าคุณเขมก็ต้องไปทำงานแล้ว ส่วนลูกชายก็ต้องไปเรียนแล้วสิ !!
ทบทู เปิดประตู และเดินมาตามทางที่เขาคุ้นเคย
นังบุษถอนหายใจ เฮือกเบ้อเริ่ม “น้องทู!!”
ทบทูหันไปมองที่มาของเสียง ที่เรียกชื่อเขา
พลัน.. สายตาทบทู ก็ประสานสายตากับ.. นพนิต
นพนิตมองเด็กชายที่อยู่ตรงหน้า ราวกับต้องมนต์!!
เขาไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้กับใครมาก่อนเลย จนได้มาสบตาเด็กชายคนนี้คนที่นังบุษเรียกว่า .. ‘น้องทู’
ก็ดวงตาที่กลมโต และใส.. ซื่อ.. ราวกระจกนั่นช่างว่าบวับ งามจับใจนพนิตเสียจริง ผิวนวลวาวราวน้ำผึ้งเดือนห้า น่ามองไปเสียทุกส่วน
ทบทูเองก็มองดวงหน้าของนพนิตค้าง!!
ก็.. นพนิต .. นี่คือชายในฝัน ที่ทบทูบอกตัวเองทุกวันว่า..มันเกินฝัน.. มันไม่มีวันเป็ไปได้.. มันต้องหักห้ามใจ แต่เด็กชายไม่เคยทำได้สักทีเพียงแต่ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยพบหน้าอย่างชัดเจน ทุกอย่างจึงเกิดขึ้นในฝัน ..
แต่วันนี้!! มันคือความจริง!!
ความจริงที่.. นพนิต ..ยืนอยู่ตรงหน้าทบทู
ทั้งสองมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง
ทบทูก็รู้สึกร้อนว่าบตามใบหน้าและร่างกาย
นพนิพเห็นใบหน้าเด็กชายแดงจนถึงใบหูก็รู้ทันทีว่า.. เด็กคนนี้หวั่นไหวกับเขา แต่.. พอคิดอย่างนั้น นพนิตก็ยิ้มเขินจนทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
นี่!! นี่เราเป็อะไรไปนี่!! เราไม่เคยเป็แบบนี้นี่นา.. แต่ไม่ว่าจะคิด จะห้ามใจตัวเองยังไง นพนิตก็ยังรู้สึกเขินจนตัวแทบบิด จนพูดอะไรไม่ออก
นังบุษมองอาการคนสองคนที่อยู่ตรงหน้าตนเองอย่างไม่เข้าใจ.. คนนึงก็หน้าแดงจนไปถึงหู จนตัวจะแดงไปด้วยแล้ว .. อีกคน .. ก็เขินจนตัวแทบบิดจะเขินอะไรกันนักหนา
“คุณคะ” นังบุษเรียก
แต่ทั้งสองก็ยังไม่ได้ยิน
“คุณคะ” นังบุษะโ
จนทั้งนพนิตและทบทู สะดุ้งโหยง!!
ทั้งสองจึงได้สติ และมองหน้านังบุษ ที่มองทั้งสองคนอย่าง งง แสนงง
แต่.. ทั้งนพนิตและทบทูก็ยังทำอะไรไม่ถูกอยู่ดี!!
จบตอน๑๕