ตอนที่ 3 ประทับตราไว้ก่อน
คนตระกูลลู่ไม่คิดเลยว่าการดูตัวจะราบรื่นขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงลี่หนานเสวียนที่ตกหลุมรักลู่โจวั้แ่แรกเห็น ทั้งยังเชื้อเชิญให้ลู่โจวอยู่ที่บ้านตระกูลลี่เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ต่ออีก นอกจากนี้ยังกำหนดวันแต่งงานเอาไว้แล้วด้วย มันเร็วจนไม่อยากจะเชื่อราวกับกำลังฝันไป
ตอนที่ผู้เฒ่าลู่ออกมาจากบ้านตระกูลลี่ก็อดชื่นชมไม่ได้ “ไม่แปลกใจที่เป็ถึงครอบครัวทหาร แม้แต่การตัดสินใจเื่งานแต่งงานก็ยังเด็ดขาดรวดเร็วขนาดนี้”
ลู่โจว “…”
ตัวเขาเองก็รู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อ ถูกตัดสินให้อยู่ต่อโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะปฏิเสธ แน่นอนว่าเขาก็อยากจะสานสัมพันธ์กับลี่หนานเสวียนเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่อยู่ต่อหรอก
นายหญิงผู้เฒ่าลู่กุมมือลู่โจวแล้วถาม “เสี่ยวโจว อยากให้พวกเราเตรียมพวกของใช้ในชีวิตประจำวันส่งมาให้ที่นี่ไหม”
ลี่หนานเสวียนกล่าว “ผมจะเป็คนเตรียมให้กับเสี่ยวโจวเองครับ คุณย่าลู่ไม่ต้องกังวล”
นายหญิงผู้เฒ่าลู่มีสีหน้าอิ่มเอมใจ ว่าที่หลานเขยคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ
ลู่โจวมองไปยังคนที่ทำหน้าที่ขับรถและคนที่นั่งอยู่ข้างคนขับแล้วเอ่ยขึ้น “ผมอยากให้ผานสื่อกับผานม่ออยู่กับผมด้วย”
ผานสื่อและผานม่อเป็ฝาแฝดกัน พวกเขาเป็เพื่อนเล่นกับลู่โจวมาั้แ่เด็กจนโต และในขณะเดียวกันก็เป็บอดี้การ์ดของลู่โจวด้วย ดังนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสามคนจึงสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องเสียอีก
“เื่นี้...” นายหญิงผู้เฒ่ามองไปทางลี่หนานเสวียน ในเมื่อคนที่อยู่ในคฤหาสน์ล้วนเป็บุคคลสำคัญทางการทหาร เธอตัดสินใจเองไม่ได้ว่าจะให้คนอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลลี่ ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นตระกูลลู่คงรับผิดชอบไม่ไหว แต่ถ้าลี่หนานเสวียนยินยอมให้อยู่ต่อได้ก็เป็อีกเื่
ลี่หนานเสวียนมองเด็กหนุ่มสองคนในรถด้วยดวงตาเป็ประกาย “ให้พวกเขาอยู่เป็เพื่อนเสี่ยวโจวเถอะครับ”
ผานสื่อและผานม่อจึงลงจากรถ ให้พวกลู่ถงซังขับรถกลับไปเอง
ลี่หนานเสวียนเอ่ยกับลู่โจว “วันนี้ผมรีบกลับมากะทันหัน จึงไม่ทันได้บอกให้ผู้ใต้บัญชาจัดการอะไรหลายๆ อย่าง ตอนนี้ผมต้องรีบกลับไปมอบหมายงานที่ค่ายทหารก่อนคงกลับมาดึกหน่อย ถ้าคุณ้าอะไรก็บอกกับลุงตี๋ได้เลย ลุงตี๋เป็พ่อบ้านของพวกเรา เขาจะจัดการให้คุณทุกอย่าง”
ลู่โจวพยักหน้า “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”
ลี่หนานเสวียนก้าวขาข้างขวาขึ้นรถจิ๊ปทหารที่เคอเจินขับมา จากนั้นก็ใช้แขนข้างหนึ่งเกี่ยวคอลู่โจวเอาไว้แล้วดึงเข้ามาประทับจูบลงไปบนริมฝีปากเย็นเฉียบของอีกฝ่าย
ลู่โจว “...”
“ประทับตราไว้ก่อน” ลี่หนานเสวียนมองลู่โจวที่กำลังนิ่งอึ้งก็ยกยิ้มมุมปากบอกให้รอเขากลับมาก่อนปิดประตูรถ จนกระทั่งรถจิ๊ปทหารเคลื่อนตัวหายไปท่ามกลางสายตาของทุกคน
ผานม่อแซว “คุณชาย จูบของพันตรีลี่หวานมากใช่ไหมล่ะ”
ลู่โจวถูริมฝีปาก “เขาก็แค่แตะเท่านั้น ฉันยังไม่ทันได้ชิมรสเลย”
ผานม่อหัวเราะร่า “วันหลังยังมีโอกาสอีก”
ผานสื่อยิ้ม “พวกนายท่านเก่งกันจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าขนาดบุคคลสำคัญอย่างจอมพลลี่ยังจัดการให้ฝั่งนั้นยินยอมให้คุณชายมาดูตัวกับหลานชายตัวเองได้”
ลู่โจวเอ่ย “ฉันเองก็แปลกใจที่พวกคุณพ่อมาหาตระกูลลี่แบบนี้”
ผานม่อพาดแขนลงบนไหล่ลู่โจว “คุณชายอธิบายมาเดี๋ยวนี้เลย ที่นายยินยอมมาบ้านตระกูลลี่เป็เพราะนายเองก็สนใจในตัวพันตรีลี่เหมือนกันใช่ไหม ไม่งั้นแค่คำพูดไม่กี่ประโยคของพวกนายท่าน นายไม่มีทางตอบรับการดูตัวกับตระกูลลี่ง่ายๆ แบบนี้แน่”
ลู่โจวยิ้มโดยไม่ได้ตอบอะไร เท่ากับเป็การยอมรับคำพูดของอีกฝ่ายไปโดยปริยาย
“ไม่จริงน่าๆ นี่นายมีความรู้สึกให้พันตรีลี่จริงๆ หรือ แล้วนายไปชอบเขาั้แ่เมื่อไร” ผานม่อครุ่นคิดแล้วเอ่ย “คงไม่ใช่ว่าหลายปีมานี้...”
ลู่โจวหันไปจ้องเขาเขม็งทันที
ผานม่อรีบยั้งปาก ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ผานสื่อกล่าวเสียงเบา “คราวหลังอย่าพูดเื่เมื่อหลายปีก่อนอีกนะ”
ผานม่อพยักหน้าทันที
ลู่โจวหมุนตัวกลับ “พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”
เมื่อทั้งสามเดินเข้ามาในบ้านตระกูลลี่ ก็ถูกลี่หนานอีขวางเอาไว้