“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ เลิกเรียนได้จ้ะ”
สิ้นสุดเสียงกระดิ่งบอกเวลาเลิกเรียนหยุดดังไปมากกว่าห้านาที ในที่สุดครูสอนภาษาที่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องก็วางหนังสือในมือลงและประกาศเลิกเรียน
ฟู่ว!
สิ้นสุดเสียงของเธอ เหล่านักเรียนต่างพากันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก พร้อมกับร่างกายที่ผ่อนคลายลง
วินาทีที่ครูใต้เดินออกจากห้อง เหล่านักเรียนก็พากันโกยหนังสือของตัวเองลงในกระเป๋า ใบหน้าของพวกเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เสียงเม้ามอยเจื้อยแจ้วดังขึ้นขณะปรึกษากันด้วยท่าทางจริงจังว่าจะไปเที่ยวที่ไหนต่อ
ขณะกวาดตามองบรรยากาศในวัยเยาว์ที่อยู่รอบตัว เซี่ยฮุยก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เขาเข้ามาอยู่ในโลกใบนี้ครบเจ็ดวันแล้ว แต่ภายในใจของเขากลับยังรู้สึกมึนงงราวกับกำลังติดแหง็กอยู่ในฝัน
“ทำไมจู่ ๆ ถึงข้ามมิติมาที่นี่ได้นะ?”
ทั้ง ๆ ที่กำลังบอกลาเกม 《เวิลด์》ที่ผูกพันมาถึงสามปี และกำลังเตรียมตัวกลับไปเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็จริงที่ต้องปากกัดตีนถีบดิ้นรนกับชีวิตที่แสนรันทดของตัวเองอีกครั้งแท้ ๆ
ทำไมหลังจากที่เขาผ่านเข้ามาในประตูแห่งโลกา หลังจากที่เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขากลับมาอยู่ในที่ที่เขาไม่คุ้นตาซะงั้น!
‘ฉันเข้ามาอยู่ในโลกอีกใบ!’
เขาเปลี่ยนเป็หนุ่มน้อยวัยสิบเจ็ดที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย สายตาสั้นของเขากลับมาปกติอีกครั้ง ร่างกายก็แข็งแรงปึ๋งปั๋งสุด ๆ ......
แน่นอน!
ถ้าหากไม่มีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึง
ที่นี่นับว่าเป็การเริ่มต้นที่ดีมากเลยล่ะ
“เหอะ ๆ”
เซี่ยฮุยแอบบ่นอยู่ในใจ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังอดบ่นออกมาเป็ครั้งคราวไม่ได้ ถ้าหากไม่ได้บ่นสักหน่อยเขาคงได้อกแตกตายแน่ ๆ
ในเมื่อเื่ที่เขาทะลุมิติมาที่นี่คือเื่จริง ถ้าเช่นนั้นเขาก็คงทำอะไรไม่ได้
ถึงเขาจะไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนเื่นี้ที่ไหน และไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนเื่นี้กับใครอยู่ดี
ถ้างั้นก็คงทำได้เพียงแค่ยอมรับมันแล้วล่ะ
“ช่างเถอะ คิดซะว่าได้มาเก็บประสบการณ์ในวัยเด็กอีกครั้งก็แล้วกัน”
เซี่ยฮุยคิดในแง่ดี เขาหยิบกระเป๋านักเรียนและเดินออกจากห้องเรียนทันที
เป็เพราะตอนนี้เป็่เลิกเรียนแล้ว ทางเดินจึงค่อนข้างเงียบซึ่งแตกต่างจากโลกใบก่อนของเขา เพราะที่นั่นถึงแม้ว่าจะเลิกเรียนแล้วแต่ก็ยังมีเด็กนักเรียนเดินไปเดินมาบนตึกเรียนอยู่
แต่สำหรับที่นี่ทันทีที่เลิกเรียนทุกคนก็จะรีบแยกย้ายกันเดินออกจากโรงเรียนจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงความว่างเปล่าที่กำลังครอบงำโรงเรียนแห่งนี้
่เวลาเจ็ดวันที่อยู่ที่นี่ เซี่ยฮุยสามารถปะติดปะต่อความทรงจำเกี่ยวกับโลกใบเดิมของเขาได้เป็อย่างดี ดังนั้นเขาจึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้
โลกใบนี้มีพื้นที่กว้างขวาง มีอาณาจักรมากมายที่ตั้งอยู่บนพื้นโลกที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ แต่พลังอำนาจของแต่ละชาติกลับไม่เท่าเทียมกันเท่าไหร่นัก
เนื่องจากมีการแก่งแย่งทรัพยากร ดังนั้นจึงมีาเกิดขึ้น
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโลกใบนี้แตกต่างจากโลกก่อนหน้านี้ที่เขาเคยอยู่อย่างสิ้นเชิง
อาณาจักรที่เซี่ยฮุยอยู่ในตอนนี้คือ...
“อาณาจักรเซี่ยเฟิง” ซึ่งมีความแข็งแกร่งโดยรวมจากทั่วทั้งโลกเป็อันดับที่สอง
สถานที่แห่งนี้สงบสุขและไม่ได้รับการคุกคามจากา
ทว่าในฐานะที่เขาเป็คนที่มาจากโลกก่อนหน้านี้
วิสัยทัศน์ของเซี่ยฮุยจึงแตกต่างจากเด็กหนุ่มในยุคสมัยนี้ จากข่าวในอินเทอร์เน็ตทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกได้ว่าภายในอาณาจักรเซี่ยเฟิงมีคลื่นใต้น้ำ
าคงจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้
ตอนนี้สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาที่เซี่ยฮุยต้องเผชิญ
สิ่งที่เขาต้องเผชิญก็คือความน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ตรงหน้าของเขาต่างหากล่ะ
สิ่งแปลกประหลาด!
รองเท้าส้นสูงสีแดงคู่หนึ่งคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำสุดท้ายของเ้าของร่างคนเดิม
โชคไม่ดีเอาเสียเลย โลกใบนี้คือโลกแปลกประหลาดที่สามารถพบเห็นได้ในนวนิยายเ่าั้
ตอนที่ได้อ่านเื่พวกนี้มันก็น่าตื่นเต้นอยู่หรอก แต่ในเวลานี้เขากลับต้องมาเจอมันด้วยตัวเขาเอง
อืม?
เซี่ยฮุยนึกถึงเื่นี้ จู่ ๆ ใจเขาก็เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้ายึดจากสิ่งที่อยู่ในพล็อตเื่โดยทั่วไป โลกใบนี้ต้องมีการใช้พลังเพื่อต่อกรกับสัตว์ประหลาด วิวัฒนาการ? ศิลปะการต่อสู้? หรือว่าจะเป็พวกเหนืุ์...
ระหว่างก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าและคิดทบทวนเกี่ยวกับเื่เหล่านี้ จู่ ๆ เขาก็หยุดเดินและหันไปมองทางขวามือของตัวเอง
จุดที่เขาหันไปมองคือทางเดินที่เป็ตรอกเล็ก ๆ แม้ว่าตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินแต่ด้านในกลับมืดตึ๊ดตื๋อจนมองไม่เห็นอะไรเลย
เท่าที่เขาจำได้ตรอกเส้นนี้ไม่เคยมีแสงสว่างให้เห็นเลยสักครั้ง
ดวงตาสีดำขลับของเซี่ยฮุยจ้องมองไปที่ตรอกเล็ก ๆ ไม่วางตา
ตอนที่เ้าของร่างเดิมเดินเข้าไปในนั้นเพื่อเป็ทางลัดกลับบ้าน เขาถูกฆ่าตายอยู่ในสวนสาธารณะร้างที่อยู่ด้านหลังตรอกแห่งนี้
เมื่อมองเข้าไปด้านใน เซี่ยฮุยก็ลืมความรู้สึกหนาวเหน็บเข้ากระดูกตอนที่เขา “ตื่นขึ้นมา” ไม่ได้สักครั้ง
ถ้าหากไม่ใช่เพราะ...
ฉันก็อาจจะออกมาจากที่นั่นไม่ได้เหมือนกัน!
เซี่ยฮุยกำหมัดแน่น ในฐานะที่เขาเป็ผู้ทะลุมิติ ตอนที่เพิ่งมาถึงที่นี่ได้ไม่นานเป็เพราะเ้าของร่างคนเดิมเพิ่งจะถูกฆ่าตายไปสด ๆ ร้อน ๆ เขาจึงถูกส่งมาอยู่ในร่างนี้ คิดแล้วก็น่าตลกสิ้นดี
แต่ก็ดี!
“ระบบ”
วินาทีต่อมาแผงโปร่งแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
คนที่เดินผ่านเขาโดยบังเอิญไม่ได้มองเขาด้วยสายตางุนงงหรือประหลาด สิ่งนี้ยืนยันให้เห็นแล้วว่ามีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็นสิ่งนี้
เซี่ยฮุยพินิจพิเคราะห์หน้าจอโปร่งแสงที่อยู่ตรงหน้าอย่างละเอียด แววตาของเขาเป็ประกายด้วยความอาลัยอาวรณ์
ใช่แล้ว...นี่คือหน้าต่างควบคุมระบบต่าง ๆ ภายในเกม–––––
《เวิลด์》เกมที่เขาอยู่จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะปิดตัวลง จากนั้นเขาก็ทะลุมิติมาที่นี่
แม้ว่าหน้าจอที่อยู่ตรงหน้าจะเป็แค่ส่วนหนึ่งของระบบเกม และปุ่มฟังก์ชันบนหน้าเว็บจะเป็สีเทาซึ่งยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ แต่เซี่ยฮุยก็ยังรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นมันอยู่ดี
ปุ่มฟังก์ชันนี้จะกลายเป็สิ่งพื้นฐานให้เขาอยู่รอดและแข็งแกร่งขึ้นภายในโลกแปลกประหลาดใบนี้
ตอนนี้ปุ่มฟังก์ชันนี้ยังไม่สมบูรณ์
จำเป็ต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อน จึงจะสามารถเปิดใช้งานได้
ภารกิจ : สังหารป๋ายอิ่ง
เนื้อหา : คุณเคยถูกป๋ายอิ่งสังหาร เื่นี้นับเป็สิ่งที่สร้างความอัปยศอดสูให้กับชีวิตของคุณเป็อย่างยิ่ง หนุ่มน้อย อย่าได้เป็คนขี้ขลาดตาขาว ไปจัดการมันซะ
รางวัล : ระบบที่สมบูรณ์ และแต้มเสริมความแข็งแกร่ง 100 แต้ม
เมื่อเห็นภารกิจนี้เขาก็หันกลับไปมองตรอกที่อยู่ข้าง ๆ อีกครั้ง
เซี่ยฮุยรู้สึกราวกับมีคลื่นน้ำกำลังซัดกระหน่ำอยู่ภายในใจของเขา ฆ่าป๋ายอิ่งเหรอ? จะให้ฆ่ายังไงล่ะ ใช้ความรักฆ่าเธอเหรอ?
ถ้าหากระบบสมบูรณ์ของที่อยู่ในกระเป๋าของเขาคงสามารถจัดการป๋ายอิ่งได้อย่างไร้กังวล ขอแค่มีสกิลที่ติดตัวอยู่ก็สามารถฆ่าคู่ต่อสู้ได้แบบสบาย ๆ
ถึงแม้ในจินตนาการจะวิลิศมาหรา แต่ในความเป็จริงเขากลับรู้สึกหดหู่ถึงขั้นสุด
ปุ่มเ่าั้ยังอยู่ในโหมดสีเทาที่ไม่สามารถใช้งานได้ แบบนี้ก็คงไร้ประโยชน์เหมือนกับสาวงามที่ยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าขันทีนั่นแหละ
ต้องใช้แผนระยะยาวเพื่อสังหารป๋ายอิ่ง
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาเจ็ดวัน เซี่ยฮุยก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มคุ้นชินเส้นทางขึ้นมาแล้ว
แต้มเสริมความแข็งแกร่งที่จะได้รับเป็รางวัลต้องเป็สิ่งที่สำคัญมากแน่ ๆ
และเป็สิ่งที่ไม่ปรากฏภายในเกม《เวิลด์》ด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ว่าระบบนี้ดีกว่าระบบเดิมอย่างไร
ในทุก ๆ วันแต้มเสริมความแข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้นหนึ่งแต้ม ตอนนี้เขามีทั้งหมดเจ็ดแต้มแล้ว
เซี่ยฮุยแอบคาดเดาว่าแต้มเสริมความแข็งแกร่งอาจจะช่วยเปิดใช้งานปุ่มฟังก์ชันอื่น ๆ ได้
ต้องมีเท่าไหร่ถึงจะพอนะ?
เซี่ยฮุยแอบคาดเดาในใจ หลังจากเหลือบมองทางเดินแคบ ๆ ปราดหนึ่ง เขาก็รีบเดินออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
หมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ตั้งห่างจากเขตโรงเรียนค่อนข้างมาก ในทุก ๆ วันเขาต้องเดินผ่านถนนถึงห้าสายกว่าจะถึงที่พัก ถ้าพูดในแง่ของการวางผังเมืองใหญ่ที่พักของเขาตั้งอยู่ตรงตำแหน่งวงเวียนวงที่ห้า
ชื่อหมู่บ้านของเขาคือ ‘หมู่บ้านวงแหวนที่ห้า’ ซึ่งเหมาะกับตำแหน่งของมันสุด ๆ
แม้ว่าหมู่บ้านที่เขาอยู่จะใกล้กับชานเมือง แต่ภายในหมู่บ้านกลับเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวชอุ่มสบายตา ที่นี่เป็สถานที่ที่เหมาะสมในการดำรงชีวิต
ดังนั้นคนที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ส่วนใหญ่คือกลุ่มอากงและอาม่า ทุกครั้งที่เซี่ยฮุยเดินกลับมาจากโรงเรียนเขาก็จะเห็นคนแก่ ๆ มายืนเต้นซีหยางหงระหว่างทางกลับบ้านทุกวัน
แน่นอนว่าวันนี้เขาก็ได้เห็นฉากเต้นเหมือนเดิม ตอนที่เดินผ่านประตูใหญ่ของหมู่บ้านเข้ามาด้านใน บริเวณสวนหย่อมข้าง ๆ ซึ่งเป็จุดรวมตัวสำหรับทำกิจกรรมสันทนาการมีกลุ่มอากงอาม่ากำลังเต้นเข้าจังหวะเพลงอยู่ อีกทั้งยังมีเสียงดังเป็จังหวะ “1 2 3 4 ...อ่ะ... 5 6 7 8...”
เซี่ยฮุยยังคงเดินไปตามทางเดินเล็ก ๆ ที่ถูกปูด้วยหินโมรา หลังจากเดินผ่านตึกไปสองสามตึก เขาก็เลี้ยวเข้าตึกหมายเลข 15 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน
ยูนิตสอง ห้อง 501
“กลับมาแล้วครับ”
เซี่ยฮุยหยิบกุญแจและไขเข้าห้องพร้อมกับพูดประโยคเดิมเหมือนกับที่พูดทุกวัน
ภายในห้องสงัดไร้ซึ่งเสียงตอบรับ พ่อแม่ของเ้าของร่างคนเก่าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุั้แ่จำความได้ พวกเขาทิ้งห้องนี้ไว้ให้เขาพร้อมกับเงินชดเชยอีกหนึ่งก้อน
ญาติสนิทมิตรสหายคนอื่น ๆ ที่เขามีคงเป็เพราะหมดผลประโยชน์ คนเ่าั้จึงตีตัวออกห่างหายตัวไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
แต่ชีวิตของเขาก็ไม่ได้น่าสงสารจนถึงขั้นอนาถใจเพราะเขายังมีป้าที่สนิทกับเขามากเหลืออีกหนึ่งคน
ถ้าหากไม่มีป้าคนนี้ ผู้ชายคนนี้อาจจะกลายเป็พระเอกที่มีชีวิตน่าอนาถอย่างสมบูรณ์
ป้าของเขาทำงานยุ่งมาก!
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมที่เหลืออยู่เท่าที่เขาจำได้
ป้าของเขามักจะออกไปทำงานนอกบ้านเป็ประจำ จำนวนครั้งที่กลับมาเยี่ยมเยียนในแต่ละปีแทบจะนับนิ้วได้
ถึงแม้ว่าป้าของเขาจะยุ่งจนไม่มีเวลากลับบ้าน แต่ทุก ๆ เดือนเธอจะโอนเงินค่าใช้จ่ายสำหรับเดือนถัดไปให้เขาเสมอ
“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะใช้ชีวิตแทนนายให้ดีที่สุด”
จากพล็อตของนิยายโดยทั่วไป ในเวลานี้เ้าของร่างคนเดิมจะรู้สึกกระวนกระวายใจ แต่หลังจากได้รับคำมั่นสัญญาจากเ้าของร่างคนใหม่ เ้าของร่างเดิมก็จะยอมจากไปอย่างสงบ
เชื่อก็บ้าแล้ว!
เซี่ยฮุยแอบบ่นในใจอีกครั้ง มันจะมีพล็อตมากมายขนาดนั้นได้อย่างไรกัน นอกจากความทรงจำที่แสนจะคลุมเครือซึ่งติดอยู่กับร่างนี้ เขาก็ไม่รับรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายโชคร้ายคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
ถ้าหากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือจากป้าคนนั้น เ้าของร่างคนเดิมคงไม่มีเงินแม้แต่จะไปเรียนมัธยมปลายด้วยซ้ำ ที่เขามีทุกวันนี้ได้ก็เป็เพราะป้าของเขา
หลังจากนี้เขาจะปฏิบัติกับป้าคนนี้ให้ดีที่สุด เซี่ยฮุยรู้สึกได้ว่านี่เป็สิ่งที่เขาต้องทำและมันก็ควรจะเป็เช่นนี้
ดังนั้นเพื่อไม่ให้รู้สึกละอายใจกับการใช้เงินของป้า
เขาจึงใช้เงินที่ได้มาซื้ออาหารมื้อค่ำอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาประทังชีวิต
หลังจากกินมื้อค่ำเสร็จ เซี่ยฮุยก็เริ่มทำกิจวัตรประจำวันที่เขาทำเป็ประจำใน่หลายวันที่ผ่านมา–––––
ศึกษาเกี่ยวกับระบบ
เซี่ยฮุยมองสัญลักษณ์สีเทาที่เป็ตัวแทนของ VIP ที่อยู่บนหน้าต่างแสดงผลซึ่งมีแสงสว่างปรากฏอยู่รอบ ๆ ด้านหลังมีตัวอักษรสีทองเขียนว่า ‘เติมเงิน’ เป็ประกายอยู่ ซึ่งแตกต่างจากจุดอื่นอย่างเห็นได้ชัด
“พรุ่งนี้ป้าจะโอนเงินมาให้เขา ส่วนเงินเก็บที่เหลืออยู่...”
เขาเหลือบตามองไปสายรัดข้อมือที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
500 เหรียญ
นี่คือค่าครองชีพที่เหลืออยู่ของเซี่ยฮุยสำหรับเดือนนี้
ลองสักหน่อยดีไหมนะ?
ถึงแม้ว่าเขาจะต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อนจึงจะเปิดใช้ระบบได้
แต่ปุ่มเติมเงินที่มีแสงสว่างสีทองปรากฏขึ้นก็กำลังบอกใบ้เขาอยู่นะ
มันกำลังบอกว่าตราบใดที่มีเงินก็สามารถสั่งผีให้โม่แป้งได้!
เซี่ยฮุยหยิบสร้อยข้อมือขึ้นมา และใช้กระแสจิตเพื่อเติมเงินเข้าไปในระบบ
“ติ๊ง! เติมเงินสำเร็จแล้ว......
ระบบ VIP ถูกเปิดใช้งาน......
ยินดีด้วยค่ะ ผู้เล่นได้รับสิทธิพิเศษ VIP แล้ว ท่านมีคุณสมบัติในการใช้ระบบสุ่ม
ตอนนี้ผู้เล่น VIP เลเวล 1 สามารถใช้ระบบสุ่มได้เดือนละ 1 ครั้ง
สำหรับการอัพเกรด VIP ระดับต่อไปต้องใช้เงินจำนวน 9,500 เหรียญ”
เซี่ยฮุยชะงักไปเล็กน้อย…เรียบร้อยแล้วเหรอ?
นี่เป็สิ่งแปลกใหม่สำหรับเขา เขาออกจากการเป็ผู้นำแห่งการขุดเงินภายในเกมจากเกม 《เวิลด์》มานานแล้ว ความรู้สึกนี้ทำให้เขานึกถึงเกมมือถือใน่ต้นศตวรรษที่ 21 ซึ่งไม่ใช่เกมที่เขาคุ้นเคยเลย
ระบบของฉันกลายพันธุ์ไปแล้วเหรอ?
เซี่ยฮุยมองกระเป๋าที่คุ้นตาซึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอแสดงผล ของที่อยู่ในนั้นจะหายไปหรือเปล่านะ?
เพียงชั่วพริบตาความกังวลที่มีอยู่ก็มลายหายไป ต่อให้ไม่มีของที่เขาสะสมไว้ในโลกก่อนหน้านี้ ตราบใดที่ยังมีระบบตัวนี้อยู่ ถึงระบบจะเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร เขาก็ยังมีตัวช่วยที่เป็ทางลัดอยู่ดี
อย่างที่เคยบอกไว้ว่าในชีวิตของคนเราสิ่งใดที่มันจะเกิดยืนเฉย ๆ มันก็เกิด แต่สิ่งใดที่ถูกกำหนดว่าจะไม่เกิดพยายามแค่ไหนก็ไม่เป็ผล
หลังจากเซี่ยฮุยคิดได้ เขาก็เตรียมตัวเพื่อทดลองระบบนี้ทันที
ระบบสุ่มก็คงจะมีความหมายตามชื่อของมัน โหมดนี้หายไปจากเกมในโลกก่อนหน้านี้แล้ว มันคือระบบเสี่ยงดวงเพื่อสุ่มว่าจะโชคดีหรือโชคร้าย
โชคร้าย!
สิ่งนี้ทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างฉับพลัน ถ้าหากยึดตามนิสัยของพวกนักพัฒนาเกม อัตราที่ผู้เล่นจะได้ของดีมีไม่มากเท่าไหร่นัก
เซี่ยฮุยไม่ได้กังวลเกี่ยวกับโชคของเขา
โลกก่อนหน้านี้แม้ว่าเขาจะได้รับฉายาว่าเป็ “จักรพรรดิทรหด” แต่เขาก็ไม่ได้เป็คนขาดโชค เพียงแต่เป็ผู้ที่ชื่นชอบในความเพียรพยายามก็เท่านั้น
เซี่ยฮุยกดปุ่มเพื่อเริ่มทำการสุ่มรางวัล วินาทีต่อมาการ์ดสีขาวบริสุทธิ์ใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
เซี่ยฮุยชะงักไปเล็กน้อย และใช้มือลูบมันราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ความรู้สึกเย็นะเืบนฝ่ามือกำลังบอกเขาว่ามันคือเื่จริง
มันเป็ของที่สามารถจับต้องได้ในชีวิตจริง!
เซี่ยฮุยสูดหายใจเข้าลึก ๆ และมองหน้าจอที่อยู่ตรงหน้า
จากนั้นเขาก็เหลือบมองการ์ดที่อยู่ในมือ วินาทีที่นิ้วของเขาขยับการ์ดใบนั้นก็พลิกไปอีกด้านหนึ่ง
นี่มัน?
เซี่ยฮุยหัวใจเต้นแรง ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ลมหายใจที่เคยหายใจอย่างสม่ำเสมอแทบจะหยุดชะงักอย่างฉับพลัน
วินาทีต่อมา หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถควบคุมได้ คำแนะนำที่อยู่้าการ์ดใบนี้ทำให้มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว...
รวยแล้ว!!!