“คุณหนูหยุดเถอะเ้าค่ะ ระวังตกลงมานะเ้าคะ” อี้หมัวมัว [1] ยืนกระวนกระวายอยู่หน้าเรือนอิงฮวา ยกมือขึ้นทาบหน้าอก หน่วยตามีน้ำตาคลอเพราะห่วงความปลอดภัยของคุณหนูที่ตนเลี้ยงดูมาั้แ่เด็ก
“หมัวมัวไม่ต้องกังวล ยามนี้ข้าแข็งแรงมากแล้ว”
น้ำเสียงอ่อนหวานระคนตื่นเต้นเอ่ยบอกหมัวมัวที่ยืนกระทืบเท้าอยู่ด้านล่าง ‘จ้าวลู่ชิง’ ใช้วิชาตัวเบาวิ่งเล่นบนหลังคา
“พวกเ้าสองคนขึ้นไปเอาตัวคุณหนูลงมาประเดี๋ยวนี้” หันไปออกคำสั่งกับสองสาวใช้ที่มีวรยุทธ์
ซูเซียงกับซูเจินสาวใช้ข้างกายของจ้าวลู่ชิงรีบใช้วิชาตัวเบาะโขึ้นไปบนหลังคาเพื่อนำตัวคุณหนูของพวกนางลงมา
“คุณหนูหยุดเถอะเ้าค่ะ หากท่านยังไม่หยุดอี้หมัวมัวคงนั่งร้องไห้จนขาดใจเป็แน่” ซูเซียงวิ่งไล่ตามจ้าวลู่ชิง ส่งสายตาขอร้องอ้อนวอนให้คุณหนูหยุดทำให้พวกตนตื่นใได้แล้ว
“พวกเ้ามันน่ารำคาญ”
“คุณหนูระวังเ้าค่ะ!”
อี้หมัวมัวกับบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านล่างร้องะโบอกจ้าวลู่ชิงที่กำลังะโลงจากหลังคา ทุกคนต่างตื่นใยกมือทาบอกเนื่องจากห่วงความปลอดภัยของผู้เป็นาย
"พวกเ้ากังวลจนเกินเหตุ"
จ้าวลู่ชิงนั่งพักเหนื่อยบนเก้าอี้ใต้ร่มเงาต้นอิงฮวาอายุหลายสิบปี ยกน้ำชาที่สาวใช้รินให้ขึ้นจิบเพื่อดับกระหาย
สองวันแล้วที่ิญญาแพทย์หญิงมากประสบการณ์แห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ทะลุมิติย้อนเวลามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อแซ่เดียวกัน นาทีสุดท้ายของชีวิตเธอจำได้ว่ากำลังเดินออกจากห้องผ่าตัด แค่เพียงก้าวพ้นบานประตูร่างของเธอก็ทรุดฮวบลงกับพื้นหลังจากนั้นก็ไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอตื่นขึ้นมาก็มาโผล่อยู่ในยุคสมัยแปลกตา
จ้าวลู่ชิงไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะทะลุมิติมาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่เธอเคยฝันเห็นตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ไม่คาดคิดว่าคนที่ฝันถึงจะมีตัวตนอยู่จริง
คราแรกที่เห็นรูปหน้าสะท้อนในคันฉ่องเนื้อสำริดทำให้แพทย์หญิงอายุสามสิบสองแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเผยรอยยิ้ม เพราะใบหน้าที่เห็นคือดรุณีอายุเพียงสิบสี่ หน้าสวยหยาดเยิ้ม ดวงตาเรียงหงส์ ริมฝีปากสีเดียวกับผลอิงเถา นับได้ว่าเป็ดรุณีน้อยงดงามหาที่เปรียบได้ยาก แตกต่างจากร่างเดิมที่เป็หญิงสาวหน้าตาธรรมดา
ในเมื่อโชคชะตากำหนดให้ทะลุมิติมายังที่แห่งนี้ จ้าวลู่ชิงตั้งปณิธานไว้ว่าจะถอยห่างจากวงการแพทย์ วงการนี้ทำให้เธอเสียชีวิตอย่างกระทันหัน ป่านนี้คนในครอบครัวคงทุกข์ใจกับการจากไปของเธอ
“คุณหนูยังรู้สึกปวดหัวอยู่หรือไม่เ้าคะ” ความห่วงใยของอี้หมัวมัวสื่อออกมาทางสายตาทำให้จ้าวลู่ชิงส่งยิ้มบางเบา
“หมัวมัวไม่ต้องกังวล ข้ากลับมาเป็ปกติแล้ว”
ความทรงจำหลอมรวมเป็หนึ่งทำให้จ้าวลู่ชิงรับรู้ได้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับเ้าของร่างเดิม ขณะที่กำลังนั่งรถม้ากลับจากหมู่บ้านชานเมือง ม้าเกิดพยศเหวี่ยงบ่าวขับรถม้าจนล่วงหล่นลงกับพื้นดิน แล้วห้อตะบึงอย่างบ้าคลั่งไปทางเหวลึก
ตอนนั้นนางและสาวรับใช้ข้างกายตัดสินใจะโออกจากรถม้า หากเป็ปกติแค่ม้าพยศตัวเดียวผู้มีวิทยายุทธ์อย่างพวกนางคงสามารถจัดการได้
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือพวกนางทั้งสามถูกพิษ ทำให้ร่างกายอ่อนแรงกว่าจะใช้เรี่ยวแรงที่เหลือะโลงจากรถม้าได้ก็เกือบหล่นลงไปในเหวลึกพร้อมกับม้า
การะโลงจากรถม้าห้อตะบึงอย่างบ้าคลั่งทำให้ร่างของจ้าวลู่ชิงกลิ้งไปฟาดเข้ากับต้นไม้จนเสียชีวิต ส่วนสาวใช้สองคนกลิ้งลงไปในโพรงหญ้านอนสลบไม่ได้สติ
โชคดีที่พวกนางได้รับความช่วยเหลือจากทหารที่ควบม้าผ่านมาทางนั้นพอดีและจำได้ว่าคนขับรถม้าที่นอนสลบอยู่คือคนของจวนฝู่กั๋วกง [2] จึงช่วยกันนำมาส่งที่จวน
หมอหลวงที่ทำการรักษาต่างลงความเห็นว่าไม่สามารถยื้อชีวิตคุณหนูจวนฝู่กั๋วกงไว้ได้ ทำให้บรรดานายบ่าวในจวนต่างร่ำไห้ จ้าวหยางทนเห็นบุตรีคนเดียวจากไปไม่ได้ สบกับรับรู้มาว่าหมอเทวดาอย่างซุนซือเหมี่ยวเวลานี้ยังพักอาศัยอยู่ในเมืองหลวงจึงรีบไปขอร้องให้เขามารักษาบุตรีด้วยตัวเอง
ดูเหมือนว่าสิ่งที่จ้าวหยางทำจะประสบผลเพราะท่านหมอเทวดาอย่างซุนซือเหมี่ยวสามารถยื้อชีวิตของจ้าวลู่ชิงกลับมาได้ แต่ทว่าิญญาที่อยู่ในร่างกลับเป็จ้าวลู่ชิงอีกคน หาใช่คุณหนูคนเดิมของจวนฝู่กั๋วกง
หลังจากกลับมามีลมหายใจอีกครั้งจ้าวลู่ชิงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงเป็อาทิตย์กว่าจะฟื้นขึ้นมา แตกต่างจากสาวใช้ข้างกายและบ่าวขับรถม้าที่สลบไปเพียงวันเดียวก็ฟื้นขึ้นมา
เสียงถอนหายใจของจ้าวลู่ชิงดังขึ้นจนสาวใช้ต่างสงสัยว่าคุณหนูเป็อันใด เหตุใดถึงได้ถอนหายใจแรงเช่นนี้
“ซูเซียง ซูเจิน”
ซูเซียง “คุณหนูมีอันใดหรือเ้าคะ”
“พวกเราไปวิ่งเล่นบนหลังคากันเถอะ” จ้าวลู่ชิงตื่นเต้นเป็อย่างมากเมื่อรู้ว่าชีวิตในชาตินี้นางเป็คนมีวรยุทธ์ สามารถใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินะโไปะโมา ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่เห็นในละครโทรทัศน์จะมีจริง
ชีวิตชาตินี้ของนางมันช่างดีเหลือเกิน เกิดเป็คุณหนูแห่งจวนสูงศักดิ์ มีบ่าวรับใช้ล้อมหน้าล้อมหลัง ไม่ต้องดิ้นรนทำงานหนักจนตายเหมือนชาติที่แล้ว
“มิได้นะเ้าคะ คุณหนูเพิ่งฟื้นจะะโโลดเต้นไปมาบนหลังคามิได้”
“หมัวมัว ข้าแข็งแรงมากแล้ว ดูสีสันบนใบหน้าของข้าสิ ไม่ได้ซีดเผือดเลยสักนิด” ยื่นหน้าเข้าไปให้หมัวมัวที่ประคบประหงมเ้าของร่างเดิมดูให้ชัดเจน
“คุณหนูจำที่นายท่านกำชับไม่ได้หรือเ้าคะ”
จ้าวลู่ชิงนิ่งเงียบไปชั่วครู่ “กำชับเื่ใด ข้าจำไม่ได้” ยกน้ำชาขึ้นจิบเพื่อหลบแววตาสงสัยของเหล่าสาวใช้
“พวกเ้าออกไปก่อน” อี้หมัวมัวไล่บรรดาสาวใช้ เหลือไว้เพียงซูเซียงกับซูเจิน สาวใช้คนอื่นรีบทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
“นายท่านกำชับไม่ให้คุณหนูเผยความเฉลียวฉลาดออกมาให้ผู้อื่นได้เห็น” กระซิบแ่เบาให้ได้ยินแค่เพียงสี่คน
“่นี้คือรัชศกใด?”
“รัชศกเจินกวนปีที่สามเ้าค่ะ”
“หลี่ซื่อหมินขึ้นครองราชย์ได้สามปีแล้วใช่หรือไม่”
อี้หมัวมัวกับสาวใช้อีกสองคนรีบแลซ้ายแลขวาด้วยความใ
“คุณหนูเรียกพระนามของฝ่าาออกมาตรง ๆ ไม่ได้นะเ้าคะ”
จ้าวลู่ชิงนิ่งเงียบอีกครั้ง ความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาเป็ฉาก ๆ บิดาของนางคือจ้าวหยาง เป็ขุนนางของราชสำนัก ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมคลัง ปู่ของนางคือแม่ทัพคนสนิทที่ร่วมออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่และสถาปนาราชวงศ์ถังพร้อมกับจักพรรดิถังเกาจู่ คุณูปการที่สร้างขึ้นจึงได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็ฝู่กั๋วกง
หลังเกิดเหตุการณ์รัฐปะาที่ประตูเสวียนอู่ [3] จักรพรรดิถังเกาจู่ประกาศแต่งตั้งให้หลี่ซื่อหมินเป็องค์รัชทายาท ต่อมาไม่นานจักรพรรดิถังเกาจู่ก็ประกาศสละราชสมบัติแต่งตั้งหลี่ซื่อหมินขึ้นครองราชย์เป็จักรพรรดิองค์ที่สองแห่งต้าถัง นามว่าถังไท่จง
ชาวบ้านต่างลือกันว่าหลี่ซื่อหมินบังคับให้บิดาสละราชสมบัติ หลังจากสังหารพระเชษฐาและพระอนุชาร่วมอุทรเพื่อยึดครองราชบัลลังก์มาเป็ของตนเอง
เมื่อเกิดเหตุการณ์แย่งชิงอำนาจของคนในราชวงศ์จนผลัดเปลี่ยนรัชสมัย ท่านปู่ของนางจำต้องเกษียณตนเองออกจากตำแหน่งขุนนางในราชสำนัก เพื่อไม่ให้จวนฝู่กั๋วกงโดดเด่นจนมีภัย แม้ว่าจะลาออกแต่ด้วยความเป็เลิศทั้งด้านบู๊และบุ๋นทำให้จักรพรรดิถังไท่จงเสียดายบุคคลเช่นนี้ จึงแต่งตั้งให้เป็ ไท่ฟู่ [4] ขององค์รัชทายาทหลี่เฉิงเฉียน
ชีวิตในชาตินี้ของจ้าวลู่ชิงมีพี่ชายฝาแฝดสองคน พี่ชายคนโตนามว่าจ้าวลู่จื้อ เข้าร่วมรบกับกองทัพั้แ่เมื่อปีที่แล้ว พี่ชายคนรองมีนามว่าจ้าวลู่เสียนกำลังศึกษาตำราอยู่ที่สำนักศึกษาหลวง จวนฝู่กั๋วกงมีเมล็ดพันธุ์ชั้นดีมากเกินไปนางจึงต้องแกล้งทำตัวไม่ให้โดดเด่น
ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ประตูเสวียนอู่ จ้าวลู่ชิงก็ถูกส่งตัวไปยังบ้านเดิมของบรรพบุรุษโดยให้เหตุผลกับผู้อื่นว่าอาการป่วยกำเริบหนักจำต้องกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิด แท้จริงแล้วนางมิได้เจ็บป่วยแต่อย่างใด
ท่านปู่กับท่านพ่อไม่อยากให้นางเข้าร่วมการคัดเลือกสนมเข้าวังหลังจึงทำเช่นนั้น หลังการคัดเลือกเมื่อปีที่แล้วผ่านพ้นไป นางก็ถูกนำตัวกลับมาใช้ชีวิตสุขสบายที่จวนฝู่กั๋วกงตามเดิม
ทว่าสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น เมื่อนางกลับมาถึงฉางอันเพียงวันเดียวก็มีราชโองการจากไท่ซ่างหวง [5] มาถึงจวนฝู่กั๋วกง เนื้อหาด้านในสรุปออกมาได้ว่าเป็ราชโองการพระราชทานการหมั้นหมายระหว่างนางกับฉีอ๋อง
(1) หมัวมัว สาวใช้รุ่นใหญ่ (มักจะแต่งงานแล้ว)
(2) กั๋วกง คือ ตำแหน่งบรรดาศักดิ์สูงสุดของชั้นกง ขั้น 1 ชั้นรอง และเป็ตำแหน่งสูงสุดที่ขุนนางจะได้รับพระราชทานจากจักรพรรดิ
(3) เหตุการณ์รัฐปะาที่ประตูเสวียนอู่ คือ เหตุการณ์ที่สำคัญครั้งหนึ่งใน ประวัติศาสตร์จีน โดยเกิดขึ้นใน่ต้น ราชวงศ์ถัง ตรงกับ่ปลายรัชสมัย จักรพรรดิถังเกาจู่ เมื่อองค์ชายรองหลี่ ซื่อหมิน พร้อมผู้ติดตามได้สังหารองค์ชายรัชทายาท หลี่ เจี้ยนเฉิง และองค์ชายสี่ หลี่ หยวนจี๋ ที่ประตูเสฺวียนอู่ซึ่งเป็ประตูทางด้านเหนือของพระราชวังหลวงแห่งฉางอัน
(4) ไท่ฟู่ (太傅) หมายถึง ราชครูขององค์รัชทายาท
(5) ไท่ซ่างหวง คือ จักรพรรดิที่สละราชสมบัติ