เมื่อมองไปยังหอคอยสีดำทมิฬที่อยู่ตรงหน้า เย่ฉวนประหลาดใจเป็ที่สุด
ทั้งหมดนี่ล้วนอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา
เย่ฉวนทำใจให้สงบระงับความตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว เขารู้ว่านี่อาจเป็โอกาส และแน่นอน มันหมายถึงการเอาตัวเข้าไปเสี่ยงภยันตรายด้วยเช่นกัน
เย่ฉวนเลือกที่จะผลักประตูออกและเดินเข้าไป เขารู้สึกว่าตัวเองยังไม่ควรหันหลังกลับในตอนนี้
ภายในหลังจากที่ก้าวเข้ามาแล้วเย่ฉวนมองไปรอบ ๆ ผนังนั้นถูกตกแต่งด้วยสัตว์หายากที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้ยังมีอักษรรูนลึกลับสีทองและสีม่วงจารึกอยู่ มิหนำซ้ำยังขยับเองได้อีกต่างหาก!
ในที่สุด สายตาของเขาก็ได้ปะทะเข้ากับสิ่งหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ไกล เป็โครงกระดูกที่มีดาบเล่มยาวตั้งอยู่เคียงข้าง
ดวงตาของเย่ฉวนจับจ้องอยู่ที่บรรทัดตัวหนังสือบนพื้นด้านหน้าของโครงกระดูกนั้น "ข้าคือเซียนกระบี่แห่งพิภพชาง ข้าเริ่มฝึกฝนทักษะกระบี่ั้แ่มีอายุได้ 12 ปี ข้าได้สำเร็จวิชาเต๋าแห่งกระบี่เมื่ออายุ 17 และเมื่อข้าอายุ 21 ข้าก็ไม่เป็สองรองใครในโลกนี้ ั้แ่อายุ 27 ข้าทำลายจิตใจของตัวเองด้วยกระบี่นี้ และบรรลุวิถีเต๋าแห่งกระบี่ขั้นสูงสุด ข้าติดอยู่ในเรือนจำนี้เป็เวลาหนึ่งพันสองร้อยปี ข้าไม่สามารถออกไปจากหอคอยนี้ได้จวบจนสิ้นอายุขัย ข้ารู้ว่าวันนั้นได้มาถึงแล้ว ข้าจำต้องทิ้งมรดกและฝากความหวังไว้กับผู้สืบทอดของข้า ปรารถนาว่าเขาจะพ้นผ่านมันไปได้ หากเ้ามีความเห็นอกเห็นใจต่อข้าแม้เพียงสักเล็กน้อย ได้โปรดกรุณาช่วยดูแลพิภพชางต่อด้วยเถิด"
“เซียนกระบี่แห่งพิภพชาง?"
คิ้วของเย่ฉวนย่นเข้าหากันเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินชื่อเสียงข่าวคราวเกี่ยวกับคนผู้นี้มาก่อนเขาหลุบตาต่ำลง ข้างใต้ข้อความนั้นมีหยกล้ำค่าขนาดเท่ากำปั้นอยู่!
"หินแห่งมรดก!"
เืในกายเย่ฉวนพลันไหลพล่าน
"ผู้ฝึกฝนวิชากระบี่!"
ในทวีปชิงนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์อยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่กลับมีผู้ฝึกฝนกระบี่อยู่เพียงแค่หยิบมือ กล่าวได้ว่าเป็กลุ่มคนที่หายากมาก เซียนกระบี่ยิ่งมีจำนวนน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย เพราะผู้ที่จะเป็เซียนกระบี่ได้นั้นจำเป็ต้องมีรากฐานทางจิติญญาเป็พิเศษเสียก่อน เย่ฉวนไม่ค่อยมีความรู้มากนักเกี่ยวกับเื่นี้ แต่กระนั้นเขาก็รู้แต่เพียงว่าเซียนกระบี่เป็อาชีพที่หาได้ยากยิ่ง
เย่ฉวนหยิบกระบี่ขึ้นมาพินิจพิจารณาอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อก้าวเท้าไปข้างหน้า กลับไม่สามารถไปต่อได้อีกราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นขัดขวางไว้!
เย่ฉวนรู้สึกทึ่ง!
"หรือว่าตรงนี้จะผ่านไปไม่ได้?"
"เ้าคือผู้มาใหม่?"
เมื่อมาถึงจุดนี้ เสียงของผู้หญิงก็เปล่งออกมาทันที
เสียงปริศนานี้ทำให้เย่ฉวนรู้สึกกลัว เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ กลับไม่พบใครทั้งสิ้น!
"สงสัยข้าคงหูฝาดกระมัง?"
เมื่อเกิดความคิดนี้ในสมองของเย่ฉวน เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง "ใครเป็ผู้เต๋าแห่ง์ในโลกนี้?"
เย่ฉวนนิ่งอึ้งไป "เต๋าแห่ง์? มันคืออะไร?"
เกิดความเงียบขึ้นครู่ใหญ่ และเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เหตุใดเ้าจึงอ่อนแอเช่นนั้นเล่า? ไม่สิ เ้าไม่ได้ติดกับดักของที่นี่!"
เย่ฉวนฟังแล้วรู้สึกสับสนยิ่งนัก
เมื่อมาถึงจุดนี้เสียงผู้หญิงลึกลับก็ฟังดูแปลกใจเล็กน้อย "เ้าไม่ได้เกิดมาโดยร่างแห่งเต๋า แต่เ้ากลับมีรากสองจิติญญาอยู่ภายใน ข้าล่ะไม่แปลกใจว่าทำไมหอคอยเรือนจำแห่งนี้ถึงเลือกเ้า"
"ร่างแห่งเต๋า? รากสองจิติญญา?"
เย่ฉวนยิ่งงงเข้าไปใหญ่ "ผู้าุโ ท่านเป็ใครงั้นหรือ?"
เสียงปริศนาตอบกลับ "เ้าเติบโตขึ้นมาก ตามหลักการแล้วเ้าควรอาศัยอยู่ในดินแดนอันเงียบสงบ แต่เหตุใดเล่าเ้าจึงได้อ่อนแอเช่นนี้? สุขภาพร่างกายเ้าย่ำแย่มาก เป็สภาพที่ไม่น่าดูเลยสักนิด"
เย่ฉวนไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี “...”
เสียงผู้หญิงลึกลับพลันถามขึ้น "ตามปกติแล้วเ้าฝึกฝนร่างกายของเ้าอย่างไร?"
เย่ฉวนลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ "ข้ายกสัมภาระ หรือไม่ก็วิ่งและแบกมันไปด้วย แล้วก็อื่น ๆ"
เสียงผู้หญิงลึกลับกล่าวอย่างเ็า "เ้าอยู่ในยุคโบราณหรือยังไง? เ้ากำลังฝึกฝนด้วยวิธีเก่าคร่ำครึ โบราณล้าหลังแบบที่ย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายของตัวเอง! มันจะทำลายรากฐานทางจิติญญาของเ้า!"
เย่ฉวนยิ้มอย่างขมขื่น "ตัวข้าและบรรพบุรุษเมืองชิงต่างฝึกฝนกันมาเช่นนั้น"
เสียงปริศนาเงียบไป
เย่ฉวนอับจนคำพูด เขามองไปรอบ ๆ ทว่ายังไม่พบใครทั้งสิ้นแม้แต่เงา
ณ ที่แห่งนี้ เต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาดอยู่ทุกตารางพื้นที่ ดูเหมือนว่าเสียงผู้หญิงลึกลับนั้นจะหยุดพูดไปแล้ว สายตาของเขากลับไปวนเวียนอยู่ที่หินแห่งมรดกตรงหน้าอีกครั้ง ประกายไฟลุกโชนขึ้นในแววตาอย่างไม่คิดปิดบัง
"เ้า้าเรียนเพลงกระบี่ไหม?" เสียงลึกลับนั้นถามขึ้น
เย่ฉวนรีบพยักหน้าทันที "ข้า้า ๆ ใครกันที่ไม่อยากขึ้นขี่กระบี่และมองข้ามจักรวาลระหว่าง์กับโลก?"
เสียงผู้หญิงลึกลับกล่าว "ตันเถียนของเ้าเสียหาย เ้าไม่สามารถปลูกฝังจิติญญาแห่งกระบี่ได้"
เมื่อได้ยินดังนี้ เย่ฉวนก็มีสีหน้าสลดลง
ใช่ ตั้นเถียนของเขาถูกทำลาย! อย่าว่าแต่จะฝึกฝนวิชาให้กลายเป็เซียนกระบี่เลย เขาอาจไม่มีโอกาสกลับไปเป็ผู้ฝึกยุทธ์อย่างปกติแล้วด้วยซ้ำ ปัจจุบันเขาถือได้ว่าเป็นักสู้เพียงเท่านั้น
หนนี้เสียงลึกลับยังคงกล่าวต่อไป "แต่เื่นี้ยังพอมีหนทางปลูกจิติญญาเต๋าแห่งกระบี่อยู่ ด้วยวิธีนี้อาจไม่เหมือนกับที่ศึกษาจากสำนักอื่น เ้ายังอยากที่จะเรียนไหม?"
เย่ฉวนนิ่งงันไป "ข้าสามารถเรียนได้โดยปราศจากตันเถียนงั้นหรือ?"
เสียงลึกลับตอบกลับ "จะเป็การดีกว่าหากว่าเ้าไม่มีมัน"
"ถ้าเช่นนั้น ข้าก็สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่จำเป็ต้องมีตันเถียน"
เย่ฉวนเกือบจะะโด้วยความตื่นเต้นแต่เขายังคงบังคับตัวเองให้สงบลง เขามองไปรอบๆ "ท่านผู้าุโมีเงื่อนไขว่าอย่างไร?" เื่นี้เย่ฉวนรู้ดีว่าของฟรีไม่มีในโลก
เสียงลึกลับเอ่ยตอบ "หอคอยแห่งนี้เคยถูกโค่นลงเมื่อในอดีต กฎทั้งเก้าประการล้วนกระจัดกระจายอยู่ในโลกชิงชาง ผนึกในแต่ละชั้นก็เริ่มคลาย เ้าโชคดีนัก เพราะเมื่อเ้ามาถึงจิติญญาแห่งกระบี่ตรงหน้าเ้าก็ได้ตายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นข้าเกรงว่าผู้ตายอาจจะได้เป็เ้าแทน"
เย่ฉวนสิ้นคำพูด "..."
เสียงลึกลับกล่าวสำทับขึ้นอีกครั้ง "ข้ารู้ว่าเ้ากำลังสงสัยว่าแต่ละชั้นในหอคอยนั้นมีอะไร แต่ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องอธิบาย เ้าเพียงแค่ต้องรู้ว่าหอคอยมี 12 ชั้น และแต่ละชั้นนั้นเป็โลกที่มีการดำรงอยู่ของ ผู้คน ิญญา ปีศาจ และแม้แต่จิติญญาเต๋าแห่ง์... ก่อนหน้านี้หอคอยเคยผนึกพวกมันเอาไว้ได้ แต่บัดนี้ผนึกเริ่มคลายและไม่สามารถควบคุมพวกมันได้อีกต่อไป"
เมื่อพูดถึงเื่นี้ เสียงลึกลับก็ชะงักไปเล็กน้อย "สิ่งที่เ้าต้องทำก็คือตามหากฎแห่งเต๋าระหว่าง์และโลกเพื่อกอบกู้ความแข็งแกร่งของผนึกในหอคอยกลับคืนมา แน่นอนว่าเ้าสามารถเลือกที่จะปลดปล่อยมันออกมาก็ได้"
"ปลดปล่อย?"
เย่ฉวนเงียบไป "แล้วหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น?"
เสียงหญิงลึกลับตอบขึ้น "ผลลัพธ์เป็ไปได้อยู่สองประการ อย่างแรกคือพวกมันจะฆ่าเ้าและยึดครองหอคอยนี้ อย่างที่สองคือเ้าต้องสยบมันและให้พวกมันรับใช้เ้าซะ และแน่นอนว่าหากพูดถึงความแข็งแกร่งของเ้าในตอนนี้ โอกาสที่จะเป็ไปตามอย่างแรกนั้นคือเื่ที่แน่นอน"
เย่ฉวนยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะประชด "เป็คำอวยพรที่ฟังแล้วใจชื้นดีจริง!"
เย่ฉวนเกิดประกายความคิดบางอย่างจึงถามออกมาทันที "ท่านผู้าุโ ท่านเองก็ถูกจองจำอยู่ในนี้ด้วยหรือไม่?"
เสียงลึกลับตอบกลับทันที "ไม่!"
“แล้วท่านอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
"เ้านี่ถามมากจริง"
เย่ฉวนอับจนคำพูดอีกครั้ง "..."