"แคกแคก" แย่แล้วเหมือนว่าอีกฝ่ายจะอาการหนักแล้วดูท่าคงจะโดนพิษนี้มาได้ครึ่งชั่วยามแล้วกระมั้งอาการถึงได้แย่แบบนี้
พิษกำหนัดก็คล้ายๆยาปลุกกำหนัดทั่วไปเพียงแต่พิษชนิดนี้ต้องแก้ด้วยหญิงพรหมจรรย์และต้องแก้ภายในหนึ่งชั่วยามไม่เช่นนั้นผู้ที่ถูกพิษร่างกายจะร้อนขึ้นเรื่อยๆราวกับโดนธาตุไฟแทรกก่อนจะช็อกเเละเสียชีวิตไปในที่สุด
และข้อสำคัญที่สุดก็คือหญิงผู้นั้นต้องเป็นางอันเป็ที่รักพิษนั้นจะแก้ได้
สรุปก็คือบุรุษผู้นี้มีโอกาสตายมากกว่าโอกาสรอดหลักๆเลยคือคนผู้นี้ถูกพิษมาได้ครึ่งชั่วยามแล้วโอกาสรอดเหลือครึ่งนึงแต่ฝนตกหนักไปไหนไม่ได้ยิ่งตัดโอกาสอย่างที่สามเสิ่นเฟยอวี้ไม่รู้ว่าคนผู้นี้มีนางในดวงใจแล้วหรือยังหากมีแล้วทางเดียวคือตายแต่ถ้าหากไม่มีล่ะก็.....
แม้หนทางจะริบหรี่เเค่ไหนแต่นางคือหนทางรอดตายสุดท้ายของเขา
เพียงแต่คนผู้นี้เป็ใครนางไม่รู้จักด้วยซ้ำนางควรจะช่วยเขาใช่ไหมแต่นั่นมันพรหมจรรย์ของนางเลยนะ
ในขณะที่กำลังถกเถียงกับตัวเองอยู่ในใจพายุก็พัดกระหน่ำเข้ามาเสิ่นเฟยอวี้รู้สึกร่างกายค่อยๆแข็งจนชาราวกับอยู่ท่ามกลางหิมะที่เหน็บหนาวความอบอุ่นเดียวที่ััได้คือจากบุรุษผู้นี้ที่เหมือนร่างกายอีกฝ่ายจะเริ่มร้อนขึ้น
ดูเหมือนว่านางต้องตัดสินใจซะเเล้วหากปล่อยไว้แบบนี้ไม่แน่อีกฝ่ายอาจจะร้อนจากธาตุไฟแทรกจนตายแต่นางจะถูกความเหน็บหนาวกัดกินจนตาย
หากเป็เช่นนี้ทางรอดเดียวของนางก็ดูเหมือนจะเป็เขาเเล้ว
ถึงนางจะไม่รู้จักแต่เขาก็ให้นางหลบฝนและการที่นางช่วยเขาก็เท่ากับเขาช่วยนางเเบบนี้ก็ถือว่าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
หลังจากที่ตัดสินใจได้เสิ่นเฟยอวี้ก็ประคองอีกฝ่ายขึ้นมาผิงไหล่นางก่อนจะใช้ชายเสื้อเช็ดเืที่เลอะริมฝีปากอีกฝ่าย
หมับ!!
"เ้าคิดจะทำอะไร"
คนผู้นี้มีสติไวเสียจริง ทันทีที่เช็คเสร็จฝ่ามือหนาก็คว้าข้อมือนางไว้เเน่นดวงตาสีอำพันจดจ้องมองมาที่นางอย่างไม่ไว้ใจ
''เอ่อ...."
เสิ่นเฟยอวี้พูดไม่ออกนางขัดเขินเกินกว่าจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แก้มเนียนขึ้นสีแดงจางๆั์ตากลมโตมองลอกแลกไม่กล้าสบตา
"อ๊ะ!!"ฝ่ามือหนาที่จับข้อมือนางยกขึ้นเหนือศีรษะดันร่างบางให้นอนลงก่อนจะขึ้นคร่อมเสิ่นเฟยอวี้เปิกตากว้างยังไม่ทันพูดอะไรอีกฝ่ายก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้
"อยู่นิ่งๆ"น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าทำให้เสิ่นฟยอวี้ขนลุกซู่เผลอหลับตา รับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนความเปียกชื่นเบาบางที่ริมใบหูและหลังใบหู ไล่ลงมายังบริเวณลำคอระหงจนจักจี้เเล่นไปทั่ว
ฝ่ามือร้อนที่จับข้อมือนางคลายออกแล้วเลื่อนลงมาเกลี่ยเส้นผมที่บังหน้านางลืมตาขึ้นช้าๆก่อนจะสบเข้ากับั์ตาสีอำพันเปล่งประกายนางจ้องมองอย่างเผลอไผล
เป็ดวงตาที่น่าหลงใหลจนไม่อาจละสายตาได้เเม้เพียงสักวินาทีเดียวแต่ก็จำต้องหลับตาเมื่อความอ่อนนุ่มเเตะที่ริมฝีปากนางก่อนจะปล่อยให้ความนุ่มหยุ่นรุกรานเข้ามาสำรวจโพรงปากรุกไล่หยอกเย้ากับลิ้นที่ไม่ประสา
ความร้อนจากฝ่ามือหนาลูบไล่ไปทั่วเรือนร่างจนนางอ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งลนไฟส่วนไหนที่โดนััก็ราวกับฟืนแห้งติดไฟ*
"อึก แฮก.."หลังจากที่ได้รับอิสระเสิ่นเฟยอวี้หอบแรงราวกับขาดอากาศหายใจมานานริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นกับท่าทางของนางมันสร้างความพึงพอใจให้เขาไม่น้อย
ยังไม่ทันสูดอาการเข้าปอดดีก็ต้องสะดุ้งเกร็งฝ่ามือร้อนจับยอดปทุมถันนวดคลึงลากลิ้นร้อนสร้างกลีบกุหลาบไปทั่วเสิ่นเฟยอวี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้านางถูกอีกฝ่ายถอดออกไปั้แ่เมื่อไหร่
cut
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนร่างบางนอนหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้าจากบทสวาทเมื่อวานเย็น
เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆกระพริบลืมตาขึ้นมาดูเหมือนพายุฝนที่เคยมีสงบลงแล้ว
"โอ้ย!!"
เสิ่นเฟยอวี้พยายามจะลุกขึ้นมานั่งแต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลง นางระบมไปทั้งตัวยิ่ง่เอวลงไปยิ่งไม่ต้องพูดถึงขยับแทบจะไม่ได้แล้ว
ดูเหมือนเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานจะไม่ใช่ความฝันสินะนางกับบุรุษผู้นั้น
จริงสิแล้วบุรุษผู้นั้นล่ะไม่ใช่ว่านางช่วยเขาแล้วไม่รอดหรือรอดแล้วเขาไปแล้วกันแน่นะ
ถ้าไปแล้วก็ดีแค่นางนึกถึงเื่เมื่อวานก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีแล้วเช่นนี้นางจะยังกล้าเจอหน้าเขาอีกได้ยังไง
แม้จะรู้สึกเสียดายความสาวแต่เสียไปแล้วก็ช่างเถอะนางรอดตายจากความหนาวก็ถือว่าคุ้มแล้ว
แล้วตอนนี้นางมีสภาพเป็เช่นนี้จะกลับบ้านได้ยังไงไม่รู้ป่านี้ท่านแม่จะเป็ห่วงแค่ไหนกัน
"ตื่นแล้วหรอ"
เสิ่นเฟยอวี้หันไปมองบุรุษที่พึ่งเดินเข้ามาอย่างอึ้งๆนางคิดว่าเขาไปแล้วแต่ทำไมยังอยู่อีกล่ะ
ถึงใจนึงจะรู้สึกดีใจแต่อีกใจกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ถูก อย่าลืมว่านางกับเขาเเทบไม่รู้จักกัน แต่ก็เอิ่ม...ช่วยกัน
บุรุษเ้าของั์ตาสีอำพันนั่งลงด้านข้างนางก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงยียวน
"เป็ใบ้ไปแล้วหรือ"
เสิ่นเฟยอวี้อยากจะตอบแต่กลับไม่มีเสียงจึงได้แต่มองอีกฝ่ายอย่างไม่ใคร่จะพอใจนักยิ่งพอเห็นท่าทีไม่ทุกข์ร้อนของเขานางแทบอยากจะลุกไปบีบคอเขาซะเดี๋ยวนั้นติดแต่ว่านางขยับกายไม่ได้
นางสายตาไม่ดีเองเเหละที่เคยมองว่าเขาสง่างามดั่งเทพเซียนที่แท้เขามันก็แค่ผู้ชายปากร้ายคนนึง
"ต้องโทษที่ข้าเผลอทำรุนแรงไปหน่อย"
บุรุษผู้นี้กล่าวออกมาหน้าตาเฉยทั้งที่พอเสิ่นเฟยอวี้ได้ยินก็อายจนหน้าเเดงหันไปทางอื่น
คนผู้นี้ไร้อายโดยแท้ ถึงนางกับเขาจะข้ามขั้นไปบ้างแต่นี่ใช่คำที่ควรพูดกับคนที่ไม่รู้จักงั้นหรอ
"ข้ามีนามว่าเย่หลี่จวิน ที่ข้ารอดมาได้เพราะเ้าเลยนะเเม่นางน้อย เ้าล่ะมีนามว่าอะไรหากยังพูดไม่ได้ข้าจะอยู่ดูแลจนกว่าเ้าพูดได้เอง"
หลังกล่าวจบเสิ่นเฟยอวี้หันไปมองก่อนจะหันหน้าไปอีกทาง เหอะแต่ข้าไม่อยากรู้จักเ้าและยิ่งไม่อยากอยู่กับเ้า สงสัยว่าสีหน้านางจะชัดไปหน่อยอีกคนเลยได้แต่ขำในลำคอ
สนุกนักหรือไงไอ้การกระทำที่เหมือนหมาหยอกไก่เนี่ยนางล่ะเกลียดนัก
"เ้าหิวหรือยัง หืม"
อยากจะเชิดหน้าใส่อยู่หรอกแต่ติดที่ท้องเ้ากรรมดันร้องขึ้นมานี่สิ นางเห็นเขาแอบขำก่อนจะยื่นมือเข้ามาใกล้
"มาสิ"
เสิ่นเฟยอวี้ยกมือปัดออกอัตโนมัติตามกลไกการป้องกันตัวแน่ล่ะนางไม่ไว้ใจเขาอีกทั้ง ทั้งเนื้อทั้งตัวนางไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าเลยมีเพียงเสื้อคลุมตัวนอกของอีกฝ่ายที่เขาเอามาคลุมให้ตอนนางหลับ
ทันทีที่นางปัดมือเย่หลี่จวินออกดูเหมือนเขาจะนิ่งไปเขากำลังไม่พอใจนางอยู่ใช่หรือเปล่า
หมับ!!
เหมือนสิ่งที่นางคิดจะถูกเย่หลี่จวินสีหน้าเรียบนิ่งไม่มีเเววตาล้อเล่นเช่นเมื่อครู่ก่อนจะคว้าข้อมือทั้งสองแล้วช้อนอุ้มนางมานั่งบนตักเขา อยากจะดิ้นขัดขืนแต่มือหนากลับรวบเอวนางไว้แน่นพร้อมข้อมือ อีกข้างจับคางของนางให้เงยหน้าขึ้น
"ไม่ต้องห่วงข้าไม่รังแกคนอ่อนแอหรอก"
สิ้นคำเย่หลี่จวินก็โน้มใบหน้าลงมาริมฝีปากของนางฝ่ามือหนาบีบเบาๆให้นางเผยอปากแล้วแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโฟรงปากส่งผ่านสิ่งที่อยู่ในปากอีกฝ่ายมายังนางเสิ่นเฟยอวี้ดิ้นขัดขืนหากแต่ไม่เป็ผลสุดท้ายเขาก็ยัดเยียดสิ่งนั้นให้นางกลืนลงจนได้
"กินไปเถอะยานี้ช่วยรักษาอาการบอบช้ำทั้งภายนอกและภายใน"
นางคงจะยินดีกว่านี้หากเขาไม่พูดว่าภายในแล้วมองส่วนอ่อนไหวของนาง
"คนไร้ยางอาย"
นางจ้องเขานิ่งหลังจากที่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปแต่เดี๋ยวนะนางพูดได้แล้ว เสียงนางกลับมาแล้วได้ยังไงกัน คงไม่ใช่ว่า
ก่อนที่จะเห็นคิ้วกระบี่ขมวดั์ตาอำพันสบกับนางนิ่งมุมปากยกขึ้นมาเล็กน้อย
เป็เสิ่นเฟยอวี้ที่ละสายตาก่อน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาๆ"ขอบคุณสำหรับยาแต่ข้าต้องขอตัว.."
ยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ลุกจากตักมือแกร่งก็ล็อคเอวนางไว้แน่น
พร้อมกับที่ได้เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นข้างหู
"ไม่ให้ไป"
มือแกร่งยกขึ้นมาเกลี่ยผมที่ปรกหน้าก่อนจะยกเส้นผมขึ้นมาสูดดมเบาๆแล้วเลื่อนมาดมที่ข้างขมับทำเอาเสิ่นเฟยอวี้ถึงกับขนลุก
"เ้ายังไม่ได้กินอะไรเลยไม่หิวหรือนั่งเป็เด็กดีแล้วข้าจะเอาของกินมาให้"
ร่างสูงยอมวางนางนั่งลงดีๆก่อนจะเดินออกไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีต่อมาก็กลับมาพร้อมไก่ป่าย่างและส้มสองสามผล
เสิ่นเฟยอวี้จ้องเนื้อไก่ป่าย่างในมืออีกฝ่ายนิ่งแน่ล่ะนางอยากกินแค่เห็นนางก็ท้องร้องแล้วใช่ว่าจะได้กินบ่อยๆเสียเมื่อไหร่
"ข้าให้"เสิ่นเฟยมองย่างไม่อยากจะเชื่อนี่เย่หลี่จวินมอบไก่ป่าย่างทั้งตัวให้นางจริงๆน่ะหรือ
"แล้วเ้าล่ะ"นั่นสิหากเขายกให้นางแล้วเขาล่ะจะกินอะไรกินส้มงั้นหรอแต่คำตอบที่ได้รับทำนางหน้าแทบทิ่มพื้น
"เ้าก็ป้อนข้าสิ"เ้าจำไว้เลยนะ
หลังจากที่กินไก่ป่าเสร็จแล้วเสิ่นเฟยอวี้ก็ไล่เย่หลี่จวินออกไปก่อนที่นางจะสวมใส่อาภรณ์แล้วเก็บเป้สานไม้ไผ่ขึ้นมาสะพายเก็บมีดผกที่ตกอยู่บนพื้นแล้วเก็บผ้าปิดหน้าที่หล่นอยู่ตรงทางเข้าขึ้นมาผูกปิดหน้าตามเดิมบังเอินเห็นกองไฟยังไม่ดับก็โยนบางสิ่งลงไปตอนนี้ก็สายมากเเล้วต้องรีบกลับบ้าน
หมับ!!
"เ้าจะไปไหน"อีกคนเข้ามาพร้อมกับจับแขนนางไว้แน่นเสิ่นเฟยอวี้เงยหน้าไปมอง
"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างแต่ตอนนี้ข้าต้องกลับบ้านแล้ว"นางกล่าวขึ้นเรียบๆไร้คลื่นอารมณ์มือบางยกขึ้นมาเเกะมือหนาที่กำแขนนางไว้
"ช่วยปล่อยมือด้วย"
เย่หลี่จวินทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะสองมือจับไหล่บางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับตน พยายามจ้องมองดวงตาสุกใสคู่นั้นอย่างไม่อยากจะยอมรับ
"เ้าเองก็ชอบข้าไม่ใช่หรือ หรือแม้แต่ชื่อเ้าก็ไม่คิดจะบอก"
อืมเขาดูออกจริงๆด้วยใช่นางยอมรับว่ารู้สึกดีแต่แล้วอย่างไร ความชอบมันกินไม่ได้เสียหน่อย อีกทั้งการเจอกันของนางกับเขาเป็เพียงเวลาสั้นๆ นางไม่คิดจะสานสัมพันธ์ต่อแล้วเหตุใดต้องบอกชื่อด้วย
"ท่านคิดมากเกินไปแล้ว"
แววตาที่ดูเศร้าๆในตอนแรกเปลี่ยนเป็เเววตาคมดุเผด็จการขึ้นมา
"หากข้าไม่อนุญาตเ้าก็อย่างหวังจะไปจากข้าเลย"
แม้กระทั่งท่าทีก็เปลี่ยนไปเสิ่นเฟยอวี้ได้แต่มองอย่างไม่เชื่อสายตานางก้าวถอยหลังแต่อีกคนกลับเดินเข้ามาด้วยทาทางคุกคาม
"ปล่อยข้า อื้อ"
เขาดึงนางเข้าไปก่อนจะปัดผ้าคลุมหน้าออกแล้วโน้มลงมาขยี้ริมฝีปากของนางอย่างคนเอาเเต่ใจดูดเม้มจนปากนางเจ็บระบบลิ้นร้อนพยายามรุกล้ำเข้าไปในปาก เสิ่นเฟยอวี้จึงกัดริมฝีปากอีกฝ่ายจนได้เืเขาจึงยอมผละออก
เย่หลี่จวินสะบัดหัวสองสามทีเห็นเสิ่นเฟยอวี้ยกชายเสื้อขึ้นมาปิดจมูกแล้วก้าวถอยห่างจากเขา
กลิ่นอะไรบางอย่างกำลังทำให้สมองของเขาพล่าเลือนก่อนจะหันไปมองที่กองไฟแล้วหันกลับมามองเสิ่นเฟยอวี้นางจ้องเขานิ่ง
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาโดนนางวางยาสลบเสียแล้วนางไม่อยากอยู่กับเขาขนาดต้องวางยาเลยเชียวหรือ
ั์ตาอำพันจ้องมองนางนิ่งไม่เป็ไรไว้ตื่นข้าค่อยตามหาเ้าก็ได้
ก่อนที่สติสัมปชัญญะทุกอย่างจะดับวูบ
เสิ่นเฟยอวี้ประคองร่างสูงที่สลบไปนอนก่อนจะหยิบยาขึ้นมากินเพราะนางเองก็สูดดมควันไปไม่น้อย
"หากแม่น้ำยังไม่แห้งเหือดขอเราอย่าได้เจอกันอีก"
ปล.เพื่อหลีกเลี่ยงNCเอาเป็ว่าถ้าใครอยากอ่านก็ไปอ่านได้ที่รี้ดอะไรท์
หรือกดที่เว็บไซต์ด้านล่างได้เลย
https://www.readawrite.com/a/d1c0d3219ff0a3e623eb3ea330f3775a