เมืองหลวงใจกลางสิงห์คำรนแม้จะเริ่มเข้าสู่เวลาใกล้ค่ำแต่ท้องถนนก็เต็มไปด้วยผู้คนและรถที่สัญจรไปมาคับคั่ง แสดงถึงความมีชีวิตชีวาของเมืองต้นแบบทางด้านเทคโนโลยี
ลึกเข้าไปในย่านเศรษฐกิจมีวิลล่าหลังใหญ่กลางชุมชน ที่กินพื้นที่ไปมากกว่า 3 ส่วนของถนนคนรวย บนชั้น 5 ของดาดฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวและจันทร์ค้างแรม ปรากฏภาพของ 2 ชายและกับ 1 หญิงสาวที่นั่งอยู่ตามลำพัง หากมองจากระยะไกลอาจทำให้หลายๆ คนจินตนาการไปไกล
อย่างไรก็ตามความจริงมีเด็กหนุ่มมัธยมปลายร่วมสนทนาอยู่บนสถานที่นั้นด้วย
“ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับผมหรือครับ? รองอาจารย์ใหญ่”
นพเก้าพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมก่อนที่จะนั่งลงตรงข้ามกับสตรีวัยกลางคน
หลังจากส่งรุ่นเยาว์ทั้ง 5 คนตามหลังชิกก้าไป ไม่คาดคิดว่าจะเจอกับเจี่ยไป๋เจินที่มาตามหาตัวเขา คงจะไม่พ้นเื่ชื่อเสียงกระมัง เพราะถึงอย่างไรเขาก็มีสถานะเป็จักรพรรดิยุทธ์แล้ว คงจะไม่พ้นเื่ถูกบรรดาเหล่าผู้าุโส่งคำเชิญเข้าสมาพันธ์อย่างเป็ทางการหรือไม่ก็ทาบทามไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ภายในวันสำคัญอย่างวันการจัดงานประลองในวันมะรืนนี้
“อะแฮ่ม ไม่ต้องเป็ทางการขนาดนั้นก็ได้”
คำพูดเป็ทางการของนพเก้าทำให้นางรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
นางปรับท่านั่งเล็กน้อยเป็การนั่งแบบไขว่ห้างขณะเดียวกันสองมือก็หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบเบาๆ กลิ่นน้ำหอมดอกกุหลาบลอยฟุ้งออกมาจากผมลอนยาวสีม่วงขลับ เมื่อรวมเข้ากับการแต่งกายเป็ทางการที่สวมเสื้อแขนสั้นสีดำปลดกระดุมหนึ่งเม็ดที่เผยให้เห็นผิวต้นคอที่ขาวผ่องดั่งไข่มุก กระโปรงสั้นสีดำสนิทที่รัดแน่นจนกลมกลึง และถุงน่องลายกุหลาบสีดำที่ปิดบังผิวััที่ขาวนวล เมื่อรวมกันมันขับเน้นให้รูปร่างโค้งเว้าให้ออกมาสมบูรณ์แบบเหมือนกับนาฬิกาทราย สิ่งนี้ไม่อาจทราบได้ว่านางกำลังคลายความตึงเครียดก่อนสนทนาหรือจุดมีประสงค์อื่นแอบแฝงกันแน่
หากเป็นพเก้าในวัยเยาว์ เขาคงจะตัวร้อนผ่าวหากพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ โชคดีที่เขานับว่ามีประสบการณ์จึงหลบสายตากลับมาได้อย่างแเี
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีที่โฮสต์สามารถยับยั้งชั่งใจได้ นับว่าเป็ต้นแบบที่ดีในฐานะเ้าสำนัก รางวัล: ช่องทรัพยากร + 1]
พรืด!
นพเก้าแทบสำลักและเกือบตกเก้าอี้ในขณะที่พึ่งจะนั่งเอนหลังอย่างผ่อนคลาย
(ระบบ เ้ากล้าเย้าแหย่ข้า)
หมายความว่าอย่างไรที่ยับยั้งชั่งใจ เขาไม่ใช่คนเสเพลและไม่เคยเป็ นอกจากนี้เขาก็มีภรรยาและบุตรแล้ว ดังนั้นเขาจะไปทำเื่เช่นนั้นได้อย่างไร
หืม
เจี่ยไป๋เจินรู้สึกประหลาดใจ ดูเหมือนว่านางจะเล่นแรงไปหน่อยสำหรับเด็กไร้ประสบการณ์
“แค่ก เรามาเข้าเื่กันเถอะ เกี่ยวกับการทาบทามใช่หรือไม่?”
หลังจากนพเก้าสงบสติอารมณ์และปรับท่าทาง เขาลองวิเคราะห์ดูแล้วมันควรจะเป็วัตถุประสงค์อย่างหลังมากกว่า ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ต้องคิดก่อนสนทนานานขนาดนี้ นอกจากนี้ด้านหลังก็มีข้ารับใช้วัยกลางคนติดตามมาด้วยอาจจะต้องมีการเปิดโต๊ะเจรจาต่อรองสักเล็กน้อย
“แก มองอะไร?”
โดยไม่คาดคิด ข้ารับใช้วัยกลางคนพูดกับเขาอย่างไร้มารยาท
“ไป๋ฮ่าว อย่าเสียมารยาท”
เจี่ยไป่เจินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“เ้าคือ?”
นพเก้าใช้เมตรหมื่นพิภพตรวจดูขณะจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงแต่งตัวสุภาพจนทำให้คนเกิดความเข้าใจผิด
“จักรพรรดิหวง นี่คือลูกพี่ลูกน้องของข้า เขาอาสาติดตามมาเอง ข้าหวังว่าท่านจะมองข้ามไปได้บ้าง”
เป็ความผิดของนางที่ปล่อยให้อีกฝ่ายตามมา นางเริ่มรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยจึงจำเป็ต้องเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกนพเก้า เพราะเมื่อเดินทางจากตระกูลมาถึงเมืองสิงห์คำรน นางก็พอทราบวีรกรรมของชายหนุ่มเืร้อนผู้นี้มาบ้าง สิ่งนี้ทำให้ความรู้สึกเป็ต่อของนางลดน้อยลง นางจึงอดไม่ได้ที่จะตำหนิในใจอย่างเงียบๆ
“ข้า ข้าไป๋ฮ่าว นักปรุงยาระดับ 4 ขาวขั้นสูงสุด และเป็หนึ่งในปรมาจารย์คนสำคัญของนิกายศักดิ์สิทธิ์แห่งบัวหยก (ปี้เหลียนเซิ่งไพ่) จากนิกายใหญ่อันดับสามของแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทรา”
ชายผู้มีนามว่าไป๋ฮ่าวจัดขอบเสื้อทักซิโด้ ก่อนที่จะกล่าววาจาออกมาเป็ชุดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง ขณะเดียวกันก็เงยหน้าขึ้นและจ้องมองลงไปยังนพเก้า
...
“อืม ยินดีที่ได้รู้จักสหายเต๋า”
นพเก้าเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยขณะจิบชา ตอนนี้เขาไม่คิดอะไรมาก เพราะผลกระทบด้านลบของบรรดาโทสะได้ทุเลาลงแล้ว หากเป็ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายคงจะไม่มีปากให้พูดอีกต่อไป
กร็อด
อวดดี อวดดีอย่างถึงที่สุด ไป๋ฮ่าว้าจะพูดต่อแต่เจี่ยไป๋เจินโบกมือไล่เขา
“เ้าออกไปก่อน”
นาง้าตัดบทสนทนาอันไร้สาระนี้
“นี่ เ้า ฮึม”
ไป๋ฮ่าวยังไม่ยอมแพ้ อย่างไรก็ตามเมื่อเจอกับสายตาดุร้ายของหญิงสาวเบื้องหน้าเขาก็จ้องมองนพเก้าเล็กน้อยก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปทางระเบียง
“คนรักของท่านค่อนข้างเอาใจยากทีเดียว”
นพเก้าเย้าแหย่ มีหรือที่จะดูไม่ออก ถึงกับติดตามใกล้ชิดขนาดนั้น ในสมัยนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ ใช่แล้ว ‘อาหวัง’
“ค- คนรักอะไรกัน เราแค่เป็ญาติสนิทกัน”
ไม่รู้ทำไมนางถึงรู้สึกร้อนรนกับการล้อเล่นนี้ ทั้งที่อีกฝ่ายเป็เพียงผู้เยาว์ สิ่งนี้ทำให้ใบหน้าของนางแดงเล็กน้อย
“อะเฮือก”
ไป๋ฮ่าวที่ยังเดินออกไปไม่ไกลสะดุดเท้าตัวเองจนเกือบล้ม มือซ้ายของเขากุมที่อกเหมือนกับคนอกหัก สายตาที่จ้องมองนพเก้ามความอาฆาตมากกว่าเดิม นี่จะต้องเป็จิตวิทยาการพูดชักจูงให้เจี่ยไป๋เจินพูดแทงใจดำเขาอย่างแน่นอน
“หึหึ พ่อคนเ้าชู้”
จิตตาภาที่ลอยอยู่ในอากาศมองฉากนี้โดยมีความคิดพิเรนทร์เล็กน้อย จะเกิดอะไรขึ้นหากนางนำภาพนี้ไปฉายให้กับภรรยาของนพเก้าดู มันจะต้องมีเื่บันเทิงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ภายในฐานลับใต้ดินสักแห่งในป่ามรณะทางตอนใต้ ขณะนี้ฉินโหย่วเอ๋อมองไปที่หวงไค่ที่หน้าประตูกรงขัง อย่างไรก็ตามด้วยความกล้าหาญของนางจึงไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยแม้จะเห็นการตายอันน่าสยดสยองเมื่อครู่ก็ตาย นางจ้องมองชายชรากลับไปก่อนที่จะค่อยๆ เปิดปากขึ้น
“ท่าน้าอะไร?”
นางรู้สึกว่าการที่หวงไท่จับตัวนางมาเื้ัคงไม่ง่ายดาย จะต้องเกี่ยวกับเื่ผู้สืบทอดหัวหน้าตระกูลอย่างแน่นอน มีความเป็ไปได้ว่าคุณชายใหญ่ในตระกูลหลัก ‘ฉินซาน’ อาจเกี่ยวข้องด้วย เพราะพวกเขาทั้งคู่ต่างก็แข่งขันเื่การขึ้นเป็หัวหน้าตระกูลมาตลอด และใน่หลายปีที่ผ่านมาก็มีการลงมือของตระกูลหลักก็ถึงขึ้นส่งมือสังหารมาด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หัวหน้าตระกูลอย่างฉินหนานออกจากการฝึกตนชั่วคราวเพื่อมารับผิดชอบการแข่งขันนี้ด้วยตัวเอง
“้าอะไร? เ้าถามว่าข้า้าอะไรรึ? จิ๊จิ๊ ทั้งที่เื่พึ่งเกิดขึ้นไปแท้ๆ”
หวงไท่จุ๊ปากแล้วส่ายหัว แล้วมองนางกลับไปด้วยสายตารังเกียจ
เ้ามาปฏิเสธงานหมั้นหมายหลานชายข้าถึงหน้าประตู แล้วยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าผิดอย่างไร นอกจากนี้ยังป่าวประกาศเื่การยกเลิกการหมั้นหมายออกไปอีก ลำพังเพียงแค่นี้ก็เป็การตบหน้าตระกูลหวงอย่างใหญ่หลวง พวกเขามีเหตุผลเพียงพอที่จะปฏิเสธการค้าทั้งหมดและตัดสัมพันธ์ทิ้งไป กลายเป็ศัตรูกันตลอดกาล
แล้วนี่!
แคร็ก
หวงไท่กำไม้เท้าแน่นจนเกิดราวแตกร้าว เป็ที่รู้กันดีว่านพเก้าหลานชายของเขาคลั่งไคล้เด็กสาวผู้นี้เป็อย่างมาก การปฏิเสธนี้ทำให้หลานชายของเขาเกือบหัวใจแตกสลาย ในญานะปู่สิ่งนี้ทำให้เขาปวดใจเป็อย่างมาก อย่างไรก็ตามนับว่าเป็โชคดีที่์ประทานให้ สามารถตัดใจจากรักเก่าและสร้างทายาทสายหลักที่มีพรวรรค์มากล้นได้อย่างรวดเร็ว สิ่งนี้นับว่าเป็เื่ที่ดีที่สุดในหลายศตวรรษ
“หึ ฮ่าฮ่า ช่างเป็ผู้สืบทอดที่ดีเสียจริง”
หวงไท่ไม่สามารถปิดบังอารมณ์ของตัวเอกได้
...
ฉินโหย่วเอ๋อหนังตากระตุก อยู่ดีๆ อีกฝ่ายก็ทำสีหน้าโกรธเคือง ฉับพลันก็เปลี่ยนไปเป็รังเกียจ ส่ายหน้า แล้วก็หัวเราะออกมา ดูเหมือนคนตระกูลนี้จะมีแต่คนบ้า
“เอาเถอะ เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก เพียงแค่”
ปลัก!
หวงไท่ใช้ฝ่ามือตบนางจนติดกำแพง ส่งผลให้นางหมดสติไปอีกครั้ง
“เพียงแค่ทำตัวเป็วัตถุดิบที่ดีก็พอ”
หวงไท่ยังไม่กำจัดนางตอนนี้ เขา้าจะใช้นางเป็วัตถุดิบสุดท้ายในพิธีกรรม เพราะในบรรดาผู้ที่เขาจับตัวมา สายเืของนางมีระดับสูงที่สุด
เมื่อนึกถึงเื่นี้ก็ทำให้เขาอดกลั้นความปรารถนาไม่ไหว ด้วยวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายนี้จะต้องทำให้ผลของมันออกมาอร่อยอย่างแน่นอน
อ่า แค่นึงถึงสิ่งนี้ก็ทำให้เขาน้ำลายสอ
“ผลอะไรรึ อร่อยหรือไม่?”
มีเสียงเด็กน้อยดังขึ้นที่ด้านข้างของหวงไท่
“แน่นอนว่าต้องอร่อย”
หือ?
...
เฮ้ยย!!
หวงไท่รู้สึกใเมื่อมองกลับเข้าไปในกรงขัง ในมุมมืดหนึ่งของห้อง มีล่างเล็กๆ ค่อยๆ คลานเตาะแตะออกมา
เมื่อมองดูเป็เด็กทารกหน้าตาไร้เดียงสาที่มีผมยาวสีแดงกำลังคลานมาด้านหน้าเข้าหาเขา และที่สำคัญสัญลักษณ์ดอกไม้สีชาดที่อย่ตรงหน้าผาก สิ่งนี้เขาไม่อาจลืมได้
“เ้า เสี่ยวหยางรึ?”
เหตุใดเหลนชายของเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะทางเข้าที่เขาปิดตายไว้มันถูกปกปิดด้วยค่ายกลโบราณระดับ 6 ดาวขึ้นสูง และมีพลังป้องกันผู้บุกรุก แม้แต่ระดับจักรพรรรดิยุทธ์ขึ้นสูงสุดก็ไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้
สำหรับเื่การคลานเตาะแตะได้หลังจากคลอดหนึ่งวันสิ่งนี้เขาพอเข้าใจได้เพราะเกิดมาพร้อมกับกายาระดับเซียนอย่าง “กายาสีชาด”
อย่างไรก็ตามการพูดและตอบโต้ได้อย่างชาญฉลาดสิ่งนี้ไม่อาจหาคำอธิบายใดๆ ได้
แต่เอ๊ะ?
จะว่าไปเมื่อครู่เขายังไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงคิดในใจก็เท่านั้น
“อร่อยหรือไม่?”
ทารกน้อยเสี่ยวหยางถามย้ำอีกครั้งขณะที่น้ำลายไหลเยิ้ม
“อ- เ้าคงจะหิวแล้วใช่หรือไม่? มาๆ กลับบ้านกลับบ้านกับทวดก่อนแล้วกัน”
สำหรับสถานการณ์ที่ไม่อาจเข้าใจได้นี้ หวงไท่ช่างมันไปก่อน เด็กทารกไม่ควรอยู่ในสถานที่นี้ เขาหยิบพวงกุญแจขึ้นมาขณะเดียวกันก็สื่อสารผ่านโทรจิตเรียกเหล่าคนตระกูลที่ร่วมแผนการบางส่วนเข้ามา สำหรับเื่การเลี้ยวเด็กเขาก็เหมือนกับนพเก้า เขาเลี้ยงเด็กไม่เป็
(ฮึม หายหัวไปไหนกันหมด ไม่ได้เื่)
หวงไท่สบถในใจ เขาหวังว่าพวกนั้นคงจะอดใจไหวและไม่กินกันไปก่อน
(กินอะไรรึ? แบ่งให้ข้าบ้างได้รึไม่?)
เสียงวิงวอนของเด็กทารกลอยเข้ามาในจิตใต้สำนึกของหวงไท่
ฮึย!
เมื่อจ้องมองไปยังที่มาของเสียง มันทำให้เขารู้สึกขนลุก เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่าเ้าทารกน้องตรงหน้านี้กำลังมองเขาเป็อาหาร
“ท่านกำลังทำอะไร?”
ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงของทารกน้อย แต่เป็เสียงของสตรีที่มีความเกรี้ยวกราดดังขึ้น
เชี่ยอะไรวะเนี่ย!!
หวงไท่สบถออกมา เพราะเขาเห็นลูกสะใภ้ปรากฏตัวที่กลางทางเดิน นางเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร หรือนี่คือสัญชาตญาณของความเป็แม่ หรือไม่ก็
หวงไท่มองไปที่เด็กทารกน้อยบนพื้นที่หลับปุ๋ยไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ หรือจะเป็ฝีมือของเ้าเด็กคนนี้
“ไท่หยาง!!”
ซูหลันวิ่งเข้ามาทันที
หลังจากนางตื่นขึ้นมาจากอาการเหนื่อยล้านางพบว่าบุตรชายในอ้อมแขนหายไป เมื่อนาง้าความช่วยเหลือก็ปรากฏว่าในตระกูลหลักเหลือผู้พิทักษ์เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเป็เพราะสาเหตุใดเมื่อความรู้สึกเป็ห่วงของนางก่อเกิดเป็พลังงานบางอย่างที่ทำให้ััถึงการมีอยู่ของบุตรของนางได้รางๆ และเมื่อนางเข้ามาในป่ามรณะเรื่อยๆ ัันั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้น จนกระทั่งเมื่อนางถึงสถานที่ลึกที่สุดในป่า ขณะที่นางกำลังซุ่มดูกลุ่มคนปริศนาที่มีท่าทางคล้ายกับกำลังถอดรหัสค่ายกล พลังงานบางอย่างก็ดึงนางโผล่เข้ามาที่นี่ และได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เป็อย่างที่นางคิดไว้ คนตระกูลนี้ไม่ใช่คนดี และกำลังจะทำเื่เลวร้ายบางอย่างอย่างเห็นได้ชัด
“ช้าก่อน นี่เป็เพียงความเข้าใจผิด”
หวงไท่กำลังจะไขประตูห้องขัง อย่างไรก็ตาม กุญแจแบบโบราณในพวงมันมีมากกว่า 100 ดอก เป็ไปไม่ได้ที่จะหาเจอในเวลาสั้นๆ
บัดซบ!!
เขารู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะห้องขังที่แ่าที่สุดนี้มันเป็จุดอ่อนของค่ายกลหลักเขาคงจะฉีกกระชากมันไปแล้ว
“เข้าใจผิด เข้าผิดอะไรกัน”
ขวับ! ฟึบ
ซูหลันเสกดาบใหญ่ออกมาจากแหวนมิติ ขณะเดียวกันก็พุ่งเข้าหาหวงไค่โดยที่คมดาบห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีชาด
เฮ้อ
หวงไค่ถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วมองดูการโจมตีที่เข้ามาโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
ฟรึบ
อย่างรวดเร็ว ซูหลันปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของหวงไท่แล้วฟาดฟันออกไปสามกระบวนท่าต่อเนื่องกัน การฟันแต่ละครั้งก่อให้เกิดเสียงเสียดสีของลมในอากาศและอุณหภูมิสูงมากกว่า 2,000 องศาจากศาสตราวุธประจำตัว
“อืม ไม่เลวๆ”
ในสายตาของหวงไท่ การโจมตีนี้เชื่องช้าเป็อย่างมากและมองออกง่ายจนเกินไป
ก๊อก
หวงไท่สะบัดมือซ้ายขึ้นเหวี่ยงไม้เท้าในรูปแบบง่ายๆ 3 ครั้ง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
แต่สามารถป้องกันการโจมตีได้ทั้งหมดและสะท้อนกลับไป
ครืด!
ซูหลันยันตัวเองขณะที่ดาบปักพื้นลากไถลกลับไปด้านหลังจากระยะโจมตี 50 เมตร การโจมตีเมื่อครู่คือการหยั่งเชิง แต่ครั้งถัดไปคือของจริง
“กระบวนท่า 3 อัคคีเริงรมย์”
พรึบ! พรึบ!
เกิดลูกศรไฟมากกว่า 100 ดอกรอบตัวนอกและพุ่งออกไปแบบสุ่ม นางเองก็เคลื่อนไหวเช่นกันแล้วใช้กระบวนท่าถัดไป
“กระบวนท่าที่ 4 สายธารแห่งเพลิง”
แคล็ก!
สองมือของนางจับดาบแน่นก่อนที่จะโน้มตัวลงในสภาพคุกเข่าหนึ่งแล้วพุ่งออกไป
ตึก ตึก... ตึก
เสียงสะท้อนจากการเดินก้าวแรกในเงามืดที่นางเหยียบลงพื้นเต็มไปด้วยความหนักหน่วง จากนั้นก้าวท่สองและสาม และก้าวต่อๆ ไปเร็วขึ้นอย่างฉันพลัน
ฟรึบ! ฟิ้ว!
ตัวของนางถูกห่อหุ่มไปด้วยเปลวเพลิงสีชาด จากนั้นพุ่งออกไปดั่งจรวด การเคลื่อนที่ของนางก้าวข้ามกฎธรรมชาติโดยหมุนวนไปตามกำแพงและเพดานของทางเดินแบบทิศทางตามเข็มนาฬิกา จนทิ้งร่องรอยการหลอดละลายของเปลวไฟไว้เื้ั
“พอได้แล้ว”
ครั้งนี้หวงไท่ยื่นมือออกไป สำหรับมารดาที่พึ่งคลอดบุตรไม่ควรออกแรงหนักเช่นนี้เพราะมันส่งผลต่อร่างกายในระยะยาว สำหรับเื่การโจมตีนี้เขาไม่ถือสา เพราะไม่สามารถทำอะไรเขาได้
“ย้าาาา!!”
เสียงะโหนักหน่วงของนักรบสาวดังขึ้นพร้อมกับการโจมตีและแรงกระแทกมหาศาลดั่งดาวตก
“พอแล้ว”
เพี๊ยะ!
เสียงนี้ไม่ดังมาก แตชัดเจน ฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของซูหลัน
ตุบ! เคร้ง!
เสียงอาวุธและคนตกลงกับพื้นพร้อมๆ กันสะท้อนไปทั่วทั้งโถงทางเดิน
อึก! ถุ้ย!
ซูหลันรู้สึกถึงรสขมฝาดในลำคอ อย่างไรก็ตามนางยังไม่ยอมแพ้ นางค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาและใช้มือซ้ายจับอาวุธขณะหอบหายใจถี่ สายตาของจ้อมมองที่หวงไท่แสดงถึงเจตนานักสู้ที่ไม่ยอมแพ้
หวงไค่หนักตากระตุก เขาไม่ใช่หวงเม่ย เขาไม่กล้าลงมือกับคนในครอบครัวหนักจนเกินไป
หาววว
“หือ ท่านแม่”
จู่ๆ ทารกน้อยก็ตื่นขึ้นแบบสะลึมสะลือ ก่อนที่จะมองสลับไปที่หวงไท่และมารดาของตนเอง
โครก
เสียงท้องของทารกน้อยดังขึ้น ทำให้บรรยากาศต่อสู้หยุดลงชั่วขณะ
“ไท่หยาง เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
เมื่อเห็นว่าบุตรของนางยังมีสภาพปลอดภัยดี ก็ทำให้นางหายห่วงไปเปลาะหนึ่ง
เอ๊ะ
แต่เดี๋ยวก่อนบุตรชายของนางพูดสื่อสารออกมาได้อย่างไร?
“ท่านแม่ ข้า”
ทารกน้อยมองไปที่มารดาในสภาพไม่สู้ดี ก่อนที่จะมองกลับไปที่หวงไท่
จ๋อง
ขอบตาของทารกน้อยเริ่มแดงก่ำและร้องไห้ออกมา
“ท่านแม่ ก- กิน งื้ออ”
เสียงพูดออกมาไม่ชัดเจนเต็มไปด้วยความตะกุกตะกักแบบเด็กทารกทั่วไป
“กิน? ใช่แล้ว เสี่ยวหยางคงจะหิว ฟังข้าอธิบายก่อน”
ขณะนี้หวงไท่เริ่มรู้สึกปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ประหลาดนี้ได้แล้ว จากนั้นก็ปรุงแต่งเล็กน้อยผสมความจริงกลายเป็ว่าเดิมทีพวกเขามีธุรกิจหลังบ้านที่ร่วมกับเ้าเมืองคือส่งนักโทษแดนปะาไปเป็ทาสในดินแดนที่พึ่งมีการสำรวจ อย่างไรก็ตามเื่ของเสี่ยวหยางโผล่มาได้อย่างไร เขาเองก็ไม่อาจทราบได้
“นักโทษแดนปะา? สำรวจดินแดนใหม่?”
เมื่อฟังคำพูดของหวงไท่ ซูหลันนางเองก็สงบลงเล็กน้อยและคิดทบทวนในใจขณะพักฟื้นตัวเอง
สำหรับเื่แรกการใช้แรงงานนักโทษแดนปะา นางไม่รู้สึกอะไรเพราะเดิมทีพวกนี้ก็สมควรตายอยู่แล้ว การมีชีวิตอยู่ก็มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริสุทธิ์ สำหรับสำรวจดินแดนใหม่นางรู้สึกติดขัดเล็กน้อย เหตุใดจึงไม่ใช่บุคลากรที่มีประสิทธิภาพแทนที่บุคคลอันตรายที่ไม่สามารถควบคุมให้ทำตามแผนการได้ หรือบางทีจุดประสงค์ที่แท้จริงอาจจะใช้เป็เหยื่อ
สำหรับเื่การปรากฏตัวของซูไท่หยาง นางไม่สามารถหาคำตอบได้ จะว่าไปการวาร์ปมาสถานที่นี้ก็มีลักษณะเหมือนกัน
“อะแฮ่ม เอาเป็ว่าออกจากสถานที่นี้กันก่อนเอะ ที่นี่ไม่อภิรมย์เท่าไหร่”
แกร็ก! แอด
ในที่สุดหวงไท่ก็หากุญแจไขกลอนเปิดประตูรูปพีระมิดจนเจอ เขาสาบานว่าจะหลังจบเื่นี้ เขาจะกลับไปทุบตีคนที่ประดิษฐ์กุญแจผู้นั้นจนตาย แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็คนทำขึ้นมาเองในหลายศตวรรษก่อนที่จนลืมเลือนไป
“เสี่ยวหยางออกมาหาทวดเร็ว”
หวงไท่ย่อตัวลงและกางสองมือออกขณะเรียกเด็กชาย รอยยิ้มของเขาดุไม่เป็ธรรมชาติเล็กน้อย
“ท่านปู่ ก- กิน งื้ออ”
ทารกน้อยยังคงร้องไห้ออกมาไม่หยุด
“เอาละ ออกมาเถอะเดี๋ยวท่านปู่จะพาไปกินของดี”
แน่นอนว่าสิ่งนั้นไม่สามารถให้ใครกินได้ หวงไท่คิดในใจ อย่างไรก็ตามดูเหมือนทารกน้อยจะได้ยินความคิดในใจทั้งหมด
“งื้อ- หือ”
จู่ๆ ทารกน้อยก็หยุดร้องไห้ร้องมองสลับไปที่หวงไทและซูหลันหลายครั้ง
หืม
เป็อีกครั้งในหนึ่งวันที่หวงไท่รู้สึกไม่ดี จะมีอะไรวายป่วงเกิดขึ้นอีกหรือไม่ และเขาก็คาดคะเนได้ถูกต้อง
ซูไท่หยางเริ่มร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิมก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอย่างกับสายน้ำ
“แง ท่านแม่ช่วยด้วย ท่านปู่จะกินข้า”
เฮ้ย!
หวงไท่รู้สึกพูดไม่ออก ที่คิดไว้มันไม่ใช่แบบนี้ เขาหันไปทางซูหลัน้าจะอธิบาย แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการเสียแล้ว
เพราะจู่ๆ ซูหลันก็มีสภาพไม่ต่างกับแม่ลิงคลั่ง ผมของนางเริ่มลอยขึ้นในอากาศช้าๆ ก่อนที่สีหน้าเกรี้ยวกราดจะตามมา
“บังอาจ ตาย!”
ฟรึบ!
นางะเิพลังทั้งหมดออกมาทันทีแล้วพุ่งเข้าประชิดตัวหวงไท่ ส่งผลให้ทั่วทั้งโถงทางเดินมีอุณหภูมิสุงขึ้นจนโครงสร้างบางส่วนเริ่มหลอมละลาย
“นี่ไม่ดีแล้ว!”
สิ่งนี้ไม่สามารถปล่อยให้เกิดขึ้นได้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าค่ายกลถูกทำลายและเปิดเผยที่อยู่ออกมา สิ่งนี้อาจนำไปสู่การฆ่าล้างตระกูลและการล่มสลายของตระกูลหวงได้
ครั้งนี้หวงไท่ใช้พลังออกมาหนึ่งในสิบส่วน อาจจะทำให้ซูหลันาเ็ได้แต่เขาจำเป็ต้องทำก่อนที่จะเกิดหายนะขึ้น
ฟึบ! ตู้ม!
การโจมตีนี้ส่งตรงไปที่ท้องน้อยของนางจนเกิดคลื่นกระแทกในอากาศแล้วกระเด็นออกไปทะลุกำแพงโถงทางเดินอีกแห่งในระยะ 200 เมตร
แย่แล้ว!
หวงไท่ไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงมานานจนเกินไปจนก่อให้เกิดการพลั้งมืออยู่บ้าง เขารีบพุ่งเขาไปในฝุ่นควันทันที เขาไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้หากเกิดเื่เลวร้ายที่สุดขึ้น
อย่างไรก็ตามเคราะห์ยังดี เมื่อหวงไท่ไปถึงก็ปรากฏภาพของซูหลันที่นอนหมดสติอยู่โดยที่มีเพียงแค่อาการาเ็เล็กน้อย
“เฮ้อ ดูเหมือนข้าจะคิดมากไปเอง”
หวงไท่โล่งใจ เห็นได้ชัดว่าเขายังควบคุมพลังได้สมบูรณ์เพียงแค่ตื่นตระหนกเกินไป เขาไม่รู้เลยว่าภายใต้ซากปรักหักพังที่ซูหลันสลบอยู่ มีเงามายาที่เคลื่อนไหวออกไปอย่างเงียบเชียบจนไม่อาจสังเกตได้ ก่อนที่จะกลับไปยังห้องคุมขังที่ทารกน้อยอยู่
หลังจากเงานั้นเขาไปในกรงขังมันก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือพื้นในสภาพของร่างพลังงานโลหิตของคิงคองที่มีขนาดเท่าฝ่ามือ มันโค้งคำนับให้ทารกเบื้องหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะหายเข้าไปในหน้าผากที่มีสัญลักษณ์ดอกไม้เพลิสีชาด
เมื่อมองไปในแววตาดำมืดของทารกน้อย มีแต่ความเงียบขรึมและแผนการบางอย่างในใจ
“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอของท่าน ไม่ว่าจะทางนิกายหรือตระกูลเจี่ยล้วนดีทั้งสิ้น”
นพเก้าพูดเว้นประโยคเล็กน้อยขณะยืนขึ้น
“เพียงแต่เื่นี้ข้าต้องขอเวลาพิจารณาหน่อย”
แน่นอนว่านี่คือการปฏิเสธ
(เฮ้อ คว้าน้ำเหลวรึ?)
เจี่ยไป๋เจินรู้สึกถูกหักหน้า ดูเหมือนรุ่นเยาว์ผู้นี้จะไม่เข้าใจว่าทรัพยากรที่เสนอให้สำหรับเข้าร่วมฝ่ายมันมีค่ามหาศาลขนาดไหน แต่นางยังไม่ยอมแพ้ นางเชื่อว่าหากพูดเื่นี้กับบรรดาผู้าุโในตระกูลอสุราทองคำ (ตระกูลหวง) อาจจะมีบางส่วนเห็นด้วยและเกลี้ยกล่อมนพเก้าได้
“นี่ก็ดึกมากแล้ว เช่นนั้นข้าต้องขอตัวกลับก่อน”
นพเก้าไม่้าอยู่ต่อนาน เพราะยังมีธุระเื่ลูกศิษย์และสอบปรุงยาพรุ่งนี้ที่ต้องจัดการ ไหนๆ ก็มาแล้วลองทดสอบระดับนักปรุงยาให้ถึงขีดจำกัดดีกว่า เพราะถึงอย่างไรก็เหลืออีกหนึ่งวันก่อนที่จะถึงวันประลอง
“จะไม่อยู่ทานข้าวกันก่อนหรือ?”
เจี่ยไป๋เจินยิ้มเล็กน้อยและนางด้วยท่าทางสบายๆ นางยังคงไม่ยอมแพ้ ในเมื่อใช้การเจรจาไม่ได้ นางอาจจะต้องใช้วิธีการอื่นแทน
“... ไม่ละ ข้อขอตัวดีกว่า”
นพเก้าหันหลังและก้าวเดินออกไปทันที หากอยู่ต่อสิ่งที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้
จิ๊
เจี่ยไป๋เจินมองนพเก้าจากไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย นางไม่รู้ว่าการสนทนาครั้งนี้ได้ปลูกบางสิ่งที่หยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของนาง
สำหรับนางอาจน่าเสียดาย แต่ใครบางคนรู้สึกโล่งอก
เฮ้อ
ไป๋ฮ่าวที่แอบฟังการสนทนาค่อยโล่งใจไปเปลาะหนึ่งดูเหมือนวันนี้ เขาจะปกป้องสตรีในดวงใจเอาไว้ได้
ขณะที่เขากำลังเดินกลับไปหานางเขาก็รู้สึกได้ถึงความตายที่ไมเคยพยเจอมาก่อนในชีวิต ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แต่เป็ทั้งเมืองสิงห์คำรน
ตึง!
ท้องฟ้าสีแดงฉานยามราตรีราวกับก่อเกิดการวิบัติ บรรยากาศหยุดลง กลิ่นอายสังหารเริ่มคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ใครกัน!! บังอาจ!!
เสียงะโของปีศาจร้ายดังขึ้นโดยมีเงาดำเป็จุดศูนย์กลาง มัดปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
ครั้งนี้นับว่าเป็ครั้งแรกที่นพเก้าเดือดดาลถึงขีดสุดหลังจากกลับชาติมาเกิด เพราะเขาััได้ว่าอสูรคิงคองกัมปนาทที่ให้พิทักษ์บุตรชายไม่มีสัญญาณชีวิตเหลืออีกต่อไป