ภาพงานสัมภาษณ์เปิดตัวน้ำหอมยี่ห้อใหม่ของตุลธร สุทธาพิวัฒน์ ที่ปรากฏบนหน้าจอทีวีทำให้หญิงสาวเม้มปากแน่นและมองด้วยแววตาวาวโรจน์ จนรวิสราที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับมีสีหน้าหวาดหวั่นกับแววตานั้น
ทว่าใครจะล่วงรู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่เงียบขรึมของภัคธีมากำลังคิดอะไรอยู่ หญิงสาวเอาแต่นั่งจ้องทีวีอย่างไม่กระพริบตาแม้แต่วินาทีเดียว คล้ายกับประเมินบางอย่างบนหน้าจอขนาดใหญ่นั้น คงจะเป็คนที่กำลังให้สัมภาษณ์ที่ทำให้เธอสนใจกระมัง
เพราะข้อความที่บุคคลปริศนาส่งมาให้เธอยังอยู่ในห้วงความคิดและไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไปจากสมองของเธอได้เลย
ผมรู้ว่าใครที่เป็คนขับรถชนพี่ชายของคุณ เขาคือตุลธร สุทธาพิวัฒน์ เ้าของบริษัทผลิตน้ำหอมยี่ห้อดังของประเทศไทย เพราะเขามีความแค้นส่วนตัวกับพี่ชายของคุณ ในคืนเกิดเหตุเขาหลอกให้คุณพุฒิพงศ์ออกไปหาแล้วขับรถชนเพื่อฆ่าชำระแค้น แต่เขาไม่ทิ้งหลักฐานอะไรให้สาวถึงตัวเขาได้เลย และทุกอย่างที่ผมบอกคุณมันคือเื่จริงทั้งสิ้น คุณสามารถเชื่อคำพูดของผมได้…
หญิงสาวนอนคิดมาหลายวันติดกัน คิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่เช่นนั้น ถามตัวเองเสมอว่าจะเอาอย่างไรกับเื่แก้แค้นและควรจะเริ่มจากตรงไหนดี จะเข้าถึงตัวตุลธรคงไม่ง่าย เพราะเขาเป็นักธุรกิจชื่อดัง
“ฉันจะเอายังไงดีนะ” หลังจากนั่งจ้องหน้าจอทีวีอยู่เนิ่นนานเธอก็เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วของความเครียด ก่อนจะหันไปถามเพื่อน “วิ เธอช่วยฉันคิดหน่อยสิ ฉันคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงถึงจะเข้าถึงตัวนายตุลธรได้แบบง่ายๆ เพราะเขาเป็นักธุรกิจชื่อดัง การที่จะเข้าไปใกล้ชิดเขาคงยาก”
“ฉันไม่สนับสนุนการแก้แค้น ถึงแม้เธอจะอ้างว่าทำเพื่อพี่ชายก็เถอะ ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็ฆาตกรจริงเราก็แค่หาหลักฐานเอาเขาเข้าคุกเท่านั้นเอง ไม่เห็นต้องไปทำอะไรแบบนั้นเลย” รวิสราตอบอย่างไม่เห็นด้วย
“ถ้าฉันไม่เข้าไปใกล้ฆาตกรแล้วฉันจะหาหลักฐานได้เหรอยะ” หญิงสาวพูดเสียงขรึม “การที่ฉันเข้าไปใกล้เขามันก็อาจทำให้ฉันหาหลักฐานได้ง่ายขึ้น หรือเธอจะปล่อยให้ฆาตกรลอยนวลอยู่แบบนี้ ปล่อยให้เขาเดินเอ้อระเหยอย่างสบายใจในสังคม ถ้าเป็แบบนั้นิญญาของพี่พงศ์คงไม่ได้ไปสู่สุคติแน่”
“มันมีตั้งหลายวิธีที่จะหาหลักฐาน ไม่เห็นต้องเสี่ยงวิ่งเข้าไปในกองเพลิงเลย มีแต่จะทำให้ใจของเธอร้อนรุ่มนะ ฉันขอให้เธอลองคิดดูให้ดีๆ อีกครั้งก่อนตัดสินใจที่จะทำอะไรลงไป”
“ฉันคิดดูดีๆ แล้ว และไม่เปลี่ยนใจแน่นอน ถ้าเธออยากช่วยฉันหาหลักฐานให้ได้เร็วๆ ละก็ ได้โปรดอย่าห้ามฉันเลยนะวิ”
“นี่ฉันคงห้ามอะไรเธอไม่ได้แล้วใช่มั้ย” รวิสราถามอย่างอ่อนใจ อีกฝ่ายพยักหน้า
“ใช่ เื่นี้ไม่มีใครห้ามฉันได้ ต่อให้อันเชิญเทวดามาจากสรวง์ฉันก็ไม่มีวันใจอ่อน”
“งั้นฉันจะช่วยเธอวางแผนแล้วกัน นี่เห็นแก่พี่พงศ์หรอกนะฉันถึงยอมช่วยเธอ เพราะปกติฉันไม่สนับสนุนเื่อะไรแบบนี้อยู่แล้ว”
“ยังไงฉันก็ขอบใจเธอมากนะเพื่อนรัก” ภัคธีมายิ้มกริ่มอย่างรู้สึกพอใจมากที่เพื่อนยอมช่วยเธอในที่สุด ขณะที่สายตาก็หันไปจ้องมองทางทีวีอีกครั้งอย่างไม่กะพริบพร้อมกับพูดขึ้นว่า “นายตุลธร…นายเตรียมรับความเ็ปได้เลย ฉันจะทำให้นายเจ็บกว่าพี่พงศ์หลายเท่าพันเท่า ให้สมกับสิ่งที่นายทำกับพี่พงศ์ แค้นนี้ต้องชำระ…ไอ้ฆาตกรเืเย็น”
น้ำเสียงบวกกับแววตาที่แข็งกร้าวของอีกฝ่ายช่างน่าหวาดหวั่นเหลือเกินในความรู้สึกของรวิสรา ไม่นึกเลยว่าความแค้นจะรุนแรงและน่ากลัวแบบนี้ แต่เพราะห้ามไม่ได้แล้วหญิงสาวจึงต้องปล่อยเพื่อนไป แถมยังรับปากเป็มั่นเป็เหมาะว่าจะช่วยวางแผนอีกด้วย ตอนนี้ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยของความเครียด…เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ
ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งอดที่จะหวั่นใจไม่ได้เลยทีเดียว…
ตุลธร สุทธาพิวัฒน์ กำลังนั่งเซ็นเอกสารมือเป็ระวิงในห้องทำงานที่บริษัท บนโต๊ะมีแฟ้มเอกสารมากมายที่จะต้องเซ็นให้เสร็จภายในวันนี้ ชายหนุ่มจึงเร่งมืออย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
ตุลธรเป็ผู้บริหารด้วยวัยสามสิบสามปี แต่ชายหนุ่มสามารถสร้างบริษัทผลิตน้ำหอมให้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกได้ มีชื่อบริษัทว่า Sutthapiwat perfume และได้รับการยอมรับจากผู้ใช้น้ำหอมทุกท่าน สร้างความพอใจให้แก่เ้าของธุรกิจเป็อย่างมากทีเดียว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องทำให้คนที่กำลังง่วนอยู่กับการเซ็นเอกสารเป็อันต้องเงยหน้าขึ้นและพูดออกไปว่า
“เข้ามาได้”
หลังจากได้รับคำอนุญาตแล้วคนด้านนอกจึงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารอีกแฟ้มหนึ่ง นลินญาผู้เป็เลขาฯ ของตุลธรรีบวางแฟ้มลงบนโต๊ะแล้วบอกเ้านายหนุ่ม
“มีคนมาสมัครงานค่ะท่านประธาน นี่คือประวัติของเธอค่ะ”
“โอเค เดี๋ยวผมจะพิจารณาดู ถ้าตัดสินใจรับเดี๋ยวผมจะให้คุณติดต่อไปหาเขาและนัดวันสัมภาษณ์งาน” ท่านประธานกล่าวเสียงราบเรียบ
“ได้ค่ะ” เลขาฯ คนสวยพยักหน้ารับ ก่อนหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง
ตุลธรเปิดแฟ้มประวัติของผู้ที่มาสมัครงานคนใหม่ดูด้วยแววตานิ่งขรึมอย่างพิจารณาไตร่ตรอง สายตากวาดอ่านไปทุกบรรทัดแบบตั้งใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“อืม ประวัติการศึกษาดีทีเดียว คุณสมบัติก็เหมาะกับงานทุกอย่าง แถม…” ชายหนุ่มมองภาพถ่ายของผู้สมัครงานสาวด้วยั์ตาพราวระยับราวกับสนใจ “หน้าตาก็สะสวยใช้ได้เลย ถ้าเอามาเป็พรีเซนเตอร์ก็น่าจะเหมาะสมที่สุด ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงรับเลยแล้วกัน”
ต่อจากนั้นเขาก็ตัดสินใจต่อสายหาเลขาฯ สาวทันที
“คุณนลิน เดี๋ยวคุณช่วยติดต่อบอกผู้หญิงคนนั้นทีนะ ว่าเราตัดสินใจรับเขาเข้าทำงานเลย ส่วนวันนัดสัมภาษณ์ก็ให้เป็วันศุกร์แล้วกัน” แล้ววางหูไป ก่อนจะจ้องมองแฟ้มประวัติของผู้สมัครงานอีกครั้งอย่างไม่กะพริบตาทีเดียว ราวกับกำลังมองทะลุเข้าไปในรูปนั้นด้วยความสนใจ
“คงไม่เร็วเกินไปนะ ที่เราจะรับผู้หญิงคนนี้เข้าทำงาน”
แต่ก่อนที่จะปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปกับผู้หญิงคนนั้นจนเกินไป ชายหนุ่มรีบบรรจงเซ็นเอกสารสำคัญต่อให้เสร็จ เนื่องจากมีอีกหลายฉบับที่ยังไม่ได้เซ็น