บทที่ 25 เคราะห์และโชคมาคู่กัน
เมื่อเห็นเช่นนี้หัวหน้าหมู่บ้านย่อมเข้าใจทุกอย่างในทันที คนเ่าั้ต้องใส่ร้ายเจียงซื่อเป็แน่ ถึงขั้นทำให้เ้าหนูใบ้ร้อนใจจนยอมเปิดปากพูดออกมาได้
นี่ช่างเป็เคราะห์และโชคที่มาคู่กันโดยแท้!
หากไม่มีเื่นี้ก็ไม่รู้ว่าเ้าตัวเล็กจะเริ่มพูดได้เมื่อไหร่จึงนับว่าเป็เื่ดีอย่างยิ่ง
หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยขึ้นว่า "พวกเ้านี่นะ วัน ๆ ไม่คิดหวังสิ่งดี ๆ ให้บ้านตัวเองตีลูกกลางดึก ก็ยังไปสงสัยว่าบ้านอื่นตีลูกกลางดึก เจียงซื่อตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วไม่เหมือนเมื่อก่อน พวกเ้าพูดจาให้มีคุณธรรมบ้างเถอะ ล้วนเป็คนบ้านเดียวกันก้มหน้าก็เจอเงยหน้าก็เห็น ครั้งหน้าหากยังกล้าใส่ร้ายคนอื่นส่งเดชอย่าหวังว่าข้าจะไว้หน้า"
เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วบังคับรถเทียมวัวจากไป
ทิ้งให้เหล่าหญิงชาวบ้านที่เพิ่งพูดจาร้ายกาจเมื่อครู่ หน้าถอดสีด้วยความอับอายจนแทบไม่มีที่แทรกตัว
***
แม่ลูกทั้งสี่มาถึงตลาดเช้าเร็ว วันนี้มีผู้คนพลุกพล่านดูท่าจะเป็วันตลาดใหญ่
หลังจากเจียงเหลียนจูกล่าวขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว นางก็พาลูก ๆ ไปเดินเที่ยวตลาดด้วยตนเอง
นอกจากชาวบ้านที่นำของป่าหลากหลายชนิดมาขายแล้ว สิ่งที่มีการร้องเรียกขายมากที่สุดก็คือของกิน
"ซาลาเปามาแล้ว! ซาลาเปาไส้หมูร้อน ๆ มาแล้ว!"
"เชิญทางนี้เลย อย่าพลาดเชียว ไข่ทอดแป้งหอม ๆ รสเลิศจนได้กลิ่นโชยมาเลยเ้าค่ะ"
"หมั่นโถวปิ้ง หนึ่งชิ้นอิ่มท้อง เพียงสามอีแปะเท่านั้น เพียงสามอีแปะ"
เสียงร้องขายอาหารนานาชนิด รวมถึงคนขายถังหูลู่ทำให้ต้าเป่า เอ้อร์เป่า และซานเป่ามีความสุขมาก
โดยเฉพาะเอ้อร์เป่าและซานเป่า เด็กน้อยทั้งสองมองซ้ายมองขวาจนตาแทบไม่พอเก็บรายละเอียด ซานเป่าเพิ่งเคยตามผู้ใหญ่มาตลาดเช้าเป็ครั้งแรก สำหรับนางแล้ว ทุกสิ่งที่เห็นล้วนแปลกใหม่ไปหมด
นางตัวเล็กจึงถูกเจียงเหลียนจูอุ้มไว้บนบ่าได้อย่างง่ายดาย จากนั้นมือหนึ่งก็จูงต้าเป่าและต้าเป่าก็จูงเอ้อร์เป่าอีกที
"อยากกินอะไร บอกมาสิ"
ซานเป่าพูดตะกุกตะกัก "กิ... กิ... กิน... กิน..."
เด็กคนนี้เริ่มพูดได้แล้ว แต่ยังมีอาการติดอ่างอยู่บ้าง คงต้องฝึกฝนให้มากขึ้น
"ตกลง!"
แม่ลูกทั้งสี่มุ่งหน้าไปยังแผงซาลาเปาไส้หมูก่อน ซื้อซาลาเปาชิ้นใหญ่คนละลูกจากนั้นก็ซื้อแผ่นแป้งทอดใส่ไข่อีกคนละชิ้น
แผ่นแป้งทอดใส่ไข่ที่นี่ทำง่าย ๆ โดยการผสมไข่ลงในแป้งแล้วใส่ต้นหอมลงไปปรุงรสทำออกมาเป็ไข่ทอดต้นหอมที่นุ่มหอมละมุนลิ้น กัดลงไปคำเดียวรสชาติก็อบอวลอยู่ในปากเป็ความอร่อยจากวัตถุดิบดั้งเดิม
ทุกอย่างเรียบง่ายไม่ได้ตกแต่งสวยหรูเหมือนอาหารในโลกก่อนแต่รสชาติดีเยี่ยม
แผ่นแป้งทอดใส่ไข่มีขนาดใหญ่ ราคาแผ่นละสองอีแปะขนาดใหญ่เกือบเท่าอ่างล้างหน้าเสียอีก
ซาลาเปาไส้หมูหนึ่งลูกบวกกับแผ่นแป้งทอดใส่ไข่หนึ่งแผ่น รับรองว่าทำให้ผู้ใหญ่หนึ่งคนอิ่มท้องได้แน่นอน
จากนั้นเจียงเหลียนจูยังซื้อหมั่นโถวปิ้งราคาสามอีแปะ หมั่นโถวชนิดนี้จะหมักแป้งก่อนแล้วนำไปนึ่ง เมื่อนึ่งจนเกือบสุกจึงนำไปอบในกองไฟจนเปลือกนอกทั้งสองด้านเหลืองกรอบกัดแล้วดังกรุบ ๆ ทั้งหอมและเนื้อด้านในยังนุ่มหวาน
ล้วนเป็รสชาติพื้นบ้านที่ยอดเยี่ยม
หมั่นโถวปิ้งนี้มีขนาดใหญ่เท่าก้นอ่างจริง ๆ ดังที่กล่าวไว้ เจียงเหลียนจูแบ่งหมั่นโถวปิ้งออกเป็สี่ส่วนให้คนละส่วน
เพื่อให้ได้ลองชิมทุกอย่าง การพาลูก ๆ มาตลาดครั้งแรกเป็โอกาสที่ดีที่สุดในการสร้างความประทับใจจะตระหนี่ตอนนี้ไม่ได้
หากกินแต่ของเหล่านี้คงจะคอแห้งเป็แน่ เจียงเหลียนจูจึงพาลูก ๆ ไปยังร้านขายน้ำเต้าหู้ ซื้อน้ำเต้าหู้ชามใหญ่ให้ดื่มคนละชาม
น้ำเต้าหู้ราคาถูก เพียงหนึ่งอีแปะก็ได้ชามใหญ่ั์
เมื่อกินอิ่มดื่มเต็มก็รู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง
เจียงเหลียนจูเดินเที่ยวรอบหนึ่งและที่แผงรับจ้างเขียนหนังสือแห่งหนึ่งในตลาด นางจ่ายเงินสองอีแปะเพื่อให้เขียนตัวอักษรตัวใหญ่ว่า 'ชิวหลีเกา' จากนั้นก็ไปซื้อผืนผ้าเรียบ ๆ จากร้านขายของชำเพื่อนำมาแขวน
เด็ก ๆ ทั้งสามมองด้วยความสงสัย "ท่านแม่ให้เขาเขียนตัวหนังสือทำไมหรือขอรับ"
เจียงเหลียนจูทำหน้ามีเลศนัย "เดี๋ยวพวกเ้าก็รู้แล้ว"
ในเวลานี้ตลาดเช้าเริ่มมีคนเต็มพื้นที่ แม่ลูกจึงไปหาที่ว่างตรงมุมตลาดจนเจอเจียงเหลียนจูปักป้ายผ้าไว้ที่พื้น
นางนำเสื่อผืนหนึ่งมาปูบนพื้นแล้วนำชิวหลีเกาออกมาตั้งแผง
เจียงเหลียนจูไม่มีความเขินอาย นางะโเสียงดังลั่น "พ่อแม่พี่น้องทุกท่าน ลูกค้าทุกท่านเชิญทางนี้เลย อย่าพลาดชิวหลีเกาให้ชิมโดยไม่คิดเงินแล้วเ้าค่ะ"
แผงขายของในตลาดเช้าล้วนเป็แผงชั่วคราวทุกคนต่างเร่งรีบ แผงอื่นไม่มีป้ายชื่อทั้งยังไม่มีการร้องเรียกเรียกลูกค้าเสียงดัง
เจียงเหลียนจูทำแตกต่างจากคนอื่น ทั้งเสียงร้องที่ดังและมีป้ายผ้าแขวนอยู่ แม้จะมีคนอ่านหนังสือไม่ออก แต่แน่นอนว่ามีคนที่อ่านออก ไม่ว่าอย่างไรการที่แผงของนางมีป้ายในขณะที่คนอื่นไม่มี ย่อมดึงดูดสายตาและดูภูมิฐานกว่า
ประกอบกับวิธีการ 'ให้ลองชิม' ในไม่ช้าหน้าแผงก็ถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คน
พวกต้าเป่ามองด้วยความตกตะลึง "ท่านแม่ ม... ไม่... คิดเงินหรือขอรับ"
อุตส่าห์เคี่ยวนานกว่าจะได้ชิวหลีเกาที่รสเลิศถึงเพียงนี้ แถมยังแบกมาไกลแสนไกลแต่กลับให้ชิมโดยไม่คิดเงินเนี่ยนะ?
เจียงเหลียนจูขยิบตาให้พวกเขาแล้วกระซิบว่า "ไม่เป็ไร ดูข้านะ"
ในตอนนั้นทุกคนต่างถามเจียงเหลียนจูด้วยความสงสัย "แม่นางน้อย ชิวหลีเกาคืออะไรหรือ?"
"ไม่คิดเงินจริง ๆ หรือ?"
เจียงเหลียนจูยิ้มตอบ "ชิวหลีเกาเป็ยาบำรุงชนิดหนึ่ง หรือจะดื่มเป็ของว่างเพื่อช่วยให้ชุ่มคอและแก้ไอได้เ้าค่ะ ทำมาจากลูกแพร์เคี่ยว มีสรรพคุณดีเยี่ยมในการรักษาอาการไอแห้ง ไอเป็เื แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และมีเสมหะที่เกิดจากความร้อนในปอด อย่างเช่น่นี้อากาศแห้งคอไม่สบายดื่มชิวหลีเกาสักนิดจะรู้สึกสบายมากเลยเ้าค่ะ!
แม้ร่างกายจะไม่มีโรค แต่ดื่มเพื่อป้องกันการไอได้ เด็ก ๆ หากเป็หวัดหรือไอ ดื่มสิ่งนี้จะช่วยให้ชุ่มคอ เพิ่มน้ำลาย และแก้ไอ ได้ผลดีมากสำหรับอาการไอในเด็ก สรุปคือไม่ว่าชายหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ล้วนเหมาะที่จะรับประทานเ้าค่ะ...
วันนี้เป็ครั้งแรกที่ข้านำชิวหลีเกามาขายในตลาด จึงทำมาไม่มาก จำนวนมีจำกัด ให้ทุกท่านชิมฟรีคนละหนึ่งช้อนเล็ก จำกัดเพียงยี่สิบคนแรกเท่านั้น ให้ทุกท่านลองชิมดูว่าชิวหลีเกาของข้ารสชาติถูกปากหรือไม่ ตรงกับอาการหรือไม่ อย่างไรเสียลูก ๆ ทั้งสามของข้าก็บอกว่าอร่อยเ้าค่ะ..."
ฝูงชนที่มุงดูได้ยินดังนั้นก็คิดว่า "เอ๊ะ แม่นางน้อยคนนี้พูดจาฉะฉาน ดูมีภูมิความรู้ ข้า่นี้คอไม่ค่อยสบายพอดี ขอชิมสักนิดได้หรือไม่?"
"ข้าก็จะชิมด้วย ข้ามาถึงเป็คนแรก..." อย่างไรเสียก็ไม่เสียเงิน
"เจียงซื่อ ข้ามาจากหมู่บ้านหวังเจีย เราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน เ้าขายยาอะไรให้ข้าชิมบ้างสิ"
...
เจียงเหลียนจูต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้ม "ได้เ้าค่ะ! ขอให้ทุกท่านเข้าแถวอย่าเบียดกันนะเ้าคะ ท่านที่มาถึงเป็กลุ่มแรก ๆ ได้ชิมแน่นอนเ้าค่ะ"
ทันทีที่เปิดโถใบเล็กที่บรรจุชิวหลีเกา กลิ่นหอมหวานก็พุ่งออกมาทันที
ทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความอยาก
เจียงเหลียนจูใช้ช้อนไม้เล็ก ๆ ตักขึ้นมาหนึ่งช้อนเต็ม ๆ แม้ชิวหลีเกาจะมีสีน้ำตาลแต่ใสกระจ่างเห็นฟองอากาศเล็ก ๆ ด้านในได้อย่างชัดเจนภายใต้แสงแดด รูปลักษณ์เช่นนี้ผู้ที่เชี่ยวชาญมองปราดเดียวก็รู้ว่าคุณภาพเยี่ยม ส่วนคนทั่วไปก็มองว่าสวยงาม
เนื้อไม่ข้นคลักจนเกินไปแต่อยู่ในรูปของน้ำเชื่อมที่หยดลงมาเป็สาย
หนึ่งช้อนนี้มีปริมาณประมาณครึ่งตำลึง นางใช้ใบไม้ใหญ่ที่สะอาดม้วนเป็กรวยบรรจุแล้วส่งให้แก่ชาวบ้านและลูกค้าที่มามุงดูทีละคน